ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 700 จับพลัดจับผลูเดาความจริงได้
ตอนที่ 700 จับพลัดจับผลูเดาความจริงได้
คืนนั้นขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังเอาไม้กัวซาไล่เลือดลมให้เมีย เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ลูกสาวเราสอนคนอื่นเก่งจริงๆ เลย ฟังนางพูดสิ ทำเหมือนรู้ดีทุกอย่าง”
ช่วงนี้เฉียนเพ่ยอิงร้อนใน
พอได้ฟังก็รีบเล่าให้ซ่งฝูเซิงฟังเรื่องของที่ต้องเตรียมตอนแต่งงานที่ได้ฟังมาตอนกลางวัน ครอบครัวฝ่ายหญิงเตรียมให้หลายสิบอย่าง
ซ่งฝูเซิงไม่ค่อยอยากฟังเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ไล่เลือดลมให้เมียเสร็จก็นอนหาวอยู่ข้างๆ
“ข้าวของพวกนั้น รวมกันแค่สองสามร้อย แม่ไปดูเอาสนุกๆ ก็พอ ไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจ ยังเร็วเกินไปสำหรับลูกสาวเรา”
ในสายตาของซ่งฝูเซิง สมบัติติดตัวที่ให้ลูกสาวตอนแต่งงาน ในใบรายการเขียนไว้ใช่ไหมว่าโถส้วมเท่าไหร่ เสื้อผ้าถุงเท้าเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นพ่อที่มีความสามารถจริงๆ ของที่ให้ลูกสาวควรเป็น หินโมรากี่เส้น หยกกี่ชิ้น หยกเฝ่ยชุ่ย…
อืม เขายังต้องพยายามให้มากขึ้นอีก
เฉียนเพ่ยอิงถาม “เช่นนั้นพวกวัสดุไม้ล่ะ”
“เตรียมไม้ทำไม มีที่เก็บที่ไหนกัน”
เฉียนเพ่ยอิงหมดคำจะพูด คิดว่านี่เป็นยุคปัจจุบันเหรอ พอถึงเวลาจะแต่งงานค่อยไปเลือกที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ก็จบ “นี่ก็ถือว่าช้าแล้ว แม่สื่อบอกว่า พวกตระกูลใหญ่แทบจะเตรียมหาไม้เนื้อดีไว้ตั้งแต่ลูกสาวเพิ่งเกิด ไม้เนื้อดีใช่ว่าพวกเราอยากซื้อก็มีเลย”
ซ่งฝูเซิงพูดพึมพำ “คนยุคโบราณชอบทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์”
เขารู้เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องให้เพ่ยอิงเตือนก็รู้
เขายังรู้ดีอีกว่าบางตระกูลเตรียมแม้กระทั่งโลงศพไว้ก่อนแล้ว
แต่เขาจะไม่ทำ ถ้าเตรียมพวกไม้ไว้แต่เนิ่นๆ สำหรับให้ลูกสาวออกเรือน เขากลัวเห็นทุกวันแล้วจะหงุดหงิดใจ
เช้าวันต่อมา ซ่งฝูหลิง เถาฮวา เฉียนเพ่ยอิง และหมี่โซ่วก็เข้าเมืองไปด้วยกัน โดยมีซื่อจ้วงคุมเกวียนไปให้
ฝูหลิง เถาฮวา และหมี่โซ่วย่อมไปเพื่อซื้อของ ช่วยเถาฮวาเลือกเครื่องประดับ
