Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 733 ดูวุ่นวาย / ตอนที่ 734 อยากออกไปเดินเที่ยวดูโลกที่กว้างใหญ่

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 733 ดูวุ่นวาย / ตอนที่ 734 อยากออกไปเดินเที่ยวดูโลกที่กว้างใหญ่
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 733 ดูวุ่นวาย / ตอนที่ 734 อยากออกไปเดินเที่ยวดูโลกที่กว้างใหญ่

ตอนที่ 733 ดูวุ่นวาย

เช้าวันต่อมา

คราวนี้แม้แต่ซ่งฝูเซิงก็ทนไม่ไหวแล้ว ชี้อาหารเช้าสิบกว่าอย่างที่อยู่บนโต๊ะ มีทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารหลักจานร้อน

เอาแค่ไข่ไก่ก็มีสารพัดเมนู

ขาดก็แค่ไข่ตุ๋น ผัดไข่ ไข่อบ ที่เหลือก็มีหมด

“คุณชายของพวกเจ้าปกติกินของมากมายหลายหลากขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าไม่ใช่ ครั้งหน้าไม่ต้องทำแบบนี้หรอก”

พ่อบ้านหลูตอบโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนว่าปกติคุณชายก็กินแบบนี้

เอาเถอะ เขาเรื่องมากเอง สมกับเป็นคุณชายใหญ่จริงๆ ไม่ได้วุ่นวายทำเป็นพิเศษเพื่อรับรองพวกเขา

ซ่งฝูเซิงทำท่าทางบอกซ่งฝูกุ้ย ซื่อจ้วง เถี่ยโถว “เช่นนั้นก็กินเยอะๆ กินให้อิ่ม ไม่กินจะเสียดายของ”

เฉียนเพ่ยอิงที่นั่งข้างซ่งฝูเซิงนึกถึงเมื่อก่อนนี้ที่ลูกสาวเคยเล่าให้ฟัง “ท่านแม่ ลู่พั่นกินข้าวมื้อหนึ่งมีกับข้าวตั้งสิบกว่าอย่าง” เป็นแบบนั้นจริงๆ

ในเวลาเดียวกัน เหล่าฮูหยินของจวนผู้สำเร็จราชการก็กำลังกินอาหารเช้าเช่นกัน

ถามขึ้นต่อหน้าใต้เท้าผู้สำเร็จราชการว่าวันนี้พั่งยาจะไปเที่ยวที่ไหน

พอได้ยินว่าวันนี้จะไปไหว้พระที่วัดก็พยักหน้า

ใต้เท้าผู้สำเร็จราชการเข้าใจ

เขารู้ทั้งหมด

อย่างเช่น ตอนนี้พวกจวี่เหรินหลายสิบคนอย่างซ่งฝูเซิงกำลังพักอยู่ในเรือนรับรองที่ฮ่องเต้พระราชทานให้หลานชายของเขา

อย่างเช่น หลานชายอยากสู่ขอบุตรสาวของสกุลซ่ง

และก็เพราะเข้าใจเรื่องทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ใต้เท้าอัครเสนาบดียังได้ช่วยบอกปัดแทนหลานชายเรื่องที่ฝ่าบาทต้องการพระราชทานคู่ครองให้ด้วยความกระตือรือร้นถึงสองครั้ง

ครั้งแรกเมื่อก่อนขึ้นปีใหม่ อีกครั้งคือตอนก่อนออกไปรบ ก็แค่ไม่ได้กลับมาเล่าที่จวน

อย่างโอกาสเหมาะในวันนี้สามารถถือโอกาสเล่าได้

เหล่าฮูหยินวางช้อนตักน้ำแกงลง จับสร้อยข้อมือหยกที่ซ่งฝูหลิงถูกใจแต่ไม่กล้าซื้อด้วยเงินสามร้อยห้าสิบตำลึง ถูกต้อง อยู่ในมือนางแล้ว

เหล่าฮูหยินคิดไว้ว่าจะเอาไปจัดการให้ก่อน เด็กสาวยังอายุน้อยเกินไป กลัวเอาไม่อยู่ นำไปบูชาหน้าฐานพระ วันหลังค่อยให้

