Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 749-1

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 749-1
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 749-1

ทั่นฮวาของปีนี้ ติงเจียนคนดวงซวย นั่งอยู่บนม้ามองซ่งฝูหลิง

เขาย่อมเห็นซ่งฝูหลิงคุยกับแม่ไม่หยุด

ทำไมถึงบอกว่าเขาเป็นคนดวงซวยน่ะเหรอ

เพราะปีนี้ฮ่องเต้ไม่ได้คิดจะจัดงานเลี้ยงจิ้นซื่อให้พวกเขา

ฮ่องเต้ ‘แนวหน้ากำลังสู้รบ ข้าว่างขนาดนั้นที่ไหนกัน’

ปีนี้ฮ่องเต้ไม่ได้ให้ทั่นฮวาไปเที่ยวชมสวนจิงซือชื่อดังเพื่อเด็ดดอกไม้อันโด่งดัง ไม่ให้โอกาสติงเจียนได้ ‘ขี่ม้าอย่างภาคภูมิท่ามกลางสายลมใบไม้ผลิ ดื่มด่ำบุปผาอันงดงามไปถ้วนทั่ว’

และที่เกินไปมากที่สุดคือ ปีนี้ถึงขนาดที่ฮ่องเต้ไม่ให้จอหงวน ปั๋งเหยี่ยน และทั่นฮวาสวม ‘ชุดจิ้นซื่อ’ ที่แตกต่างจากคนอื่นนานหน่อย แค่ใส่เดินไปถึงกระดานประกาศผลเสร็จก็รีบให้พวกเขาถอดออก

จากนั้นปั๋งเหยี่ยนกับทั่นฮวาทั้งๆ ที่ติดสามอันดับแรกกลับต้องถูกดับแสงไปรวมกับพวกที่สวมชุดขุนนางขั้นเจ็ดเหมือนกัน

ติงเจียนนั่งอยู่บนม้าตัวสูงใหญ่ พยักหน้าให้ซ่งฝูหลิงเล็กน้อย

เฉียนเพ่ยอิงมองติงเจียนแล้วมองหน้าลูกสาว แอบเดินขึ้นหน้าไปบังตัวลูกสาวอย่างเนียนๆ

“ท่านป้า ข้ารู้จักเขา”

“ใครเหรอ”

หมี่โซ่วมองไปรอบๆ คนเยอะเกินไป ทุกคนสนใจครอบครัวพวกเขามาก

นับตั้งแต่ท่านลุงขี่ม้าผ่านแล้วโบกมือให้พวกเขาก็เป็นแบบนี้มาตลอด

เด็กน้อยกลุ้มใจ ควรตอบอย่างไรดี

เริ่มเล่าตั้งแต่วันที่เขาสวมชุดซอมซ่อเอาเห็ดไปให้พี่แม่ทัพเล็กไม่ได้ คนแถวนี้จะได้ยิน

วันนั้นเขาได้เจอติงเจียนที่เมื่อครู่พยักหน้าให้พี่สาวของเขา

“เขาเป็นเพื่อนกับพี่ลู่ คิดว่าน่าจะรู้จักท่านลุงด้วย”

หมี่โซ่วระวังแม้แต่คำว่าแม่ทัพเล็ก ไม่กล้าเรียกพี่ชายส่งเดชในเมืองหลวง

แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ก็ยังทำให้ชาวบ้านแถวนั้นสงสัยพากันเงี่ยหูฟัง

คนรอบตัวกำลังรู้สึกว่าครอบครัวที่อยู่ข้างๆ นี้สุดยอดมาก สุดยอดของจริง

คนแรกเดินผ่านโบกมือให้ครอบครัวนี้ คนที่สองโบกมือ คนที่สี่ยังโบกมืออีก ทำให้พวกเขายิ่งหันมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ชุยจิ้นซื่อขี่ม้าเดินผ่าน โบกมือ

วังจิ้นซื่อโบกมือ

ตรงนั้นคือลูกเมียของซ่งเสี้ยวเหลียน หลานสาวคนโตมองเขาอยู่ ต้องโบกมือให้

ตามมาด้วยหลี่จิ้นซื่อ ไช่จิ้นซื่อ เฉิงจิ้นซื่อ เฉินจิ้นซื่อ…

แต่ละคนขี่ม้าเดินผ่านพากันโบกมือทักทาย

แต่ไม่ใช่แค่พวกจิ้นซื่อที่พักอยู่ในเรือนรับรองตระกูลลู่ที่ทักทาย ระหว่างนี้ยังมีพวกจิ้นซื่อที่ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์

พวกเขาพบว่าคนที่อยู่ด้านหน้าต่างกำลังโบกมือไปที่ทางหนึ่ง โบกกันตั้งหลายคน เช่นนั้นพวกเขาก็โบกด้วยแล้วกัน รับรองไม่มีทางผิดพลาด

ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าทำไมต้องโบกมือไปทางด้านซ้ายก็ตาม

บรรยากาศแบบนี้ดูเว่อร์วังมาก

ชวนขนลุก

มีทั้งหมดสามร้อยเอ็ดคน

แต่จิ้นซื่อหรือขุนนางใหม่ร้อยกว่าเกือบสองร้อยคนต่างโบกสองมือไปทางพวกเฉียนเพ่ยอิง

พวกชาวบ้านที่มุงดูอยู่แถวนั้นถึงกับอ้าปากค้าง หันไปมองพวกซ่งฝูหลิง “…”

อย่างไรกัน รู้จักหมดเลยเหรอ

ซ่งฝูหลิงปิดตา หลบอยู่หลังแม่ หัวเราะไหล่สั่น

พ่อนางมนุษย์สัมพันธ์ดีเกินไป พวกลุงๆ ของนางที่เป็นจิ้นซื่อก็เยอะเกิน

เดี๋ยวไปถึงฮุ่ยหนิง นางจะช่วยพ่อวาดแผนภาพเชื่อมโยง เอาฮุ่ยหนิงเป็นจุดเริ่มต้น ไล่ไปตามเส้นทางที่พวกลุงๆ ถูกส่งไปอยู่อำเภอต่างๆ

ของขึ้นชื่อของที่นู่นเอามาขายที่พวกเรา ฮุ่ยหนิงของพวกเรามีของขึ้นชื่ออะไรที่ค่อนข้างราคาถูก แต่ที่นู่นแพง ก็จะเอาไปขายที่นู่นได้พอดี

จากใกล้ไปไกล ได้ประโยชน์ร่วมกัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เวลานี้ซ่งฝูเซิงลงจากม้าแล้ว

ชาวบ้านห้ามเข้าไปดูภายในกั๋วจื่อเจี้ยน

อย่างหมี่โซ่วก็ได้แค่ชะเง้อมองประตูใหญ่สีแดง ข้างนอกกับข้างในราวกับอยู่คนละโลก

ซ่งฝูเซิงถูกเจ้าหน้าที่กรมพิธีการจัดแจง รอพวกจิ้นซื่อเข้ามาทั้งหมดแล้วถึงได้นำทุกคนเดินขึ้นหน้าต่อ

ชีวิตคนเราจะมีสักกี่ครั้งที่มีช่วงเวลาที่มีเกียรติแบบนี้

ความปรารถนาเป็นจริง

ซ่งฝูเซิงเพิ่งเดินไปไม่กี่ก้าว กอปรกับหน้าตาที่คมคาย ลักษณะดี ในสายตาของบรรดาเจ้าหน้าที่กรมพิธีการแบบนี้เรียกว่าสง่าผ่าเผย ดูแล้วเจริญตา

ขนาดพวกเขาเป็นผู้ชายยังอยากมอง

ซ่งฝูเซิงหยิบพู่กันก่อน ตวัดพู่กันเขียนภูมิลำเนาและชื่อของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นให้หยางหมิงหย่วนที่อยู่ด้านหลัง

ใบหน้าของหยางหมิงหย่วนมีรอยยิ้ม เขียนภูมิลำเนาและชื่อของตัวเองต่อจากชื่อซ่งฝูเซิง

ตามมาด้วยปั๋งเหยี่ยน ทั่นฮวา สิบอันดับแรก ยี่สิบอันดับแรก จิ้นซื่อจำนวนมากทยอยขึ้นมาเขียน

พวกเขามาที่กั๋วจื่อเจี้ยนก็เพื่อลงชื่อ

เพื่อเป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของฮ่องเต้

จิ้นซื่อทุกรุ่นต้องมาลงชื่อที่นี่

เมื่อเขียนเสร็จเจ้าหน้าที่กรมพิธีการก็จะมอบให้ช่างแกะสลักหิน ช่างก็จะทำการแกะสลักชื่อของทุกคนลงบนแผ่นจารึก

ชื่อของจิ้นซื่อทุกรุ่นจะถูกจารึกไว้ที่กั๋วจื่อเจี้ยน

จุดประสงค์คือเพื่อไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คนรุ่นหลังก็จะมาดูได้ และเพื่อให้บรรดาลูกศิษย์ของสำนักศึกษาขั้นสูงสุดของราชสำนักได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ

