Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 748-2 วันนี้ข้าดูดีที่สุด

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 748-2 วันนี้ข้าดูดีที่สุด
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 748-2 วันนี้ข้าดูดีที่สุด

เฉียนเพ่ยอิงก็ดึงมือซ่งฝูหลิงมาถาม “พวกเขาจะทำอะไรกันอีก”

ซ่งฝูหลิงกระซิบตอบ “อารมณ์ประมาณฉลองวันชาติ วันนี้ท่านพ่อได้หน้าใหญ่แล้ว”

นางเดาว่า ฮ่องเต้ใช้วิธีนี้ส่งพวกขุนนางขึ้นม้า แบบนี้เรียกว่า ส่งพวกเจ้าขึ้นม้าไปทำงานเพื่อข้า

ซ่งฝูกุ้ยตื่นเต้นแบบไม่ไหวแล้ว ไม่มีเวลาสนใจว่าคนข้างๆ ที่ไม่รู้จักกันจะได้ยิน แววตาอิ่มเอมดีใจ “สมควรแล้ว สมควรแล้ว”

ฟังจากที่พูด ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าบรรยากาศยังไม่ยิ่งใหญ่พอ

“ลุยเลย นี่แหละขุนนางท้องถิ่นของชาวบ้านอย่างน้อยหลายร้อยอำเภอ!”

นึกไม่ถึงว่าคำพูดนี้ของซ่งฝูกุ้ยจะชวนให้ชาวบ้านที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ มีอารมณ์ร่วมด้วย

มีลุงสูงวัยบางคนคุกเข่าอยู่ตรงนั้นพูดด้วยความตื่นเต้น “หวังว่าขุนนางเหล่านี้ที่เลือกมาจะไม่มีคนคดโกง เป็นแบบอย่างที่ดีกันหมด ชาวบ้านอย่างพวกเราลำบากมาพอแล้ว”

ฝูกุ้ยรีบพูดขึ้น “ข้ากล้าพูดเลยว่าของอำเภอฮุ่ยหนิงดีมาก” พูดจบเขาก็เอาศอกสะกิดหมี่โซ่วที่อยู่ข้างๆ “เรียกฮุ่ยหนิงใช่ไหม”

หมี่โซ่วตอบเสียงดัง “ฮุ่ยหนิง ฮุ่ยหนิง จะต้องสงบสุขแน่นอน”

ซ่งฝูเซิงเหยียบอานของขุนนางขั้นหกขึ้นไปนั่งบนหลังม้าขนสีแดง

ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่จูงม้า ด้านข้างมีเจ้าหน้าที่ถือธงที่เขียนว่า ‘อำเภอฮุ่ยหนิง’

ในฐานะที่เป็นขุนนางขั้นที่สูงที่สุดของการสอบจอหงวนครั้งนี้ เขาต้องออกเดินนำเป็นคนแรก

ซ่งฝูเซิงกระทุ้งท้องม้า “ไป”

ด้านหลังมีขุนนางหน้าใหม่สามร้อยคนขี่ม้าตาม ครั้งนี้ได้ขี่ม้าทุกคน

ชั่วขณะนั้นธงสามร้อยกว่าผืนโบกสะบัด ม้าสามร้อยเอ็ดตัวถูกจูง ขุนนางสามร้อยเอ็ดคนสวมชุดขุนนางใหม่เอี่ยมนั่งอยู่บนม้า ขบวนร่วมพันคนออกเดิน

บรรยากาศในตอนนี้

ทำให้พวกชาวบ้านที่คุกเข่าอยู่ต้องอ้าปากค้าง

เมื่อครู่ขุนนางพวกนั้นออกมาจากประตูเฉิงเต๋อเพิ่งจะมีกี่คนเอง ตอนนี้ขุนนางทั้งสามร้อยกว่าคนกำลังจะเดินผ่านหน้าพวกเขาไป ยิ่งต้องคุกเข่าให้