สงสัยนิดหน่อย “หลานสาวคนโตของครอบครัวมหาบัณฑิตที่เพิ่งถูกผลักดันขึ้นมา ทำไมไม่เคยได้ยินข่าวแม้แต่น้อย”

“ฝ่าบาททรงตรัสให้ฟัง ข้าเลยตอบไป คนข้างนอกจะเคยได้ยินได้อย่างไร”

เหล่าฮูหยินพูดอย่างแน่วแน่ “ทำได้ดี”

นางไม่ได้รู้สึกชื่นชมใต้เท้าเมิ่งคนนั้นนัก

ได้ยินว่าจวนเมิ่งกฎระเบียบเยอะมาก

ฮ่องเต้คงไม่ได้รู้สึกว่าหลานชายของนางเป็นคนมีระเบียบ เลยควรคู่กับสตรีที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างนั้นหรอกนะ

“ใต้เท้าเมิ่งเป็นผู้คุมสอบหลักของครั้งนี้หรือ”

อัครเสนาบดีลู่ยืนขึ้น เตรียมเดินออก พอได้ฟังก็พยักหน้า ฮ่องเต้ก็เพิ่งจะกำหนดลงมา

เดิมทีแรกสุดไม่ได้อยากให้ใต้เท้าเมิ่งรับงานใหญ่

แต่ปีนี้มีขุนนางหลายคนต้องการเลี่ยง เพราะเป็นการสอบจอหงวนที่เว้นมาหลายปี ลูกหลานของหลายจวน หรือญาติสนิท หรือญาติห่างๆ ย่อมมีมาลงสนามครั้งนี้

อย่างญาติของเขา บ้านตาของหมินหรุ่ย ครั้งนี้เนื่องจากหมินหรุ่ยกับติงเจียนลงสนามจึงถอนตัวออกไปก่อนแล้ว ร่วมคุมสอบไม่ได้

…

เมื่อพวกซ่งฝูเซิงไปถึงภูเขาสถานที่ไหว้เทพขุยซิง ที่นั่นก็เต็มไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าขายของดังไม่หยุด

เงยหน้ามองบันไดสูง เต็มไปด้วยด้านหลังของผู้คน

“เลือกซื้อดูได้ ลวดลายหลายแบบ”

พวกป้าๆ สิบกว่าคนพอเห็นเฉียนเพ่ยอิงกับซ่งฝูหลิงก็รีบเข้ามาเรียกให้ซื้อ

ป้าๆ เหล่านี้ขายพวกแบบลวดลายโดยเฉพาะ ในเข่งมีโครงกระดาษสิบกว่าอัน บนนั้นเป็นลวดลายที่ตัดจากกระดาษ พูดง่ายๆ ก็คือขายความคิดสร้างสรรค์

พวกผู้หญิงคนไหนถูกใจก็จะซื้อลวดลายพวกนั้น กลับไปก็นำไปปักลวดลายลงบนแขนเสื้อ รองเท้า เสื้อชั้นใน ปลอกหมอน

มีร้านขายขนมหวานเย็น ด้านบนราดด้วยน้ำเชื่อมบ๊วยที่ดองมาหนึ่งปีแล้วราดด้วยน้ำผึ้งอีกชั้น

บ้างก็ขายสาลี่แช่แข็งแอปเปิ้ลแช่แข็ง มีพ่อค้าบางคนเอาน้ำใส่กะละมังใหญ่ นำสาลี่กับแอปเปิ้ลแช่แข็งใส่ในกะละมังเพื่อให้คลายความเย็น พอเริ่มนิ่มก็นำมาหั่น “ลองชิมดู ดับกระหายได้ดีเลยนะ”

มีหลายคนซื้อจริงๆ เย็นสดชื่น ภูเขาสูงมาก

ด้านล่างเขายังมีร้านน้ำชา ด้านข้างมีขายถั่วลิสงขายเม็ดแตง ขายหมวกฟางรองเท้าฟาง จอดเกวียนจอดรถม้าป้อนอาหารให้ล่อให้ม้า

