ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 755-1
ตอนที่ 755-1
ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ ท่านย่าหม่าคงคิดว่า โม้ไปเถอะ
แต่พอเป็นหลานสาวคนเล็กของนางพูด นั่นไม่ใช่การโม้
ก็แค่ไม่ค่อยชินที่หลานสาวคนเล็กทำหน้าทะเล้น นั่งโขยกเขยก พอพูดเสร็จก็เหล่มองคนอย่างกับอะไรดี
ทำเป็นได้ใจ
ท่านย่าหม่าหัวเราะ
คนเราน่ะ มีความมั่นใจได้มันต้องมีสาเหตุ
พั่งยากล้าพูดแบบนี้ นางก็เชื่อ มันก็มีสาเหตุมาจากลู่พั่นหลงพั่งยาหัวปักหัวปำ
ครั้งล่าสุดที่มาบ้าน เมื่อใดก็ตามที่หลานสาวคนเล็กของนางปรากฏตัว จะกินหรือดื่ม ลู่พั่นก็แอบมองตลอด
หลานสาวคนเล็กถามบนโต๊ะอาหารด้วยเสียงที่เบามาก จิ๊กโฉ่ล่ะ
ลูกสามของนางไม่สนใจ แถมยังชวนลู่พั่นคุย
พอดูลู่พั่น หันกลับไปตอบคำถามของลูกชายนางพลางดันถ้วยเล็กที่มีจิ๊กโฉ่มาทางพวกนาง
หลานสาวนางพูดเสียงเบามากเลยนะ
ขนาดนางที่นั่งกินหม้อไฟอยู่ข้างๆ หลานสาวยังได้ยินไม่ชัดด้วยซ้ำ
เด็กคนนั้นนั่งห่างตั้งไกล อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกลมแต่กลับได้ยิน
นี่หมายความว่าอะไร หมายความว่าคอยสังเกตอยู่ตลอด
แบบนี้เรียกว่าต่อให้ไม่มีเสียงก็ได้ยินเสียง
ขณะที่ท่านย่าหม่านึกถึงเหตุการณ์นั้นก็เอามือที่สวมแหวนทองลูบผม ฉวยโอกาสตอนซ่งฝูหลิงไม่สังเกตก้มหน้ากลั้นยิ้ม
เอาเป็นว่าตอนนั้นพั่งยาสัมผัสได้ถึงความหวานหรือไม่นางไม่รู้ แต่นางหวานจับใจเลยล่ะ
ไหนจะวันต่อมาที่หายกันไปตั้งครึ่งค่อนวัน ต่อมานางถามพวกเด็กๆ ว่าทำอะไรกันบ้าง
พวกเด็กๆ ตอบว่า ย่างขาหมู ปิ้งข้าวโพด พี่แม่ทัพเล็กทำให้ทั้งหมด พี่แม่ทัพเล็กเป็นคนดีมาก
อย่างนั้นเหรอ
ก็ลองไม่มีพี่พั่งยาของพวกเจ้าสิ
ถ้าไม่มีพี่พั่งยาของพวกเจ้า ต่อให้พี่แม่ทัพเล็กของพวกเจ้าเป็นคนใจดีอันดับหนึ่งของราชสำนักก็ไม่มีทางสนพวกเจ้าหรอก แถมยังปรนนิบัติทุกคน พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร พวกเด็กแสบ
อย่างมากที่เขาชายตาแลพวกเจ้าก็ถือเป็นการให้เกียรติอาสามของพวกเจ้า ให้ทำมากกว่านี้เป็นไปไม่ได้หรอก
จากเรื่องนี้ของหลานสาวคนเล็ก ท่านย่าหม่าก็สังเกตเห็นแล้วว่า เรื่องแต่งงาน ทางที่ดีให้สองฝ่ายได้ทำความรู้จักมักคุ้นกันก่อน ได้เห็นด้านดีด้านไม่ดีกันบ้าง
ถ้าได้ความรักจากผู้ชายก่อนแต่งงาน ไม่ดีกว่าให้แม่สื่อเอาดวงไปดูเหรอ
ดูดวงมันเป็นเรื่องเลื่อนลอย ไม่มีประโยชน์
ถูกใจกัน นั่นต่างหากที่มีประโยชน์
เรื่องพั่งยาคือตัวอย่าง
ต่อให้ลูกสามของนางทำงานอีกสิบปีก็ไม่มีทางสู้ตระกูลลู่ได้
แล้วอย่างไรล่ะ ไม่มีทางขัดขวางลูกเขยเต่าทองคำอย่างลู่พั่นได้หรอก
