Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 696 ไม่กล้าแม้แต่จะคิด / ตอนที่ 697 ครึกครื้นสนุกสนาน

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 696 ไม่กล้าแม้แต่จะคิด / ตอนที่ 697 ครึกครื้นสนุกสนาน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 696 ไม่กล้าแม้แต่จะคิด / ตอนที่ 697 ครึกครื้นสนุกสนาน
ตอนที่ 696 ไม่กล้าแม้แต่จะคิด

วันนี้ตอนที่ซ่งฝูเซิงไปเข้าร่วมงานพบปะจวี่เหรินที่ใต้เท้าศึกษาธิการจัดขึ้น แม่สื่อที่สกุลสุยส่งมาก็มาหาที่บ้านพร้อมนกหนึ่งตัว

เดิมทีต้องอุ้มห่านป่ามา แต่ฤดูนี้ไม่มีห่านป่า สุยเซ่าปัวก็เลยซื้อนกให้ต้ายาหนึ่งตัวแล้วให้แม่สื่ออุ้มมา ดูมีความจริงใจกว่าเศรษฐีที่มาสู่ขอจากหมู่บ้านโจวจยา

อย่างน้อยในสายตาของเก้าสกุลทุกคนก็คิดแบบนั้น

เพราะสำหรับที่นี่ ห่านป่ามีความหมายแฝง เนื่องจากเมื่อถึงเวลามันก็จะบินไปทางเหนือหรือทางใต้ตรงเวลา ในสายตาของคนโบราณหมายถึงการรักษาคำมั่นสัญญา ถือเป็นคนแรกที่ส่งข่าว บอกเป็นนัยๆ ว่าพวกเราจริงใจที่จะมาสู่ขอ

เฉียนเพ่ยอิงดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ดูแล้วคอยจำ

นางมีซื่อจ้วง ถัดมาก็ลูกสาว ลงไปอีกก็เป็นหมี่โซ่ว เดี๋ยวนางเองก็ต้องจัดการทำให้อีกหลายงาน

อีกอย่าง ท่านลุงซ่งไหนจะจูซื่อ ก็อยากให้นางมานั่งเป็นเกียรติให้ได้

นางเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพราะนางเป็นคนยุคปัจจุบัน

ว่ากันว่ามีแม่สื่อมาสู่ขอ สามหนังสือหกพิธีการ สามหนังสือก็คือ หนังสือหมั้นหมาย หนังสือสินสอด หนังสือรับตัว เฉียนเพ่ยอิงฟังซ้ายทีขวาที ในที่สุดก็เข้าใจ หนังสือสินสอดก็คือใบรายการสินสอด หนังสือรับตัวก็คือการเอาวันเดือนปีเกิดของฝ่ายหญิงไปรับทะเบียนสมรส แต่ถ้าจะหย่าน่ะเหรอ ไม่มีที่รับจดทะเบียนหย่าหรอก แค่ให้ผู้ชายเขียนหนังสือว่าหย่ากันก็จบ

การเสี่ยงทาย คือการขอคำชี้แนะจากทวยเทพ การมอบสินสอดดูเหมือนจะเป็นการมอบของและใบรายการต่างๆ

เอาเป็นว่าก็ประมาณนี้ ถ้านางจำไม่ได้ก็ยังมีหมี่โซ่วอยู่

หลักๆ ที่เฉียนเพ่ยอิงแปลกใจคือ สินสอดมีหลากหลายจริงๆ ได้ยินเก่อเอ้อร์นิว จูซื่อ รวมถึงแม่สื่อคุยกันว่า ข้าวของที่ครอบครัวฝ่ายหญิงให้ติดตัวไปยังหลากหลายยิ่งกว่า

ฝ่ายชายมีให้ขนมสินสอด ประมาณห้าสิบกิโลกรัม มีพวกปัวปัวอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงพวกธัญพืชจากสวนอีกหลายหาบ ให้สัตว์แรงงาน ปลา พุทรา ถั่ว…ไม่เป็นไร จำไม่ได้ก็ยังมีหมี่โซ่ว