ร้านที่ซ่งฝูหลิงรู้สึกว่าแปลกคือร้านทำผ้าเย็น

นำผ้าเช็ดหน้าของเราไปทำให้เย็นโดยใช้น้ำเย็นจากเสี่ยวเอ้อร์ อันนี้ราคาสามเหวิน

แน่นอนว่าก็มีขายผ้าเช็ดหน้าด้วย ผืนเล็กผืนละสามสิบเหวิน

หมี่โซ่วยืนอยู่ล่างเขา สวมหมวกผ้าต่วนที่เย็นสบาย “ขูดรีดมาก ดีนะที่พวกเราเตรียมมาพร้อม”

บนตัวซ่งฝูกุ้ย ซื่อจ้วง และเกาเถี่ยโถวมีห่อผ้าขนาดใหญ่คนละห่อ พวกคนคุ้มกันอย่างเสี่ยวเฉวียนจื่อก็คาดสัมภาระ ในนั้นมีสารพัดของขบเคี้ยว

ใช้คำพูดที่เฉียนเพ่ยอิงบ่นในใจก็คือ เหมือนมาไหว้เทพที่ไหนกัน พวกเด็กๆ เหมือนมีงานกีฬาสีมากกว่า

พวกจวี่เหรินชี้ลูกหาบ พากันตะโกนเรียกฝูหลิงกับหมี่โซ่ว “หลานสาว มานั่งเกี้ยวสิ” แย่งกันจะช่วยจ่ายเงินให้

แค่เกี้ยวไม้ไผ่ธรรมดาๆ สองคนแบก หนึ่งรอบหกสิบเหวิน

ถ้าเป็นสี่คนแบกมีหลังคากันแดด ราคาหนึ่งเงิน

ซ่งฝูหลิงปฏิเสธน้ำใจพวกลุงๆ ทั้งยังพูดว่า “แพงเกินไปแล้ว”

หยางหมิงหย่วนกำลังจะจ่ายเงินแล้ว หันไปมองฝูหลิง

อะไรนะ

แพงเหรอ

เขาชักไม่เข้าใจแล้ว เวลาแบบนี้ทำมาประหยัดเงิน เจ้าปีนขึ้นไปไหวเหรอ มันสูงนะ ช่วยไม่ได้ เช่นนั้นเปลี่ยนไปเรียกหมี่โซ่วมานั่ง

หมี่โซ่วบอกว่า “ขอบคุณ แต่ข้าก็ไม่นั่ง เขาแค่นี้ ข้าปีนเหมือนเล่นสนุก”

ซ่งฝูเซิงก็ส่ายมือให้พวกจวี่เหรินที่เรียกไปนั่งเกี้ยว ไม่ต้องเรียกหรอก และก็ไม่ต้องออกเงินให้ด้วย

พวกเราเคยลี้ภัย

แถมหลังบ้านก็มีภูเขา ปีนเล่นกันจนชินแล้ว ไม่ไว้ใจลูกหาบพวกนั้นด้วย ต้องปีนขึ้นสูง เดินเซไปเซมากลัวจะทำลูกสาวกับหมี่โซ่วตก

บ้านเรามีลูกไม่กี่คน แก้วตาดวงใจทั้งนั้น

ตอนที่ 734 อยากออกไปเดินเที่ยวดูโลกที่กว้างใหญ่

ด้านหน้าสุดเป็นเสี่ยวเฉวียนจื่อกับพวกคนคุ้มกันที่ไปเปิดทางให้

ตามมาด้วยซื่อจ้วง เกาเถี่ยโถว เถาฮวา เป่าจู ฝูหลิง และหมี่โซ่ว กลุ่มนี้เดินนำขึ้นเขาไปก่อน

พอพวกเขาเดินขึ้นไปได้สักพักก็ต้องคอยหันมารอพวกจวี่เหริน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะพลัดหลงกัน

จวี่เหรินหลายคนพูดกับซ่งฝูเซิงขณะที่เดินขึ้นเขา “พวกเด็กๆ บ้านท่านแข็งแรงกันดีจริง โดยเฉพาะลูกสาวท่าน”