นั่นทองคำแท้เลยล่ะ ลูกเขยที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ อะไรดีเขาก็มีหมด ชีวิตไม่ขาดอะไร
จะว่าไปความโชคดีของพั่งยา ถ้าแบ่งให้พี่สาวน้องสาวได้สักนิดคงดี
เพราะสำหรับพั่งยาคือมีมากเกินไป เกินไปเยอะทีเดียว
ส่วนหลานสาวคนรองเอ้อร์ยา ยังไม่ได้เลือกคู่ให้ ไปทำขนมเค้กข้างนอกกับนางมานานขนาดนี้ น่ากลุ้มใจจริง เจ้าสามก็เป็นจิ้นซื่อแล้ว แต่กลับไม่มีครอบครัวดีๆ มาสู่ขอ
เอ้อร์ยาโตกว่าพั่งยา จะมาขวางไว้ไม่ได้
หากลู่พั่นทำศึกเสร็จกลับมาก็ต้องสู่ขอแล้ว ดีไม่ดีพั่งยาได้แต่งก่อนเอ้อร์ยา แบบนี้ไม่ได้ มันไม่งาม
แต่เอ้อร์ยาเด็กคนนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีดวงในด้านนี้
ยังมีพวกเด็กๆ ในบ้าน คนที่เพิ่งแต่งงาน รวมถึงต้ายาที่รอแต่ง นางจากมาครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงพวกนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
เฮ้อ อันที่จริงชีวิตจะเป็นอย่างไรพวกนางก็ต้องพึ่งตัวเอง ชีวิตต้องค่อยๆ ใช้ ค่อยๆ ดื่มด่ำ
ท่านย่าหม่าใช้มือที่สวมแหวนทองตบเข่าซ่งฝูหลิงเบาๆ
“ลูกชายของนายอำเภอเมืองถงเหยาคนนั้นดูเหมือนจะคิดกับเจ้าเป็นอื่น โชคดีที่พ่อเจ้าต้องไปรับตำแหน่ง พวกเราออกมาแล้ว”
ไม่อย่างนั้นนางคงต้องออกหน้าขวางแทนลู่พั่น
ซ่งฝูหลิงนั่งตัวตรงทันที คล้องแขนท่านย่าที่แสนรู้ใจพลางพูด “ท่านย่ามองออกด้วยเหรอ ข้าก็รู้สึกว่าเขาชอบข้า แต่พอข้าบอกท่านแม่ นางกลับบอกว่าอย่าหลงตัวเอง”
อันที่จริงเฉียนเพ่ยอิงยังบอกกับลูกสาวอีกว่า
“เจ้ายังเคยพูดว่าเถี่ยโถวดูเหมือนจะชอบเจ้า เถี่ยโถวจะให้ของขวัญเจ้า…
…สุดท้ายก็เหลวไหล…
…อย่าให้พ่อรู้ล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวอยู่ๆ ได้ตัดสัมพันธ์กับนายอำเภอหู”
ทำไมจะมองไม่ออก
ตอนที่ลูกสามของนางสอบได้จิ้นซื่อเพิ่งกลับมา นายอำเภอหูคนนั้นพาลูกเมียเอาของขวัญมาให้ถึงบ้าน ตอนเย็นท่านย่าหม่ากลับมาจากร้านขนม พอเข้าบ้านก็เห็นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ในลานบ้าน กำลังจ้องหลานสาวของนางตาเป็นมัน
พั่งยาของนางไปจัดการหากับแกล้มที่หลังบ้าน
คิดดูแล้วกันว่าทำไมบุตรชายสายตรงของนายอำเภอหูถึงได้ไร้มารยาทแบบนั้น
จนปัญญา นางเลยต้องแกล้งกระแอมหนึ่งทีเพื่อเตือน ถึงได้เลิกมอง
“พั่งยา ย่าจะบอกให้นะ พ่อเจ้าเจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ไม่ว่าต่อไปจะมีคนมาชอบเจ้ามากแค่ไหน เจ้าก็ห้ามทำตัวชอบคนนี้เสียดายคนนั้น ทำเป็นคนหลายใจ”
คนที่พบเจอคนมาครึ่งค่อนชีวิต หากเป็นคนอื่นอยู่ตรงหน้า ท่านย่าหม่าไม่มีทางพูดแบบนี้
