ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 722-1 สายลมอ่อนสะกิดหัวใจ
ตอนที่ 722-1 สายลมอ่อนสะกิดหัวใจ
ซ่งฝูหลิงเคยสอนพวกเด็กๆ ในบ้านท่องว่า
ฤดูใบไม้ผลิผันผ่าน ฤดูร้อนมาเยือน
ฤดูใบไม้ร่วงแชเชือน ฤดูหนาวผันแปร
มีอยู่ช่วงหนึ่งพวกเด็กๆ ในบ้านท่องคำพวกนี้ระหว่างที่ขึ้นเขาเก็บฟืน ลงไปเล่นในแม่น้ำ ช่วยผู้ใหญ่ทำงาน
พวกยายๆ พูดกับพวกเด็กสาวขอทาน “ยืนเรียงตามลำดับอายุ”
เด็กสาวทั้งยี่สิบสี่คนอยู่ในสภาพผมเปียก รีบกระซิบถามกันว่าใครต้องยืนตรงไหน
เก่อเอ้อร์นิวหันไปบอกเด็กสาวที่ยืนหัวแถว “เจ้าชื่อลี่ชุน”
“ขอบคุณท่านยายที่ตั้งชื่อให้เจ้าค่ะ”
“เจ้าชื่อจิงเจ๋อ เจ้าชื่อชิงหมิง ลี่ซย่า หมางจ้ง”
ยายหวังมองเด็กสาวที่ตัวผอมแห้ง “เจ้าไม่ได้ยืนผิดใช่ไหม ไม่เหรอ เช่นนั้นก็ได้ นับแต่วันนี้ไปเจ้าชื่อเสี่ยวสู่”
เดินไล่ตั้งชื่อให้เด็กสาวที่เหลือ “ลี่ชิว ไป๋ลู่ หานซวง ลี่ตง”
แม่ของเถียนสี่ฟาก็บอกพวกเด็กสาวที่ยืนตรงหน้านาง “ต้าเสวี่ย เสี่ยวหาน อวี๋สุ่ย ชุนเฟิน กู๋อวี่…”
หลังจากท่านย่าหม่าเล่าความตั้งใจของตัวเองให้ท่านลุงซ่งฟังเสร็จ พอเดินไปถึงห้องทำขนม พวกเด็กสาวที่เพิ่งมาใหม่ก็เปลี่ยนไปใส่ชุดเก่าที่แต่ละบ้านหามาให้เรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้จะมีส่วนที่เย็บซ่อมแซม แต่ก็สะอาดสะอ้าน ดีกว่าเสื้อผ้าที่พวกนางใส่ก่อนหน้านี้เยอะทีเดียว
เด็กพวกนี้จะไม่ใช่เด็กที่ไร้เสื้อผ้าสวมใส่ กินไม่อิ่มท้อง หรือไร้บ้านให้กลับอีกต่อไป
พวกยายหวังไม่เพียงแต่ตั้งชื่อและเอาเสื้อผ้าให้พวกเด็กสาว เมื่อย่าหม่าเข้ามายังได้ยกเก้าอี้ ชงชาร้อน เพื่อให้ท่านย่าหม่านั่งจิบชาพลางสั่งสอนพวกเด็กสาว
ท่านย่าหม่านั่งหน้าสุด เป่าชา
นางเงยหน้ามองหลี่ซิ่ว สะใภ้ใหญ่ พวกเอ้อร์ยา จากนั้นถึงมองเด็กสาวทั้งยี่สิบสี่คนแล้วพูดขึ้น
“ลูกศิษย์ต้องมีธรรมเนียมของลูกศิษย์…
…เมื่ออาจารย์ถ่ายทอดวิชาที่เป็นความลับให้กับพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องตอบแทน…
…สามปี…
…ภายในสามปีไม่ว่าพวกเจ้าจะไปอยู่ที่ไหน หาเงินได้เท่าไหร่ เงินนั้นต้องเป็นของข้ากับพั่งยาที่เป็นคนริเริ่มทำขนม รวมถึงอาจารย์แต่ละคนของพวกเจ้าเองด้วย…
…ลูกศิษย์ของใครทำได้ดี ทำได้เยอะ อาจารย์ก็ย่อมได้ส่วนแบ่งมากขึ้นด้วย”
พวกอาจารย์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เดิมทียังกังวลว่าจะถูกแย่งงาน ที่แท้ก็มาช่วยเพิ่มรายได้ให้พวกนาง
ท่านย่าหม่าจิบชา นางรู้ว่าจะเป็นแบบนี้
ถ้าไม่มีสิ่งจูงใจ กลัวอาจารย์พวกนี้จะไม่ตั้งใจสอน
ก็มีบางคนที่นิสัยคล้ายพั่งยาอยู่บ้าง
พั่งยาของนาง นั่นต่างหากที่เป็นเด็กดีมีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ไม่คิดอะไร ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
“สาวใช้อย่างพวกเจ้าอย่าเพิ่งท้อใจที่ในสามปีจะไม่ได้เงินเลย…
…แต่ฟังให้ดีนะ…
