ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 724 เมืองหลวงยินดีต้อนรับ เปิดทางสะดวกให้ / ตอนที่ 725 ความคิดถึงไม่ได้แสดงออกแค่คำพูด
- Home
- ทะลุมิติทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 724 เมืองหลวงยินดีต้อนรับ เปิดทางสะดวกให้ / ตอนที่ 725 ความคิดถึงไม่ได้แสดงออกแค่คำพูด
ตอนที่ 724 เมืองหลวงยินดีต้อนรับ เปิดทางสะดวกให้ / ตอนที่ 725 ความคิดถึงไม่ได้แสดงออกแค่คำพูด
ตอนที่ 724 เมืองหลวงยินดีต้อนรับ เปิดทางสะดวกให้
เมื่อม้าหลายตัววิ่งนำออกไปไกลแล้ว
เสี่ยวเฉวียนจื่อถึงได้ตะโกนบอกซ่งฝูหลิงที่อยู่ข้างๆ
“แม่นางซ่ง คุณชายของเราบอกว่า ครั้งนี้แม่นางซ่งเข้าเมืองหลวงอยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากเที่ยวอย่างไรก็เที่ยว อยากไปไหนก็ได้ทั้งนั้น ต่อให้แม่นางซ่งสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงก็ไม่เป็นไรขอรับ ข้าน้อยจะตามไปด้วยตลอด”
เสี่ยวเฉวียนจื่อนึกถึงคำพูดที่อาจารย์ซุ่นจื่อเตือนเขาเป็นการส่วนตัว
“คุณชายลำบากทำสงครามอยู่ข้างนอก แม่นางซ่งอยู่เมืองหลวงจะทำตัวอย่างไรก็ไม่เกินไป นั่นเป็นสิทธิพิเศษที่คุณชายแลกมาให้ด้วยชีวิต…
…ทางที่ดีเจ้าจัดการให้เรียบร้อย ทำให้แม่นางซ่งมีความสุขอย่างเต็มที่ ได้ใช้ความสุขในส่วนของคุณชายไปด้วย แค่นี้ก็ไม่ถือว่าเสียแรงเปล่าแล้ว…
…จะได้ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดทีหลัง พวกคุณหนูคุณชายเที่ยวกันได้อย่างสนุกสนานอยู่ในเมืองหลวง มีแค่คุณชายบ้านเราที่อายุยังน้อยแต่กลับต้องไปลำบากอยู่ข้างนอก”
ซ่งฝูหลิงคิดในใจ ลู่หมินหรุ่ย ในสายตาของเจ้าข้าดูเป็นพวกชอบเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ เหรอ แต่ปากกลับ “ฮ่าๆๆ” หัวเราะเสียงดัง หัวเราะเหมือนพวกคุณชายที่ชอบเที่ยวสนุก
หมี่โซ่วได้ยินแบบนั้น เขานั่งอยู่หน้าเสี่ยวเฉวียนจื่อ อยู่ๆ ก็ถามขึ้น
“เช่นนั้นคุณชายของพวกเจ้าได้บอกหรือเปล่าว่า ตอนที่ข้ากับพี่สาวไปเจอกับว่าที่ภรรยาของเขาแล้วเกิดขัดแย้งกันในสถานการณ์หนึ่ง เจ้าควรทำอย่างไร”
เอ่อ
เสี่ยวเฉวียนจื่อเกือบกัดลิ้น ว่าที่ภรรยาจะใครล่ะ ก็พี่สาวเจ้าอย่างไร
“คุณชายน้อยหมี่โซ่ว เคยมีคนบอกไหมว่าคุณชายน้อยคิดมากเกินไปแล้วขอรับ”
หมี่โซ่วยิ้ม น้ำเสียงที่พูดคล้ายซ่งฝูเซิงมาก “คนเรามีเรื่องกลุ้มใจได้ตลอดเวลา”
ซ่งฝูหลิงได้ฟังก็หัวเราะเสียงดังอีกครั้งเหมือนระฆัง