มีแค่หลานสาวคนเล็กของนางถึงทำให้นางพูดเตือนฝ่ายหญิงว่าอย่าหลายใจได้
เพราะเมื่อนานมาแล้ว ท่านย่าหม่าคิดว่าหลานสาวคนเล็กของนางมีบุคลิกเจ้าชู้อยู่หน่อย
ผู้หญิงคนอื่นพอขาดสามีก็แทบอยู่ไม่ได้ หลายคนที่พอผู้ชายไม่สนใจก็แทบอยากตาย มีเพียงหลานสาวคนเล็กของนาง นางสงสัยเหลือเกินว่าพั่งยาสามารถทำเรื่องอย่าง ‘ข้าไม่ชอบเจ้าแล้ว’ ออกมาได้
ท่านย่าหม่าเลยกลัวว่าหลานสาวคนเล็กของนางจะทำตัวเจ้าชู้ อยู่ๆ ไปบอกไม่เอาลู่พั่นแล้ว เปลี่ยนคน คนนี้ดี ต่อให้ลูกสามของนางจะตามใจอย่างไรก็ต้องโมโหอกแตกตาย
“ถ้าเจ้าเป็นแบบนั้น ย่าจะไปบอกพ่อเจ้าตอนนี้ ช่วยเจ้าปิดบังไม่ได้อีกแล้ว ย่าพูดจริงทำจริง”
“ท่านย่า ยังไม่สู่ขอเลยนะ ทำอะไรน่ะ เพิ่งจะไม่ถึงไหนท่านย่าก็เข้าข้างลู่หมินหรุ่ยแล้ว”
“ดูเจ้าสิ ดูเจ้าสิ ยังคิดจะอย่างไรอีก ไอ๊หยาสวรรค์ ถ้าไม่ติดว่าเขาทำศึกยังไม่กลับมา ย่าจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก ไม่ว่าเจ้าจะขอร้องย่าอย่างไร ย่าก็จะบอกพ่อเจ้า”
“เอาล่ะๆ ข้ารู้แล้ว”
ซ่งฝูหลิงเปิดม่านมองคบเพลิงด้านหน้า “อาฝูกุ้ย อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงอำเภอข้างหน้าเหรอ”
“สองลี้”
ซ่งฝูหลิงเงยหน้าร้องโอดครวญ
เบื่อเป็นบ้า ต้องเดินทางอีกยี่สิบกว่าวัน
นางอยากเป็นแบบแวบเดียวก็ถึงฮุ่ยหนิง
ในเวลาเดียวกัน ภายในเกวียน ซ่งฝูเซิงกับท่านลุงซ่งก็กำลังคุยกัน
ท่านลุงซ่งพูด “ไม่รู้ว่าลูกคนโตของบ้านกัวจะจัดการพวกคนที่มาช่วยทำสวนได้ดีหรือเปล่า พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง พวกเราก็จะให้เสบียงพวกคนที่มาทำงาน พวกเราให้พวกเขา แต่ถ้าพวกเขาแอบขโมยเอง แบบนั้นจะไม่ให้”
การเพาะปลูกของปีนี้ ท่านลุงซ่งให้คนเก้าสกุลที่ยังอยู่หมู่บ้านเหรินจยาเพาะปลูกให้ดี ปลูกให้ขึ้น ห้ามปล่อยว่างแม้แต่แปลงเดียว รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกพริกบนเขาที่ตอนนั้นกรมคลังแบ่งให้
พื้นที่ใหญ่แบบนั้น พวกเราได้เปรียบ
เพราะราชสำนักไม่เคยบอกว่า หลังจากช่วยปลูกพริกเสร็จจะยึดที่คืน
ท่านลุงซ่งก็เลยให้ปลูกต่อปีนี้ แสร้งทำเป็นลืม จากนั้นก็ให้เอาที่ดินผืนนั้นปลูกพริก ผักกาดขาว หัวไชเท้า
สรุปว่าหลังเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ถึงจะอนุญาตให้พวกคนที่เฝ้าสวนเหล่านั้นหอบเสบียงกับพวกผักกาดขาวหัวไชเท้าพร้อมคนในครอบครัวไปหาพวกเขาที่ฮุ่ยหนิง
ไม่อย่างนั้นมีกันตั้งหลายชีวิต รีบร้อนไปฮุ่ยหนิงกันหมดจะเอาอะไรกิน
อย่าเห็นว่าฝูเซิงหลานของเขาได้เป็นนายอำเภอแล้ว
อันที่จริงได้เงินไม่เท่าไหร่หรอก
ต่อให้เงินดีก็ห้ามนำความเดือดร้อนมาให้