Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 751 วิ่งไปตามสายลม อิสระคือทิศทาง

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 751 วิ่งไปตามสายลม อิสระคือทิศทาง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 751 วิ่งไปตามสายลม อิสระคือทิศทาง

“ไปเถอะ”

จิ้นซื่อคนอื่นหันตัวก่อน

หยางหมิงหย่วนหันตัวเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดยืนอีกครั้ง หันกลับไปมองเกวียนเล่มนั้นที่วิ่งออกไปไกลมากแล้ว

เขาอยากให้คนที่อยู่ในเกวียนนั้นแหวกม่านสักครั้ง แม้จะไม่โผล่หน้าออกมาก็ตาม

แน่นอนว่าโผล่หน้าย่อมดีกว่า

ก็แค่เขากลัวว่าพอเห็นซ่งฝูหลิงโผล่หน้าออกมา เขาจะทำเรื่องอะไรออกไป

อาจตื่นเต้นดีใจจนยืนโง่ๆ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

อาจรีบควบม้าวิ่งตามไปเหมือนคนโง่ ไล่ตามไปแล้วเขาจะ เขาจะ…

น่าเสียดาย เลิกคิดเถอะ

คนที่อยู่ในเกวียนเล่มนั้นไม่ได้เปิดม่าน แต่กลับหอบความคิดถึงของเขากลับไปหมด

เฉียนเพ่ยอิงที่อยู่บนเกวียนจัดพวกกล่องของขวัญให้เป็นระเบียบพลางพูด

“ไม่เคยเห็นคนที่เดินทางอย่างพวกเรา

ดูเอานะ เดิมทีตระกูลลู่ก็เตรียมของเอาไว้ให้ไม่น้อย แทบไม่มีที่วาง

ลูกชายสายตรงของท่านโหวซย่ายังจะให้ของมามากขนาดนี้

ลูกชายคนโตของผู้เฒ่าเริ่นก็ให้มาแปดกล่อง

บอกหยางหมิงหย่วนไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องซื้อ สุดท้ายก็ซื้อให้ เนื้อตากแห้ง ขนม ผลไม้แห้ง แป้งโหยวฉา ดูก็รู้ว่าอยากให้พวกเราเอาไว้กินระหว่างทาง”

ซ่งฝูหลิงใช้ช้อนเล็กงัดโถลูกท้อเชื่อม ฟังเฉียนเพ่ยอิงเก็บของไปบ่นไป นางทำเหมือนไม่ได้ยิน

เมื่อวานซย่าเหวินอวี่มาหาพ่อของนางที่เรือนรับรองของตระกูลลู่

พ่อนางกับซย่าเหวินอวี่มีหัวข้อสนทนาร่วมกัน นางสงสัยว่าเป็นหัวข้อของคนที่เรียนห่วย

เพราะได้ยินว่าตอนซย่าเหวินอวี่กลับ ดูเหมือนจะยังคุยไม่หนำใจ ทั้งยังพูดอีกว่าไว้ว่างๆ จะไปเที่ยวเล่นที่อำเภอฮุ่ยหนิง

ดูท่าจะเห็นพ่อของนางเป็นสหายรู้ใจที่พลัดพราก

พ่อของนางคุยอะไรด้วยน่ะเหรอ ก็คงหนีไม่พ้น วันนี้ข้าขอสาบาน ข้าจะตั้งใจเรียน อ๋อ ไม่เป็นไร ยังอีกตั้งหลายวัน พวกเรานับวันยังมีเวลา พอผลสอบออกมากลับเศร้าไม่น้อยไปกว่าใครหน้าไหน

ทำไมไม่ลองคิดดูว่า จะเศร้าทำไม ก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอ

ซ่งฝูหลิงยังคงไม่รู้จักพ่อตัวเองดี

พ่อของนางมีหัวข้อสนทนาร่วมกับซย่าเหวินอวี่ที่ไหนกัน ทั้งยังช่วยเสนอความคิดที่เป็นประโยชน์จากมุมมองของนักเรียนชั้นแย่ที่มีประสบการณ์มาก่อน เป็นต้นว่า ตอนอยากออกไปเที่ยวเขาคิดอะไร เล่นเอาซย่าเหวินอวี่กำมือคารวะต่อเนื่อง คนที่เข้าใจเขาที่สุดที่แท้ก็อยู่ตรงนี้

ชั่วขณะนั้นซย่าเหวินอวี่ยังรู้สึกว่าลู่หมินหรุ่ย ติงเจียน หลินโส่วหยาง ก็ยังสู้ซ่งฝูเซิงไม่ได้

