ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 752 คิดถึงเจ้า รักเจ้า รอเจ้า
ตอนที่ 752 คิดถึงเจ้า รักเจ้า รอเจ้า
“ท่านยาย ท่านยาย ฝูเซิงสอบได้จิ้นซื่อแล้ว ฝูเซิง!”
ท่านย่าหม่ากำลังหั่นเนื้ออยู่ในครัวของร้านขนม
ตอนนี้เทียบกับเมื่อหลายเดือนก่อนไม่ได้แล้ว
ตอนนี้พนักงานในร้านเยอะขึ้น สาวๆ ที่มีชื่อเป็นยี่สิบสี่ฤดูมาเรียนรู้งานกันเยอะแยะ
นางจิตใจเมตตา
ท่านย่าหม่าคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเมตตา คิดว่าเป็นคนที่ใจกว้าง ช่างเห็นอกเห็นใจ
อยากให้ทุกคนได้กินเนื้อในมื้อกลางวันบ้าง แต่จะหั่นเนื้อจำนวนเท่าไหร่ต้องให้นางตัดสินใจ
นี่ก็เพิ่งกะเสร็จว่าจะหั่นเนื้อสันนอกแค่ไหน กำลังจะเอามีดหั่นลงไปก็ได้ยินเสียงหวังจงอวี้แหกปากมาจากด้านนอก
ท่านย่าหม่าทำมีดตก
สัญชาตญาณของคน พอของตกก็อยากจะเอามือไปรับ
พวกสาวๆ ในห้องครัวกรีดร้องขึ้นมาทันที
“ท่านยายรีบหลบไป”
“ท่านยายอย่าเอามือไปรับ”
เอ้อร์ยาตกใจจนถูกเตาลวกมือ รีบวิ่งไปหา “ท่านย่าไม่เป็นไรใช่ไหม”
มือท่านย่าหม่าถูกบาดจนมีเลือดออก ผลักเอ้อร์ยาที่จะมาช่วยประคองแขนออก
รู้สึกเพียงว่าเท้าเบาหวิว เปิดม่านครัวออกไปอย่างงงๆ เลือดที่มือเลอะม่าน
“จงอวี้ เจ้าว่าอย่างไรนะ” น้ำเสียงสงบราบเรียบเป็นพิเศษ
ในสายตากลับไม่มีลูกค้าที่มาซื้อของแล้ว
ขณะที่หวังจงอวี้กำลังจะพูดอีกรอบ
เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น มีผู้ชายหลายคนยืนอยู่ตรงประตู
พวกผู้ชายเอามือจับเข่า บางคนเกาะประตูหายใจหอบแรง พวกเขาวิ่งจนรองเท้าแทบปลิว ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ตะโกนพร้อมกัน “ขอแสดงความยินดีกับท่านยาย แสดงความยินดีที่ท่านซ่งสอบได้จิ้นซื่อ!”
ท่านย่าหม่ายื่นมือสั่นๆ ออกไป
จากนั้นก็ตาเหลือกอย่างไม่มีวี่แววมาก่อน
“ท่านย่า!”
“ท่านยาย!”
สิบกว่าคนเข้าไปรุม แม้แต่ลูกค้าก็เข้าไปด้วย
เถ้าแก่ฉีร้านหนังสือที่อยู่ข้างๆ ใบหน้ายิ้มแย้มรีบเดินเข้ามา พอเห็นย่าหม่าเป็นลมก็รีบหันกลับไปเชิญหมอมา
เรียกเสี่ยวเอ้อร์ “ไปตามหมอ ไปตามหมอ”
พวกผู้ชายที่มาแจ้งข่าวดียืนอยู่ตรงประตูมองหน้ากัน กลับไหม
ไม่กลับ
เหตุการณ์แบบนี้ เดี๋ยวฟื้นก็ให้เงิน
ไม่เอาน่า เกิดไม่ฟื้นล่ะ นี่แม่ของจิ้นซื่อ ระวังไว้หน่อย พวกเราไปเถอะ กลัวใจเดี๋ยวจะมารีดเงินจากพวกเราแทน
เอาเงินตกรางวัลจากครอบครัวซ่งเป็นอะไรที่ยากมาก
มีคนมาตะโกนพอดี “สหาย เร็วเข้า ขาดคนหลายสิบ”
หลายสิบคน คุณพระช่วย
คนแจ้งข่าวพวกนี้เลยรีบวิ่งกลับรองเท้าปลิวอีกครั้ง
หวังจงอวี้กดใต้จมูกท่านย่าหม่าจนนางเริ่มฟื้น ยืนขึ้นตะโกนไล่หลังพวกเขา “ไม่เอาปัวปัวมงคลเหรอ” เพื่อความเป็นสิริมงคล เอาหน่อยน่า
ท่านย่าหม่าหอบ “ลูก ลูกสามของข้า…”
ณ ศาลาว่าการเมืองเฟิ่งเทียน
ภายในห้องว่าการที่อยู่ด้านหลัง ที่นี่ก็คือห้องทำงานใหญ่
ขุนนางทุกคนหัวเราะกันหมด เสียงหัวเราะดังไปทั่ว
ใต้เท้าผู้ว่าฯ กับใต้เท้าศึกษาธิการยิ้มพลางตบบ่ากันและกัน กำมือคารวะแสดงความยินดี
