ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 738 ที่ไหนก็ไม่สะดวกเท่าบ้านตัวเอง
ตอนที่ 738 ที่ไหนก็ไม่สะดวกเท่าบ้านตัวเอง
ภายในกระโจมสอบเก่าทรุดโทรมที่ตั้งเรียงรายมีผู้เข้าสอบนั่งอยู่เต็ม
พวกเขาปูประดาษอย่างพร้อมเพรียง หยิบพู่กันและน้ำหมึก
ขุนนางจำนวนมากของรัชสมัยใหม่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากบรรดาผู้เข้าสอบเหล่านี้
กระดาษข้อสอบเหล่านี้ก็คือสิ่งวัดความสามารถและสติปัญญาของพวกเขา
ไม่ว่าคนเหล่านี้จะมีความรู้ความสามารถจริง หรือมีความรู้ไร้ความสามารถ หรือไร้ความรู้มีความสามารถ หากสอบผ่าน ต่อไปก็จะมีความเกี่ยวข้องกับโชคชะตาตลอดรัชสมัยนี้ เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของราษฎรทุกท้องที่
ฮ่องเต้ถามขึ้นหลังลงประชุมราชสำนัก “เริ่มสอบหรือยัง”
“เริ่มแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
ฮ่องเต้ยืนอยู่หน้าท้องพระโรง มองไปทางก้งย่วนแล้วพยักหน้าเบาๆ
ในเวลาเดียวกัน
ซ่งฝูหลิงตั้งกระดานวาดภาพอยู่ในสวนดอกไม้ของเรือนรับรองตระกูลลู่
นางอยากวาดหมู่บ้านเล็กๆ กับโรงเตี๊ยมของเถ้าแก่ไป๋ที่ผ่านมาระหว่างทาง
ก็แค่นางแอบขี้เกียจ วาดได้สักพักก็เอนตัวบนเก้าอี้เอนพลางหยิบขนมมากิน
สองมือวางหลังศีรษะ คิดอะไรในใจ
ถ้ากลับช้ากว่านี้สักหน่อยคงดี
กลับช้าหน่อย ดอกซากุระในสวนแห่งนี้ของลู่พั่นก็จะบานแล้ว
พอถึงตอนนั้นนางจะนั่งดูซากุระอยู่บนเก้าอี้เอน ดื่มด่ำให้ตายไปเลย
จะให้ดีเอานักดนตรีมาดีดพิณด้วย เลือกพวกสาวใช้หน้าตาดีหน่อยมาเต้นระบำซากุระให้นางดู
ให้พวกสาวใช้ใส่กระโปรงยาวลากพื้น ร่ายรำไปพร้อมกับกลีบซากุระที่ร่วงหล่น
จากนั้นนางก็จะเล่นกระโดดยาง
เฮ้อ ที่นี่ไม่มีหนังยางสักเส้น ไม่อย่างนั้นนางคงให้พี่เถาฮวากับพี่สะใภ้เป่าจูช่วยกันจับยางคนละด้าน นางจะกระโดดเล่นทั้งวัน
สมัยเด็กนางเกลียดเป็นคนถือยางที่สุด ตอนนั้นต้องสลับกันเล่น
ตอนนี้มีคนที่ถือให้นางได้โดยไม่บ่น แต่กลับไม่มีหนังยาง
ซ่งฝูหลิงจินตนาการภาพตัวเองกระโดดยาง เอ๊ะ มันกระโดดอย่างไรนะ
สองแปดสองห้าหก สองแปดสองห้าเจ็ด สองแปดสองเก้าสามสิบเอ็ด…
เถาฮวากับเป่าจูนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินหน้าเรือน ขัดเหอเถาอยู่
พอเห็นน้องสาวนั่งบนเก้าอี้เอนยิ้มให้ พวกนางก็ยิ้มกลับอย่างอ่อนโยน
“หนาวไหม ถ้าหนาวจะไปหยิบผ้าห่มมาให้”
…