ซ่งฝูเซิงไม่ได้แบกอะไรติดตัว กระเป๋าสะพายหลังอยู่ที่ฝูกุ้ยผู้ติดตาม

ฝูกุ้ยเป็นบุคคลที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี เห็นทุกอย่างเป็นงานหมด ไม่เหมือนพวกเถี่ยโถวที่เดินขึ้นไปกันก่อน เขาคิดว่าคนเยอะ ซ่งฝูเซิงจำเป็นต้องคอยเรียกพวกจวี่เหริน เผื่อเขาช่วยตะโกนได้

ดังนั้นเวลาเดินขึ้นเขา ซ่งฝูเซิงแค่คอยช่วยประคองเฉียนเพ่ยอิงก็พอแล้ว

พวกจวี่เหรินก็เห็นกันจนชินแล้ว ตลอดการเดินทาง ซ่งเสี้ยวเหลียนดีต่อคนในครอบครัวมาก ให้เกียรติภรรยา พวกเขาเห็นอยู่ในสายตา

เข้าใจเป็นอย่างดีว่าซ่งเสี้ยวเหลียนเป็นผู้ชายที่รักครอบครัว สามีภรรยารักใคร่ปรองดองกันดี

ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางพูด “พวกเด็กๆ ในบ้านซนกันจะตาย ขึ้นเขาลงห้วยแหย่รังนก ปีนเขาแค่นี้ไม่เหนื่อยหรอก บ้านเราอยู่ติดเขาใช่ไหมล่ะ เก็บเห็ดเก็บฟืนก็ต้องขึ้นไปบ่อยๆ”

มีคนสงสัย “หลานสาวก็ไปเก็บฟืนบ่อยๆ เหรอ”

ซ่งฝูเซิงทำสีหน้าประมาณว่า ‘แปลกตรงไหน งานในบ้านมากน้อยช่วยได้ก็ช่วย ไม่อย่างนั้นเพ่ยอิงได้เหนื่อยตาย’

“ต้องทำงาน เอาแต่สบายไม่ได้”

“ข้าสังเกตเห็นว่า พี่ซ่งเลี้ยงลูกไม่เหมือนบ้านอื่น”

จวี่เหรินคนนี้ไม่เข้าใจ จะบอกว่าพี่ซ่งไม่รักลูกก็ไม่ถูก เพราะตลอดทางก็สัมผัสได้ว่าตามใจลูกตลอด

เวลาที่หลานสาวเดินไปเที่ยวไหน เป็นผู้หญิงไปไม่สะดวกพี่ซ่งก็จะให้แต่งตัวเป็นชาย คนเป็นพ่อแทบอยากไปเป็นเพื่อนด้วยตัวเอง ปล่อยให้ลูกสาวไปเที่ยวตลาดกลางคืนตามเมืองที่ผ่านระหว่างทาง

แต่ถ้าพูดเรื่องความรักลูก ยกตัวอย่างที่เขาแล้วกัน เขาจะให้ลูกสาวทำแค่งานเบาๆ ว่างๆ ก็ฝึกเขียนอักษร งานหนักงานเหนื่อยจะไม่มีทางให้ลูกสาวยุ่ง อย่างไรเสียงานพวกนั้นก็เป็นหน้าที่ของบ่าวรับใช้

ซ่งฝูเซิงแค่ยิ้ม ใช่ เขายอมรับ บางด้านเขาก็ทำตัวไม่เหมือนคนส่วนใหญ่

เพราะพวกเรามาจากยุคปัจจุบันอย่างไรล่ะ

อยู่มาหลายปีเลยพลอยทำให้พวกเก้าสกุลซึมซับไปด้วย

ดังนั้นเมื่อเหล่าสหายเริ่มรู้จักกันมากขึ้นก็จะงงว่าทำไมครอบครัวเขาถึงได้ดูพิเศษขนาดนั้น คิดว่าอีกหน่อยถ้ามีคนรู้จักเยอะขึ้นวันหน้าจะต้องมีคนที่ทนดูไม่ได้แน่