จวี่เหรินตั้งหลายคนที่มาจากเมืองเฟิ่งเทียนสอบได้จิ้นซื่อ นี่เป็นผลงานเชียวนะ มันคือผลงานชั้นยอดสำหรับพวกเขา
ดีไม่ดีเดี๋ยวได้เลื่อนตำแหน่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ที่ถูกเขียนลงในราชโองการเพียงหนึ่งเดียว ฮ่องเต้ตรัสออกมาเอง
พวกขุนนางหัวเราะเสียงดัง มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ
ศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ ซ่งฝูเซิง เป็นซ่งฝูเซิงจริงด้วย
แถมยังมีจอหงวน มาจากเมืองเฟิ่งเทียนของพวกเราทั้งนั้น
ทั่นฮวาติงเจียน ภูมิลำเนาก็อยู่ที่นี่ ผ่านการสอบแต่ละครั้ง พวกเขาส่งไปกับมือเอง
เวลานี้ก็มีคนมาเบียดอยู่เต็มศาลาข่าว
พวกครอบครัวของผู้เข้าสอบ พอได้ข่าวก็แห่กันมาดู อัดแน่นกันอยู่ที่นี่
แม่ของหยางหมิงหย่วน ไหนจะพี่ชายคนโตของเขา ตื่นเต้นจนเป็นลมอยู่ที่นี่
พี่ชายของเขาเป็นลมแบบที่เห็นได้ยาก
เล่นเอาพี่สะใภ้ร้อนใจ นางต้องช่วยสามีก่อนหรือช่วยแม่สามีก่อนล่ะเนี่ย
นางกับลูกชายคนเล็ก เดี๋ยวก็เขย่าตัวสามีพร้อมตะโกน “เสียสติไปแล้วเหรอ ได้ลืมตาอ้าปากแล้วนะพ่อ หมิงหย่วนได้เป็นจอหงวนแล้ว เป็นลมทำไม”
เดี๋ยวก็เขย่าตัวแม่สามี “ท่านแม่ เมืองหลวงยังรอพวกเราอยู่นะ ฟื้นสิ”
ต่อมา นางเห็นเจ้าหน้าที่หลายคนออกมาช่วย เอาโสมแผ่นยัดใส่ปากแม่ของหยางหมิงหย่วน แถมยังมีหมอมาจับชีพจรให้
พี่สะใภ้ใหญ่ของหยางหมิงหย่วนเลยนั่งบนพื้นเฉยๆ วางใจแล้ว ไม่ต้องสนอะไร นางเงยหน้าหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ หมิงหย่วนเป็นเทพเหวินฉวี่ซิงมาจุติ จอหงวนเลยนะ อ๊ะ!”
จบ ชักไปอีกคน
สอบได้ก็รู้สึกเก่งมากแล้ว เป็นเทพเหวินฉวี่ซิงมาจุติ
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นจอหงวนด้วย ดีใจไม่ไหว
บรรดาคนในครอบครัวของจิ้นซื่อที่อาศัยอยู่ในเมืองเฟิ่งเทียน บ้างก็อมโสมไว้ คนแก่บางคนก็ยิ้มทั้งน้ำตา
เชิดหน้าชูตาให้ตระกูล เปลี่ยนฐานะ
บางตระกูลช่วยกันทุ่มเท สามรุ่นเพิ่งจะส่งออกมาได้คนเดียว
มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่ามีเงินส่งให้เรียนหนังสือหรือไม่ ต้องดูด้วยว่าลูกหลานเรียนได้หรือเปล่า
ราชสำนักรับแค่ไม่กี่ร้อย แต่หนึ่งในนั้นมีลูกหลานในครอบครัว นี่คือความภาคภูมิใจ
วันนี้ทางศาลาว่าการเมืองเฟิ่งเทียนแจกโสมแผ่น
ต่อมา ท่านย่าหมารู้ข่าวก็นึกเสียใจ ทำไมนางไม่ไปเป็นลมที่นั่น ต้องควักเงินค่าหมอเอง
หมู่บ้านเหรินจยา
พอทางด้านนี้ได้รับแจ้งข่าวดี ท่านลุงซ่งก็เกือบหกล้มในลานบ้าน จากนั้นก็รีบเดินอ้อมจากหลังบ้านมาที่หน้าบ้าน
ลุงใหญ่ซ่งกำลังจับไก่ พอได้ยินว่าหลานชายคนสามสอบได้จิ้นซื่อ ไก่ก็ถูกเขาหักคอตาย
เกาถูฮูกลิ้งตกลงมาจากกองฟืน
ซ่งฝูสี่พี่ชายคนรองของซ่งฝูเซิงกำลังทำงานไม้ ขวานจามถูกเท้าตัวเอง จับเท้ากระโดดเหยงๆ หัวเราะอยู่ตรงนั้น
หัวเราะไปหัวเราะมาก็ร้องไห้
พี่ใหญ่ซ่งฝูไฉยืนอยู่หน้าประตูเอามือปิดตาร้องไห้ พูดเสียงสะอื้น ขอบคุณสวรรค์
“ใคร ยังไง หา? ร้องไห้ทำไมกัน”
ท่านลุงซ่งมาถึงฟังจบ…
“ท่านลุงซ่ง!”