เวลานี้หมี่โซ่วกลับไม่ได้อยู่ว่างเหมือนพี่สาวของเขา
ใครใช้ให้เขาเป็นเด็กผู้ชายล่ะ ต้องพากเพียรเขียนอ่าน
พ่อบ้านหลูยืนอยู่ด้านข้างฝนหมึกให้หมี่โซ่ว
หมี่โซ่วอยู่ในห้องหนังสือของลู่พั่น กำลังตั้งใจอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น
อ่านจบเขาก็นั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่เงยหน้าท่องคัมภีร์หลุนอวี่
ท่านลุงบอกว่ากลับมาจะทดสอบเขา
ด้านหลังเก้าอี้ที่หมี่โซ่วนั่ง บนกำแพงแขวนภาพเขียนอักษรฝีมือลู่พั่น
ข้อความนั้นก็มาจากคัมภีร์หลุนอวี่เช่นกัน “ใฝ่รู้และตั้งใจ”
…
“คุณนายยังนอนอยู่รึ”
สาวใช้เล็กทำความเคารพป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อก่อน จากนั้นถึงพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้าค่ะ ทั้งยังบอกว่าไม่ให้รบกวน”
ป้าของเสี่ยวเฉวียนจื่อกับเสวี่ยเหนียงมองหน้ากัน
คุณนายจะติดนอนมากไปหรือเปล่า ควรเรียกหมอมาตรวจดูไหม
แต่ในความเป็นจริง
เฉียนเพ่ยอิงกำลังมาร์คหน้าอยู่ในพื้นที่พิเศษ มือข้างหนึ่งจับไม้กวาดทำความสะอาดพื้น มืออีกข้างจับผ้าปูโซฟาให้ดีตอนเดินผ่าน ร้องเพลงด้วยเสียงสูง
“โชคดีมาเยือน ขอให้คุณโชคดี โชคดีนำพาความสุขและความรัก”
“โชคดีมาเยือน พวกเราโชคดี ต้อนรับความเจริญรุ่งเรือง…”
พอละ เสียงขึ้นไม่ถึง มันสูงไป
ซ่งฝูเซิงกับพวกจวี่เหรินไปสนามสอบกันหมดแล้ว
ลูกสาวไม่งอแงจะไปเที่ยวข้างนอก นั่งวาดรูปแต่โดยดี ส่วนลูกชายก็มีพ่อบ้านหลูเฝ้าอ่านหนังสือ เฉียนเพ่ยอิงเลยเข้าพื้นที่พิเศษเหมือนได้มีวันหยุด รู้สึกสบายตัวอะไรอย่างนี้
ก็แค่มีติดนิดหน่อย อยู่ข้างนอกพื้นที่พิเศษไม่มีอะไรให้ทำเลย ขนาดทำผ้าเช็ดหน้าตกยังไม่ต้องเก็บเอง แต่กลับรู้สึกคันไม้คันมือ ไม่ทำงานรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ถึงกับครั่นเนื้อครั่นตัว
ในเมื่อข้างนอกไม่มีงานให้ทำ เช่นนั้นเข้ามาทำความสะอาดในพื้นที่พิเศษแล้วกัน
เฉียนเพ่ยอิงดึงแผ่นมาร์คหน้าออก ส่องกระจกตบหน้าด้วยเซรั่ม ข้างโต๊ะเครื่องแป้งยังมีผ้าขี้ริ้วที่ยังทำความสะอาดไม่เสร็จวางอยู่
นางส่องกระจก รู้สึกว่าช่วงนี้ที่ตัวเองมีคนปรนนิบัติตอนอาบน้ำ นวดตัวนวดหัวไล่เลือดลม ดูเหมือนจะสวยขึ้น
อารมณ์ดีเลยร้องเพลงขึ้นมาอีก
แสดงให้เห็นว่าซ่งฝูหลิงได้แม่มา
“ใครมาทำให้หัวใจที่เปียกชื้นของฉันแห้งที ความรักลึกซึ้งของฉัน พูดซ้ำๆ…”
“ข้าเอง” ข้าช่วยทำให้แห้งได้ รับรองแห้งสนิท
“ว้าย!”
