ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 747-1 ใครช่วยเป่าหัวใจที่เปียกชื้นของข้าให้แห้งที
ตอนที่ 747-1 ใครช่วยเป่าหัวใจที่เปียกชื้นของข้าให้แห้งที
เล่นเอาซ่งฝูเซิงตกใจมาก
การสอบเตี้ยนซื่อเกิดเรื่องมหัศจรรย์อะไรขึ้นใช่ไหม
ไม่อย่างนั้นทำไมถึงดึงเขาที่ไม่มีชื่ออยู่ในกระดานมา แถมยังให้ขั้นขุนนางที่สูงกว่าจอหงวนอีก
ชุดขุนนางขั้นหกชุดนี้ไม่ใช่ของปลอมด้วย
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ประเด็น
ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ สมองของซ่งฝูเซิงประมวลผลอย่างรวดเร็ว
เขาคงไม่ได้ถูกให้ไปนั่งจดบันทึกในสำนักฮั่นหลินใช่ไหม
ต้องทราบก่อนว่าสุดท้ายพวกที่สอบผ่านมักจะถูกให้ไปทำงานที่สำนักฮั่นหลิน
ซ่งฝูเซิงจินตนาการตัวเอง ต่อไปต้องเจอพวกหนังสือเรียงกันเป็นตับทุกวัน หน้าก็เริ่มมืดทันที ร่างกายเกือบโงนเงน
ใครกัน
ใครมันแกล้งเขา
หมิงหย่วน
ใช่ หยางหมิงหย่วน
หมอนั่นต้องทำอะไรแน่ๆ
เพราะหยางหมิงหย่วนเป็นม้ามืดที่สุดของการสอบจอหงวนครั้งนี้ ดีไม่ดีที่หมอนั่นได้เป็นจอหงวนจะเกี่ยวข้องกับเขา
เวรกรรม
นี่มันไม่อยู่ในแผนของเขาเลยนะ
แผนเดิมของเขา ก่อนหน้านี้ยังเคยนั่งหารือกับลูกสาว
เคยคุยโม้กันตั้งแต่ยังไม่สอบ คิดเป็นตุเป็นตะ
“ลูกพ่อ ถ้าพ่อได้เข้าไปสอบเตี้ยนซื่อ สุดท้ายจะสอบได้ระดับกลางๆ หรือเปล่า แต่ห้ามสอบได้อันดับต้นๆ เด็ดขาด เพราะถ้าฮ่องเต้ถูกใจเก็บไว้จดบันทึกข้างกาย พ่อก็จบเห่สิ ดีไม่ดีทนได้ไม่ถึงหนึ่งปี พ่อคงซูบไปหลายกิโล กลายเป็นบัณฑิตคนแรกที่ลาออก จากนั้นก็จะล่วงเกินคนมากมาย”
ตอนนั้นลูกสาวของเขาหน้าหนา สมกับเป็นลูกสาวของเขา
ลูบคางพลางพูดกับเขาว่า “ท่านพ่อ สอบให้ได้จอหงวน สบายมาก แต่จงใจจะสอบให้ได้ระดับกลางๆ เรื่องอันดับมันควบคุมยากนะ”
ต่อมาเขาก็เข้าสอบ
ยิ่งมองข้อสอบก็ยิ่งคันไม้คันมือ เขาเลยตอบตามความคิดของตัวเอง แผนเลยเปลี่ยน ตอนนั้นเขากลับเข้าพื้นที่พิเศษบอกลูกสาวว่า
“สนามนี้ พ่ออาจได้อันดับต้นๆ กลายเป็นสามอันดับแรกที่ข้อสอบไปอยู่ในมือฮ่องเต้ ถือว่าได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจไปแล้ว ต่อไปพ่อจะไม่พูดเหลวไหลอีก…
…จากนั้นพอพ่อเข้าไปสอบเตี้ยนซื่อก็จะเขียนธรรมดาๆ แบบนี้พ่อก็จะได้อันดับกลางๆ ได้จิ้นซื่อปะปนเข้าไปเป็นขุนนาง…
…หรือไม่ก็คำตอบของพ่อคงไม่ถูกใจคนตรวจ แต่โจทย์พื้นฐานด้านหน้าพอตอบได้ น่าจะพอรั้งท้ายเข้ารอบเตี้ยนซื่อ เข้าไปแล้วพ่อค่อยตั้งใจสอบ ยังคงเอาระดับกลางๆ”
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะผิดคาด ต่อให้ด้านหน้าตอบดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถูกปัดตก
ไม่ให้โอกาสเขาได้เข้าไท่เหอเตี้ยนไปสอบให้ได้ระดับกลาง
แต่ตอนนี้เหตุการณ์ก็พลิกอีก
คนสอบตกอย่างเขาถูกลากเข้ามาแต่งตั้งเป็นขุนนางขั้นหก สูงกว่าจอหงวน หากว่ากันตามหลักเขาก็คืออันดับหนึ่ง