หยางหมิงหย่วนแหวกม่านมองซ่งฝูหลิงที่ขี่ม้า พลางหันมายิ้มให้บ่าวรับใช้ของจวนผู้สำเร็จราชการ ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน รู้แค่ว่าจากที่เดินทางมาหลายวัน มีแค่วันนี้ที่แม่นางซ่งยิ้มกว้างขนาดนี้
สายตาของเขาก็พลอยอ่อนโยนยิ้มตามไปด้วย
ซ่งฝูหลิงกับหมี่โซ่วเข้าประตูเมืองไปก่อน ไม่ได้รอขบวนใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
หมี่โซ่ว ข้าทำตามกฎ กางแขนรอให้ตรวจแล้วนะ แต่ไม่มีใครตรวจ บอกข้าว่าไม่ต้องเกรงใจ จากนั้นก็ข้าก็เดินเข้าเมืองหลวงอย่างผึ่งผาย
ผ่านประตูเมืองมาตั้งหลายที่ ครั้งนี้เท่ห์สุด
เมืองหลวงยินดีต้อนรับข้า
พอผ่านเข้าประตูเมือง มือข้างหนึ่งของซ่งฝูหลิงจูงม้า มืออีกข้างจูงน้องชาย กำลังมองเมืองหลวงยุคโบราณที่กำแพงสีแดงต้นหลิวสีเขียว ทันใดนั้น ตรงหน้าก็ปรากฏบ่าวรับใช้หลายคนกับหญิงสาวสองคน
หญิงสาวสองคนทำความเคารพนางพร้อมกัน “บ่าวซือฉิง บ่าวฮว่าอี้ น้อมทักทายคุณหนูซ่งกับคุณชายหมี่โซ่วเจ้าค่ะ”
ถึงขั้นเรียกชื่อได้แสดงว่าไม่ได้ทักคนผิด
ซ่งฝูหลิงกับหมี่โซ่วถูกประคองพาไปขึ้นรถม้า
ส่วนเสี่ยวหงช่างมัน
ภายในรถม้ามีชาดอกไม้ มีขนม มีผลไม้หกอย่าง และยังมีสาวใช้กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีกลิ่นหอมเช็ดมือให้ซ่งฝูหลิงกับหมี่โซ่ว
ตรงประตูเมือง พวกซ่งฝูเซิงเพิ่งมาถึง ลูกข้าล่ะ ที่นี่ไม่มีโทรศัพท์ อย่าหลงทางกันล่ะ
ทว่าซ่งฝูเซิงก็ไม่มีเวลาตะโกนเรียก ‘ฝูหลิง’ แล้ว เพราะด้านหลังเสี่ยวเฉวียนจื่อมีเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเมืองกำลังเดินมาทางเขา
เจ้าหน้าที่รับหนังสือผ่านเข้าเมืองปึกหนึ่งมาจากซ่งฝูเซิงด้วยความนอบน้อมและมีมารยาท
หนังสือผ่านทางของจวี่เหรินพวกนี้ถูกเก็บไว้ที่ซ่งฝูเซิงมาตลอด ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะบอกว่าไม่ต้อง แต่พวกเราก็ต้องทำตามกฎด้วย
ที่นี่คือเมืองหลวง อย่าทำจวนผู้สำเร็จราชการเดือดร้อน
อีกอย่าง พวกเขาไม่กังวล แต่พวกเรากลัว
กลัวจะมีมือสังหารอะไรทำนองนั้น แล้วมาโยนความผิดให้พวกเขาที่ไม่ได้ตรวจหนังสือผ่านทาง อย่างมากก็แค่อยากให้เสี่ยวเฉวียนจื่อออกหน้าช่วยให้ไปไวขึ้นหน่อย
ซ่งฝูเซิงยังได้บอกเจ้าหน้าที่อีกว่า แผ่นสุดท้ายเป็นหนังสือผ่านทางของขบวนขนสินค้า ชี้ไปที่ขบวนด้านหลังที่ยาวสุดสายตา ฝูกุ้ยวิ่งไปด้านหลังโบกไม้โบกมือให้แล้ว
“ปล่อยไป”