นี่ก็เป็นสาเหตุที่หมี่โซ่วมองตาปริบๆ อยู่ด้านนอก

สำนักศึกษาขั้นสูงสุดเชียวนะ

แม้แต่จะเข้าเขายังเข้าไปไม่ได้ อยากเข้าไปเรียนรู้ยังไม่มีโอกาส

แต่ชื่อของท่านลุงไปอยู่ในนั้นแล้ว แถมยังอยู่ลำดับแรกบนแผ่นจารึก

หมี่โซ่ว พวกเจ้ารู้หรือเปล่าว่าข้าภูมิใจขนาดไหน

“เป็นอะไร” ซ่งฝูหลิงสังเกตเห็นน้องชายดูแปลกไปจึงก้มตัวลงมาถาม

หมี่โซ่วเช็ดตาพลางพูด “ตื้นตันใจ”

เด็กน้อยคิดในใจ ท่านปู่ เมื่อก่อนที่ท่านว่าท่านลุงมันไม่ถูก ถ้าท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่คงดี ท่านปู่จะได้เห็นว่าท่านลุงของข้าเก่งขนาดไหน ข้าจะทำอย่างไรให้ท่านปู่รู้ดีนะ ข้าจะกลับบ้านไปเผากระดาษให้

เมื่อไม่กี่วันก่อนหมี่โซ่วได้ยินซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงคุยกันส่วนตัวว่า ตอนที่ไปแจกใบปลิวของม้าพันลี้ยังได้ตั้งใจสืบเรื่องพวกจวี่เหรินของบ้านเกิดที่สอบติด

คนในบ้านเกิดมีสอบติดแค่เจ็ดคน ในเจ็ดคนนี้มีหกคนที่ยังไม่ได้ย้ายภูมิลำเนา แต่ในความเป็นจริงคือย้ายบ้านไปนานแล้ว แบบที่ว่าครอบครัวย้ายไปอยู่พื้นที่อื่นกันหมดแล้ว

ส่วนจวี่เหรินที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดไม่ได้เข้าพักในโรงเตี๊ยม ไม่เห็น

ด้วยเหตุนี้จึงสืบเรื่องของหกคนนั้นไม่ได้ความอะไร ซึ่งก็หมายความว่าตอนกลับไปสอบคงได้เห็นแล้วว่าสภาพเมืองในบ้านเกิดยังคงเละเทะเป็นซากปรักหักพัง

ซ่งฝูหลิงตบบ่าน้องชาย เงยหน้ามองป้าย ‘กั๋วจื่อเจี้ยน’ ผ่านไปสักพักถึงพูดขึ้น “ข้ารู้สึกอิจฉามาก”

รู้สึกว่าเรื่องที่พ่อทำเป็นเรื่องที่นางอิจฉาทั้งนั้น

วัดขงจื๊อ

ซ่งฝูเซิงนำทุกคนสักการะ

จิ้นซื่อสามร้อยเอ็ดคนพร้อมใจกันจุดธูปบูชา

ถึงแม้นับแต่วันนี้ไปจะกลายเป็นขุนนาง รับเงินเดือนจากฮ่องเต้ แต่บรรดาผู้เข้าสอบจอหงวนทั้งหมดควรมากราบไหว้ขงจื๊อผู้เป็นต้นกำเนิดความรู้

สำหรับผู้ศึกษาเล่าเรียนแล้วนั้น ท่านนี้ต่างหากที่เป็น ‘พ่อแม่ผู้ให้ชีวิต’

มาถึงตรงนี้พิธีต่างๆ ของการสอบจอหงวนครั้งนี้ถึงเป็นอันสิ้นสุดลง

ซ่งฝูเซิงเดินนำจิ้นซื่อสามร้อยคนลงมาจากบันไดวัดขงจื๊อ ด้านหน้าเขามีธงและกลองเปิดทางให้ สองข้างทางเป็นเจ้าหน้าที่ทางการยืนเรียงแถว เสียงประทัดดังสนั่น

ซ่งฝูเซิงเดินเหยียบเศษประทัดเข้าไปหาครอบครัว

ม้าล่ะ ทางการเก็บม้าคืนไปแล้ว

ไม่เป็นไร พวกเรามีเสี่ยวหง

“แม่”

“พ่อ”

ซ่งฝูเซิงไม่สนว่าคนอื่นจะมองยังไง เขาจับมือเฉียนเพ่ยอิงด้วยความตื่นเต้น

วันนี้เหมือนฝันไป

เมียของเขามีส่วนในครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ

ยิ้มตาหยีจนเห็นตีนกามองซ่งฝูหลิง อีกครึ่งหนึ่งเป็นของลูกสาว

ซ่งฝูเซิงยิ้มกว้างลูบหัวหมี่โซ่ว ถ้ามีการมอบตราให้ เชือกที่ห้อยตราเขาก็จะไม่เก็บไว้ ให้หมี่โซ่วทั้งหมด

ยกให้หมดเลย

ซ่งฝูเซิงเดินกลับพร้อมคนในครอบครัว เงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม อยู่ๆ สมองก็ปรากฏภาพตอนทบทวนตำรา

