ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 721-1 มิตรแท้หายาก มิตรมากทางก็สะดวก
ตอนที่ 721-1 มิตรแท้หายาก มิตรมากทางก็สะดวก
ซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงมองหน้ากัน
สองสามีภรรยาถอนหายใจพร้อมกัน อำเภอซิงหลงมีสารพัดคนจริงๆ รวมคนตาบอดจมูกแหว่งพวกนี้มาได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ต่อให้ตั้งใจออกไปตามหาก็ใช่ว่าจะเจอ
มิน่าตอนแรกสุดที่ม้าพันลี้เริ่มดำเนินกิจการถึงได้ถูกตรวจเข้ม หลายครั้งที่ไปทำหนังสือผ่านทางต้องผ่านการประทับตราหลายระดับ เกือบได้ไปถึงระดับสองแล้ว
ต้องทราบก่อนว่าระดับสองก็คือของทางการ แบบนั้นคือทำงานให้ราชสำนักกับฝ่ายทหาร
ในสายตาของซ่งฝูเซิง
ต่อให้เขาเป็นคนเฝ้าประตูเมืองก็ตรวจเข้มเหมือนกัน
ก็ดูสิ แต่ละคนภาพลักษณ์เหมือนนักโทษเสียขนาดนี้
เหมือนคนงานขนของที่ไหนกัน เหมือนโจรปล้นสะดมมากกว่า
คอยดูแล้วกัน เมื่อฝ่าบาทรวมบ้านเมืองเป็นปึกแผ่นขึ้นเรื่อยๆ เมืองหลวงเจริญรุ่งเรือง วันหน้าคนพวกนี้เข้าเมืองหลวงก็ยังจะถูกตรวจอยู่ดี เขาคาดการณ์ได้เลย
สาเหตุเป็นเพราะเขากลัวเมืองหลวงจะปฏิเสธ บอกว่าคนงานพวกนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองหลวง
เฉียนเพ่ยอิงหัวเราะออกมา กระซิบคุยกับซ่งฝูเซิง “ซ่งฝูโซ่วกับฝูกุ้ยอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว”
นั่นสิ พอมีสองคนนั้นเป็นตัวเปรียบเทียบ ก็ถือว่าภาพลักษณ์ดูปกติ
ตรงหน้าร้านม้าพันลี้สาขาย่อย ซ่งฝูโซ่วตาเดียวถือใบรายการกำลังเปลี่ยนเวร
รูปแบบการดำเนินกิจการของม้าพันลี้ในตอนนี้คือ มีแค่หัวหน้าขั้นสามที่ไปกับขบวนเท่านั้นที่งานหนัก เพราะต้องรับผิดชอบการขนส่งตลอดเส้นทาง ขาไปก็ตลอดเส้นทาง ขากลับก็ตลอดเส้นทาง
ส่วนคนงานทั่วไป เมื่อไปถึงสาขาย่อยก็เปลี่ยนเวรได้แล้ว จะมีหัวหน้าขั้นสองพากลับ
อย่างรอบนี้
คนงานที่มาจากเมืองเฟิ่งเทียนส่งไม้ต่อเสร็จก็รับของที่มาจากเส้นเมืองหลวง หัวหน้าขั้นสองจะพากลับเมืองเฟิ่งเทียน ส่วนคนงานที่อยู่ในสาขาย่อยก็จะมีหัวหน้าใหญ่นำขบวนเอาของไปส่งยังจุดหมายปลายทาง
ตอนนี้ขอบเขตเส้นทางของม้าพันลี้กินพื้นที่ทุกเมืองตลอดเส้นทางตั้งแต่เมืองเฟิ่งเทียนไปจนถึงเมืองหลวง
ตรงหน้าร้านม้าพันลี้มีคนเดินขวักไขว่ เกวียนก็วิ่งเข้าออก
ซื่อจ้วงจำต้องออกไปช่วย ใช้สายตาสั่งคนงาน “ค่อยๆ เอาของลง ระวังพวกเครื่องกระเบื้อง”
ส่วนซ่งฝูกุ้ยกับเกาเถี่ยโถวออกไปนานแล้ว ตามหมาคนสามพาพวกจวี่เหรินไปที่โรงเตี๊ยม
นับตั้งแต่หมาคนสามได้ข่าว รู้ว่าเจ้านายจะพาสหายกลุ่มใหญ่มา เขาก็รีบไปจองห้องให้ทันที