ของที่ทางฝ่ายหญิงจัดให้มี ถังลูกหลาน (โถส้วม) ถังเศรษฐี (ถังน้ำ) เอาแค่คำนี้ตอนแรกเฉียนเพ่ยอิงฟังเป็น ‘ถังเศษผี’ นอกจากนี้ยังมีกะละมังรวมทรัพย์ (กะละมังล้างเท้า)

เฉียนเพ่ยอิง ถึงวันที่ฝูหลิงออกเรือนต้องเตรียมโถส้วมให้ด้วยเหรอ เดี๋ยวต้องบอกเหล่าซ่งไว้ก่อน จะได้เตรียมพวกแผ่นไม้ไว้แต่เนิ่นๆ

เท่าที่ฟังดูยังต้องเตรียมกล่องเข็มกับด้าย ผ้าห่มมีสุข หมอนคู่รัก รองเท้าปักลาย หีบเก็บเงิน

บ้านที่ดีกับลูกสาวจะถึงขั้นที่เตรียมของหลายอย่างไว้ให้ตอนออกเรือน เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เสื้อชั้นใน กระโปรง พยายามให้ช่วงปีแรกๆ ที่ลูกสาวแต่งไปมีชุดใหม่ใส่อย่างเพียงพอ ป้องกันบ้านสามีไม่ทำชุดใหม่ให้ ไม่ให้ก็ยังมีใส่

จากนั้นครอบครัวฝ่ายหญิงที่ร่ำรวยจะเตรียมเครื่องประดับไว้ให้ลูกสาวมากมาย ด้วยเหตุนี้ถึงได้มีเหตุการณ์ที่ว่า ผู้ชายยุคโบราณที่ยากจนมาก ฝ่ายหญิงก็จะให้เครื่องประดับไปขาย เอามาจากครอบครัวฝ่ายหญิงทั้งนั้น

ตอนที่เฉียนเพ่ยอิงได้ยินแม่สื่อพูดธรรมเนียมปฏิบัติพวกนี้กับพวกผู้หญิงก็แอบปวดใจนิดหน่อย กลัวลูกสาวจะแต่งไปลำบาก ยุคโบราณต้องเตรียมให้มากขนาดนั้น ก็จริง เพราะกลับบ้านบ่อยไม่ได้แล้ว

เวลานี้แม่สื่อที่สกุลสุยส่งมาก็เริ่มพูดเร้าอารมณ์

“ข้าพูดตามตรง ก่อนมาที่นี่ สกุลสุยบอกว่า พอถึงเวลาเงินทองข้าวของสินสอดที่ได้มาก็จะให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง ไม่ต้องเอากลับไปที่บ้านสกุลสุย สินสอดก็ควรเป็นแบบนั้น พวกเจ้าเลี้ยงลูกสาวมาไม่ง่าย ยังไม่ทันได้แสดงความกตัญญูก็ต้องแต่งออกไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ควรทำให้”

คนที่นี่ ลูกสาวลูกเขยส่วนใหญ่จะไม่เลี้ยงดูพ่อตาแม่ยายหากพ่อตาแม่ยายมีลูกชาย แค่ให้เงินก้อนใหญ่ค่าสินสอดเป็นการตอบแทนบุญคุณ

คำพูดนี้ทำให้จูซื่อรู้สึกสบายใจอย่างสิ้นเชิง

เพราะเงินก้อนใหญ่จำนวนนี้ บางครอบครัวก็จะให้ลูกสาวติดตัวตอนแต่งงานไปด้วยอย่างรู้กัน