ตอนที่ซ่งฝูเซิงเดินผ่านลูกเมีย มองเห็นครอบครัวตัวเองตั้งแต่แวบแรก หมี่โซ่วสวมหมวกเขียวใบน้อย ผมเปียสูงของฝูกุ้ย

เขานั่งอยู่บนม้า โบกมือให้พวกเฉียนเพ่ยอิงกับซ่งฝูหลิง

เล่นเอาพวกชาวบ้านที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้นต่างหันมามองพวกเฉียนเพ่ยอิงด้วยสายตาอิจฉา

ซ่งฝูหลิง

พ่อข้าขี่ม้าเดินผ่านไปอย่างเท่ห์ แถมตั้งใจโบกมือให้ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้

นี่เป็นฉากโรแมนติกที่ข้าเคยวาดฝันว่าแฟนจะทำแบนี้ แต่พ่อเอามาใช้แล้ว

ควรทำอย่างไรดี อยากกรี๊ดจริงๆ

หมี่โซ่ว ท่านลุง จะไปเดินแห่ที่ไหน รอพวกเราด้วย

เกาเถี่ยโถวตบบ่าเถาฮวาที่กำลังปลาบปลื้มจนร้องไห้ เถาฮวาพึมพำ “นั่นน้าสามของข้า น้าสามของข้าเก่งจริงๆ”

น้ำตาของเกาเถี่ยโถวก็ไหลมาที่ปลายจมูก คิดในใจ

น้าสาม

ไม่สิ

อาสาม ยังจำตอนนั้นที่พวกเราถูกจับขังกรงแล้วเดินแห่ได้ไหม

วันนี้อาสาม ‘เดินแห่’ อีกแล้ว

ปู่ทวด ย่าซ่ง ท่านพ่อ พวกลุงๆ ของเก้าสกุล น่าเสียดายที่ไม่ได้พาพวกท่านมาด้วย

…

“มาแล้วเจ้าค่ะ”

ฉินหมอมอฟังหญิงรับใช้สูงวัยรายงานแล้วพยักหน้าเบาๆ ประคองเหล่าฮูหยินไปที่หน้าต่าง

พวกชาวบ้านไม่รู้ข่าวล่วงหน้า จัดอยู่ในประเภทที่ที่ไหนครึกครื้นก็แห่กันไปดูที่นั่น

แต่พวกชนชั้นสูงอย่างแท้จริงกลับเหมาชั้นบนของร้านค้าที่อยู่ริมถนนไว้ก่อนแล้ว

รู้ว่าพอพวกซ่งฝูเซิงได้รับตำแหน่งเสร็จก็จะเดินขบวนไปกราบไหว้อนุสาวรีย์จิ้นซื่อที่กั๋วจื่อเจี้ยน ไปไหว้วัดขงจื๊อ

ซึ่งก็หมายความว่า คนในเมืองหลวงที่มีฐานะต่างมารออยู่ที่นี่เพื่อดูขบวน

ลู่จือหว่านที่อยู่ชั้นสองมองซ่งฝูเซิงที่ขี้ม้านำมา

อ๋า คราวนี้พอสังเกตดูดีๆ เขาก็คือพ่อของพั่งยา

ลู่จือหว่านขมวดคิ้ว พ่อของพั่งยาอายุเท่าไหร่ ทำไมดูไม่เหมือนคนที่มีลูกโตขนาดพั่งยา

แต่ปากกลับพูดว่า “มิน่าพี่รองถึงไม่มาดูขบวนด้วย และก็ไม่ให้พี่เขยรองไปดูพิธี พี่เขยรองได้เข้าสำนักฮั่นหลินโดยตรง ข้าว่าเขาเชื่อฟังพี่รองน่ะถูกแล้ว ถ้าดันทุรังจะลงสอบให้ได้ วันนี้คงต้องเดินตามหลังพ่อของพั่งยา”