อย่างเช่นทนดูไม่ได้ที่ลูกสาวของเขาโตแล้วยังออกไปเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ

ทนดูไม่ได้ก็ช่าง ใครกล้ามีอคติกับครอบครัวเขา เขาซ่งฝูเซิงก็จะไม่คบหากับคนผู้นั้น อย่ามาล้ำเส้นเขา

พวกจวี่เหรินที่เดินอยู่แถวนั้นมีหลายคนที่เอ่ยถามอย่างไม่ตั้งใจ “จริงสิ หลานสาวอายุเท่าไหร่แล้ว ไม่กล้าถามมาตลอด พวกเราไม่รู้เลยว่าลูกๆ ของซ่งเสี้ยวเหลียนอายุเท่าไรกันแล้ว”

หยางหมิงหย่วนได้ยินคำถามนี้ก็รีบก้าวข้ามขั้นบันได ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ

ได้ยินอาซ่งพูดเรื่องอายุของแม่นางซ่งให้ทุกคนฟังว่า “นับแบบโบราณสิบหก อายุจริงสิบห้า แต่ไม่ถูกสิ ลูกสาวข้าเกิดช้า ควรนับเป็นสิบสี่”

มีจวี่เหรินพูดขึ้นทันที “ดูนะ ข้าบอกแล้ว นางตัวสูง น่าจะใกล้ถึงวัยออกเรือนแล้ว ชุยจวี่เหรินยังจะมาบอกว่าแค่สิบสามสิบสี่ ก็แค่นางตัวสูง”

ซ่งฝูเซิงชักไม่พอใจ “อะไร เจ้าบอกว่าใครถึงวัยออกเรือน เข้าใจผิดหรือเปล่า ลูกสาวข้ายังเร็วไป”

“พี่ซ่ง อย่าไม่พอใจ ก็แค่คุยเรื่องอายุ เช่นนั้นลูกสาวพี่ซ่งยังไม่เข้าพิธีปักปิ่นใช่ไหมล่ะ”

ซ่งฝูเซิงใช้ความจริงพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ไม่พอใจ “ยัง”

ไม่มีทางจัดหรอกพิธีปักปิ่น ไม่จัดแน่นอน

ไร้ประโยชน์ คนยุคปัจจุบันอย่างพวกเราอายุสิบแปดถึงจะบรรลุนิติภาวะ สิบแปดค่อยจัด

หยางหมิงหย่วนเข้าใจแล้ว ที่อาซ่งโยกโย้เรื่องอายุอย่างจริงจังขนาดนี้ แม้แต่ขาดไม่กี่เดือนก็นับเข้าไป เก็บทุกรายละเอียดแบบไม่ให้สิ้นเปลือง นี่ก็อธิบายได้แค่ว่าอาซ่งไม่อยากคุยเรื่องออกเรือนของแม่นางซ่งในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ไม่อยากคุยเรื่องแต่งงานของลูกสาว หวง

ไม่มีอารมณ์นั้น ไม่ว่าใครมาสู่ขอที่บ้านก็ไม่มีประโยชน์แบบนี้หรือเปล่า

ต่อให้เขาทุ่มหมดตัวไปสู่ขอก็จะถูกปฏิเสธ

หยางหมิงหย่วนให้กำลังใจตัวเอง อาซ่งเคยสอน ทุกเรื่องมีสองด้าน

เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ดีก็คือ เขาไปสู่ขอไม่มีประโยชน์ คนอื่นก็เช่นกัน

พอคิดได้แบบนี้หยางหมิงหย่วนก็ยิ่งมีแรงปีนขึ้นเขา

ตรงไหล่เขา ซ่งฝูหลิงยืนอยู่บนเนิน สูดลมหายใจเข้าลึก

ว้าว ที่นี่อากาศเยี่ยมที่สุดเลย

วัดแทรกอยู่กลางป่า มีภูเขาลำธารโอบล้อม เมฆหมอกปกคลุม แมกไม้เขียวชอุ่ม สายน้ำไหลเย็น บรรยากาศดีเหลือเกิน

