ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 745 พอเข้าไปในตำหนักข้าก็กลายเป็นท่าน
ตอนที่ 745 พอเข้าไปในตำหนักข้าก็กลายเป็นท่าน
น่าเสียดายที่ความทุ่มเทของใต้เท้าเมิ่ง ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้จะไม่เข้าใจ ยังคิดว่านี่เป็นความคิดที่โง่เขลาอีกด้วย
มอบหมายให้ทำเรื่องแค่นี้ก็ทำได้ไม่ดี
ให้คัดเลือกคนเก่งเข้ามากลับคัดทิ้ง
ฮ่องเต้ถือเรื่องที่ขุนนางคิดตัดสินใจโดยพลการที่สุด
ถ้าคิดเองตัดสินใจเองกันหมดทุกคน โดยอ้างว่าทำเพื่อเขา แค่คิดดูก็รู้ว่ารัชสมัยนี้จะเละเทะเพียงใด
แบบนั้นพวกขุนนางที่ต้องเลี่ยงมีส่วนร่วมกับการสอบจอหงวนครั้งนี้ก็ไม่ต้องเลี่ยงแล้วหรือเปล่า
อย่างไรเสีย ความสามารถก็สูงกว่ามหาบัณฑิตเมิ่ง คัดเลือกคนเก่งให้เขาได้เร็วกว่ามหาบัณฑิตเมิ่ง
แม่ทัพที่ไปทำศึกอยู่ข้างนอกก็ไม่ต้องฟังคำสั่งของเขาแล้ว
อย่างไรเสีย พวกแม่ทัพก็รู้สถานการณ์รบดีกว่าเขา อ้างว่าทำเพื่อเขา การตัดสินใจโดยพลการทั้งหมด ต่างรีบทำศึกบุกยึดแผ่นดินเพื่อเขาทั้งนั้น
เหลวไหลสิ้นดี
…
เรือนรับรองของตระกูลลู่
วังจวี่เหริน ชุยจวี่เหริน หยางหมิงหย่วน กำลังนั่งดื่มเหล้าคุยกัน
“บุ๋นไร้ที่หนึ่ง บู๊ไร้ที่สอง ครั้งนี้ซ่งเสี้ยวเหลียนก็แค่ซวย ไม่เจอคนที่ชื่นชมความเก่งเขา เฮ้อ”
ชุยจวี่เหรินคิดในใจ
ถ้ามีโอกาส เขาไม่เชื่อหรอกว่าซ่งเสี้ยวเหลียนจะถูกฝัง
อย่างมากอีกสามปีค่อยกลับมาใหม่
ไม่เชื่อหรอกว่าอีกสามปีให้หลังคนตรวจข้อสอบจะยังเป็นคนกลุ่มเดิม พอถึงตอนนั้นจะต้องมีขุนนางที่ชื่นชมความคิดอันยอดเยี่ยมของซ่งเสี้ยวเหลียนแน่นอน
หากในสามปีนี้ซ่งเสี้ยวเหลียนอยากหาตำแหน่งทำไปพลางๆ ก่อน อย่างอื่นเขาไม่กล้ารับปาก แต่ไว้รอเขาสอบเตี้ยนซื่อผ่านโชคดีได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง เขาจะช่วยผลักดันซ่งเสี้ยวเหลียนแน่
ก็แค่กลัวว่าจะไม่มีแม้แต่โอกาสนี้
ซ่งเสี้ยวเหลียนเป็นใคร
ใช่คนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาเหรอ
ไม่มีทาง
วังจวี่เหรินมองชุยจวี่เหริน ทั้งสองคนคิดไปในทางเดียวกัน
“นี่ยังต้องพูดอีกเหรอ พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็คิดแบบนั้น ก็แค่กลัวไม่มีโอกาสนี้…
…ดังนั้นอย่าเพิ่งพูดอะไรที่ไม่มีประโยชน์เลย…