ส่วนเฉียนเพ่ยอิงเข้าเมืองเพราะอยากพาซื่อจ้วงไปหาพี่ชายเป่าจูที่ร้านขนมเพื่อคุยเรื่องสู่ขอ
“ต้าเต๋อจื่อ”
“ฮูหยิน”
“นั่งสิ ไม่ต้องเรียกข้าว่าฮูหยิน พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกล”
เฉียนเพ่ยอิงดันตัวซื่อจ้วง เจ้าก็นั่งลง ตัวก็สูงมายืนบังแสง
เมื่อต้าเต๋อจื่อกับซื่อจ้วงนั่งลงแล้ว เฉียนเพ่ยอิงถึงได้หันไปพูดกับต้าเต๋อจื่อ
“เจ้าน่าจะรู้ว่าข้ามาหาเจ้าทำไมใช่ไหม…
…ใช่แล้ว ก็เรื่องซื่อจ้วงกับเป่าจูนั่นแหละ…
…พูดตามตรงนะ ที่ข้ามาพูดโดยตรงออกจะกะทันหันไปหน่อย ครอบครัวเราควรให้แม่สื่อมาคุยให้ก่อน…
…แต่ข้าคิดว่า กรณีของพวกเราไม่เหมือนบ้านอื่น บางคำพูดไม่สู้ข้ามาคุยกับเจ้าโดยตรงมันจะชัดเจนกว่า…
…หลังจากพวกเราคุยเสร็จ เจ้าวางใจได้ ข้าจะไปหาแม่สื่อที่เหมาะสมทำไปตามขั้นตอน ไม่ให้เป่าจูน้อยหน้าแน่นอน”
ต้าเต๋อจื่อมองซื่อจ้วง น้องสาวเขาเคยมาบอกก่อนแล้วว่ารับกระจกทองแดงมาจากซื่อจ้วง
เขาให้น้องสาวเอาไปคืน ไปรับของคนอื่นมาทำไม ถ้าอยากได้เดี๋ยวพี่ชายซื้อให้
แต่น้องสาวหน้าแดงบอกว่าซื่อจ้วงไม่ใช่คนอื่น ไม่ได้เป็นการรับของจากคนนอก
แค่นี้เขาก็เข้าใจแล้ว
ตอนแรกที่รู้ เขานอนไม่หลับหลายคืน
เดี๋ยวก็คิดว่า ถ้าพ่อแม่ยังอยู่จะยอมให้น้องแต่งกับคนที่พูดไม่ได้หรือเปล่า
เดี๋ยวก็คิดว่า ดูจากท่าทางของน้องสาวดูเหมือนจะยอมรับซื่อจ้วงแล้ว ใช่ เขาคุ้นเคยกับซื่อจ้วง รู้ว่าทำงานเก่งมีความจริงใจ แต่ถ้าพ่อแม่ที่ตายไปแล้วรู้เข้า จะด่าเขาหรือเปล่า
ต้าเต๋อจื่อพยักหน้าให้เฉียนเพ่ยอิงอย่างจริงจัง
ดูจากตัวของซื่อจ้วง ไม่ต้องให้แม่สื่อมายืนยันอะไรก็รู้ว่าต้องดีกับน้องสาวของเขาแน่
เขาเชื่อในตัวซ่งฮูหยิน ซ่งฮูหยินมาพูดกับเขาโดยตรงก็มั่นใจได้ยิ่งกว่า
คำพูดบางอย่างพอออกจากปากเฉียนเพ่ยอิง แม้แต่ซื่อจ้วงก็คาดไม่ถึงสุดๆ
ซื่อจ้วงที่ฆ่าคนได้โดยตาไม่กะพริบ เริ่มขอบตาแดงเพราะคำพูดเหล่านั้น หันหน้าหนีพร้อมกลั้นน้ำตา
“ต้าเต๋อจื่อ ซื่อจ้วงไม่ใช่บ่าวรับใช้ของบ้านเรา ก่อนมา อาซ่งของเจ้าให้ข้าบอกเจ้าว่า ซื่อจ้วงเป็นลูกบุญธรรมของพวกเรา” หนิวจั่งกุ้ยก็ไม่ใช่บ่าวรับใช้ด้วย
เก้าสกุลก็คือครอบครัวซ่ง เป็นญาติกันทั้งนั้น ไม่มีบ่าวรับใช้
เฉียนเพ่ยอิงหยิบหนังสือแสดงภูมิลำเนาออกมา “เจ้าลองดูนะ”