หลับตาลง โยกศีรษะเบาๆ ฮัมเพลงในใจ พวกเราเดินไป เดินไป ดอกไม้ก็ผลิบาน ดื่มด่ำอยู่ในความสุข ไม่ต้องเอ่ยอะไรทั้งนั้น

บางครั้งซ่งฝูหลิงจงใจฮัมเพลงของยุคปัจจุบัน

เนื่องจากนางกลัวว่านานวันเข้าจะหลงลืมจังหวะพวกนั้นในหัวใจ

ตอนอยู่ยุคปัจจุบันนางเป็นเจ้าแม่คาราโอเกะเชียวนะ

แต่ที่นี่ไม่ให้ผู้หญิงร้องเพลง ครอบครัวที่เข้มงวดแม้แต่ฮัมเพลงก็ไม่ได้ พวกนักร้องนักดนตรีเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์

ว้าว เถาฮวากับเป่าจูที่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย “สวยจัง”

ปีนมาครึ่งวัน ในที่สุดก็ได้เห็นความมหัศจรรย์ ไม่อย่างนั้นเด็กสองคนนี้จะรู้สึกว่าไม่เห็นสนุกเท่าเก็บเห็ด อย่างไรเสียเก็บเห็ดก็เอาไปกินได้ ไม่เสียแรงเปล่า

“พี่ ดูสิ บนเขาด้านนั้นมีรอยเท้าขนาดใหญ่สองรอย มันคือสิ่งมหัศจรรย์ใช่ไหม” หมี่โซ่วพูด

ระหว่างทางขึ้นเขา พี่ให้ความรู้กับเขามาแล้วว่าองค์ไหนคือเทพขุยซิง องค์ไหนคือเทพเหวินชาง องค์ไหนคือเทพเหวินฉวี่ซิง ระวังจะไหว้ผิด

เขาอู่ไถมีพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ องค์ไหนคือเหวินเหิงเซิ่งตี้

เหวินเหิงเซิ่งตี้อยู่ที่วัดกวนอู

กวนอูถือตำราชุนชิว จะให้ดีหลังสอบเสร็จไปเสี่ยงเซียมซีที่วัดนั้นก่อนผลสอบออก

อีกทั้งไม่เพียงแต่กวนอูจะเรียนเก่งยังต่อสู้เก่งด้วย หมี่โซ่วฟังจบก็พูดขึ้นมาว่า “นั่นไม่ใช่พี่ชายหรอกเหรอ”

ซ่งฝูหลิงครุ่นคิด มีชมด้วย หมี่โซ่วมีความสุข รู้สึกภูมิใจแทน

ใช่ พี่ชายของเจ้าเก่งทั้งบุ๋นและบู๊

หมี่โซ่วฟังซ่งฝูหลิงอธิบาย ยังได้รู้ว่าทำไมต้องไปไหว้เทพขุยซิง

เพราะมือซ้ายของเทพขุยซิงถือแท่นฝนหมึก มือขวาจับพู่กัน เท้าข้างหนึ่งยกไปด้านหลัง เท้าอีกข้างเหยียบบนเต่ายักษ์

พี่สาวบอกว่า บนแผ่นหินกลางบันไดของท้องพระโรงวังหลวงมีรูปมังกรกับเต่ายักษ์

ผู้สอบได้จิ้นซื่อในการสอบจอหงวนจะยืนอยู่หน้าบันไดของท้องพระโรงเพื่อรอฟังผล

เมื่อฮ่องเต้ประกาศชื่อจอหงวนคนใหม่ จอหงวนจะต้องคุกเข่ารับราชโองการ จากนั้นก็จะเปลี่ยนไปใส่ชุดจอหงวนยืนอยู่ตรงหัวเต่ายักษ์ คำพูดที่ว่ายึดครองหัวเต่ายักษ์ก็มีมาจากตรงนี้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องไปไหว้เทพขุยซิง เพราะเทพขุยซิงเหยียบเต่ายักษ์