เขาหาโรงเตี๊ยมที่ดีราคาไม่แพงในอำเภอซิงหลง
ไม่เพียงแต่จะต้องสะอาด ราคายุติธรรม ต้องให้พวกจวี่เหรินอยู่ชั้นเดียวกัน ทางที่ดีละแวกนั้นมีแต่คนของพวกเรา
ในฐานะที่เขาเป็นคนในพื้นที่ ยังรู้จักภูมิหลังของโรงเตี๊ยมด้วย
เขารู้ว่าร้านไหนขี้โกงอย่าเข้าไปพัก
ร้านขี้โกงพวกนั้น มีเสี่ยวเอ้อร์นิสัยแย่ชอบสมคบคิดกับพวกอันธพาลในพื้นที่ กลัวจะเกิดเรื่องอย่างถูกวางยาสลบหรือลักขโมย
ห้ามเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเป็นอันขาด จะทำเจ้านายขายหน้าไม่ได้
“เชิญขอรับนายท่านทุกท่าน” หมาคนสามโค้งตัวทำท่าเชิญ
พวกจวี่เหรินยิ้มพลางพูด “ไปที่ไหนก็ไม่ต้องกังวลเลยนะ” จับกลุ่มสองสามคนเดินเข้าไป
ตรงโต๊ะคิดเงินของโรงเตี๊ยม พวกจวี่เหรินบางคนก็คุยกัน ไม่ได้รีบร้อนถามว่าพักห้องไหน เดี๋ยวจะมีคนจัดการให้
สักพักพ่อบ้านใหญ่ซ่งฝูกุ้ยกับพ่อบ้านฝึกหัดเกาเถี่ยโถวก็เริ่มจัดแจงตามคาด
ท่านสองคนพักห้องนี้ ท่านสองคนพักห้องนั้น
พวกจวี่เหรินชินแล้ว
เกาเถี่ยโถวจำผิด มีจวี่เหรินช่วยแก้ให้ “หลานเกา ก่อนหน้านี้ข้าพักกับซุนจวี่เหริน เช่นนั้นตอนนี้ข้าต้องพักกับจางจวี่เหรินแบบที่เจ้าว่า หรือพักกับซุนจวี่เหรินตามเดิมล่ะ”
“กับซุนจวี่เหรินขอรับ พักกับคนเดิมก็พอ ข้าจำผิดเอง”
เกาเถี่ยโถวสงสัยอย่างหนักว่า ถ้าเขาปรนนิบัติแบบนี้ต่อไป นายท่านจวี่เหรินพวกนี้ต่อไปคงตัดสินใจอะไรเองไม่ได้
คนพวกนี้พอถึงที่หมายก็มาขอป้ายเข้าห้องพัก ถึงที่หมายก็ถามว่ากินข้าวกี่โมง พวกบ่าวรับใช้ที่พามาด้วยเป็นแค่สิ่งประดับ
ขณะที่เถี่ยโถวกำลังนึกรังเกียจจวี่เหรินพวกนี้อยู่ในใจ ซ่งฝูกุ้ยก็มองด้านหลังของเขาอย่างไม่พอใจ
เพิ่งจะกี่สิบคน ร่วมร้อยคน แค่นี้ก็จำผิดแล้วเหรอ
อายุแค่นี้ความจำกลับสู้เขาไม่ได้ แสดงว่าไม่ใช่จำไม่ได้หรอก แต่เถี่ยโถวไม่ตั้งใจจำ
แบบนี้ไม่ไหวนะ
ฝูกุ้ยคิดในใจ
เดี๋ยวต้องสั่งสอนเสียหน่อย
วันหน้าเพื่อนของฝูเซิงจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ต่อให้พวกเราทำได้ไม่ถึงขั้นที่ว่าช่วยฝูเซิงวิเคราะห์ออกมาได้ทันทีว่าแขกที่มาเกี่ยวข้องกับใครมีความสัมพันธ์อย่างไร
แต่อย่างน้อยที่สุดเวลาที่มีคนมาเยี่ยมเยียน เราต้องเรียกอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำว่าเป็นใต้เท้าแซ่อะไร
ถ้าพวกเราเรียกผิดก็เท่ากับทำให้ฝูเซิงขายหน้า แบบนั้นจะเสียมารยาทมาก
สรุปว่า ครั้งนี้ได้พาจวี่เหรินเหล่านี้ออกเดินทางมาด้วยกันเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก ทำไมเด็กหนุ่มถึงไม่รู้จักทะนุถนอมโอกาสไว้