…ตอนนี้ข้ากลับกังวลว่าครอบครัวของซ่งเสี้ยวเหลียนคงเตรียมเก็บของไปจากเมืองหลวงแล้ว…
…ข้าคิดว่า หากเป็นข้า ข้าก็กลับ…
…ไปจากที่นี่ก่อน กลับบ้านค่อยว่ากัน…
…เช่นนั้นพวกเราต้องหาที่พักใหม่หรือเปล่า จะให้ซ่งเสี้ยวเหลียนลำบากใจเพราะพวกเราอีกไม่ได้”
อย่างไรเสียนี่ก็อาศัยใบบุญเขามาอยู่
ไม่อยากให้ซ่งเสี้ยวเหลียนจะกลับบ้านยังต้องมากังวลเรื่องพวกเขา
กลัวซ่งเสี้ยวเหลียนลำบากใจ ถ้าครอบครัวซ่งเสี้ยวเหลียนกลับ พวกเขาควรเอาอย่างไรต่อ
พูดถูก
พอวังจวี่เหรินเตือน ชุยจวี่เหรินกับหยางหมิงหย่วนกำลังจะลุกไปเรียกทุกคนมาหารือเรื่องนี้ก็มีคนมาเคาะประตู
บ่าวรับใช้เปิดประตู ซ่งฝูเซิงถือกระดาษสิบกว่าใบเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
“หมิงหย่วนหนอหมิงหย่วน เจ้าเขียนอะไรพร่ำเพรื่อ เขียนพวกนี้หมายความว่าอย่างไร”
เด็กคนนี้น่าจะกังวลกลัวเขาล้มป่วย
หลังประกาศผลสอบกลับถึงเรือนก็ไม่ทำอย่างอื่น
ได้ยินว่าเข้าห้องหนังสือสืบค้นหนังสือประวัติศาสตร์หลายเล่ม สรุปข้อผิดพลาดของขุนนางในอดีตเรื่องการตัดสินผลสอบจอหงวน เขียนออกมาเป็นจดหมายให้เถี่ยโถวเอาไปให้เขา
อาจอยากปลอบเขาว่า ความคิดแปลกแยกบ้างไม่เป็นไร พรุ่งนี้ย่อมดีกว่า
หยางหมิงหย่วนหูแดงเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าท่านอาจะแฉความคิดของเขา
“พวกเจ้าน่ะ เตรียมตัวสอบเตี้ยนซื่อให้สบายใจเถอะนะ ใกล้สอบเตี้ยนซื่อแล้ว…
…โดยเฉพาะเจ้า หมิงหย่วน เอาความตั้งใจไปใช้กับเรื่องนี้…
…นี่เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด อย่าเสียสมาธิ”
วังจวี่เหรินพูด “เมื่อครู่พวกเรากำลังหารือกัน เจ้าจะกลับแล้วหรือ”
ซ่งฝูเซิงทำหน้าสงสัย
“ใครบอก ข้าย่อมต้องรอกลับพร้อมทุกคนสิ อุตส่าห์ได้มาเมืองหลวงทั้งที สอบเตี้ยนซื่อเสร็จก็จะได้สามอันดับแรกที่แท้จริงของการสอบจอหงวนครั้งนี้ มีการแห่รอบเมือง เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองจะน่าเสียดายขนาดไหน”
พูดถึงตรงนี้ซ่งฝูเซิงก็ยิ้มพลางพูดต่อ “พลาดโอกาสครั้งนี้ไป ครั้งหน้าที่ได้เข้าเมืองหลวงมาดูประกาศผลสอบอีกครั้งคงต้องรอหมี่โซ่วแล้ว”
“อะไรนะ” หยางหมิงหย่วนร้อนใจ
เขาเข้าใจแล้ว ท่านอาตัดสินใจไม่ลงสอบอีก