เจ้าหน้าที่ออกคำสั่ง ซ่งฝูเซิงรู้สึกราวกับว่าข้างหูเขามีแต่เสียงมือปราบดังต่อเนื่อง “ปล่อยๆๆ”
พวกจวี่เหรินที่อาศัยใบบุญของซ่งเสี้ยวเหลียนลงจากเกวียนเดินเข้าประตูเมือง
พวกเขามองพวกขบวนด้านข้างที่ไม่ได้มาด้วยกัน นั่นก็ล้วนแต่เป็นผู้มาเข้าสอบ ดูสิ พวกเจ้าอิจฉาใช่ไหมล่ะ พวกเจ้าต้องต่อแถวต้องต่อไปถึงฟ้ามืดเลยหรือเปล่า น่ากลุ้มใจจังนะ
พวกผู้เข้าสอบที่ต่อแถวอยู่ด้านข้างก็หันไปมองขบวนของพวกซ่งฝูเซิง นี่ของตระกูลไหนเนี่ย
สิทธิพิเศษ
ไม่ว่าจะพวกจวี่เหรินที่ตามซ่งฝูเซิงเข้าเมืองหรือพวกผู้ชายที่ต่อแถวอยู่ ในใจต่างคิดว่า นี่มันสิทธิพิเศษชัดๆ
เหมือนคณะทัวร์กลุ่มใหญ่ พวกซ่งฝูเซิงเดินเข้าประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเฉวียนจื่อสั่งบ่าวรับใช้สองคน “ไป ตามท่านฝูกุ้ยไปที่ร้านม้าพันลี้ จากนั้นค่อยพาท่านฝูกุ้ยไปที่เรือนรับรอง”
คราวนี้ในที่สุดซ่งฝูเซิงก็เจอลูกสาวอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาประคองเฉียนเพ่ยอิงกำลังจะพูดว่า “ทำไมพวกเจ้าสองคนไปขึ้นรถม้าของคนอื่น รู้จักกันเหรอถึงได้ขึ้นไปนั่ง”
“บ่าวซือฉิง บ่าวฮว่าอี้ น้อมทักทายคุณท่านและคุณนายเจ้าค่ะ”
เรือนรับรองตระกูลลู่
พวกจวี่เหรินที่ติดตามซ่งเสี้ยวเหลียนมองเรือนที่โอ่อ่าสง่างาม ราวกับถูกสะกดไว้
ตอนที่ 725 ความคิดถึงไม่ได้แสดงออกแค่คำพูด
เรือนรับรองของตระกูลลู่มีชื่อว่า หยวนซี
พอเข้าประตูใหญ่ไปก็จะเห็นผนังของกำแพงกั้นสลักเป็นรูปต้นสนและนกกระเรียน
รูปปั้นกลองหินที่งดงามยิ่งแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือบ้านของแม่ทัพ
แม่ทัพเหรอ
ซ่งฝูเซิงมองเสี่ยวเฉวียนจื่อ
เสี่ยวเฉวียนจื่อยิ้ม “ท่านซ่ง ที่นี่เป็นเรือนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้คุณชายโดยเฉพาะขอรับ ไม่ใช่เรือนรับรองของจวนลู่ เรือนรับรองของจวนลู่อยู่ชานเมือง ถึงได้บอกท่านซ่งว่า ท่านซ่งมาถึงเมืองหลวงจะไม่พักที่นี่ได้อย่างไร”
คุณชายของเรายังเคยพักที่บ้านท่านซ่งเลย
เขาพักบ้านท่าน ท่านมาพักบ้านเขา นี่ก็สมเหตุสมผลแล้วมิใช่หรือ
แล้วดูก่อนหน้านี้สิ ท่านก็เกรงใจเกินไป
แต่เนื่องจากเห็นว่าพาคนมาด้วยหลายสิบจึงไม่ได้พูดเรื่องที่คุณชายเคยไปพักบ้านท่านซ่ง พูดไม่สะดวก
ต้องพูดเลยว่าคำพูดนี้ของเสี่ยวเฉวียนจื่อทำให้ซ่งฝูเซิงโล่งอกจริงๆ
รู้สึกว่าพักบ้านส่วนตัวของลู่พั่นยังกดดันน้อยกว่าไปพักเรือนรับรองของจวนผู้สำเร็จราชการ