…ในบรรดาพวกเจ้ายี่สิบสี่คน ร้านขนมของพวกเราจะคัดเลือกสามคนที่หาเงินได้มากสุด เก่งสุด ก้าวหน้าสุด…
…ข้าจะส่งน้องชายของสามคนนี้เข้าเรียน…
…ขอแค่น้องชายของพวกเจ้าทำตัวดี ข้าจะส่งเสียให้เรียนต่อไปจนกว่าจะสอบจอหงวน…
…ต่อให้มีเด็กบางคนที่ไม่ชอบเรียน ข้าก็จะส่งน้องชายของคนที่ทำงานได้ดีไปเรียนงานอย่างอื่น…
…เพื่อที่วันหน้าพวกเขาเติบโต สามารถคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพพ่อแม่พวกเจ้าได้อย่างภาคภูมิ…
…พวกเจ้าก็จะสมความตั้งใจที่ได้รับปากพ่อแม่ไว้ว่าจะดูแลน้องชายให้ดี”
พวกเด็กสาวกำมือในทันที บางคนก็น้ำตาคลอ กัดฟันตัดสินใจ
ท่านย่าหม่าขมวดคิ้วเล็กน้อย นางต้องการผลลัพธ์แบบนี้
สาวใช้บ้านเราไม่ต้องปรนนิบัติเจ้านาย
สาวใช้บ้านเราขอแค่แข็งแกร่งได้ด้วยตัวเอง นางกล้าพูดเลยว่าจะเป็นสาวใช้ที่มีอนาคตสดใส
สำหรับนาง ใครก็ตามที่ทำได้ดีก็จะมีอนาคต
ก่อนวันนี้ อดีตทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว
นับจากวันนี้ ขอแค่ตั้งใจทำงานให้นาง นางก็กล้าพูดไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้นางถือสัญญาถาวรอยู่ แต่จะไม่มีสาวใช้คนไหนที่จะถูกจับแต่งงานส่งเดช
แต่ไหนแต่ไรมา นางต้องการแค่ชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย
หวังว่าวันหน้าสาวใช้พวกนี้จะตั้งใจทำงานหาเงินให้นางอย่างเต็มที่
และก็หวังว่าสาวใช้พวกนี้ที่พึ่งสองมือของตัวเอง วันหน้าจะได้มีคู่ครองที่ดี ที่รู้จักใช้ชีวิต แต่ละคนเมื่อยืนต่อหน้าน้องชาย น้องชายกับน้องสะใภ้จะให้ความเคารพจากใจจริง
ถึงขั้นที่เป็นการชนะด้วยกันทั้งสามฝ่ายด้วยซ้ำ
นี่ก็เป็นเรื่องที่เมื่อครู่ท่านย่าหม่าคุยกับท่านลุงซ่ง
ท่านลุงซ่งบอกว่า “ขาดคนทำขนม ซื้อเด็กสาวมาก็พอ เจ้าเอาเด็กผู้ชายกลับมาด้วยทำไม รู้หรือเปล่าว่าเด็กผู้ชายกินเปลืองแค่ไหน”
ท่านย่าหม่าตอบกลับว่า “ผู้เฒ่า เด็กผู้ชายพวกนี้ไม่เลี้ยงเสียข้าวสุกหรอก มันต้องมีบางคนที่วันหน้ารู้จักศึกษาเล่าเรียนสิ อีกสิบปีถ้าเขามีอนาคต พวกเราก็จะได้หน้าไปด้วย ต่อให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนหนังสือ ข้าคิดไว้ว่าจะอบรมให้เป็นพ่อบ้านที่จงรักภักดี”
เด็กผู้ชายยี่สิบกว่าคนไปเป็นพ่อบ้านให้ฝูเซิง กว่าพวกเขาจะโต มันจะทันเหรอ
อีกอย่าง พ่อบ้านก็มีฝูกุ้ยกับเถี่ยโถวแล้วไม่ใช่เหรอ
“ใช่ที่ไหนกัน ผู้เฒ่า ลืมแล้วเหรอว่าบ้านเราไม่ได้มีแค่ฝูเซิง ยังมีจินเป่า หมี่โซ่ว เด็กรุ่นนี้ที่มีอนาคต รอพวกเขาโตขึ้น วันหน้าก็ต้องมีคนไว้ให้เรียกใช้งานได้”
ท่านลุงซ่งฟังแล้วก็รู้สึกหัวใจเร่าร้อน จินตนาการถึงอนาคตที่สดใสของครอบครัว ดวงตาเปล่งประกาย
ท่านย่าหม่าเดินออกไปแล้วเขาก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้
ลูกชายคนโตของเขาได้ยินลุงซ่งพูดพึมพำ “ข้าต้องใช้ชีวิตให้ดี ข้าต้องอายุยืนไปอีกหลายๆ ปี”