เก่อเอ้อร์นิวได้ฟังก็รู้สึกแย่ สกุลโจวไม่ได้ใจกว้างพูดแบบนี้

เฉียนเพ่ยอิงฟังแล้วก็อินไปด้วย มีอารมณ์ร่วมอย่างสิ้นเชิง

ยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณก็ต้องไปอยู่บ้านอื่นแล้ว กว่าจะเลี้ยงดูมาไม่ง่าย คำพูดนี้ชวนซึ้งใจจริงๆ

หลังจากแม่สื่อไปแล้ว

เฉียนเพ่ยอิงนั่งอยู่ที่โซฟา กอดอกเหม่อลอย รอสามีของนางกลับมา

“ท่านแม่ ประจำเดือนจะมาแล้วหรือเปล่า ทำไมดูอ่อนไหวขนาดนี้”

“ลูกน่ะสิที่ประจำเดือนจะมา”

“ไอ๊หยา คุณแม่ ลูกรู้แล้ว วางใจได้ วันที่ลูกแต่งงาน รับรองเลยว่าจะเรียกสินสอดมาให้เยอะๆ ทิ้งไว้ให้ท่านแม่หมดเลย ไม่เอาไปสักอย่าง ดีไหม” ซ่งฝูหลิงกัดแอปเปิ้ล หัวเราะพลางพูด

“ไปๆๆ กลับห้องไปเลย” เห็นแล้วโมโห

ตอนที่ 697 ครึกครื้นสนุกสนาน

เฉียนเพ่ยอิงที่กำลังรอสามีกลับบ้าน

สามีของนางกลับวุ่นอยู่กับการเป็นเจ้าภาพอยู่ในเมือง

ซ่งฝูเซิงก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงพากันบอกให้เขาเลี้ยง

นับตั้งแต่ออกจากห้องประชุมที่ใต้เท้าศึกษาธิการจัดไว้ให้หารือกัน จวี่เหรินพวกนี้ก็บอกว่า พี่ซ่งเลี้ยงหน่อย ไปที่ถัดไป

ซ่งฝูเซิงยังไม่ทันรับปากด้วยซ้ำ เดิมทียังอยากไปที่ร้านรับขนของ แต่เรื่องนี้ก็กระจายไปเสียก่อน

ซ่งฝูเซิงมีเหตุผลที่จะสงสัยว่า เป็นเพราะเจี่ยหยวนไม่อยู่ ย่าหยวนเลยต้องรับบทหนักแทนหรือเปล่า

ได้ยินว่าเงินรางวัลนั่นทางศาลาว่าการเมืองเฟิ่งเทียนให้ลู่พั่นหนึ่งพันตำลึง พี่สาวของลู่พั่นมารับไปแล้ว

พอพูดถึงเรื่องนี้ซ่งฝูเซิงก็โมโห เมืองเฟิ่งเทียนก็งกเกินไป จะให้รางวัลนิดหน่อยแก่อันดับสองสามไม่ได้หรือไง ไม่ต้องให้พันตำลึงก็ได้ รู้ว่าเงินคงคลังกำลังวิกฤติ ให้เป็นตั๋วเงินสองร้อยตำลึงแก่สามอันดับแรกก็ยังดี แต่นี่ไม่มี

เหมือนกับคำพูดนั้นจริงๆ คนรวยอย่างลู่พั่น ยิ่งรวยก็ยิ่งมั่งมี คนอย่างพวกเขา ยิ่งตาร้อนก็ยิ่งไม่มี

แต่จะว่าไป ต่อให้เจี่ยหยวนอยู่ด้วย เขาไม่เชื่อหรอกว่าจวี่เหรินพวกนี้จะกล้าบอกให้ลู่พั่นเลี้ยง

เออๆๆๆ ก็ได้ เลี้ยงก็เลี้ยง

แต่ซ่งฝูเซิงจำคำเมียได้ดี รู้ว่าตัวเองคออ่อน อากาศหนาวแบบนี้ ต่อให้ดื่มจนเมาก็ยังต้องนั่งเกวียนกลับบ้าน