พ่อบ้านหลูที่เป็นผู้ช่วยในเรือนของลู่พั่นที่จวนผู้สำเร็จราชการพาพวกบ่าวรับใช้และคนสวนมาต้อนรับซ่งฝูเซิงกับพวกจวี่เหรินเข้าไปข้างใน
อีกด้านหนึ่ง พวกผู้หญิงอย่างเฉียนเพ่ยอิงไปเข้าอีกประตูหนึ่ง ตรงหน้ามีหญิงสูงวัยที่เป็นหัวหน้างานพาพวกสาวใช้มาทำความเคารพ
“น้อมทักทายคุณนายเจ้าค่ะ” หญิงสูงวัยใบหน้ากลม ยิ้มแย้มเอาอกเอาใจ “คุณนายเจ้าคะ เรียกบ่าวว่าหลี่จยาก็ได้เจ้าค่ะ”
หญิงสูงวัยที่เป็นหัวหน้างานคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นป้าใหญ่แท้ๆ ของเสี่ยวเฉวียนจื่อ มีความสัมพันธ์เป็นป้าหลานกัน
หลังจากเสี่ยวเฉวียนจื่อสูญเสียแขนซ้ายไป สถานะของคนในครอบครัวที่อยู่ในจวนก็ได้รับการเลื่อนขึ้น
ติดตรงที่พ่อแม่ของเสี่ยวเฉวียนจื่อไม่ถนัดพูด จัดการพวกเรื่องใหญ่ๆ ไม่ได้ จึงทำได้แค่ดูแลสวนต่อไป
เสี่ยวเฉวียนจื่อสนิทกับฝั่งยายมากกว่า ใกล้ชิดกับญาติทางแม่มากกว่าญาติทางพ่อ
ครั้งนี้คุณชายจัดการซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่ ท่าทางเหมือนเตรียมจะแต่งงาน หากแต่งงานแล้ว เรือนของคุณชายจะมีแค่พ่อบ้านกับพวกบ่าวรับใช้ชายไม่ได้ ต้องมีพวกหญิงสูงวัยที่คุมงานกับพวกสาวใช้ที่จงรักภักดีสำหรับไว้ให้ฮูหยินน้อยเรียกใช้ในอนาคต
เสี่ยวเฉวียนจื่อก็เลยให้ป้าของเขาเข้ามาอยู่เรือนคุณชาย
รวมถึงลูกสาวของแม่นมคุณชาย แม่นมเสียไปแล้ว ลูกสาวคนนี้ชื่อเสวี่ยเหนียง เสวี่ยเหนียงออกเรือนไปแล้ว จึงไปบอกให้ลู่ฮูหยินช่วยจัดการส่งมาอยู่เรือนคุณชาย
ครั้งนี้ครอบครัวซ่งฝูเซิงมา เสี่ยวเฉวียนจื่อจึงเรียกประชุมพ่อบ้านหลูที่ดูแลฝั่งผู้ชาย ป้าของเขา และเสวี่ยเหนียงก่อนล่วงหน้า
ตอนประชุมเน้นย้ำอยู่สามข้อ
ข้อแรก เน้นถึงความสำคัญของครอบครัวซ่งฝูเซิง ระดับความสำคัญคือ สูงเป็นพิเศษ
ข้อสอง พวกท่านสามคนเป็นหัวหน้าในเรือนคุณชาย ส่งไปรับใช้ที่เรือนรับรองของคุณชาย พวกท่านควรรู้ว่าต้องภักดีต่อใคร หากเรือนของเหล่าฮูหยินกับฮูหยินส่งคนมาสืบอะไร รู้ใช่ไหมว่าควรทำอย่างไร
ข้อสาม ยังคงยืนยันคำเดิม แขกที่มาสำคัญมากๆ วันหน้าพวกท่านจะถูกเรียกใช้งานบ่อยหรือไม่ก็ดูที่ผลงานครั้งนี้แล้ว
อย่าคิดว่าตอนนี้คุณชายไม่อยู่ในจวน และก็อย่าคิดว่าปกติคุณชายไม่ถามเรื่องจุกจิกในเรือน แต่ถ้าพวกท่านกล้าทำให้แม่นางซ่งถึงกับต้องขมวดคิ้ว คอยดูแล้วกันว่าถ้าคุณชายกลับมาจะเอาเรื่องไหม
ไม่เชื่อก็ลองดูได้
จากสามข้อที่กล่าวมาทำให้หัวหน้างานทั้งสามทำตัวเป็นไฟฉายสอดส่องทันที