“ผู้เฒ่า!”
“ไอ๊หยา ท่านพ่อ”
พอท่านลุงซ่งได้ยินว่าซ่งฝูเซิงสอบได้จิ้นซื่อก็ล้มชัก ลุงใหญ่ซ่งได้ยินว่าซ่งฝูเซิงเป็นศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ก็ชักไปอีกคน
สักพักท่านลุงซ่งก็เริ่มฟื้น พอได้ยินว่าซ่งฝูเซิงได้เป็นนายอำเภอก็ชักอีกรอบ
สักพักลุงใหญ่ซ่งก็เริ่มฟื้น พอได้ยินว่าอำเภอที่หลานชายไปเป็นนายอำเภอไม่ใช่อำเภอทั่วไป แถมยังเป็นขุนนางขั้นหก ทั้งราชสำนักมีนายอำเภอขั้นหกอยู่แค่ไม่กี่คน
นายอำเภอเมืองถงเหยาเจอหลานชายเขายังต้องคารวะให้ ซึ่งก็หมายความว่า ใต้เท้าเมืองถงเหยาอย่างน้อยต้องทนไปอีกสามปีห้าปีกว่าจะขึ้นขั้นหกที่หลานชายเขาเป็นอยู่ตอนนี้ ลุงใหญ่ซ่งก็ชักไปอีกรอบ
พวกยายๆ ยิ้มทั้งน้ำตา ร้องไห้ไปหัวเราะไป
พวกนางล้อมท่านย่าหม่า ลืมเรื่องอายุไปเสียสนิท พวกยายๆ จับมือกัน สะบัดแขนเสื้อ ขยับร่างกายโยกซ้ายโยกขวา
พวกนางดีใจเหมือนคนบ้าท่ามกลางเสียงเป็ดไก่ห่านร้องระงม
“ฝูเซิง ฝูเซิง ฝูเซิง”
ยายหวังยิ้มทั้งน้ำตา “ครั้งนี้ในที่สุดหลานฝูเซิงก็ได้เงินรางวัลแล้ว เมื่อก่อนไม่ได้เพราะแม่ทัพลู่ขวางไว้”
ยายกัวกับยายเถียนเห็นด้วย นั่นน่ะสิ
ย่าหม่าส่ายมือ ยิ้มปาดน้ำตา “พวกเจ้าน่ะ เอะอะก็เงิน อย่างไรกันนะ อ้าปากก็เงิน หุบปากก็เงิน ลูกสามของข้าสอบได้จิ้นซื่อเพื่อเงินที่ไหนกัน”
หันไปถามหวังจงอวี้ “ได้เงินเท่าไหร่ ถามมาหรือเปล่า”
เจ็ดวันต่อมา
ศาลาสิบลี้ของเมืองเฟิ่งเทียน เสียงฆ้องเสียงระฆังดังพร้อมเพรียง ประทัดก็เตรียมไว้เรียบร้อย
ทางการจัดขบวนต้อนรับพวกซ่งฝูเซิงกลับมา
อีกทั้งยังได้รวบรวมครอบครัวของจิ้นซื่อเหล่านี้ให้มาต้อนรับด้วยกัน
ขบวนของพวกซ่งฝูเซิงเริ่มปรากฏให้เห็น
พวกจิ้นซื่อที่อยู่ในเกวียนพอเห็นคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องคนบ้านเดียวกันต่างก็โบกมือให้