ชุยจวี่เหรินกับวังจวี่เหรินก็ร้อนใจจนยืนขึ้น “ซ่งเสี้ยวเหลียน เหตุใดถึงตัดสินใจเช่นนี้”
ซ่งฝูเซิงส่ายมือ ไม่เอาไม่สอบอีกแล้ว
ลูกสาวอุตส่าห์พูดว่าไม่อยากให้เขาอ่านหนังสืออีกแล้ว
ไม่อยากเกลี้ยกล่อมอีก ตัดสินใจแล้ว
“เข้าเรื่องดีกว่า ที่ข้ามาเพราะอยากบอกว่าทำไมข้าถึงสอบตก เผื่อจะช่วยในการสอบเตี้ยนซื่อของทุกคน”
ซ่งฝูเซิงคิดว่าเขาควรมาคุยกับทุกคนหน่อย
เขาหวังว่าเหล่าสหายจะเดินไปได้ไกลที่สุด ไปสู่จุดที่สูงกว่า
มีประโยชน์กับเขาเหมือนกัน
เพื่อนเยอะ เส้นทางก็สบายหน่อย
ซ่งฝูเซิงคิดแล้วคิดอีก ในเมื่อหัวหน้าคุมสอบไม่ถูกใจบทความของเขา ใครเป็นคนเลือกหัวหน้าคุมสอบ ก็ฮ่องเต้
มีเหรอที่ฮ่องเต้จะเลือกหัวหน้าคุมสอบที่ไม่รู้ใจตัวเอง
นั่นก็แสดงว่าฮ่องเต้ก็อาจคิดว่า ราชสำนักรอการฟื้นฟูอยู่ ทุกอย่างควรเอาความมั่นคงเป็นหลัก ไม่ชื่นชมความคิดบางอย่างของเขา ด้วยเหตุนี้จึงไม่ให้แม้แต่อันดับรั้งท้ายแก่เขา ไม่เมตตาแม้แต่น้อย ปัดตกทันที
เช่นนั้นเขาก็มาบอกเหล่าสหายหน่อย จะได้สอบเตี้ยนซื่อง่ายขึ้น
หลังจากซ่งฝูเซิงคุยกับพวกจวี่เหรินเสร็จเดินออกไป ยิ่งเขามีท่าทีสบายๆ หยางหมิงหย่วนก็ยิ่งหนักใจ
เล่นเอาเด็กหนุ่มคนนี้โมโหมาก
มีความสามารถคืออย่างไร
ขุนนางที่ดีเป็นอย่างไร
หรือทุกคนต้องเหมือนเขาหมด แสดงความคิดคลุมเครือในการตอบคำถาม ตอบแบบเอาใจทุกฝ่ายก็สอบได้ แต่อาซ่งที่ชี้จุดบกพร่องกลับสอบตก แบบนี้เหรอที่ถูก
วันนี้
ซ่งฝูเซิงออกมาส่งจวี่เหรินทั้งห้าสิบห้าคนขึ้นเกวียนด้วยตัวเอง มองส่งพวกเขาที่กำลังจะไปเข้าตำหนักไท่เหอ
เชื่อว่าเมื่อคนเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะกลายเป็นคนใหม่ อย่างแย่สุดก็ได้เป็นถงจิ้นซื่อ
ซ่งฝูเซิงยืนอยู่หน้าประตูเรือนรับรองของตระกูลลู่ โบกมือลาบรรดาว่าที่จิ้นซื่อหลายสิบคนนี้
เดี๋ยวเจอกัน
อีกเดี๋ยวเขาจะพาครอบครัวไปรอชมขบวนแห่สามอันดับแรกที่เพิ่งได้ตำแหน่งสดๆ ร้อนๆ จากฮ่องเต้
หยางหมิงหย่วนแหวกม่านมองซ่งฝูเซิงที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าประตูเรือนรับรอง
มองเห็นใบหน้าของอาซ่งไม่ชัดแล้ว
อาจเพราะเกวียนวิ่งออกมาไกลมากแล้ว
หรืออาจเป็นเพราะดวงตาของเขาที่มีน้ำตาบดบัง
ผู้ช่วยของหยางหมิงหย่วนแอบมองหยางหมิงหย่วน ไม่กล้าส่งเสียง คิดในใจ