ตอนนั้นบนพื้นมีแต่กระสอบเสบียง

บรรดาผู้เฒ่าของเก้าสกุลมาแบกเสบียงที่กองไว้ในบ้านเขาออกไปไว้บ้านอื่นจนยิ่งไม่มีแม้แต่ทางจะเดิน

พวกพี่ชายทำโต๊ะเขียนหนังสือให้เขา

พี่สาวคนโตทำรองเท้าแตะยัดดอกฝ้ายให้เขา

ท่านลุงซ่งทะเลาะกับยายไจ๋ในหมู่บ้าน “ห้ามปล่อยให้หมาเห่า รบกวนฝูเซิงของพวกเราอ่านหนังสือ”

ลุงใหญ่ไล่จับพวกเด็กๆ ในลานบ้าน “ห้ามส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เอะอะโวยวายเดี๋ยวจะจับฟาด”

ส่วนแม่ของเขายิ่งไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

คนที่งกแบบนั้น ขอแค่ฝูหลิงแกล้งบอกท่านย่าว่า “ท่านย่า พ่อข้าต้องซื้อหนังสือ”

ท่านย่าหม่าก็จะรีบควักเงิน

ซื้อ

ท่าทางประหนึ่งว่าส่งเสียลูกเรียนหนังสือ พ่อแม่ควักเงินซื้อให้ก็สมควรแล้ว

ซ่งฝูเซิงหันไปยิ้มให้ลูกเมียอีกครั้ง

เพ่ยอิงเฝ้าเขาอ่านหนังสือ ทำช่องเล็กๆ ที่ม่านประตู จับตาดูเขาอ่านหนังสือเข้มงวดยิ่งกว่าสมัยฝูหลิงเรียนมัธยมต้น มานั่งเฝ้าเขาที่เตียงครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาอ่านหนังสือนางก็เย็บเสื้อผ้า เย็บผ้าห่ม ขยันทำของกินสารพัดมาให้ บางครั้งง่วงจนสัปหงกเขาก็หาวพลางพูด “นอนไม่ได้ พอนอนก็จะไม่ได้อ่านหนังสือ”

ส่วนลูกสาวจากที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่มีความทรงจำของยุคโบราณ เขียนอักษรของที่นี่ไม่เป็น จนทุกวันนี้อ่านหนังสือโบราณเยอะกว่าเขาเสียอีก

ทั้งวางแผนการอ่านหนังสือให้เขา ทั้งอ่านเป็นเพื่อนเขา ฝูหลิงเท่ากับเหมือนต้องมาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง

เขามีวันนี้ได้เป็นเพราะผลงานของคนในครอบครัวจริงๆ

ทำให้เขากลายเป็นพระเอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการสอบจอหงวนครั้งนี้

เรือนรับรองของตระกูลลู่

“พวกนายท่านกลับมาแล้ว”

พ่อบ้านหลูนำบ่าวรับใช้ทั้งหมดตะโกนพร้อมกัน “ขอแสดงความยินดีกับนายท่านทุกท่าน ยินดีกับทุกท่าน”

ประทัดหลายหมื่นถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

พ่อบ้านหลูคนนี้ ช่างใส่ใจรายละเอียดจริงๆ

ตอนที่ซ่งฝูเซิงไม่มีชื่อเข้าไปสอบเตี้ยนซื่อ ทั่วทั้งเรือนทำอย่างกับไม่มีใครได้เป็นว่าที่จิ้นซื่อเตรียมเข้าไปสอบเตี้ยนซื่อเลยสักคน ดูหม่นหมองไปหมด ไม่ได้มีท่าทีจะฉลองให้พวกจวี่เหรินห้าสิบห้าคนแม้แต่น้อย

ตอนนี้พอซ่งฝูเซิงกลายเป็นชนชั้นสูงหน้าใหม่ที่คนในเมืองหลวงให้ความสนใจและเอาไปพูดถึง เรือนรับรองของตระกูลลู่ก็เริ่มฉลองให้ทันที

คนไม่รู้อาจคิดว่าเจ้านายของเรือนนี้คือซ่งฝูเซิง

ซ่งฝูเซิงยิ้มตาหยีอยู่ท่ามกลางเสียงประทัด

มองพวกบ่าวรับใช้ของเรือนรับรองตระกูลลู่ “ตกรางวัล!”

ฝูกุ้ยตกใจ

ดูเอานะ ดูเอา ดีที่เขาพาต้าเต๋อจื่อกับเถี่ยโถวล่วงหน้ากลับมาก่อน ทิ้งแค่ซื่อจ้วงไว้ดูแลพวกพั่งยา

กลับมาทำไมน่ะเหรอ

ซื้อกับข้าว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 749-1"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.