นี่คือซย่าเหวินอวี่ที่มาหาพร้อมของมากมาย

เริ่นจื่อเซิงลูกชายคนโตของเริ่นกงซิ่น คนที่พ่อของนางปฏิเสธไปเยี่ยมเยียนที่จวน เริ่นจื่อเซิงกลับตอบจดหมายที่จำนวนอักษรมากกว่าที่พ่อของนางเขียนไปมาก ทั้งหมดเป็นคำพูดโน้มน้าวตีสนิท ความนัยแอบแฝง ทำตัวสนิทสนม ขณะเดียวกันก็ได้ให้ของมาแปดกล่อง

ส่วนหยางหมิงหย่วน ซ่งฝูหลิงรู้สึกว่านางไม่ต้องพูดอะไรมาก เดี๋ยวแม่ของนางก็จะพูดเอง

ตามคาด เฉียนเพ่ยอิงพูดต่อ เดินทางอยู่ว่างๆ จะให้ทำอะไร ก็คุยสิ

“หยางหมิงหย่วนน่ะ ความลำบากอยู่หลังจากนี้ พ่อเจ้าอุตส่าห์พูดแล้วว่าไม่ต้องทำตัวเกรงใจ สุดท้ายเขาก็เสียเงินซื้อมาให้…

…รอดูเถอะ พอพวกเรากลับ เรื่องแรกที่เขาทำจะต้องไปซื้อบ้านหรือไม่ก็เช่าบ้านแน่ แต่คืนนี้คงหาโรงเตี๊ยมพักไปก่อน…

…เขาเป็นจอหงวน แต่กลับไม่มีใคร แม้แต่คนช่วยเหลือสักคนก็ไม่มี…

…ดูพวกลุงๆ คนอื่นที่ได้อยู่เมืองหลวงต่อสิ พวกเขาบอกว่า พอราชสำนักส่งจดหมายแสดงความยินดีไปถึง ทางครอบครัวก็จะส่งคนไปให้พวกเขา…

…พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ…

…แต่หยางหมิงหย่วนไม่มี…

…ฟังจากที่พ่อเจ้าว่า ดูเหมือนหลังจากที่พ่อของหยางหมิงหย่วนเสีย พวกเขาก็ถูกคนตระกูลหยางรังแกมาตลอด…

…ตอนนั้นที่สอบได้จวี่เหริน คนพวกนั้นอยากจะเอาที่ดินมาอยู่ในชื่อของหยางหมิงหย่วน แต่หยางหมิงหย่วนปฏิเสธ เชิดใส่ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย แต่หลังจากนั้นกลับรับเงินจากเศรษฐีที่ดินคนอื่น เอาโควตาให้คนอื่นใช้ เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวทำคนตระกูลหยางขุ่นเคืองใจกันหมด…

…ถึงได้บอกว่ายุคโบราณให้ความสำคัญกับความสามัคคีในครอบครัว บางครั้งมันก็มีเหตุผล…

…เขาเลยต้องจัดการหาซื้อบ้านเอง แม้แต่ทำความสะอาดก็ต้องทำเองด้วยซ้ำ จะมัวรอแม่กับพี่สะใภ้มาทำก็ไม่ได้ ไหนยังจะต้องไปรายงานตัวอีก”

เฉียนเพ่ยอิงนึกถึงบ่าวรับใช้ของหยางหมิงหย่วน ยิ่งส่ายหน้าเข้าไปใหญ่

บ่าวรับใช้ที่ซื้อมาราคาถูกนั้นไม่ได้เรื่อง

ระหว่างทางที่มา นางสังเกตเห็นแล้ว หยางหมิงหย่วนสั่งที บ่าวคนนั้นถึงจะทำงานที

เมื่อเทียบกัน ดูฝูกุ้ย ซื่อจ้วง เถี่ยโถว ต้าเต๋อจื่อ ในบ้านยังมีอีกหลายคนที่แย่งอยากจะมากัน มีกี่คนก็อยากมากันหมด ทุกคนช่วยสามีนางทำงานได้ทั้งนั้น เลือกคนไหนออกมาก็ให้เป็นพ่อบ้านใหญ่ได้ แถมพ่วงด้วยตำแหน่งบอดี้การ์ด

“พี่สะใภ้ของเขาที่แอบขายขนมปังดำ ถ้ามาถึงเมืองหลวง…”

ในที่สุดซ่งฝูหลิงก็หยุดกิน “ท่านพ่อบอกหยางหมิงหย่วนแล้วเหรอ”

