ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 698 ยิ่งเดินถนนยิ่งกว้าง
ตอนที่ 698 ยิ่งเดินถนนยิ่งกว้าง
วันนี้ซ่งฝูเซิงฟังเรื่องเม้าท์เยอะทีเดียว
เป็นต้นว่า หยางหมิงหย่วนแอบเผยให้เขาฟังว่า ที่ดินที่อยู่ในชื่อจวี่เหรินจะได้งดเว้นส่วย ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นให้เช่าแล้ว
หมายความว่าอย่างไรน่ะเหรอ ก็คือยกตัวอย่างเช่น มีเศรษฐีคนหนึ่งมาหาหยางหมิงหย่วน บอกว่าจ่ายส่วยหนักเกินไป เศรษฐีเลยอยากเอาที่ดินมาอยู่ในชื่อหยางหมิงหย่วน แบบนี้ก็จะได้งดเว้นส่วย
หยางหมิงหย่วนเป็นจวี่เหรินแล้ว ก็จะช่วยเศรษฐีให้ไม่ต้องจ่ายส่วยไปตลอดได้จนตาย
แต่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางช่วยเปล่าๆ เศรษฐีต้องแสดงน้ำใจ
หยางหมิงหย่วนมีสองทางเลือก
ทางเลือกที่หนึ่งคือ รับเงินตอบแทนจากเศรษฐีทุกปี
ทางเลือกที่สองคือ ไม่เอาเงิน แต่เอาผลผลิต
แต่ละปีเศรษฐีจะต้องส่งส่วยให้ทางราชสำนักสองหรือสามส่วนของผลผลิตที่ได้ แต่พวกเราช่วยให้ได้งดเว้นส่วย ไม่เอาเยอะขนาดนั้น พวกเราเอาส่วนเดียวหรือส่วนกว่า
แน่นอนว่าครอบครัวเศรษฐีมีที่ดินตั้งมากขนาดนั้น หยางหมิงหย่วนได้ส่วนแบ่งจากที่ดินแต่ละผืนก็ไม่ได้เอามาไว้กินเอง ครอบครัวเขามีกันอยู่กี่คน จะกินได้สักแค่ไหน
ผลผลิตที่เก็บได้ในแต่ละปีจะมีราคาต่างกัน เขาต้องหาคนที่ไว้ใจได้ให้เอาไปช่วยขาย
หยางหมิงหย่วนคิดว่า ผลผลิตส่วนแบ่งที่เอาออกไปขายในแต่ละปีจะได้เงินเยอะกว่ารับเงินเป็นก้อนจากเศรษฐี
ซ่งฝูเซิงฟังจบก็พยักหน้า “ก็ดี แบบนี้เก็บทีละเล็กละน้อย มีเงินเข้าทุกปี”
“แต่ว่าท่านอา ปีนี้ข้าต้องการเงินจริงๆ”
นั่นสิ ปีนี้เจ้าอยากได้ผลผลิตก็ไม่มีหรอก ลูกเห็บตกหนักขนาดนั้น บ้านเศรษฐีก็ไม่มีเสบียงเหลือ
เศรษฐีจะต้องคิดแน่ว่า เร็วเข้า เอาเงินไป รีบไปจัดการส่วยที่ติดค้างทางการไว้ให้จบ จะได้ไม่ต้องถูกตามทวงยิกๆ
อีกอย่าง ตอนนี้เจ้าต้องเอาเงินไปปรับปรุงฐานะให้ดีขึ้นก่อน ครอบครัวหยางฐานะแย่เกินไป
“ท่านอา ไม่มีคนมาขอให้ท่านช่วยบ้างเหรอ” ช่วงวันแรกๆ ที่ผลประกาศเพิ่งออกก็มีสารพัดคนมาหาหยางหมิงหย่วน รู้สึกรำคาญมาก ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างรุนแรง
มีคนให้ผู้หญิงมา แม่ของเขาพาเข้ามาในห้อง โดยอ้างเหตุผลว่า เพิ่มสีสันให้ชีวิต
หยางหมิงหย่วนไม่พอใจการกระทำของแม่
เขาไม่ต้องการสีสันแบบนี้ รีบเอาออกไปให้เร็วๆ
ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ดีกว่ากินเรี่ยราดแบบนี้
เขาแสดงความไม่พอใจต่อพี่สะใภ้กับพี่ชาย พี่สะใภ้แอบรับกำไลเงินที่คนอื่นให้มา
เขาพูดกับพี่ชายพี่สะใภ้ไปตามตรง “การกระทำแบบนี้ของพวกพี่คือการเอากำไลทองไปแลกกำไลเงิน เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยพวกนี้จะสูญเสียยิ่งกว่า อย่าหน้ามืดตามัวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