ชะตากรรมของคนสอบได้อันดับหนึ่งคืออะไร
บันทึกตำรา
เวลานี้สมองของซ่งฝูเซิงเต็มไปด้วยภาพขีดๆ เขียนๆ ตำรามากมาย
หยางหมิงหย่วน เอ็งรอข้าก่อนเถอะ ถ้าข้าต้องไปนั่งคัดตำรานะ ข้าจะไปเอาเรื่องเอ็งแน่
ซ่งฝูเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก “ขอถามใต้เท้า ไม่ทราบรู้หรือไม่ว่าข้าจะได้ไปทำงานที่ไหน”
เจ้าหน้าที่กรมขุนนางทำหน้าจนปัญญา ทำไม ยังจะขอเลือกที่อีกเหรอ
แต่ก็ไม่กล้าล่วงเกินซ่งฝูเซิง
เพราะคนที่เป็นขุนนางอยู่ในเมืองหลวงต่างรู้อยู่ข้อหนึ่งว่า ในบางความหมาย ตำแหน่งสูงต่ำบางครั้งก็ไม่ได้สำคัญ มีชื่ออยู่ในใจฮ่องเต้ต่างหากที่สำคัญ
คนที่เป็นขุนนางอยู่ต่างถิ่น มีตั้งเท่าไหร่ที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นที่คุ้นตาของฮ่องเต้
ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ฮ่องเต้เพิ่งลดขั้นขุนนางคนหนึ่ง เหตุผลก็คือชอบถวายฎีการายงานสภาพอากาศ ฝนตกท้องฟ้าแจ่มใสก็บอกหมด ทั้งยังชอบถวายฎีกาแสดงความเป็นห่วงสุขภาพของฮ่องเต้ จนฮ่องเต้รำคาญหมดความอดทน สั่งลดหนึ่งขั้นด้วยความโมโห
สรุปว่าอย่ามองว่าใต้เท้าซ่งคนนี้กำลังจะกลายเป็นขุนนางเล็กๆ ขั้นหก แต่ขุนนางเล็กๆ คนนี้กำลังจะได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ด้วยตัวเอง เพิ่งขั้นหกฮ่องเต้ก็จำชื่อได้แล้ว
ต้องอดทนไว้ ห้ามล่วงเกินส่งเดช
เจ้าหน้าที่ทนปวดหัว สอบจอหงวนครั้งนี้ทำเอากรมขุนนางของพวกเขายุ่งจนหัวหมุน ยุ่งจนเหมือนเป็นบ้า
ตอบอย่างใจเย็น
“ใต้เท้าซ่ง เมื่อครู่ข้าก็พูดแล้วมิใช่หรือ ท่านต้องไปฟังราชโองการ แม้แต่ใต้เท้าเสนาบดีของพวกเราก็ไม่ทราบเช่นกัน ตำแหน่งของท่านต้องให้ฝ่าบาททรงกำหนดด้วยพระองค์เอง อย่าคิดมาก รีบไปปลดทุกข์แล้วเปลี่ยนชุดขุนนางเถิด นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด”
เฮ้อ เขาจะกลายเป็นยายแก่แล้ว
ซ่งฝูเซิงพอมองออกว่าอีกฝ่ายชักเหนื่อยใจ เขาถึงได้ไม่ถามอะไรมากอีก รับชุดมาแล้วไปเปลี่ยนในที่ที่กำหนด
เปลี่ยนด้วยความกระวนกระวายใจ
ถูกกระทำเกินไป
เมียจ๋าลูกจ๋า พ่อต้องไปนั่งบันทึกตำราแล้ว
เสี่ยวจั่วจื่อคุกเข่าช่วยซ่งฝูเซิงเปลี่ยนชุด
เสี่ยวเฉวียนจื่ออาจารย์ของเขารีบกลับไปแจ้งพวกเฉียนเพ่ยอิงแล้ว
เสี่ยวจั่วจื่อมองซ้ายมองขวา ไม่มีคน ถึงได้ถามขึ้น “ท่านซ่ง ทำไมดูเหมือนไม่ดีใจเลยล่ะ”
ซ่งฝูเซิงทำหน้าขมขื่นติดกระดุมคอ “ข้าดูไม่ดีใจเหรอ ไม่มั้ง”
ทันใดนั้นซ่งฝูเซิงเหมือนได้ยินเสียงของหลินโส่วหยาง
หลินโส่วหยางกำลังช่วยถามแทนติงเจียน “ชุดของทั่นฮวาให้ใส่แค่นี้เหรอ” ติงเจียนก็ถาม “ต้องเปลี่ยนออกแล้วเหรอ”
“ใช่ เปลี่ยนออก เดี๋ยวนี้
ก่อนเปลี่ยนช่วยไปฟังก่อนว่าพวกท่านถูกจับไปลงหน่วยงานไหนแล้วค่อยรับชุด พวกท่านไม่ต้องรอฝ่าบาทแต่งตั้ง ถูกจัดตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว”