อย่าบอกว่ารอให้ถึงวันนั้นค่อยตั้งใจ เราต้องคอยบ่มเพาะความสามารถแบบนี้อยู่ตลอด
มีเพียงการตั้งใจทำทุกเรื่องให้ดีเท่านั้นถึงจะก่อเกิดเป็นนิสัยและสร้างสัญชาตญาณได้
“มาขอรับนายท่านทุกท่าน ก่อนขึ้นข้างบนฟังข้าน้อยพูดอะไรสักเล็กน้อย…
…โรงเตี๊ยมแห่งนี้ ออกประตูเลี้ยวซ้ายเดินตรงไป พอเห็นทางแยก ถนนเส้นนั้นมีร้านค้ามากมาย มีร้านของกินต่างๆ…
…ตอนนี้น่าจะยังไม่เก็บร้าน ราคาไม่แพง ถนนเส้นนั้นชาวบ้านในพื้นที่ชอบไปกัน”
หมาคนสามพูดขึ้นหลังได้รับอนุญาตจากซ่งฝูกุ้ย
“นายท่านทุกท่านไปซื้อเสบียงเพิ่มได้ เสบียงอาหารแห้ง ข้าวโพดแช่แข็ง เผือก เป็นต้น เดินบนถนนเส้นนั้นน่าจะหาซื้อได้ เอาไว้กินรองท้องตอนผิงไฟระหว่างทาง ลูกกวาดเอย ใบชาเอย มีขายหมด ก็แค่อาจสู้เมืองเฟิ่งเทียนของพวกท่านไม่ได้”
บรรดานายท่านจวี่เหรินแสดงออกว่าเข้าใจแล้ว บรรดาบ่าวรับใช้พยักหน้าแทนพวกเขา
ซ่งฝูกุ้ยยืนอยู่ชั้นล่างพูดเสริม “ต้องระวังความปลอดภัยด้วย ดูแลทรัพย์สินมีค่าให้ดี ซื้อเสร็จอย่าเดินไปที่อื่นส่งเดช รีบกลับมา รีบพักผ่อน วันพรุ่งนี้ทางโรงเตี๊ยมจะเตรียมอาหารเช้าปลุกทุกท่านตื่น ขอให้ทุกท่านหลับสบายนะขอรับ”
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” บรรดานายท่านวางตัวเป็นกันเองกับซ่งฝูกุ้ยและเกาเถี่ยโถว
นี่ถือเป็นคนในครอบครัวของซ่งเสี้ยวเหลียน
ขณะที่ซ่งฝูกุ้ย เกาเถี่ยโถวและหมาคนสามกำลังกำชับทางโรงเตี๊ยมอยู่นั้น หยางหมิงหย่วนจงใจเดินรั้งท้ายในกลุ่มจวี่เหริน เดินเข้าไปถาม “พวกอาซ่งไม่พักที่นี่หรือ”
เกาเถี่ยโถวหันมาตอบ “คืนนี้พวกน้าสามพักที่เรือนหลังร้านม้าพันลี้ หยางจวี่เหรินรีบพักผ่อนนะขอรับ”
สักพักก็มีชุยจวี่เหรินลงมาถาม “ขอตามพวกเจ้ากลับไปที่ร้านม้าพันลี้ได้ไหม ข้าอยากไปหาซ่งเสี้ยวเหลียนให้เขาไปเยี่ยมเพื่อนของข้าด้วยกัน”
ซ่งฝูกุ้ยหันมาถาม “นายท่านชุย ท่านมีเพื่อนอยู่ในอำเภอซิงหลงด้วยหรือ”
“ใช่ เป็นผู้ช่วยนายอำเภอของที่นี่ เขาเคยส่งจดหมายหาข้าหลายวันแล้ว บอกว่าถ้ามาที่นี่ต้องไปเจอเขาให้ได้ ข้าเลยอยากแนะนำเพื่อนคนนี้ให้รู้จักกับซ่งเสี้ยวเหลียน”
สหายผู้ช่วยนายอำเภอคนนี้ของใต้เท้าชุย ในจดหมายไม่ได้แค่บอกให้ไปเจอ แต่ยังเชิญให้ไปพักที่บ้านด้วย
แต่ใต้เท้าชุยชอบอยู่กับทุกคนมากกว่า รู้สึกเป็นอิสระ และก็ไม่อยากรบกวนเพื่อน ไปค้างบ้านคนอื่นไม่สู้ค้างโรงเตี๊ยม แต่ไปกินข้าวสักมื้อย่อมไม่มีปัญหา
ซ่งฝูกุ้ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
คิดๆ ดูฝูเซิงน่าจะยินดีไป เพื่อนของเพื่อนก็คือเพื่อน ม้าพันลี้สาขาย่อยของพวกเราก็อยู่ที่นี่