ลู่จือหว่านพูดถึงตรงนี้ก็หันไปมองเหล่าฮูหยินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้มีพนักพิง “ท่านย่า เรื่องพ่อของพั่งยา ท่านปู่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ หรือเจ้าคะ”

นางไม่เชื่อ

วันนั้นเสี่ยวเฉวียนจื่อกลับมาที่จวน พี่รองบอกว่า สีหน้าของท่านย่าแย่ลงทันที

เวลานี้เหล่าฮูหยินยิ้มพลางมองซ่งฝูเซิงที่เดินนำขบวนอยู่ด้านล่าง หน้าตาและนิสัยของพั่งยาได้พ่อมานี่เอง จิตใจกว้างขวาง

“เหลวไหล จอหงวนเกี่ยวพันกับบ้านเมืองมาตลอด ท่านปู่เจ้าจะเข้าไปยุ่งส่งเดชได้อย่างไร”

ก็แค่…สามีบอกนางว่า “ถ้าไม่สำเร็จ อีกเดี๋ยวก็ไปสู่ขอเถอะ ไม่ต้องรอหมินหรุ่ยแล้ว เขากำลังเฝ้าเมือง ไม่มีเวลากลับมา ก็ตกลงปลงใจที่เด็กสาวคนนั้นแน่นอนแล้วมิใช่รึ”

ตอนนั้นนางเองก็คิดว่า ไม่ต้องรอหลานชายกลับมาค่อยว่ากันแล้ว มีตระกูลลู่อยู่ ดูซิใครจะกล้าเอาไปนินทาได้

ต่อมากลับสำเร็จ

ตระกูลลู่ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกอะไร

เพราะบนโลกนี้ เรื่องบางอย่างไม่ต้องป่าวประกาศ มันก็มีเสียงในตัวเอง

สิ่งที่ส่งเสียงก็คือผลงานของพ่อพั่งยา

ไม่พูดเรื่องอื่น เอาแค่แนวหน้าตอนนี้ สร้างเตาทำขนมปังดำจำนวนมากไว้ที่เขตชายแดน โครงสร้างเตาพวกนั้นก็มาจากพ่อพั่งยา

นอกจากนี้ ได้ยินว่ารองเสนาบดีเหมาของกรมคลังยังได้นำบันทึกเรื่องการปลูกพริกทางเหนือ รวมถึงรายจ่ายทางการทหารที่พ่อพั่งยาช่วยประหยัดสมัยรับตำแหน่งที่พระคลังหลวงเมืองเฟิ่งเทียนไปถวายให้ฮ่องเต้

นางถึงได้บอกว่า พ่อของพั่งยามีวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะใครแอบช่วยอยู่ลับหลัง

แต่เป็นเพราะซ่งฝูเซิงเข้ามาสอบเป็นเครื่องนำทางก่อน ทำให้ฮ่องเต้เห็นในความพยายาม จากนั้นผลงานส่วนตัวของเขาก็เป็นตัวช่วยส่งเสียง

ลู่จือหว่านยกถ้วยชาขึ้นมาจิบแล้วยิ้มพลางมองด้านล่าง

เก่งจริงๆ ซ่งพั่งยา

ยินดีด้วยที่พ่อของเจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงก็มีขั้นแรกที่สูงขนาดนี้ คนตระกูลลู่ของเราก็ร่วมยินดีไปด้วย

แต่ซ่งพั่งยาเจ้าอยู่ไหน ถ้ายังไม่มาอีก พ่อเจ้าจะขี่ม้าพาขบวนเข้ากั๋วจื่อเจี้ยนแล้วนะ

บนชั้นสามของร้านที่อยู่เยื้องออกไปตรงข้าม ท่านโหวซย่าหรือก็คือพ่อของซย่าเหวินอวี่กับท่านโหวอีกสองคนก็กำลังคุยเรื่องนี้

