ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 727-2 นางมาแล้วๆ นางถือขนมน้ำตาลปั้นเดินมาแล้ว
ตอนที่ 727-2 นางมาแล้วๆ นางถือขนมน้ำตาลปั้นเดินมาแล้ว
ในเวลาเดียวกัน
ซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงนอนอยู่ในห้องพักแขกของเรือนรับรองตระกูลลู่
เตียงใหญ่นี้อุ่นดีจริงๆ สาวใช้เอาหม้ออังไฟมาอุ่นเตียงไว้ให้ก่อนแล้ว
เดินทางมานานในที่สุดก็ได้นอนยืดตัวสบายๆ มีความสุขจริงๆ
“ตอนอาบน้ำ สาวใช้หรือบ่าวชายที่ปรนนิบัติพ่อ”
ซ่งฝูเซิงหันไปยิ้มให้เมีย “เรือนหน้าไม่มีแม้แต่ผู้หญิงสักคน เสี่ยวเฉวียนจื่อฉลาดเป็นกรด เขาเป็นบ่าวรับใช้ที่โดดเด่นข้างกายลู่พั่น มีเหรอจะจัดหาผู้หญิงมาให้พ่อ แบบนั้นไม่ทำแม่โมโหเอาเหรอ เปลืองแรงแถมยังไม่ได้หน้า อีกอย่างพวกจวี่เหรินก็ถูกพวกบ่าวชายปรนนิบัติ พ่อบ้านหลูก็ธรรมดาเสียที่ไหนกัน”
เฉียนเพ่ยอิงบอก
“ตระกูลลู่ตรงไปตรงมาจริงๆ…
…คนในจวนเยอะแยะขนาดนี้ หากไม่สอดส่องให้ดีก็จะเกิดเรื่องได้ง่าย…
…แม่จะเล่าให้ฟัง ในละครเขาไม่ได้เขียนส่งเดชหรอกนะ มีคำพูดหนึ่งว่าไว้ไม่ใช่เหรอ ไม่กลัวโจรขโมยแต่กลัวโจรจ้องไม่วางตา…
แล้วดูนิสัยการวางตัวของลู่พั่นสิ ดูสายตาของพวกสาวใช้ที่อรชรอ้อนแอ้นสิ ไม่มีเล่นหูเล่นตา นี่ก็แสดงว่าปกติอบรมสั่งสอนมาดี”
ซ่งฝูเซิงลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง ลงจากเตียงไปหิ้วกาน้ำชาที่อยู่บนเตาแล้วรินชาให้ตัวเอง
ไม่กล้าทำเสียงดัง กลัวพวกบ่าวรับใช้ได้ยินแล้วจะเข้ามารินชาให้เขา
เขาฟังจบก็พูดขึ้น “ก็จริง ตระกูลใหญ่บางตระกูลเละเทะแน่นอน จะมาบอกไม่ได้ว่าจวนผู้สำเร็จราชการคนน้อยเรื่องก็จะน้อย ถ้าไปเจอพวกคนคิดไม่ซื่อ ต่อให้ในจวนเหลือแค่คนเดียวเขาก็สร้างสารพัดปัญหาได้”
“วันนี้ตอนแม่ได้ยินว่าลู่พั่นจะมีครอบครัวแล้ว แม่ยังคิดอยู่ว่า จะต้องเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมขนาดไหนถึงจะคู่ควรกับเขา อย่างน้อยอยู่ที่นี่ ต่อให้วันหน้าลู่พั่นมีอนุ แม่ว่ายังไงก็ต้องน้อยกว่าคุณชายบ้านอื่น ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับเขา เรื่องกลุ้มใจก็น้อยลง และก็ไม่มีทางมีเรื่องขัดแย้งระหว่างเมียหลวงกับเมียน้อยแบบในละครหรือเปล่า”
เหล่าซ่งเป็นผู้ชายแอบคิดในใจ
ใครจะไปรู้ล่ะ
เขาก็ยังคงชอบมองทุกเรื่องสองด้าน ยังคงคิดแบบรัดกุมว่า อย่าคิดว่าลู่พั่นดีกับพวกเราแล้วเขาก็จะดีต่อภรรยาด้วย
แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น ภายใต้สถานการณ์แบบนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่ก็มีประเภทที่อยู่ข้างนอกเป็นสุภาพบุรุษ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาคนนอก แต่กลับเฉยชากับภรรยา
ไม่เคยคุยกับลู่พั่นในด้านนี้ จึงตอบไม่ได้