เฉียนเพ่ยอิงสะดุ้งตกใจ ขมวดคิ้วถลึงตาใส่ซ่งฝูเซิง
ซ่งฝูเซิงนึกไม่ถึงว่าเมียจะตกใจ “เจ้าโอเคหรือเปล่า”
“ไม่ตั้งใจสอบ เข้ามาในนี้ทำไม เพิ่งเริ่มสอบได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ รู้หรือเปล่าตกใจเกือบช็อกตาย”
ซ่งฝูเซิงลูบท้องพลางตอบ “เมื่อเช้ากินน้ำแกงไปเยอะ เลยกลั้นฉี่ไม่อยู่ เพ่ยอิง เอ่อคือ ขอข้าฉี่ในนี้หน่อยนะ ข้างนอกยังไม่ถึงเวลา ไม่อย่างนั้นข้าโดนกาหัวกระดาษแน่”
เฉียนเพ่ยอิงปฏิเสธได้เหรอ เกิดสามีกลั้นฉี่จนไตอักเสบนางได้ซวยสิ รีบวิ่งไปเอาถุงพลาสติกที่ระเบียง รีบร้อนจนเตะราวตากผ้าขี้ริ้วล้ม
“อะ ใส่ไว้”
“จะฉี่อย่างไร”
“ทำไมจะฉี่ไม่ได้ ยังไม่รีบอีก เร็วเข้า ถอดกางเกง เดี๋ยวจะบอกให้”
ซ่งฝูเซิงถอดกางเกงพลางพูด “ไม่สู้ให้ข้าฉี่ในโถส้วม เจ้าเอาออกไปไม่ได้ ข้าก็หิ้วเข้าสนามสอบไม่ได้ มือปราบที่นี่ตรวจเข้มยิ่งกว่าเมืองเฟิ่งเทียนอีก”
เฉียนเพ่ยอิงบอกว่า อีกเดี๋ยวจะให้ลูกสาวหากะละมังที่มีฝาปิดเข้ามา นางจะเอาใส่กะละมังไว้ พอสอบเสร็จค่อยให้ซ่งฝูเซิงเอาออกจากพื้นที่พิเศษ แอบไปสาดทิ้งหลังสวนของลู่พั่น
ก่อนซ่งฝูเซิงออกไปได้ถามขึ้น “กลางวันให้ข้ากินอะไร”
“รีบออกไปทำข้อสอบได้แล้ว ถึงเวลาค่อยเข้ามากิน ลูกสาวเจ้าใช้ให้ฝูกุ้ย ซื่อจ้วง ต้าเต๋อจื่อออกไปซื้อข้าวมาให้แล้ว”
“แต่ซื้อกลับมาก็อธิบายยากหรือเปล่า กับข้าวในจวนมีทุกอย่าง ข้างตัวลูกสาวเราเต็มไปด้วยสาวใช้ไหนจะคนดูแลส่วนตัว เกิดถูกถามว่าซื้อของกินมาทำไมจะตอบอย่างไร ไม่เช่นนั้นข้ากินของแห้งแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน บ้านสกุลลู่มีแต่คน พวกจวี่เหรินที่มาด้วยกันยังกินขนมรองท้องได้ ทำไมข้าจะกินไม่ได้ อย่างไรเสียก็มีติดตะกร้าเข้าไป”
“เลิกกังวลได้แล้ว ลูกสาวพ่อบอกว่า นางจะบอกว่ากินเอง กินได้ถือว่ามีบุญ รีบไปเถอะ”
ตรงหัวถนนในเมืองหลวงเต็มไปด้วยร้านอาหาร
ซื่อจ้วงล้วงกล่องข้าวที่ทำจากหินออกมาสองกล่องจากกระเป๋าสะพายหลัง เป็นแบบที่มีแบ่งชั้นและมีฝาปิด
จงใจไม่ใช้กล่องข้าวที่ทำจากไม้ เพราะใส่กับข้าวร้อนๆ กลัวจะเสีย ใช้กล่องข้าวที่ทำจากหิน ล้างให้สะอาดก็ไม่ต้องกังวลอย่างอื่น ติดแค่เรื่องน้ำหนักมาก หยิบมาจากที่บ้านก่อนออกเดินทาง
ฝูกุ้ยกำลังถามเจ้าของร้าน “ผัดไก่กับปลากุ้ยฮวาเสร็จหรือยัง เร่งมือหน่อย เด็กที่บ้านรออยู่”
ต้าเต๋อจื่อซื้อขนมเปี๊ยะไส้หมูสับเสร็จกลับมาก็ถาม “ยังไม่เสร็จเหรอ”
จะว่าไปพวกเขาก็งง ในจวนมีพ่อครัวแม่ครัวตั้งมากขนาดนั้น อาหารของจวนลู่หนึ่งมื้อตั้งสิบกว่าอย่าง พั่งยากลับบอกจะไม่กิน อยากกินที่ขายตามถนน
ทั้งยังให้เอาใส่กล่องข้าวหิน
กล่องข้าวหินหนักจะตาย พวกเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพกมาตั้งแต่เมื่อไหร่
เอาเป็นว่า ต่อให้งงอย่างไร พวกเขาที่เป็นลุงกับพี่ชายต่างก็คิดว่า ช่างเถอะ พั่งยาอยากกินก็ซื้อ พวกเขาเลยออกมาซื้อ
“พ่อครัว ไม่ได้ใส่แบบนั้น ช่างเถอะ รีบเอามาใส่ในนี้ พวกข้าจัดการเอง”
ซ่งฝูกุ้ยจัดการเอาอาหารใส่กล่องพลางกำชับซื่อจ้วง ต้าเต๋อจื่อ เถี่ยโถว “ตอนพวกเราเอาอาหารไปให้พั่งยาทางที่ดีหลบๆ คนหน่อย”
“ทำไมล่ะ”
“ยังจะถามว่าทำไม บ่าวรับใช้จวนลู่ได้หาว่าพั่งยาของพวกเรากินจุ เป็นสาวเป็นนางกินเก่งเกินไปจะดูไม่งาม”