เขาเลยพูดขึ้นมาก่อนว่า

“ข้าขอเลี้ยงน้ำชาทุกคน อย่าไปดื่มเหล้าเลย…

…คิดดูก็รู้ว่าช่วงนี้ทุกคนคงดื่มเหล้าไปมากแล้ว ดื่มเยอะแล้วเปลี่ยนเป็นดื่มชาดีกว่าไหม…

…มีอยู่คำพูดหนึ่งไม่ใช่เหรอว่า เรื่องวุ่นวายคุยได้ในวงเหล้า งานใหญ่จบได้ในวงน้ำชา พวกเรากินไปดื่มชาไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไป”

ส่วนสาเหตุที่ทุกคนร่ำๆ อยากให้ซ่งฝูเซิงเป็นเจ้าภาพ ในความเป็นจริงเป็นเพราะทุกคนสังเกตเห็นนานแล้วว่าพี่ซ่งเข้ากันได้ดีกับทุกคน

พี่ซ่งคุยกับหยางหมิงหย่วนที่เป็นสามัญชนคนธรรมดาได้ “มีบ่าวรับใช้แล้วเหรอ”

สามารถยกมือคารวะพวกจวี่เหรินอันดับต้นๆ ที่อายุมากและได้รับการให้เกียรติจากคนเหล่านั้นกลับมา

เมื่อก่อนซ่งฝูเซิงเคยเป็นขุนนาง แต่กลับลาออกแล้วมาลงสอบจอหงวน มีเหรอจะไม่ได้รับเกียรติจากคนมีความรู้ที่แท้จริงเหล่านี้ ยิ่งเป็นคนที่อายุเยอะก็ยิ่งรู้ว่า คนทั่วไปมาเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่ง่ายๆ

พี่ซ่งสามารถคุยกับพวกซย่าเหวินอวี่ที่เป็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ได้ “ยินดีด้วย”

ซย่าเหวินอวี่ตอบกลับอย่างจริงใจทันที รีบขยับเข้าไปพูดกับซ่งฝูเซิง “ท่านต้องยินดีกับข้าให้มากๆ ท่านไม่รู้สินะว่าข้าได้ที่โหล่ ฮ่าๆๆ”

ดูเอาแล้วกัน บอกเลยว่าจวี่เหรินรุ่นนี้มีหลายคนที่ ‘เป็นเอกลักษณ์’ คนกลุ่มนั้นไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น มีคุณสมบัติที่จะไม่เข้ากลุ่มกับใคร

ใช่ ถูกต้อง หมายถึงพวกซย่าเหวินอวี่

พวกเขาหัวเราะเสียงดังกับซ่งฝูเซิงได้ก็ใช่ว่าจะเห็นคนอื่นอยู่ในสายตา

ดังนั้นมีเพียงการให้ซ่งฝูเซิงออกหน้าเท่านั้นถึงจะรวมคนได้ครบ

ต้องให้เขาเป็นเจ้าภาพ

ด้วยเหตุนี้กลุ่มจวี่เหรินหน้าใหม่ที่กำลังครึกครื้นได้เดินไปตามถนนของเมืองเฟิ่งเทียน ดึงดูดให้ชาวบ้านจำนวนนับไม่ถ้วนออกมาดู พวกเขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานขณะเดินไปที่ร้านซานเฉวียนไท่ผิงตรงละแวกนั้น

สารพัดของกินเล่น ไม่ว่าจะเป็นขนมหรือผลไม้เชื่อมต่างถูกเอามาวางขึ้นโต๊ะ

ชาร้อนควันโชยกรุ่นหลายกาก็ถูกนำมาวางไว้

หิมะด้านนอกเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ทั้งยังเห็นต้นไม้ที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ ทิวทัศน์ช่างเข้ากันกับบรรยากาศครึกครื้นในร้านน้ำชา