นายท่านเป็นอะไรไป ยังไม่ทันเข้าไปสอบเตี้ยนซื่อก็ขอบตาแดงก่ำแล้ว
เครียดมากขนาดนั้นเชียวหรือ
…
ตำหนักไท่เหอ
การสอบเตี้ยนซื่อครั้งนี้ฮ่องเต้เป็นคนออกโจทย์ด้วยตัวเอง
เหล่าผู้มีความรู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาหลายขั้นจนมาอยู่ที่นี่จะได้รับข้อสอบแบบเดียวกัน
ซึ่งก็คือข้อสอบคำตอบของซ่งฝูเซิง
ฮ่องเต้ให้พวกเขาตอบว่า คิดเห็นอย่างไรกับข้อสอบฉบับนี้ หรือต้องการเสริมตรงไหน
หากบอกว่าว่าที่จิ้นซื่อคนอื่นไม่รู้ว่านี่เป็นกระดาษคำตอบของใคร แต่พวกจวี่เหรินห้าสิบห้าคนที่พักในเรือนของตระกูลลู่กลับรู้ทุกคน
เพราะซ่งเสี้ยวเหลียนสรุปความคิดกับแนวทางในการตอบตอนนั้นให้พวกเขาฟังมาแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้
มีหลายคนในตำหนักที่มองหน้าผู้เข้าสอบคนอื่นแม้ไม่รู้จักกัน
ชุยจวี่เหรินกับวังจวี่เหรินมองหน้ากันด้วยความตะลึง
คือ คือ ไม่กล้าคิดเลยว่าจะมีข้อสอบแบบนี้
เช่นนั้นพวกเขาควรตอบอย่างไร
หลังจากตั้งใจอ่านข้อสอบของซ่งเสี้ยวเหลียนอย่างตั้งใจเสร็จ ทุกคนก็รู้สึกสับสนในใจ สมองนึกถึงคำเตือนของซ่งเสี้ยวเหลียน
จวี่เหรินห้าสิบสี่คนตกอยู่ในห้วงแห่งความทรมานตัวเอง
ไม่ได้คิดเรื่องโจทย์ แต่กำลังวิเคราะห์ไม่หยุดว่าเพราะเหตุใดฮ่องเต้ถึงเอาคำตอบของซ่งฝูเซิงมาทดสอบพวกเขาหลังจากที่ให้ซ่งฝูเซิงสอบตก ตกลงว่าพระองค์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกันแน่
ทำไมถึงบอกว่าจวี่เหรินทั้งห้าสิบสี่คนคิดซับซ้อนน่ะเหรอ
เพราะในบรรดาจวี่เหรินห้าสิบห้าคนที่มาด้วยกัน มีแค่หยางหมิงหย่วนที่ไม่มีความคิดฟุ้งซ่าน
เขาตื่นเต้นที่ในที่สุดก็ได้เห็นกระดาษคำตอบของอาซ่ง
ได้เห็นกับตาว่าอาซ่งตอบอย่างไร
หยางหมิงหย่วนเริ่มฝนหมึก
เขาไม่อยากสนใจว่าฮ่องเต้คิดอย่างไร ไม่อยากฟังคำเตือนด้วยความหวังดีของอาซ่ง
ภายในใจของเขากำลังพลุ่งพล่าน
ท่านอา ท่านหยุดอยู่แค่ก้งซื่อ แต่จิตวิญญาณที่ทำเพื่อบ้านเมืองทำเพื่อชาวบ้านของท่านไม่ได้หยุดนิ่ง
ขอหมิงหย่วนได้เขียนแทนความในใจของท่านอา
หยางหมิงหย่วนเขียนลงไปในกระดาษว่า “ท่านอาจารย์เคยกล่าวว่า…”
แสดงให้เห็นว่าเขายอมแพ้แล้ว ไม่ได้มองว่าเตี้ยนซื่อเป็นการสอบ เขาก็แค่อยากเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากบอก