ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 701 ทุกครั้งที่ข้าไม่อยู่ โปรดจดจำความรักของข้า
ตอนที่ 701 ทุกครั้งที่ข้าไม่อยู่ โปรดจดจำความรักของข้า
ภายในห้องหลังร้านขนมกำลังมีฉากดราม่าของคู่พี่น้อง
เฉียนเพ่ยอิงบอกว่าอยากจัดงานแต่งก่อนขึ้นปีใหม่ เครื่องเรือนในบ้านก็เพิ่งทำใหม่ เป่าจูไม่มีเวลามานั่งเขินอาย เข้าห้องไปคุยกับต้าเต๋อจื่อ “พี่ ข้าไม่อยากแต่งงานก่อนปีใหม่ ข้าอยากหาพี่สะใภ้ให้พี่ก่อนค่อยออกเรือน”
ไปคุยเรื่องขอเอ้อร์ยาให้พี่ชายตอนนี้ไม่สำเร็จแน่
ขนาดต้ายายังได้แต่งเข้าครอบครัวที่ดีขนาดนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเอ้อร์ยาที่อายุยังน้อยเลือกได้อีกมาก
ยิ่งไปกว่านั้น อาซ่งเป็นถึงจวี่เหรินนายท่านซ่งแล้วด้วย
เป่าจูกับต้าเต๋อจื่อต่างรู้ในจุดนี้ดี ไม่แม้แต่จะกล้าพูดกับท่านย่าหม่าเรื่องเอ้อร์ยา
ต้าเจ๋อจื่อกระวนกระวายใจมาก “เจ้าร้องไห้ทำไม จะมาหาเมียให้พี่ทำไม เจ้าไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้หรอก พี่เป็นผู้ชาย ตอนนี้ไม่คิดเรื่องนั้น เจ้าหามาให้พี่ก็ไม่เอาหรอก”
“ทำไมไม่เอาล่ะ พี่เป็นพี่ชายข้านะ”
เฉียนเพ่ยอิงจำต้องออกหน้าช่วยพูด “เป่าจู เจ้าออกเรือนก็ไม่กระทบต่อการหาเมียให้พี่ชายเจ้าหรอก มันคนละเรื่องกัน เจ้าออกเรือนไป ซื่อจ้วงยังจะช่วยเจ้าหาพี่สะใภ้ได้ด้วย มีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกคน”
ซื่อจ้วง ข้าหาไม่เป็นหรอกนะ ขนาดเมียข้ากว่าจะได้มายังลำบากลำบน แต่บ้านเรามียายๆ ทั้งแปดที่ช่วยได้
ท่านย่าหม่าที่อยู่ด้านนอก “…”
เดี๋ยวนะ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ทำไมนางมองไม่ออกแม้แต่น้อย
…
ภายในร้านเครื่องประดับ
“พี่เถาฮวา เห็นๆ อยู่ว่าพี่ถูกใจกำไลอันนี้ เช่นนั้นก็ซื้ออันนี้สิ ข้าก็รู้สึกว่าอันนี้ดีนะ ซื้อทั้งทีก็ต้องซื้อที่ตัวเองถูกใจสิ” ซ่งฝูหลิงชี้กำไลไม้พะยูงที่มีลวดลายเส้นเงินพลางพูด
กำไลอันนี้ช่วยขับให้มือดูขาวผ่อง
เถาฮวากระซิบบอกฝูหลิง “สวยก็จริง แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ เกิดอีกหน่อยไม่มีเงิน ตัดเส้นเงินออกจากกำไลมาได้ไม่เท่าไหร่หรอก แล้วนี่ยังขายตั้งห้าตำลึง แพงเกินไป”
ซ่งฝูหลิงพูด “เขาขายฝีมือ”
ไม่ว่าฝูหลิงจะเกลี้ยกล่อมเถาฮวาอย่างไรว่าให้ซื้อของที่ตัวเองชอบ เถาฮวาก็ไม่ฟัง
เถาฮวาคิดไปคิดมา สุดท้ายก็ซื้อปิ่นเรียบๆ ที่อีกหน่อยไว้ใช้จ่ายแทนเงินได้
เมื่อก่อนนางไม่ได้ออกจากหมู่บ้าน จึงไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไร คิดว่าชีวิตตัวเองยังห่างไกลจากความอดอยากอีกมาก
แต่พอได้ออกมานอกหมู่บ้านครั้งนี้ นางเจอขอทานเรื่อยๆ