เฉียนเพ่ยอิงไล่เปิดดูว่าแต่ละกล่องของขวัญมีอะไรบ้าง นางตอบโดยไม่เงยหน้า

“เปล่า คนเห็นหน้าใหญ่อย่างเขาจะบอกเหรอ เดี๋ยวจะไปต่อไม่ถูก…

…พ่อเจ้าแอบคุยกับแม่ว่า อีกเดี๋ยวครอบครัวพี่ชายของหยางหมิงหย่วนจะต้องมาเมืองหลวงแน่ ไม่ให้มาก็เท่ากับลืมบุญคุณ พอมาถึง พี่สะใภ้ต้องแอบรับของลับหลังหยางหมิงหย่วนแน่นอน…

…ต้องรู้นะว่าหยางหมิงหย่วนตำแหน่งไม่สูง แต่กลับได้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ วันไหนเกิดพลาดขึ้นมาเดี๋ยวได้เกิดเรื่อง…

…เล่นเอาพ่อเจ้าตกใจ รีบสั่งหยางหมิงหย่วนว่าไม่ต้องส่งข่าวเรื่องฮุ่ยหนิงให้ จะข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ไม่ต้อง…

…ขาดก็แค่พูดว่า วันหน้าอย่าเรียกอาจารย์อีกเลย…

…พ่อเจ้ากลัวว่า เกิดวันไหนพ่อพูดเหลวไหล ขนาดตัวเองยังจำไม่ได้ว่าพูดอะไร เดี๋ยวหยางหมิงหย่วนจะเอาไปเป็นคำคมอีก…

…เขากลัวว่าเกิดวันไหนหยางหมิงหย่วนไปพูดต่อหน้าฮ่องเต้ อาจารย์บอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เอาคำพูดของเขาไปพูดอย่างไร้ขอบเขตอีก พ่อเจ้ายังหลอนจากข้อสอบครั้งนี้ไม่หายเลย”

ซ่งฝูหลิงพยักหน้า

นี่ก็คือครอบครัวของพวกเขาหลังจากที่รู้ว่าหยางหมิงหย่วนเป็นจอหงวนได้อย่างไร

คนที่ทำให้ซ่งฝูเซิงสอบตกคือเหล่าขุนนางที่ตรวจข้อสอบ

อย่างมากก็แค่ครั้งนี้สอบตกจิ้นซื่อ แต่ก็ยังเป็นจวี่เหริน กลับไปหาตำแหน่งเล็กๆ ให้ตัวเองได้ ต่อให้วันหน้าไม่เจริญก้าวหน้าก็โทษคนอื่นไม่ได้ ต้องโทษตัวเองที่อยากจะตอบแบบนั้น หรือจะโทษคนตรวจข้อสอบก็ได้ที่ตาถั่ว

แต่เขียนไปแล้วไม่นึกเสียใจ ต้องยอมรับผลที่ตามมา โชคดีที่ผลลัพธ์จบสวย

ส่วนการที่หยางหมิงหย่วนเอาไปพูดว่า อาจารย์ว่ามาอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้วิธีนี้ได้เป็นจอหงวน พวกเขาไม่คิดอะไร

หยางหมิงหย่วนไม่ได้ลอกข้อสอบเสียหน่อย แถมไม่ใช่ว่าจะไม่บอกว่าต้นตอความคิดนั้นมาจากใคร

การคัดลอกที่ว่ากันก็คือการไม่บอกว่าเจ้าของคือใคร พอถูกถามกลับถึงขั้นพูดอย่างไม่ละอายว่าทั้งหมดเป็นความคิดของตัวเอง

อีกอย่าง การเขียนบทความ ต่อให้มีความคิดเหมือนกัน แต่เวลาเขียนออกมาย่อมต่างกัน ข้อมูลเหมือนกัน วิธีเขียนต่างกัน

หยางหมิงหย่วนเขียนอย่างนุ่มนวล มีทางหนีทีไล่

ทั้งๆ ที่ซ่งฝูเซิงอายุมากกว่าหยางหมิงหย่วน แต่สำนวนการเขียนกลับดุดัน

ซ่งฝูเซิงก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก ทั้งยังได้ใช้เรื่องที่เป็นจอหงวนปลอบใจหยางหมิงหย่วน “เจ้าใช้วิธีอ้างถึงอาจารย์จนได้เป็นจอหงวน แสดงว่าเจ้ามีความสามารถในตัวเอง บางทีถ้าข้าเขียนด้วยตัวเองอาจไม่ได้เป็นจอหงวนก็ได้”

ถ้าจะบอกว่าพอได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกสับสน สับสนตรงไหนน่ะเหรอ