ตอนที่ซ่งฝูเซิงไปทำทะเบียนสำมะโนครัวได้อาศัยช่วงที่ชุลมุนจากสงคราม ลี้ภัย ยังไม่มีการจัดระเบียบ สืบยาก อาศัยความที่รู้จักกับนายอำเภอเมืองถงเหยา เปลี่ยนสถานะของซื่อจ้วงกับหนิวจั่งกุ้ยไม่ให้เป็นบ่าวรับใช้อีกต่อไป
ซึ่งก็หมายความว่า ต้าเต๋อจื่อ ถ้าน้องสาวของเจ้าแต่งกับซื่อจ้วงบ้านข้า ลูกที่เกิดมาจะไม่ใช่บ่าวรับใช้ของสกุลซ่งหรือสกุลเฉียน
ในยุคโบราณ ถ้าพ่อแม่เป็นบ่าวรับใช้ หากไม่ได้ถูกปลดปล่อยเป็นคนธรรมดา ลูกที่เกิดมาก็จะต้องเป็นบ่าวรับใช้ด้วยเช่นกัน
ถ้าไม่ติดว่าต้าเต๋อจื่ออยู่ด้วย ซื่อจ้วงเกือบลงไปคุกเข่าให้เฉียนเพ่ยอิงแล้ว
เขากะพริบตาไม่หยุดเพื่อไล่น้ำตากลับเข้าไป
คุณหนูกับนายท่านยังได้สร้างบ้านให้เขากับหนิวจั่งกุ้ยด้วย
เฉียนเพ่ยอิงเหลือบมองซื่อจ้วง ดูทำเป็นบ่อน้ำตาแตก เมื่อเช้าทำเก่งมาบอกข้าว่าอยากแต่งงานพร้อมเกาเถี่ยโถว ความกล้านั้นไปไหนหมดแล้วล่ะ
ถูกต้อง สาเหตุที่วันนี้นางมาคุยกับต้าเต๋อจื่อเป็นเพราะเมื่อเช้าซื่อจ้วงมาบอกนางกับเหล่าซ่งว่าอยากรีบแต่งงาน ไม่อยากรอปีหน้าที่เหล่าซ่งกลับมาจากเมืองหลวงหลังสอบเสร็จ
เหล่าซ่งก็เลยบอกนาง “เช่นนั้นเจ้าก็รีบไป ดูท่าทางหมอนี่ร้อนใจจนไม่อยากรอให้พ้นปีใหม่ด้วยซ้ำ”
เวลานี้เฉียนเพ่ยอิงได้พูดเสริมให้ต้าเต๋อจื่อฟัง “ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูสามสกุลลู่ให้อิสระกับเป่าจูแล้ว แต่เจ้ายังอยู่สกุลลู่ใช่หรือไม่ อาซ่งของเจ้าบอกว่า ถ้าเจ้าต้องการ เขาจะช่วยเอาเจ้าออกมาจากจวนผู้สำเร็จราชการได้ ให้เจ้าเป็นเหมือนน้องสาวของเจ้า”
นี่ถือเป็นสินสอดอย่างหนึ่งจากบ้านเราหรือเปล่า
ต้าเต๋อจื่อเงยหน้าด้วยความตะลึง
บ่าวรับใช้ของจวนผู้สำเร็จราชการถูกปลดปล่อยได้ยากมาก หนึ่งรุ่นเป็นบ่าว สามรุ่นต้องทำงานให้จวนผู้สำเร็จราชการ
เขากับน้องสาวไม่เหมือนกัน ตอนนั้นน้องสาวเขาเข้าจวนไปเป็นสาวใช้ ได้รับความเห็นใจจากฮูหยินจวนผู้สำเร็จราชการ ส่วนเขาแทนตำแหน่งของพ่อที่เป็นคนสวนในจวน
เขาเป็นผู้ชาย ใช่ว่าอยากจะหนีจากทะเบียนบ่าวรับใช้ก็หนีได้
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะทำงานในร้านขนม แต่ในความเป็นจริงเขายังคงทำงานให้เจ้านายตระกูลลู่ ก็แค่เจ้านายเปลี่ยนจากคุณหนูสามเป็นคุณชายลู่