เขาหาเศรษฐีที่นิสัยตรงไปตรงมา อีกฝ่ายรับปากว่าแต่ละปีจะส่งเสบียงให้เขาได้เท่าไร ปวดหัวน้อยกว่าพี่สะใภ้รับกำไลเงิน แถมยังทำให้ที่บ้านมีฐานะดีขึ้นอีก รู้หรือเปล่า
เขาไม่เชื่อว่าท่านอาไม่เจอเรื่องกลุ้มแบบนี้
ซ่งฝูเซิงฟังจบก็อวดรวยอย่างไม่ตั้งใจ “ไม่มีเรื่องกลุ้มแบบนี้เลยจริงๆ คนที่รู้จักกันดีต่างรู้ว่าบ้านข้ามีที่ดินเยอะเกินไปแล้ว”
คาดว่าอาจมีคนสงสัยว่าที่ดินของครอบครัวเขามันเกินกว่าจะงดเว้นเก็บส่วยไปนานแล้ว
แต่ในความเป็นจริง คนข้างนอกไม่รู้ว่า ที่เก้าสกุลดูเหมือนมีที่ดินที่ต้องรับผิดชอบเยอะมาก แท้จริงแล้วส่วนใหญ่เป็นที่ดินปลูกเสบียงทหารของราชสำนัก ไม่ได้อยู่ในชื่อของซ่งฝูเซิง
เขายังสามารถซื้อที่ดินแปลงงามได้อีก
ส่วนคนที่ไม่สนิทเขาก็ไม่ได้คบค้าสมาคมด้วย
บัตรเชิญพวกนั้น ซ่งฝูเซิงตอบกลับว่า “ช่วงสอบจอหงวนยุ่งมาก ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลย ต้องใช้เวลาช่วงนี้อยู่กับครอบครัวให้มากๆ ทั้งยังต้องทบทวนตำรา”
อืม สร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้ชายรักครอบครัว
เป็นไอเดียของลูกสาว ลูกสาวเขาร่างคำพูดตอบกลับบัตรเชิญมาให้ ซ่งฝูเซิงก็ลอกตามอย่างเต็มใจ
นี่คือเรื่องของหยางหมิงหย่วน
ซย่าเหวินอวี่แอบบอกซ่งฝูเซิงเป็นการส่วนตัวว่า ไม่เคยสบโอกาสอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นอย่างละเอียด
ซ่งฝูเซิงเข้าใจทันที ก็คือพวกเรื่องที่เกี่ยวกับตอนนั้นเริ่นกงซิ่นแอบยักยอกเสบียงช่วยเหลือของพวกเขาเก้าสกุล
ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางตอบ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนั้น เดิมก็ไม่เกี่ยวกับจวนโหวอยู่แล้ว
นอกจากนี้ตอนนี้เขากับเจ้าตัว (เริ่นกงซิ่น) ก็ไม่มีปัญหาต่อกัน เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปรื้อฟื้นอีก
ซย่าเหวินอวี่ “ต้องพูด”
ซ่งฝูเซิงเปลี่ยนเรื่องคุย “จริงสิ คุณชายซย่าอีกคนในจวนได้มาลงสนามสอบหรือไม่”
อ๋อ พี่ชายของเขาที่เป็นลูกอนุ
ซย่าเหวินอวี่แสยะยิ้ม
พูดไปก็น่าขำ
ช่วงนั้นที่ทุกคนในจวนโหวย้ายตามฮ่องเต้ไปเมืองหลวง ท่านพ่อพูดเต็มปากเต็มคำว่าจะทิ้งเขาไว้ที่ภูมิลำเนาเดิม บอกว่าเขาเรียนไม่เก่ง อย่าเสียเวลาเดินทาง พยายามทบทวนตำรา
ให้พี่ชายลูกอนุย้ายไปเมืองหลวง พี่ชายคนนั้นของเขาก็ย่อมเข้าสอบจอหงวนที่เมืองหลวงด้วย
ซย่าเหวินอวี่ก็เพิ่งรู้มาไม่นาน เมื่อวานแม่ของเขาให้ม้าเร็วหวดแส้มาส่งข่าวด่วน พี่ชายคนนั้นสอบตก ไม่มีชื่อได้เป็นจวี่เหริน
เล่นเอาแม่ของเขาดีใจยกใหญ่ หัวเราะสะใจพี่ชายลูกอนุ ที่พ่อของเขาประคบประหงม
ท่านแม่เขียนมาในจดหมายว่า นางจะมีชีวิตอยู่ให้ดี เรื่องมงคลจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอนาคตที่สดใสของลูกชายแท้ๆ
คนเราน่ะนะ หัวเราะทีหลังดังกว่า