ห้าวันก่อนหน้านี้ที่ครอบครัวซ่งฝูเซิงยังมาไม่ถึง พวกเขาก็ย้ายมาอยู่ที่เรือนรับรอง เริ่มโละพวกบ่าวรับใช้สาวใช้หลายคนที่ไม่ทำตามกฎ
ในนั้นมีสาวใช้สามคนที่ถูกส่งกลับรู้สึกถูกปรักปรำ เพียงเพราะพวกนางรู้จักกับเป่าจูที่เคยเป็นสาวใช้ในจวน
รู้จักก็ไม่ได้ นั่นไม่เท่ากับทำให้ครอบครัวซ่งกระอักกระอ่วนเหรอ ป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อเลยจัดการส่งกลับ
…
เสวี่ยเหนียงปรนนิบัติอยู่ข้างกายซ่งฝูหลิง
เสวี่ยเหนียงรู้สึกจากใจว่าคุณหนูซ่งเป็นคนนิสัยดี ดูก็รู้ว่าเป็นคนไม่เรื่องมาก ยิ้มแย้มตลอดเวลา
ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ถึงคำพูดนั้นของเสี่ยวเฉวียนจื่อที่เหมือนเป็นคำขู่ บางทีการทำให้คุณหนูซ่งขมวดคิ้วอาจเป็นเรื่องยาก นางพอเข้าใจแล้ว
“บ่าวจะสระผมให้คุณหนูนะเจ้าคะ”
“ได้”
เรื่องแรกหลังจากเข้าเรือนคือล้างสิ่งสกปรกที่ติดตัวออก
ซ่งฝูหลิงไม่รู้ว่าพ่อของนางกับพวกหมี่โซ่วก็กำลังอาบน้ำหรือเปล่า อย่างไรเสีย นางกับแม่ รวมถึงพี่สาวพี่สะใภ้ก็ถูกพาเข้าห้องอาบน้ำก่อน
อีกทั้งแม่ พี่สะใภ้ พี่เถาฮวา ก็ถูกจับแยกกับนาง ทุกคนมีสาวใช้เกือบสิบคนช่วยปรนนิบัติ
ไม่นานซ่งฝูหลิงที่มีผ้าคลุมตัวก็ถูกสาวใช้สองคนประคอง คนหนึ่งนั่ง คนหนึ่งยืน ช่วยกันเช็ดตัวให้นาง
ซ่งฝูหลิงรับชาดอกไม้มาจิบ จากนั้นก็ถูกสาวใช้หลายคนประคองไปนอนในอ่างแช่น้ำ ดื่มด่ำกับการนวดของสาวใช้ที่แรงกำลังดี นวดศีรษะ คอ และส่วนหลัง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จนเกือบหลับ
เดินทางมานาน วันนี้ได้อาบสะอาดแล้ว ใช้ผ้าขัดขี้ไคลออกไปเยอะ
อาบน้ำไม่อาบให้สะอาด แบบนั้นเรียกอาบได้เหรอ
สบายเหลือเกิน
ซ่งฝูหลิงอยู่ทางด้านนี้สุขสบายไม่สิ้นสุด แต่พวกเฉียนเพ่ยอิง เถาฮวา เป่าจู กลับกระอักกระอ่วนไม่ไหว
จุดที่เฉียนเพ่ยอิงกระอักกระอ่วนคือ
ไอ๊หยา ให้คนมาปรนนิบัติอาบน้ำ
คิดดูแล้วกัน มีคนมาช่วยขัดขี้ไคลออกมากขนาดนั้น อายุก็ตั้งเท่านี้แล้ว น่าอายขนาดไหน เหมือนเราเป็นผู้หญิงสกปรก
แต่ยังดีที่หญิงสูงวัยคนนั้นทำเหมือนคุยเล่นกับนางอยู่ตลอด นี่เป็นป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อ เคยได้ยินเรื่องคุณนายมานานแล้ว น้องสาวในครอบครัวรู้สึกสำนึกในบุญคุณของครอบครัวคุณนายมาตลอดที่ดูแลเฉวียนจื่อตลอดการไปขนส่งเสบียง วันนี้มีโอกาสได้ปรนนิบัติคุณนาย ยิ่งสัมผัสได้ว่าคุณนายเป็นคนจิตใจดี