ตอนที่ฝูหลิงเล่าเรื่องพวกนี้เล่นเอาหมี่โซ่วตื่นเต้นจนจินตนาการเป็นภาพ

ตอนนั้นหมี่โซ่วเดินขึ้นเขาพลางแสดงให้ดู “พี่สาว พี่ว่าไว้ถึงเวลาท่านลุงจะสะบัดชุดแบบนี้ ก้าวขึ้นหน้า คุกเข่าลงอย่างคล่องแคล่ว รับตำแหน่งจอหงวน ใส่ชุดจอหงวนไปเหยียบบนหัวเต่ายักษ์แล้วหันกลับมาก้มมองพวกจิ้นซื่อคนอื่นๆ ไหม”

เล่นเอาฝูหลิงตกใจ น้องเอ๋ย ถ่อมตัวหน่อย เบาเสียงหน่อย

ด้านหน้าด้านหลังซ้ายขวาเต็มไปด้วยจวี่เหรินที่มาล่าฝันจอหงวน ต่อให้ไม่ใช่จวี่เหรินก็เป็นครอบครัวของจวี่เหริน เดี๋ยวจะพากันมองบนเอา

แต่คนเยอะมาก พูดคุยกันอยากพูดอะไรก็พูด บันไดเดินขึ้นเขาก็ไม่ได้กว้างมาก พูดสำเนียงตะวันออกเฉียงเหนือก็ตกเป็นเป้าสายตาอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพราะแบบนี้เลยมีคุณหนูที่คิดว่าพวกซ่งฝูหลิงไม่เคยเห็นโลกมาก่อน นั่งเกี้ยวสี่คนหามมีที่บังแดดเหลือบมองมา

อาจเป็นคนท้องถิ่น หันไปพูดกับสาวใช้ “พวกคนต่างถิ่น” ถูกเสี่ยวเฉวียนจื่อได้ยินเข้า

เสี่ยวเฉวียนจื่อเกือบเดินเข้าไป ว่าไงนะ ลงมาคุกเข่าขอขมาแม่นางซ่งเดี๋ยวนี้เลย

เล่นเอาเสี่ยวจั่วจื่อลูกศิษย์ของเสี่ยวเฉวียนจื่อรีบเข้าไปเกลี้ยกล่อม

“อาจารย์ใจเย็นๆ ข้าคิดว่าแม่นางซ่งไม่ใช่คนช่างถือสาขนาดนั้น แล้วแม่นางซ่งก็ไม่ได้ยินด้วย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่าชูป้ายให้คนลงมาคุกเข่าเลยนะอาจารย์”

เสี่ยวเฉวียนจื่อกลับหันมาตบกบาลลูกศิษย์หนึ่งที “รู้หรือยังว่าทำไมเจ้ากับข้าถึงสู้อาจารย์ข้าไม่ได้”

“ทำไมหรือ”

“คนเป็นบ่าวรับใช้ ต้องให้เจ้าวิเคราะห์ด้วยเหรอว่าถูกหรือผิด ต้องให้เจ้าวิเคราะห์ด้วยเหรอว่าเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ไม่มีถูกผิด กล้าดูถูกเจ้านายของเราแม้แต่น้อยก็คือผิด นี่ต่างหากที่พวกเราควรคิด รังแกคนแล้วอย่างไร ขอแค่เจ้านายมีความสุขเป็นพอ”

เสี่ยวจั่วจื่อทำสีหน้าลำบากใจ ไม่ค่อยเข้าใจ “เช่นนั้น อาจารย์…”

มองเกี้ยวที่เดินไปไกลแล้ว กัดฟันพูด “เช่นนั้นบ่าวจะไปตามนาง ให้นางรีบมาคุกเข่าสำนึกผิด”

เสี่ยวเฉวียนจื่อหันกลับไปมองซ่งฝูหลิง

นางกำลังยิ้มกว้างเตรียมหยิบของอร่อยออกมา จะกินท้อเชื่อม

ช่างเถอะ อยู่ๆ ให้คนไปคุกเข่าต่อหน้าแม่นางซ่ง นางอาจติดคอได้

เดี๋ยวจะทำเสียบรรยากาศหมด

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 733 ดูวุ่นวาย / ตอนที่ 734 อยากออกไปเดินเที่ยวดูโลกที่กว้างใหญ่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.