ใช่ เรื่องมงคล
ท่านแม่ ครั้งนี้ลูกสู้เพื่อท่าน สู้แบบที่ว่าแม้แต่พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าสู้มาได้อย่างไร
คิดดูก็รู้ว่า ครั้งนี้เขาให้บ่าวรับใช้เอาข่าวที่ตัวเองสอบได้จวี่เหรินไปส่งที่เมืองหลวง แม้แต่ท่านแม่ก็คงร้องไห้ดีใจด้วยความนึกไม่ถึงแน่นอน ส่วนท่านพ่อก็อาจจะพูดว่า เป็นไปได้อย่างไร
ส่วนพี่ชายลูกอนุน่ะเหรอ เป็นไปได้ไหมว่าจะรีบมาร้องห่มร้องไห้กับท่านพ่อ ภูมิลำเนาเดิมได้เปรียบ คนในเมืองหลวงแย่งกันเยอะ เอามาเทียบกันไม่ได้
หึหึ เช้าวันนี้ซย่าเหวินอวี่ยังได้เล่าการคาดเดาของตัวเองให้หลินโส่วหยางกับติงเจียนฟังด้วยความสะใจ
พี่ติงเจียนพูดด้วยความอวดดีว่า ‘เจ้าไม่ต้องให้สายตากับคนผู้นั้นบ่อยนัก ก็แค่ลูกอนุ’
หลินโส่วหยางก็พูด ‘เขาก็แค่คนไม่มีค่า’
ในสายตาของคุณชายแท้จริงอย่างพวกเขา ไม่เคยมองพี่ชายของเหวินอวี่ที่เป็นลูกอนุตรงๆ เลยสักครั้ง
จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง เหวินอวี่ถูกพี่ชายคนนั้นกลั่นแกล้งจนทนไม่ไหวเลยมาเล่าให้พวกเขาฟัง พูดตามตรงก็คือ อยากให้อิจฉาลูกที่เกิดจากอนุ อยากให้อิจฉาที่ท่านโหวลำเอียงเข้าข้างลูกอนุมากกว่า ขนาดลู่หมินหรุ่ยที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องพวกนี้ยังเคยออกหน้าแทนเหวินอวี่
ตอนที่พี่ชายลูกอนุมาทำเป็นหัวเราะพูดคุยกับหมินหรุ่ยในงานแห่งหนึ่ง หมินหรุ่ยถามต่อหน้าทุกคนว่า “ท่านคือ?”
ตอนนั้นทั้งโต๊ะเงียบกริบ
จวบจนทุกวันนี้พวกเขาต่างสงสัยว่าลู่หมินหรุ่ยจงใจ แต่ภายหลังคุณชายใหญ่สกุลลู่ได้บอกว่า เขาไม่รู้จักจริงๆ
พอซ่งฝูเซิงฟังจบ คนที่สวมชุดขนจิ้งจอก ตอนนั้นนั่งวาดมาดใหญ่โตในบ้านเขาสอบตกแล้วเหรอ
ดี ดีมาก หึหึ
ซ่งฝูเซิงเก็บซ่อนอารมณ์ไว้ลึกมาก แต่ซย่าเหวินอวี่ก็ยังความรู้สึกไวจับได้ว่าเขามีอารมณ์ร่วมกัน
ต่อมาเป็นหลินโส่วหยาง บอกซ่งฝูเซิงเป็นการส่วนตัวว่า พวกเขาจะไม่ร่วมเดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมทุกคน คงเป็นเพื่อนร่วมทางไม่ได้แล้ว
เพราะพวกเขาต้องเดินทางไปก่อนขึ้นปีใหม่ กลับไปฉลองที่นั่น
แต่จะส่งบ่าวรับใช้ไปรอต้อนรับเพื่อนรุ่นเดียวกัน
สุดท้ายตอนที่ซ่งฝูเซิงไปจ่ายเงินให้เถ้าแก่ร้านน้ำชาก็พบว่าติงเจียนจ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ข้าจ่ายแทนหมินหรุ่ย”
พอกลับมาที่โต๊ะซ่งฝูเซิงก็พูดกับจวี่เหรินทุกคนว่า วันนี้เจี่ยหยวนลู่พั่นเป็นเจ้าภาพ
บรรดาจวี่เหริน พวกเราคิดถึงแม่ทัพลู่เหลือเกิน ลู่เสี้ยวเหลียน
…
“พี่ซ่ง ไว้พบกัน”
ซ่งฝูเซิงโบกมือก่อนขึ้นเกวียน “ไว้พบกัน”
“พี่ซ่ง ไว้ถึงงานนั้นบอกด้วย”
“วางใจได้ บอกแน่”
ซ่งฝูเซิงไม่รู้ว่าคนพวกนี้รู้เรื่องที่พวกเด็กๆ ในบ้านเขาจะแต่งานได้อย่างไร พวกแม่สื่อเอาไปโพนทะนารึ
เอาเป็นว่ามีจวี่เหรินหลายคนแอบบอกเขาว่าจะไปร่วมดื่มเหล้ามงคลด้วย