กลางฤดูหนาวแบบนี้มีขอทานบางคนที่ไม่มีเสื้อกันหนาวใส่ อีกทั้งปีนี้ก็ยังเก็บเกี่ยวได้ไม่ดีนัก
เถาฮวาตัดสินใจทันที ต้องใช้ชีวิตมัธยัสถ์ ไม่อยากมีชีวิตที่สิ้นหวังอดๆ อยากๆ อีก
ซ่งฝูหลิง เช่นนั้นจะนั่งเกวียนมาเลือกทำไม รู้แบบนี้ฝากท่านย่าซื้อก็จบแล้ว
ก่อนออกจากร้าน ฝูหลิงขยิบตาให้หมี่โซ่ว พี่เถาฮวาไม่ซื้อ นางซื้อ เอาไว้ให้เป็นของขวัญแต่งงานพี่เถาฮวา
ซ่งฝูหลิงกับเถาฮวาออกจากร้าน หมี่โซ่วที่เดินออกช้ากว่า ได้พูดกับเจ้าของร้านว่า “เอากำไลห้าตำลึงเมื่อครู่ออกมาให้ข้า”
“ขอรับคุณชาย เชิญดูขอรับ”
“ไม่ต้องดู ไปห่อมา” เฉียนหมี่โซ่วเขย่งเท้าวางหยวนเป่าห้าตำลึงไว้บนเคาน์เตอร์
หลังออกจากร้านหมี่โซ่วก็ก้มหน้า ทุบอกทำสีหน้าเจ็บใจ
ถ้าให้เขาพูดนะ พี่เถาฮวารู้จักใช้เงินมากกว่าอีก
พี่สาวของเขาซื่อบื้อ กำไลไม้อันนี้ตัดเอาเส้นเงินออกมาได้ไม่เท่าไหร่หรอก ไม่คุ้มกัน
พี่สาวแบบนี้มักชอบอะไรที่มันไม่มีประโยชน์ ท่านลุงเลี้ยงดูคงเครียดน่าดู
หมี่โซ่ววิ่งตามพี่สาวทั้งสอง ขยิบตาให้ฝูหลิงเพื่อบอกว่าช่วยซื้อมาให้แล้ว จากนั้นเขาก็ถาม
“พี่ พวกเราจะไปดูประกาศผลสอบเมื่อไหร่ พี่แม่ทัพเล็กสอบได้อันดับหนึ่ง แต่ละครั้งได้เงินเท่าไหร่เหรอ”
“ไปดูตอนนี้แหละ”
ก่อนฝูหลิงออกจากบ้านได้คิดไว้ว่าจะเข้าเมืองไปดูประกาศผลสอบ
…
ตรงทางเข้าก้งย่วน ทันใดนั้นลู่จือรุ่นก็พูดขึ้น “เดี๋ยวก่อน”
สาวใช้ใหญ่ทั้งสองที่อยู่ข้างกายนางรีบให้คนคุมรถหยุดรถม้า
วันนี้ลู่จือรุ่นมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพื่อคัดลอกข้อสอบของน้องชาย
ท่านย่าส่งจดหมายมาบอกว่า อยากเห็นว่าหมินหรุ่ยเขียนอะไรไปบ้าง จึงให้นางมาคัดลอกแล้วส่งไปเมืองหลวง
สาวใช้ใหญ่เปิดม่านหน้าต่าง บนตัวลู่จือรุ่นมีชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาว หันไปมองพวกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระดานประกาศผล
สายตาทอดไปยังเด็กสาวที่แต่งตัวเป็นชาย สวมหมวกคุณชาย
เพราะดูก็รู้ว่า ‘คุณชายตัวปลอม’ คนนั้นมีรูปร่างเป็นผู้หญิง กำลังกระโดดปัดตรงชื่อ ‘ลู่พั่น’
มีหิมะปกคลุมอยู่ตรงชื่อของน้องชายนางที่อยู่บนกระดาน
เมื่อซ่งฝูหลิงดูชื่อพ่อตัวเองกับชื่อลู่พั่นเสร็จก็หันมาทั้งรอยยิ้ม พอเงยหน้าก็สบตากับลู่จือรุ่นที่อยู่บนรถม้าไม่ไกลออกไป
ซ่งฝูหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย คนตระกูลลู่เหรอ
คิ้วของลู่จือรุ่นก็ขยับ ดูท่า นี่ก็คือซ่งฝูหลิงสินะ
จนกระทั่งถึงวันนี้ ในที่สุดก็ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของซ่งฝูหลิง
มิน่าเล่า
เถาฮวากับหมี่โซ่วถามฝูหลิง “นั่นใครเหรอ”
“ไม่รู้จัก พวกเราไปเถอะ”