พวกจิ้นซื่อกลับมากันแล้ว
“เสี่ยวจัวจื่อ เร็วเข้า ช่วยแต่งตัวหน่อย” ซ่งฝูเซิงจะรีบออกไปหาหยางหมิงหย่วน
เสี่ยวจั่วจื่อ “…” ท่านซ่ง ข้าไม่ได้ชื่อเสี่ยวจัวจื่อ เรียกผิดสองครั้งแล้วนะ
…
“มันเรื่องอะไรกัน หา ทำไมกลายเป็นแบบนี้”
เรื่องแรกที่หยางหมิงหย่วนทำคือมองชุดขุนนางของซ่งฝูเซิง “อาจารย์ ได้เป็นขุนนางขั้นหกหรือ” ดวงตาฉายแววตกตะลึงด้วยความดีใจ
ซ่งฝูเซิงช่วยยื่นชุดรองขั้นหกของสำนักฮั่นหลินให้หยางหมิงหย่วนพลางขมวดคิ้วพูด “อย่าเพิ่งพูดไร้สาระ ข้าถามเจ้าว่ามันเรื่องอะไรกัน”
หยางหมิงหย่วนทำสีหน้าบอกว่าเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่ก็สรุปให้ฟังสั้นๆ
หมวกจอหงวนถูกโยนไปด้านข้าง รีบมากจนต้องพูดเอาแต่เนื้อๆ ระหว่างเปลี่ยนชุด
“อาจารย์ ข้อสอบเตี้ยนซื่อครั้งนี้ก็คือกระดาษคำตอบของท่าน…
…ถามพวกเราว่ามีอะไรจะเสริม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร…
…พอข้าเห็นก็ตื่นเต้น เลยเขียนคำพูดที่ท่านคุยกับข้ายามปกติลงไป…
…ตอนนั้นข้าคิดแค่ว่า อย่างมากก็เป็นถงจิ้นซื่อ…
…ถงจิ้นซื่อถึงจะไม่ได้ดีมาก แต่ข้าต้องการแสดงออกให้คนรู้ว่า ข้าเห็นด้วยกับความคิดของท่าน…
…ตอนนั้นก็กลัวสร้างความเดือดร้อนให้ท่านเหมือนกัน เลยไม่ได้เอ่ยถึงเจ้าของกระดาษคำตอบนี้ เอ่ยถึงแค่อาจารย์ อ้างถึงอาจารย์ในการสาธยาย จากนั้นก็บอกว่าได้จุดประกายความคิดอะไรของข้าบ้าง…
…คิดอยู่ว่าถ้าอีกเดี๋ยวถูกตำหนิ…”
ตอนนั้นหยางหมิงหย่วนคิดว่า ถ้าถูกตำหนิ ได้คะแนนต่ำจนต่ำไปกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว เขาก็จะบอกว่าตัวเองแต่งเรื่อง จากนั้นก็จะไม่บอกว่าอาซ่งเป็นอาจารย์ แต่เขายังยืนยันคำเดิมว่า อาซ่งเป็นอาจารย์ในใจเขา
แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่า ตัวเองจะกลายเป็นจอหงวน
ชั่วขณะที่ได้เป็นจอหงวนเขาก็รู้แล้วว่า ที่แท้ฮ่องเต้ก็ชื่นชมความคิดของอาซ่ง
และก็เพราะแน่ใจในจุดนี้ พอขันทีคนนั้นมาถามว่าอาจารย์ของเขาคือใคร เขาถึงได้กล้าเอ่ยชื่อของอาซ่งอย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป
เขาต้องการบอกทุกคนว่า คำตอบในข้อสอบชุดนั้นเป็นความคิดของอาซ่ง แนวคิดจากคำตอบของจอหงวนก็มาจากอาซ่ง
คำพูดที่อาซ่งยังพูดไม่จบ แม้ไม่ได้ปรากฏตัวในการสอบเตี้ยนซื่อ แต่กระดาษคำตอบสองชุดนี้เอามารวมกันได้
หยางหมิงหย่วนแต่งตัวได้ครึ่งเดียวก็ดึงซ่งฝูเซิงมาพูดด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ เข้าใจหรือยัง ขนาดอย่างข้ายังได้เป็นจอหงวนเลย ก็แสดงว่าฝ่าบาททรง!”
ซ่งฝูเซิงรีบเอามือปิดปากหยางหมิงหย่วน อุดคำพูดของหยางหมิงหย่วนที่ต้องการบอกว่า เกิดข้อผิดพลาดตอนตรวจข้อสอบ
ที่นี่หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง เบาหน่อย