“อย่าพูดเรื่องนั้นเลย พ่อรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ดี” ซ่งฝูเซิงดื่มชาจนหมด มุดกลับเข้าผ้าห่มแล้วถามขึ้น “เป็นอย่างไร เปิดหูเปิดตาเลยใช่ไหม รู้สึกแปลกใหม่ใช่หรือเปล่า ได้นอนในเรือนใหญ่แบบนี้”
เฉียนเพ่ยอิงหัวเราะพลางพูด “อืม ได้อาศัยใบบุญของลู่พั่นเปิดหูเปิดตา ทำพูดไป เมื่อก่อนต่อให้พวกเราเคยเห็นสวนขนาดใหญ่แบบนี้มามากแต่ก็ไม่เคยเข้าพัก พอไปถึงก็ถูกปิดประตูใส่ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พักในห้องแบบนี้”
“เฮ้อ ดูหน้าตาดื่มด่ำของเจ้าสิ ดูท่าข้าจะต้องพยายามให้มากขึ้นแล้ว รอข้าสร้างสวนใหญ่แบบนี้ให้แม่นะ อยากให้ซื้อสาวใช้ด้วยไหม”
เฉียนเพ่ยอิงคิดจริงแล้ว นับนิ้วอย่างจริงจัง
“ถ้าเช่นนั้นต้องซื้อ วันนี้ข้าลองถามดูแล้ว เรือนใหญ่ขนาดนี้ต้องมีสาวใช้บ่าวรับใช้…
…เจ้าต้องรู้นะว่า ห้องหับแบ่งแยกเป็นสัดส่วน ไม่เหมือนบ้านเราที่ใช้กำแพงอุ่นร่วมกัน ทำความร้อนในห้องใหญ่ก็เป็นปัญหา…
…ถ้าจะมาหวังให้ข้า เป่าจู เถาฮวา ช่วยกันไล่ทำให้แต่ละห้องอุ่น แม่ทำไม่ไหวหรอก ไหนจะต้องเตรียมทำกับข้าวทำความสะอาด…
…ถ้าข้างนอกหิมะตก ข้าต้องกวาดหิมะในสวน วันๆ ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว มัวแต่ทำความสะอาด เจ้าคงไม่ได้เจอหน้าข้าหรอก”
ซ่งฝูเซิงขำคำพูดเมีย “ซื้อ ไว้ถึงเวลาจะซื้อพวกสาวใช้ให้ แต่ซื้อในเมืองหลวงไม่ได้หรอก ที่นี่แพงกว่ากันทุกอย่างไม่รู้ตั้งกี่เท่า…
…ถ้าถึงวันที่ต้องหาคนเพิ่มก็ให้พวกซ่งฝูโซ่วไปหามาระหว่างทางที่ขนของ เอาแบบราคาถูก สกปรกไม่เป็นไร พากลับบ้านอาบน้ำทำความสะอาดก็ใช้งานได้เหมือนกัน”
พอนึกถึงเรื่องเงินซ่งฝูเซิงก็ลงจากเตียงไปอีกรอบ
“ไปไหนอีก”
ซ่งฝูเซิงค้นกระเป๋าพลางพูด
“พรุ่งนี้ข้าต้องไปร้านม้าพันลี้ที่ชานเมืองหน่อย แล้วยังต้องรีบกลับมาประชุมกับพวกจวี่เหรินว่าอย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน…
…โดยเฉพาะอย่าออกไปทำเรื่องไร้สาระอย่างประชันบทกลอนกับพวกคนมาจากที่อื่น แบบนั้นจะยิ่งดึงดูดความสนใจ คนเจตนาไม่ดีมาสืบได้ว่าพวกเราพักอยู่ในเรือนรับรองของตระกูลลู่มันจะไม่งาม…
…ถึงแม้ตำแหน่งอย่างปู่ของลู่พั่นจะอยู่ใต้คนคนเดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น ไม่จำเป็นต้องมาสนใจคนตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา แต่ระวังได้ก็ควรระวัง”
เฉียนเพ่ยอิงเห็นด้วย “ใช่ ถ่อมตัวไว้ ลู่พั่นอุตส่าห์มีน้ำใจจัดแจงให้พวกเรา พวกเราก็อย่าสร้างความเดือดร้อนให้เขา เจ้าต้องเตือนจวี่เหรินพวกนั้น พวกเขาแค่อาศัยติดสอยห้อยตามยิ่งต้องรู้ตัว ที่นี่เป็นเมืองหลวง ถ้าพวกเขาหาเรื่องมาให้ลู่พั่น นี่ไม่เท่ากับสร้างปัญหาเหรอ”
แต่ว่า “พรุ่งนี้เจ้ามีธุระ เช่นนั้นวันมะรืนล่ะ ดูท่าเจ้าจะไปเที่ยวเป็นเพื่อนพวกเราไม่ได้แล้วใช่ไหม”
“วันมะรืนไปไหว้พระได้พอดี ข้าจะพาไปงานวัด ที่นี่ให้ความสำคัญกับการเข้าวัดไหว้พระ ดีไม่ดีพวกผู้เข้าสอบได้ไปกันหมด”