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ในช่วงเวลาที่พวกซ่งฝูเซิงไม่อยู่บ้าน
สาวใช้ยี่สิบสี่คนฝึกตีไข่
เอ้อร์ยาทำหน้าเข้มสั่งสอน “นี่เป็นวิชาพื้นฐานที่พวกเจ้าควรฝึก หากพื้นฐานทำได้ไม่ดี ทำอะไรก็สูญเปล่า”
สาวใช้ทั้งยี่สิบสี่คน ไม่ว่าจะฆ่าไก่ฆ่าห่านก็ถนัด เพียงแต่ครอบครัวจอมตะกละของซ่งฝูเซิงไม่อยู่ ในบ้านเลยไม่มีเหตุให้ต้องฆ่าไก่มากนัก แต่ไม่กลัว คนในหมู่บ้านก็มักจะหาโอกาสให้เสมอ อีกนิดก็จะไปฆ่าให้หมู่บ้านอื่นแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เริ่นกงซิ่นเดินข้ามสะพานมา สองมือซุกแขนเสื้อพลางตะโกน “บ้านข้าจะฆ่าไก่ ขอสักคน”
ตงจื้อในกลุ่มสาวใช้รีบวิ่งมาจากหลังบ้าน ถึงตานางแล้ว ตามปู่เริ่นเข้าไปจับไก่ฆ่าไก่ในบ้าน
ทำไมถึงต้องทำแบบนี้น่ะเหรอ
เพราะท่านย่าหม่าบอกว่า “พวกเจ้าอย่าได้หวังว่าจะมีใครคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเจ้าได้ ไม่เพียงแต่ต้องทำขนมให้ดี ยังต้องกล้าเดินทางคุมเกวียนตอนกลางคืนด้วย วันหน้าเกิดเจอคนดักปล้นระหว่างทางหรือมีคนเข้ามาระรานในร้าน พวกเจ้าต้องกล้าชูมีดขึ้นมา”
สาวใช้พวกนี้ไม่มีโอกาสดีที่จะได้ฝึก
ไม่ได้มาตอนช่วงราชสำนักวุ่นวายที่สุด อ๋องเยี่ยนยังไม่ทันขึ้นครองราชย์เด็กพวกนี้ก็ไปเป็นขอทานแล้ว ย่อมไม่เหมือนซ่งเก้าสกุลที่ต้องลี้ภัย กล้าฆ่าคนฟันหัวเพื่อเอาตัวรอด
แถมยังไม่มีคนให้ฆ่า ทำอย่างไรล่ะ ก็เลยเอาไก่เป็ดห่านหมาแมวมาให้ฝึก ต้องฝึกจนถึงขั้นฆ่าได้โดยไม่กะพริบตา ฝึกให้มีบุคลิกที่ว่าไม่ระรานใครแต่ก็ไม่กลัวถ้าจะมีเรื่อง
วันไหนที่เถียนสี่ฟาไม่ออกไปส่งของก็จะมีงานเพิ่มเข้ามาอีกอย่าง “ยกแขนขึ้น เล็งลูกธนู”
สาวใช้ยี่สิบสี่คนรวมถึงน้องชายที่โตหน่อยของพวกนางจะตื่นมาฝึกยิงธนูกับหุ่นฟางแต่เช้าตรู่
ผ่านไปสักพัก ซ่งจินเป่าก็พูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจ
“ปีนสิ ปีนตาข่ายไม่เป็นเหรอ ทำไมโง่ขนาดนี้ อายอะไร นี่ก็ใส่กางเกงอยู่ ตูดไม่เปิดหรอก…
…มิน่า ลุงข้าถึงไม่อยากสอนพวกเจ้า ข้าก็ไม่อยากเหมือนกันรู้หรือเปล่า…
…พวกเจ้ายังเป็นสาวใช้กันอยู่นะ สู้ข้าคุณชายจินเป่ากับคุณหนูพั่งยาของพวกเจ้าไม่ได้เลย…
…คุณหนูพั่งยาปีนสวบๆ ก็ขึ้นต้นไม้ได้แล้ว เหมือนของเล่น”
อืม และก็สู้คุณชายน้อยหมี่โซ่วไม่ได้ด้วย
จินเป่าด่าๆ อยู่ก็อารมณ์ดิ่ง เงยหน้าตะโกน “หมี่โซ่ว ข้าคิดถึงเจ้าแล้ว เจ้ารีบกลับมาช่วยข้าสอนคนโง่พวกนี้หน่อย!”
ให้ตายเถอะ ยังต้องสอนตัวยุ่งยากพวกนี้ให้รู้หนังสือด้วย ขนาดตัวข้าเองยังจำอักษรทั้งหมดไม่ได้เลย ช่วงนี้เหนื่อยจนผอมหมดแล้ว
พวกเด็กสาวปาดเหงื่อ เหนื่อยจนยกแขนไม่ขึ้น เดินคอตกกลับเข้าห้องทำขนมโดนทรมานต่อ
หลี่ซิ่วดุ “บอกขั้นตอนไปตั้งกี่ครั้งแล้ว มีสมองทำไมถึงไม่รู้จักจำ”
จูซื่อดุ “กินข้าวไม่อิ่มหรืออย่างไร ปัวปัววันละหกอัน ข้าวสามมื้อ ข้าวเป็นข้าว กับเป็นกับ นมก็มีให้ดื่ม กับอีแค่ตีไข่ทำไมช้าแบบนี้”