มองซ่งฝูเซิงที่ขี่ม้าเดินนำอยู่ด้านล่างพลางทอดถอนใจ “ปีที่ผ่านๆ มาไม่ค่อยมีแบบนี้ ไม่สอบก็ได้ร่วม กรณีพิเศษจริงๆ”

นี่ถ้าถูกเก็บตัวไว้ทำงานในเมืองหลวงจะถือเป็นชนชั้นสูงหน้าใหม่อย่างแท้จริง

พวกผู้ชาย โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่มีสถานะสูงศักดิ์ มีเรื่องให้ต้องระวังมากมาย

“สังเกตเห็นหรือยัง”

“อืม” พวกเขาพากันพยักหน้า

ธงพวกนั้นไม่ได้โบกสะบัดเปล่าๆ พวกเขาพบว่าจิ้นซื่อของรุ่นนี้ที่อายุเยอะ ถ้าไม่ถูกเก็บไว้ในเมืองหลวงก็จะถูกจัดไปลงในเมืองที่ค่อนข้างมั่นคง

ตรงกันข้าม ธงที่ปลิวไสวอยู่ข้างพวกขุนนางอายุน้อย เมืองที่ถูกจัดไปลงกลับเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยดีในสายตาชาวบ้านเท่าไร

ฮ่องเต้ต้องการอะไร

วันนี้ไม่ใช่แค่ท่านโหวเหล่านี้ที่ขบคิดกันอยู่ในใจ ชนชั้นสูงทั้งหมดต่างกำลังใช้สมองคิดหนักถึงความหมายที่แฝงอยู่เบื้องหลัง

ถึงขนาดที่ขุนนางอายุเยอะคิดว่า ฮ่องเต้รังเกียจพวกเขา

คนที่มาชมขบวนยังมีบรรดาคุณหนูสูงศักดิ์อีกด้วย

แนวหน้ากำลังสู้รบ เมืองหลวงไม่มีความครึกครื้นแบบนี้มานานแล้ว ต่างฉวยโอกาสนี้มาดูความครื้นเครงกัน

เหล่าคุณหนูต่างแอบชะโงกหน้าออกมาดูซ่งฝูเซิงที่กำลังภาคภูมิใจ ดูจอหงวนที่ตามมาอันดับสอง

ยังมีคุณหนูหลายคนที่มีความคิดหยิ่งยโสอยู่ในใจ แค่นี้น่ะหรือ หึหึ ก็ดูมีสง่าราศีอยู่หรอก แต่ก็ยังสู้คนบางคนไม่ได้

คนผู้นั้นชื่อลู่หมินหรุ่ย

คิดๆ ดูถ้าลู่พั่นได้รับชัยชนะกลับมา นั่นต่างหากที่เรียกว่าบุรุษผู้องอาจอย่างแท้จริง

นี่คือเหล่าคุณหนู

ส่วนฮูหยินน้อยของแต่ละบ้าน ออกเรือนไปแล้ว เรื่องที่คุยกันกลายเป็นติงเจียนที่ชาติกำเนิดสูงศักดิ์ทำไมยังแพ้สามัญชนได้ จอหงวนกับปั๋งเหยี่ยนสองคนนั้นมันอะไรกัน

เป็นไปได้อย่างไร มันดูไม่สมเหตุสมผล

ในสายตาของบางคน ชาวบ้านธรรมดาจะสู้คุณชายที่ถูกอบรมในตระกูลดีๆ ได้อย่างไร

ส่วนติงเจียนที่ขี่ม้ามาเป็นลำดับที่สี่บนถนน เวลานี้มองซ่งฝูเซิงที่อยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะด้านหลังของหยางหมิงหย่วน เขาปลงตก

หึหึ สำเร็จได้เพราะชาติกำเนิด แพ้ก็เพราะชาติกำเนิดเช่นกันหรือเปล่า

นี่เป็นจอหงวนรุ่นแรกหลังจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ จอหงวนจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์ได้ยังไง