จวี่เหรินเหล่านี้มีความฝันเป็นแรงผลักดัน ไม่เสียแรงที่ฝ่าฝันทุ่มเท จนถึงวันนี้ได้สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

ดั่งคำพูดที่ว่า ผ่านฤดูหนาวอันเย็นยะเยือก หมู่มวลดอกไม้ยังผลิบานได้ในฤดูใบไม้ผลิ ทิวทัศน์อันงดงามต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาฉันใด มนุษย์ในโลกย่อมต้องผ่านพ้นความลำบากถึงประสบความสำเร็จฉันนั้น

งานเลี้ยงฉลองในวันนี้ประสบความสำเร็จมากทีเดียว

จวี่เหรินเหล่านี้มีประชันบทกลอน มีหลายคนที่อารมณ์ได้ที่ตวัดปลายพู่กันเขียนภาพอักษร

และก็ร่วมกันระลึกถึงเจี่ยหยวนลู่หมินหรุ่ย

ลู่พั่นไปแล้ว แต่เขากลับสร้างประวัติศาสตร์ในการสอบจอหงวนไว้

ตำนานนักรบที่เขาสร้างไว้มากมายกับเรื่องราวที่ชวนให้บัณฑิตหลายคนรู้สึกเสียดายจะถูกเล่าลือสืบไป

สรุปว่า ไม่ว่าหลังจากนี้แม่ทัพลู่จะยอมรับว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของจวี่เหรินรุ่นนี้หรือไม่ แต่จวี่เหรินเหล่านี้ต่างคิดว่าแม่ทัพลู่สอบได้รุ่นเดียวกับพวกเขา ทุกคนคิดถึงลู่พั่นมาก อาเมน

พวกจวี่เหรินดื่มชากินขนม บรรยากาศครึกครื้นประหนึ่งดื่มสุราไปสองไห พากันท่องบทกลอนพร้อมกัน

“สายนทีไหลสู่บูรพา คลื่นซัดสาดกระเซ็น บุคคลผู้เป็นตำนาน…

…คีรีธารดุจภาพวาด ก่อเกิดวีรบุรุษขึ้นมากมาย โจวอวี๋หวนนึกถึงยามนั้น เสี่ยวเฉียวออกเรือนเคียงคู่เขา ผึ่งผายองอาจ…

…ทำสงครามทั่วแคว้น นึกขำในตัวเอง ผมขาวโพลนก่อนวัย…”

ขณะที่คนพวกนี้ท่องบทกลอนก็อยู่ในอารมณ์ดื่มด่ำ

ราวกับพวกเขาเห็นภาพ

สายน้ำไหลไปทางตะวันออกอย่างไม่ขาดสาย มองเห็นคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งดุจสายฟ้า ก่อเกิดเป็นเกลียวคลื่นที่คล้ายกองหิมะ

หุบเขาสายน้ำที่กว้างใหญ่ดุจภาพวาด เพียงชั่วพริบตาเกิดวีรบุรุษขึ้นมากมาย

ราวกับเห็นภาพ

ตอนนั้นโจวอวี๋ สร้างผลงานโดดเด่น เสี่ยวเฉียวสาวงามแห่งยุคนั้นแต่งงานกับเขา บุคลิกท่าทางของเขาสง่างาม ดูดีมีชาติตระกูล มือโบกพัดขนนก ศีรษะสวมหมวกขุนนาง พูดคุยหัวเราะอย่างสุขุมไร้ความตึงเครียด ปราบศัตรูให้สิ้นราบคาบ

จวี่เหรินเหล่านี้ก็อินไปกับบทกลอน พวกเขานึกขำในตัวเอง ผมขาวโพลนหมดหัวก่อนวัย ชีวิตคนเราดุจความฝัน ทำให้พวกเขาต้องยกจอกเหล้าดื่มให้ช่วงวันเวลาที่ยากลำบาก

“ทุกท่าน หมดถ้วย”