ได้ยินว่าในจวนผู้สำเร็จราชการมีแค่ลุงเหอที่อยู่ข้างกายท่านผู้สำเร็จราชการที่ถูกปลดปล่อยแล้ว ลูกชายของลุงเหอก็เลยไปเป็นขุนนางได้
“ฮูหยิน ข้าเหรอ”
เฉียนเพ่ยอิงส่ายมือ พูดแล้วย่อมทำได้ ลู่พั่นก็ไม่ใช่คนอื่น ขอต้าเต๋อจื่อคนเดียวไม่มีปัญหาหรอก
ยังไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่อยากบอกเจ้าว่า เรื่องนี้ครอบครัวเราจัดการได้ แต่อย่ารีบร้อน เพราะลู่พั่นไม่อยู่บ้าน
เข้าสู่เรื่องต่อไป “เจ้าดูนี่นะพี่ชายเป่าจู นี่เป็นเงินเก็บของซื่อจ้วงในช่วงที่ผ่านมา ซื่อจ้วงของเรา ถ้าใช้คำพูดของอาซ่งก็คือ ยกเว้นเรื่องที่เขาพูดไม่ได้ โดยทั่วไปไม่มีใครเทียบเขาได้ พวกเราไม่ได้ยกยอปอปั้นกันเองนะ”
ซื่อจ้วงหันไปมองเฉียนเพ่ยอิง พวกท่านไม่ใช้เลยสักแดงเหรอ ทำไมไม่ใช้ล่ะ ข้าหาเงินมาให้ใช้นะ
บนโต๊ะเป็นเงินทั้งหมดที่ซื่อจ้วงหามาได้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้
นอกจากตอนนั้นที่ซื่อจ้วงมือเติบเอาเงินไปซื้อกระจกทองแดงที่ไร้สาระมา คนอื่นก็ไม่เคยแตะต้องเงินของเขา เก็บเล็กผสมน้อย ซ่งฝูเซิงเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วให้ลูกสาวเอาไปไว้ในพื้นที่พิเศษ
เงินติดตัวที่ซ่งฝูเซิงให้ซื่อจ้วงก็ไม่เคยหักจากในนั้น ให้ก็คือให้ เด็กไม่มีเงินก็ต้องให้ติดตัวใช่ไหมล่ะ รวมถึงหนิวจั่งกุ้ยด้วย
เวลานี้ต้าเต๋อจื่อซึ้งใจแทนซื่อจ้วง รู้สึกว่า ซื่อจ้วง เจ้าต้องดีต่อนายท่านซ่งกับซ่งฮูหยินให้มากๆ แบบนี้คือเห็นเป็นลูกบุญธรรมจริงๆ สร้างบ้านให้ สู่ขอเมียให้ แถมยังช่วยเก็บเงินที่หามาได้ไว้ให้อีก
เฉียนเพ่ยอิงพูด “พี่ชายเป่าจู ที่ข้าเอาเงินพวกนี้ออกมาให้ดูไม่ได้มีความหมายอื่น ก็แค่อยากให้เจ้ารู้ว่า ซื่อจ้วงของเราเลี้ยงดูครอบครัวได้ ถ้าเจ้ายอมให้เป่าจูแต่งงานกับซื่อจ้วง เงินพวกนี้ก็จะให้เป่าจูดูแล วันหน้าเงินที่พวกเขาสองคนหามาได้ก็ให้พวกเขาเก็บเองใช้เอง เจ้าว่าแบบนี้ได้หรือไม่”
ฮูหยินจวี่เหรินกำลังหารือด้วยน้ำเสียงโน้มน้าว
เฉียนเพ่ยอิงรู้สึกว่า อย่าว่าแต่นางเป็นฮูหยินจวี่เหรินเลย ต่อให้เป็นฮูหยินจวนผู้สำเร็จราชการ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย ลูกชายตัวเองไปถูกใจลูกสาวคนอื่น เราก็ต้องพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง ช่วยไม่ได้