ติงเจียนคิดว่าต่อให้ลู่หมินหรุ่ยน้องชายของเขามาสอบ ไม่ได้คุยโวนะ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือตำแหน่งทั่นฮวาเหมือนเขานี่แหละ

ตำแหน่งทั่นฮวานี้ก็คือผลงานที่แท้จริงของเขา

ต้องทราบก่อนว่า จอหงวนของรุ่นนี้ต้องการให้ชาวบ้านดู ให้คนใต้หล้าได้รู้ว่า ผู้ใฝ่รู้ที่ยากจนก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เช่นกัน ต้องการสร้างแบบอย่างแก่ผู้ใฝ่รู้ในใต้หล้า

รวมถึงสถานะศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ของว่าที่พ่อตาหมินหรุ่ย ก็อาจอยากทำให้ชาวบ้านเห็นเช่นกัน

ดังนั้นต่อให้ตำแหน่งจอหงวนไม่ได้ยกให้หยางหมิงหย่วนที่เขารู้สึกไม่เห็นด้วยก็ต้องยกให้คนอื่นอยู่ดี สุดท้ายไม่มีทางตกถึงเขา

ให้ปั๋งเหยี่ยนเหรอ งั้นจะยกตำแหน่งจอหงวนให้ปั๋งเหยี่ยนหรือเปล่า

ในที่สุดซ่งฝูหลิงก็ค่อยๆ เดินมาถึงทางเข้ากั๋วจื่อเจี้ยน ทันยิ้มพลางโบกมือให้พ่อของนาง จากนั้นนางก็เห็นปั๋งเหยี่ยนที่ขี่ม้าเดินผ่านหน้าไป

นางหันไปซุบซิบกับเฉียนเพ่ยอิง “คุณแม่ ท่านนี้น่าจะความรู้เยอะกว่าคุณพ่อหรือหยางหมิงหย่วนอีก”

“เช่นนั้นทำไมถึงให้หมิงหย่วนเป็นจอหงวนล่ะ”

ซ่งฝูหลิงหัวเราะ รู้สึกว่าวันนี้ชาวบ้านอย่างพวกเรามีความสุขจริงๆ

นางเดามั่ว

“ท่านแม่ ดูสิเขาแก่ขนาดนี้ ลูกเดาว่าน่าจะหกสิบกว่าแล้วหรือเปล่า อายุเขามากเกินไป ราชสำนักจะใช้งานได้สักกี่ปี ลงทุนส่งเขาไปอยู่หกกรม ให้พวกใต้เท้าของหกกรมสอนงานเขาด้วยตัวเองสักสามปี ยังไม่ทันที่เขาจะได้แสดงฝีมือร่างกายก็ไม่น่าจะไหวแล้วหรือเปล่า”

ดีไม่ดีอาจทนได้ไม่ถึงสามปี อยู่ไม่ถึงจอหงวนรุ่นถัดไป

จอหงวนล้มลงไปก่อนจะดีเหรอ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรอดทนอยู่ให้ถึงจอหงวนรุ่นใหม่หรือเปล่า

อีกอย่าง ถ้าจอหงวนมีลักษณะที่ไม่สง่าผ่าเผยก็จะดูไม่ค่อยดี

บนโลกนี้ใครๆ ต่างก็ชอบของที่ดูดี พวกชาวบ้านเวลาพูดถึงจอหงวนก็หวังจะได้ดูสิ่งเจริญหูเจริญตา

ยามที่ความรู้ไม่ต่างกันมากก็ย่อมต้องเลือกหยางหมิงหย่วนที่หนุ่มกว่าหล่อกว่า จอหงวนแบบนี้เท่านั้นถึงจะมีความบันเทิงน่าเอาไปพาดหัวข่าว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 748-2 วันนี้ข้าดูดีที่สุด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
30/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.