จุดที่ทำให้ซ่งฝูเซิงกับพวกซ่งฝูหลิงไม่ค่อยสบายใจก็คือ

ข้อแรก มีตัวเองเป็นสาเหตุ ถึงได้มีผลลัพธ์อย่างหยางหมิงหย่วน ขาดสิ่งไหนไปก็ไม่มีทางเกิดผลลัพธ์นี้ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าหยางหมิงหย่วนดวงดีเรื่องสอบยิ่งกว่าเขา อิจฉามาก

ข้อสอง

เอาแต่พูดว่าอาจารย์นั่นนี่ พวกเรากลัวนะ

หยางหมิงหย่วนเจตนาดี มักจะแสดงท่าทีว่า ‘ข้าสนับสนุนอาจารย์’ ‘ข้าอยากส่งข่าวไปให้อาจารย์ที่ฮุ่ยหนิง’ ‘อาจารย์ข้าพูดอะไรบ้าง ข้าอยากส่งต่อไปถึงฮ่องเต้แทนอาจารย์’ แต่พวกเราไม่ต้องการเลยจริงๆ

เจตนาดีของเจ้า ดีไม่ดีเกิดพลาดขึ้นมา เดี๋ยวได้เดือดร้อนพวกเราไปด้วย

ข้อสาม หลังฟังจบ เรื่องที่ไม่สบายใจที่สุดคือ หยางหมิงหย่วนเจ้าอยากสนับสนุนพวกเราให้ได้ จนสุดท้ายได้เป็นจอหงวน

แต่ถ้าไม่สำเร็จล่ะ วันหน้าครอบครัวเราไปได้ยินว่าเจ้าได้เป็นจิ้นซื่อดีๆ ไม่เอา กลับได้เป็นถงจิ้นซื่อเพราะมาสนับสนุนพวกเรา ครอบครัวเจ้าฟังแล้วจะไม่พาลโกรธไปด้วยเหรอ พวกเราจะรู้สึกเหมือนติดค้างอะไรเจ้าไว้

และประเด็นคือ พวกเราก็ไม่ได้ให้เจ้าออกหน้าเสียหน่อย

จากเหตุผลที่กล่าวมา กอปรกับหยางหมิงหย่วนแค่ขึ้นเขาก็หอบ เฉียนเพ่ยอิงจึงมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้บอกแม้แต่กับเหล่าซ่ง นางปฏิเสธอยู่ในใจ

หยางหมิงหย่วนเป็นลูกเขยนางไม่ได้

ถึงแม้จะหล่อ การศึกษาดี ดูท่าทางคงไม่กล้ารังแกลูกสาวนาง ดีไม่ดีจะกตัญญูต่อนางกับเหล่าซ่งด้วย

แต่อ่อนแอเกินไป มีน้ำใจจนน่ากลัว ครอบครัวเราแค่อยากได้ลูกเขยที่ไม่ทำให้ปวดหัว

ทำไมชีวิตนางถึงยากขนาดนี้ กลุ้มแทนฝูหลิงยิ่งกว่าในยุคปัจจุบัน

อย่าไปฟังเหล่าซ่ง ลูกสาวยังเด็กอะไรกัน ลูกสาวอายุแปดสิบก็ยังดูเด็กในสายตาเขาด้วยซ้ำ นี่มันยุคโบราณ ควรคิดได้แล้ว

ภายในเกวียนด้านหน้า

หมี่โซ่วคุยกับซ่งฝูเซิง “มาเมืองหลวงครั้งนี้เสียดายอยู่เรื่องเดียว”

ซ่งฝูเซิงกำลังชื่นชมตราประทับขุนนางของตัวเอง “หืม? ไหนว่ามาสิ”

เดิมทีคิดว่าหมี่โซ่วจะพูดว่า ยังไม่ได้ซื้ออะไร แอบนึกเสียดาย

แต่กลับไม่คาดคิดว่าหมี่โซ่วจะตอบว่า “พวกเราไม่ได้เจอคู่หมั้นของพี่แม่ทัพเล็ก”

“อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอ เช่นนั้นไว้เดี๋ยวลุงช่วยถามให้”

“อื้อ”

…

เดินทางมาทั้งวัน ถึงอำเภอจี้แล้ว

ด้านนอกศาลายาว

อยู่ๆ เกาเถี่ยโถวก็โผล่หน้าเข้ามาเตือน “น้าสามต้องลงไป”

ซ่งฝูหลิงที่อยู่เกวียนด้านหลังก็เปิดม่านดู เห็นพ่อของนางเดินพาพวกลุงๆ จิ้นซื่อไปข้างหน้า