ไม่มีสุราก็ใช้น้ำชาแทน

หลินโส่วหยางทำตามทุกคน ขณะที่ยกถ้วยชาทำท่าดื่มก็แอบกระซิบแซวซย่าเหวินอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ “เจ้าสอบผ่านมาได้อย่างไร”

บทกลอนที่ดังขนาดนี้ เมื่อครู่ซย่าเหวินอวี่กลับท่องผิดไปหนึ่งคำ

ซย่าเหวินอวี่ “ชู่ว จะแฉทำไม แกล้งข้าอีกแล้ว ข้าก็งงว่าทำไมตัวเองสอบผ่าน แต่พวกเราก็สอบผ่านแล้ว พูดอย่างอื่นก็ไม่มีประโยชน์”

วันนี้พวกจิตรกรก็ถูกเถ้าแก่ร้านน้ำชาเรียกมาวาดภาพบรรยากาศที่พวกจวี่เหรินมาฉลองกัน

ภาพนี้เป็นภาพที่หาดูได้ยาก

เถ้าแก่ร้านน้ำชาคิดว่า อีกหน่อยอยากให้คนพวกนี้มารวมตัวกันครบๆ ก็ยากแล้ว

เพราะหลังจากสนามสอบถัดไป ไม่ว่าคนเหล่านี้จะได้ผ่านเข้าไปสอบเตี้ยนซื่อหรือสอบไม่ผ่านก็ต้องถูกส่งไปเป็นขุนนางทั่วทุกสารทิศแล้ว

เถ้าแก่ร้านน้ำชาคิดไว้ว่าจะเอาภาพเหล่านี้ที่พวกจิตรกรวาดแขวนประดับในร้านเป็นที่ระลึก

กลุ่มคนมีความรู้ใช่ไหมล่ะ

นี่เป็นการรวมตัวครั้งแรกของผู้เข้าสอบหลังจากฟื้นฟูการสอบจอหงวน ทั้งหมดมารวมตัวกัน ความหมายไม่เหมือนกัน นี่เป็นข้อแรก

ความหมายข้อสองคือ เกิดวันหน้าคนที่อยู่ในรูปภาพมีคนได้เป็นขุนนางใหญ่โตล่ะ มีความเป็นไปได้แบบนั้นสูงมาก

ดูชาติกำเนิดของหลายคนที่อยู่ในนั้นสิ มีภูมิหลังของตระกูลขนาดนั้น วันหน้าจะไม่ได้เป็นขุนนางใหญ่เชียวรึ

ยังมีนายท่านซ่งที่เขาคาดหวังอีก

เถ้าแก่ร้านน้ำชาอวยพรจวี่เหรินเหล่านี้ของเมืองเฟิ่งเทียนจากใจจริง ขอให้อนาคตรุ่งโรจน์ เจริญก้าวหน้า

วันนี้สำหรับซ่งฝูเซิง เขารู้สึกว่าตัวเองยุ่งมาก

เดี๋ยวคนนี้ก็เรียก “ซ่งเสี้ยวเหลียน ดูอักษรที่ข้าเขียนสิเป็นอย่างไรบ้าง”

เดี๋ยวคนนั้นก็เรียกเขา “พี่เสี้ยวเหลียน ช่วยติชมหน่อย”

เสี้ยวเหลียนเป็นคำเรียกอันมีเกียรติ

การที่เรียกเขาเช่นนี้ถือเป็นการยอมรับและให้เกียรติเขา

หมายถึงเขากตัญญูต่อพ่อแม่ อ่อนน้อมถ่อมตัว ชมว่าเขาเป็นบุคคลที่ใสสะอาด

จากนั้นซ่งฝูเซิงยังต้องฟังสารพันปัญหา

อืม มีหลายคนอยากระบายความในใจกับเขา

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 696 ไม่กล้าแม้แต่จะคิด / ตอนที่ 697 ครึกครื้นสนุกสนาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
04/09/2023
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.