“ไหว้ขงจื๊อเหรอ”
“ยังไหว้เทพขุยซิงด้วย เดี๋ยวข้าจะพาไปดู วันต่อจากนั้นข้าคงต้องอ่านหนังสือทบทวนตำราต่อเนื่องสามวันแล้ว ไม่ได้จับพู่กันนานมือแข็งหมดแล้ว”
หลังจากนั้นคงไม่ต้องถามอีก เขาต้องเข้าไปสอบแล้ว
ซ่งฝูเซิงมองเฉียนเพ่ยอิงด้วยสายตาเชิงขอโทษ
“ดังนั้นพ่อคงไปเที่ยวด้วยไม่ได้ พ่อจะให้ซื่อจ้วงไปดูแล ให้เขาคอยคุ้มกัน นี่เงินที่พ่อแลกไว้ก่อนเดินทาง เศษเงินเศษทองรวมกันได้สักเกือบสองร้อยตำลึง พวกแม่อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ได้มาเมืองหลวงทั้งทีไม่ต้องเสียดาย ชอบอะไรก็ซื้อเลย”
ไอ๊หยา เหล่าซ่งลำบากแย่เลยนะ ฮ่าๆๆ เฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางรับถุงเงินมา “ได้”
ภายในห้อง ‘เฝ้าคิดถึงคะนึงหา’
ซ่งฝูหลิงนอนซุกผ้าห่ม เดี๋ยวก็พลิกตัว เดี๋ยวก็หันมา ทั้งๆ ที่เหนื่อยมากแต่กลับนอนไม่หลับ
นางนอนกางแขนกางขาอยู่บนเตียง ทันใดนั้นก็พูดพึมพำอยู่คนเดียว “แฟน ฮี่ๆ”
ภายในห้องของหยางหมิงหย่วนที่อยู่เรือนหน้า
หยางหมิงหย่วนกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ
ก่อนหน้านี้พอหยางหมิงหย่วนได้เห็นเรือน ได้ลูบคลำจับต้องข้าวของที่วางอยู่ในห้องทุกชิ้น หัวใจเขาก็กระวนกระวาย
โดยเฉพาะนึกถึงตอนเจอแม่ทัพลู่ในช่วงเวลาสั้นๆ หลายครั้ง ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยมาดขรึมและความทะนงตน แม้แต่แม่นางซ่งเขาก็ปกป้องเป็นอย่างดี
นั่นเป็นมาดของการปกป้องคนที่รู้จักทุกคน แค่เพียงสายตาก็ทำให้เขาไม่กล้าสบตา เดิมทีคืนนี้เขาไม่อยากอ่านหนังสือ
แต่พอนึกถึงว่าแม่ทัพลู่ไม่ใช่แค่ชาติกำเนิดดี ทุกคนต่างต้องยอมรับว่า ตัวแม่ทัพลู่เองก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
หยางหมิงหย่วนรู้สึกแค่ว่า เทียบชาติกำเนิดไม่ได้ แต่เขาสามารถเอาอย่างแม่ทัพลู่ได้ในเรื่องความพยายาม
ตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อแล้วกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังลืมสีหน้าของแม่นางซ่งที่เงยหน้ามองป้ายสวนแห่งนี้ครั้งแรกไม่ลง
เขามีความฝันหนึ่ง
หากวันหนึ่งเขามีคุณสมบัติสู่ขอแม่นางซ่งได้ เขาคิดว่าตัวเองจะพยายามทั้งชีวิตเพื่อให้นางมีชีวิตที่ดี
บางทีจุดเริ่มอาจจะยาก
เอาให้ได้อาศัยในเรือนหลังเล็กที่งดงามก่อน จากนั้นก็พาภรรยาย้ายไปเรือนแห่งที่สองที่สาม จนกระทั่งได้จูงมือภรรยาก้าวเข้าสู่บ้านที่คล้ายที่นี่ เขาต้องการใช้สองมือประคองบ้านแบบนี้มอบให้ภรรยาของเขา
ดูเขาสิ หยางหมิงหย่วนขำตัวเอง ตัวเองมีชีวิตที่เหนื่อยยากอยู่เสมอ ขนาดเพ้อฝันยังไม่กล้าเกินตัว
วันต่อมา
ชั้นบนสุดของปินโหลว
ลู่จือหว่านพูด “ท่านย่า ข้าเห็นซ่งพั่งยาแล้ว”
เหล่าฮูหยินยิ้ม “อยู่ไหน รีบชี้ให้ย่าดูเร็ว”
“นางอยู่ตรงหน้าร้านขนม ในมือมีขนมน้ำตาลปั้น”