ห่างออกไปไกลมาก ทั้งสองฝ่ายคารวะให้กัน

แอบคล้ายยุคปัจจุบัน ยืนห่างก็ยังจะยื่นมือไปจับ

นายอำเภอและผู้ช่วยนายอำเภอของอำเภอจี้มากันหมด ออกมารอต้อนรับพวกซ่งฝูเซิงที่ศาลาสิบลี้

ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน แต่กลับเหมือนเป็นเพื่อนเก่าแก่ จะให้เข้าไปพักในตัวอำเภอให้ได้ บอกว่าเตรียมไว้ให้แล้ว อย่าปฏิเสธเลย

วันต่อๆ มาไม่ว่าพวกซ่งฝูเซิงไปถึงอำเภอไหนหรือเมืองไหน ถ้าไม่ใชนายอำเภอมาต้อนรับด้วยตัวเองก็จะเป็นใต้เท้าผู้ว่าการเขตที่ส่งตัวแทนมาต้อนรับ

โดยให้เหตุผลที่สวยหรูว่า จัดให้เป็นการส่วนตัว เลี้ยงให้เป็นการส่วนตัว

แต่ทุกคนต่างเข้าใจดีว่าเพื่ออะไร

แต่ซ่งฝูหลิงกลับมีความสุขมาก

นางสัมผัสได้แล้วว่าตัวเองเป็นคุณหนูบ้านขุนนาง

โดยเฉพาะการที่พวกลุงๆ จิ้นซื่อมาสอบโดยไม่ได้พาลูกมาด้วย ไม่ว่าไปถึงไหน คนที่เป็นเด็กก็จะมีแค่นางกับหมี่โซ่ว เวลาท่านพ่อไม่เรียกนางกับน้องชาย พวกลุงๆ ก็จะดูแลพวกนางเป็นพิเศษ คอยถามตลอดว่าอยากกินอะไร อยากได้อะไร

ของในเกวียนมีแต่เพิ่มไม่มีลด มากขึ้นเรื่อยๆ

ในเวลาเดียวกัน ข่าวเรื่องจิ้นซื่อที่ราชสำนักส่งไป ในที่สุดก็ถึงศาลาข่าวของเฟิ่งเทียน

ที่ศาลาข่าวมีคนว่างงานมารออยู่จำนวนหนึ่ง

อย่าดูถูกคนว่างงานพวกนี้เชียวนะ พวกเขาต้องรู้ว่าบ้านไหนมีคนในครอบครัวเป็นขุนนาง

ต่างรู้กันว่า คนกลุ่มแรกที่ไปแจ้งข่าวดีจะได้รับเงินตอบแทนจำนวนไม่น้อย นี่จิ้นซื่อเชียวนะ!

คนที่ไปแจ้งข่าวทีหลังสายไปแล้ว อาจไม่มีเงินให้อีก มีแค่ปัวปัวร่วมแสดงความยินดี

คนพวกนี้เข้าไปล้อมเจ้าหน้าที่ “ไหน จิ้นซื่อบ้านไหนส่งข่าวมาบ้าง”

พอเอ่ยชื่อซ่งฝูเซิง ท่านลุงซ่งหมู่บ้านเหรินจยาออกมา คนกลุ่มนั้นก็เริ่มวิ่ง

หวังจงอวี้ “ไอ้พวกบ้า วิ่งแพ้พวกเจ้าก็บ้าแล้ว”

คนกลุ่มนั้น มีบางคนที่มีประสบการณ์แจ้งข่าว เรียกเพื่อน “วิ่งไปถึงหมู่บ้านเหรินจยาไม่ไหว ไปที่ร้านขนม”

หวังจงอวี้วิ่งแข่งกับคนพวกนี้พลางตะโกน “เตรียมตัว!”

เห็นพวกผู้ชายของเก้าสกุลโผล่ออกมาหลายคน แม้แต่เอ้อร์เผิงจื่อคนในหมู่บ้านก็อยู่ด้วย พวกเขาหัวเราะเสียงดังแยกเป็นสองทาง ทางหนึ่งวิ่งไปที่จอดเกวียน ต้องไปที่หมู่บ้าน อีกทางหนึ่งวิ่งไปร้านขนม

ห้ามเปิดโอกาสให้คนว่างงานพวกนั้นได้เงินไปเป็นอันขาด พวกคนว่างงานที่จะไปแจ้งข่าวดี พวกข้าวิ่งจนรองเท้าเกือบกระเด็นหาย ให้เงินหน่อยไม่ได้เหรอ

นี่มันจะงกเกินไปแล้วนะ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 751 วิ่งไปตามสายลม อิสระคือทิศทาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.