คำพูดอบอุ่นจากใจเหล่านั้นพ่นใส่เฉียนเพ่ยอิงไม่หยุด สถานะเป็นป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อก็ทำให้เฉียนเพ่ยอิงผ่อนคลายลงไปมาก
เช่นนั้นก็เอาเถอะ คนยุคปัจจุบันอย่างพวกเราใครไม่เคยไปห้องอาบน้ำรวมบ้าง เคยแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งกับลูกสาวมาแล้ว
เถาฮวาดึงอกเสื้อไว้ “ไม่ต้อง ข้าทำเอง”
พวกสาวใช้ “ไม่ได้เจ้าค่ะ แขกสำคัญห้ามทำด้วยตัวเองนะเจ้าคะ”
เถาฮวาถูกปรนนิบัติก็หน้าแดงก่ำอยู่ตลอด ร่างกายของนางคนอื่นไม่เคยได้เห็นยกเว้นแม่ ย่า เกาเถี่ยโถว รวมถึงพวกน้องสาว แต่ตอนนี้จะต้องให้คนอื่นเห็นแล้ว
ส่วนจุดที่เป่าจูกระอักกระอ่วนคือ “ฮี่ๆ ฮ่าๆๆ ไอ๊หยา”
เป่าจูก็ไม่ได้อยากฮี่ๆ ฮ่าๆ หรอก หัวเราะเหมือนคนบ้า แบบนั้นไม่เท่ากับทำพ่อแม่บุญธรรมขายหน้าเหรอ
แต่มันอดไม่ได้ นางถูกนวดตรงไหนก็อยากหัวเราะ โดยเฉพาะตรงเท้า ทนไม่ไหวจริงๆ เป่าจูหน้าแดงลุกขึ้นมานั่งพลางพูดเตือน “เบาหน่อย”
สักพักนางก็อดพูดอีกไม่ได้ “เบาอีกหน่อย”
“เบาอีกก็ต้องลูบแล้วนะเจ้าคะ”
เมื่อเถาฮวากับเป่าจูเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จก็เดินออกมา ทั้งสองคนมองหน้ากัน ความหมายในดวงตาเหมือนกันก็คือ
ในที่สุดก็รับกรรมเสร็จแล้ว
เร็วเข้า รีบหน่อย พาไปหาแม่บุญธรรม (น้าสะใภ้สาม) กับน้องสาวของพวกนาง ให้พวกนางสองคนปรนนิบัติดีกว่า น้าสะใภ้สามกับน้องสาวจะได้ไม่ทรมาน
เด็กสองคนนี้คิดมากจนชินแล้ว
ส่วนสองแม่ลูกคู่นั้นทรมานที่ไหนกัน
เฉียนเพ่ยอิงกำลังนั่งยิ้มอยู่หน้ากระจกทองแดง ให้ป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อช่วยหวีผม
ซ่งฝูหลิงกำลังขมวดคิ้วเล็กน้อยมองชุดใหม่ที่พวกสาวใช้ยืนเรียงให้ดูสองแถว
เอาแค่เรื่องชุดใหม่พวกนี้ นิ้วของซ่งฝูหลิงไล่ไปตามชุดที่มีทั้งสีแดง ส้ม เขียว เหลือง ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ไล่ไปเหมือนดีดเปียโน ก็ยังไม่มีชุดไหนสอดคล้องกับการแต่งกายที่สวยที่สุดของเด็กสาวยุคโบราณภายในใจนาง
แต่กลับถูกใจแม่ทัพติ้งไห่ที่ทำศึกอยู่ไกลถึงแถบลุ่มน้ำแยงซีเหลือเกิน
ตอนลู่พั่นสั่งให้เตรียมชุดพวกนี้ เขาพอใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็ได้มีส่วนร่วมกับของใช้ของผู้หญิง
นั่นเป็นสาวน้อยของเขา
นางใกล้เข้าไปพักแล้วหรือเปล่า นางจะใส่ชุดที่ทำตามความงามที่เขาต้องการหรือไม่ ทางที่ดีเปลี่ยนใส่วันละสามชุด