ซ่งฝูหลิงเดินไปที่หัวถนน ทันใดนั้นนางก็หยุดแล้วหันกลับไปมอง นึกไม่ถึงว่ารถม้าจะยังหยุดอยู่ที่เดิมไม่ขยับ
นางพยักหน้าเล็กน้อยให้รถม้า
ลู่จือรุ่นเห็นนางพยักหน้าให้
เรื่องที่ทำให้นางสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่การที่ซ่งฝูหลิงก้มหัวให้นาง แต่เป็นเรื่องที่ซ่งฝูหลิงกระโดดปัดหิมะบนชื่อน้องชายนางจนสะอาดโดยไม่สนภาพลักษณ์ตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน แม่ทัพลู่ที่ตั้งค่ายอยู่ห่างออกไปพันลี้
แม่ทัพลู่กำลังมองผ้ามัดผมในมืออยู่ในกระโจมใหญ่
ไม่มีผ้าปิดปากแล้ว พอสอบเสร็จท่านอาก็เอาผ้าปิดปากคืนไป
เขาอ้างว่ายังไม่ได้ซัก ท่านอาก็บอกว่าไม่ต้องซัก
เขาก็เลยเหลือแค่สิ่งนี้
แถมยังแอบเก็บมา ถ้าถูกจับได้ก็คงถูกเอากลับไปอีก
ลู่พั่นพินิจพลางสัมผัสผ้ามัดผมเบาๆ
‘ลู่หมินหรุ่ย ข้าให้ดอกไม้’
“หึหึ”
เกิดรอยยิ้มในดวงตาของลู่พั่น พอนึกถึงภาพเหตุการณ์นั้นเขาก็หัวเราะออกมา
ฝูหลิง ข้าอายที่จะบอกกับเจ้าว่า อันที่จริงเจ้าไม่ต้องให้ดอกไม้ข้าหรอก เจ้าก็คือดอกไม้ดอกนั้น
เจ้าคือดอกไม้ที่ไม่มีทางเหี่ยวเฉา ไม่มีทางถูกทับแบนเพราะเอาใส่กระเป๋า
ลู่พั่นยังนึกถึงตอนที่ซ่งฝูหลิงได้ยินเสียงอาซ่งเดินลงมา นางมุดเข้าใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบไม่หยุด กลัวเขาจะพูดอะไรผิดไป
“หึหึ” กลัวพ่อขนาดไหนกัน
วันนั้นหลังจากที่เขาเอาน้ำบ๊วยไปให้ฝูหลิงเสร็จ ไม่ได้เป็นอย่างที่ฝูหลิงเห็นที่วางถ้วยน้ำเสร็จเขาก็เดินกลับห้อง
ในความเป็นจริงตอนนั้นหลังจากที่เขาวางถ้วยน้ำเสร็จก็รีบวิ่งกลับห้องแล้วกระโดดออกทางหน้าต่าง อ้อมไปด้านหน้า
เขาอยู่นอกหน้าต่างมองเงาของฝูหลิงผ่านผ้าม่าน เห็นฝูหลิงที่อยู่ในห้องดื่มน้ำที่เขาชงให้จนหมดถ้วย
ขณะที่ยิ้มอยู่ รอยยิ้มบนใบหน้าลู่พั่นก็เริ่มหายไป
ลู่พั่นกำผ้ามัดผมในมือแน่น เอามาวางที่ริมฝีปาก ถ้าเจ้าได้มาอยู่ข้างกายข้าจะดีสักเพียงใด
“รายงานท่านแม่ทัพ”
ลู่พั่นรีบปรับสีหน้า พูดเสียงขรึมพลางผูกผ้ามัดผมไว้ที่ข้อมือซ้ายอย่างคล่องแคล่ว
เกิ่งเหลียงเข้ามาก็เห็นชายผ้ามัดผมของผู้หญิงแลบออกมาตรงข้อมือของแม่ทัพ “รายงานท่านแม่ทัพ แม่ทัพสวีอู่มาถึงแล้ว”
“รับทราบ”
ตอนลู่พั่นไปพบแม่ทัพสวีอู่ เกิ่งเหลียงแอบถามซุ่นจื่อ “ข้อมือแม่ทัพผูกอะไรไว้”
“ของแทนใจ”
เกิ่งเหลียงยกกระเป๋าดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลัก “แค่ก แค่กๆ อะไรนะ”
ซุ่นจื่อยิ้มพลางพูด “เสร็จสงครามครั้งนี้กลับไปพวกเราก็จะมีฮูหยินน้อยแล้ว”
“ใครกัน”
ซุ่นจื่อเดินไปได้สองก้าว ทันใดนั้นก็หยุดยืนหันกลับไปมองเกิ่งเหลียง “ฮึ่ย ยังต้องให้บอกอีก เจ้าก็รู้จัก”