ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 756-1 ดีที่ไม่ถอดใจ ได้เจอกันสักที
ตอนที่ 756-1 ดีที่ไม่ถอดใจ ได้เจอกันสักที
ท่านลุงซ่งถูกหวังจงอวี้ประคอง ใบหน้าอิ่มเอมมองป้ายที่เขียนว่า ‘โรงเตี๊ยมมงคล’
เป็นครั้งแรกที่มีคนจัดการให้ ยังไม่ทันเข้าเมืองก็มีคนจัดการให้หมดแล้ว ท่านลุงซ่งรู้สึกแปลกใหม่
และในที่สุดก็สัมผัสได้ว่าหลานชายเป็นจิ้นซื่อจริงๆ เป็นจุดที่ไม่เหมือนกับขุนนางคนอื่น
ท่านย่าหม่าถูกซ่งฝูหลิงประคอง หลังลงจากเกวียนก็ไปพูดกับลูกชายของวังจิ้นซื่อด้วยความเกรงใจ “ลำบากเจ้าแล้วนะ ทำเจ้าเสียเวลา”
จากนั้นก็ตั้งใจมองผู้ชายวัยสามสิบกว่าที่มีสัมมาคารวะคนนี้แล้วหันไปพูดกับเฉียนเพ่ยอิง “ทำพูดไป เขาเหมือนพ่อมากเลยนะ”
เฉียนเพ่ยอิงถูกซ่งฝูเซิงพาเข้ามา เห็นด้วยกับคำพูดของท่านย่าหม่า ยิ้มพลางพยักหน้า
ลูกชายของวังจิ้นซื่อเข้าใจทันที แม่ของอาซ่ง เหล่าฮูหยินกับซ่งฮูหยินที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ต่างเคยเจอพ่อของเขา
หากว่ากันตามเหตุผลโอกาสที่จะได้เจอสตรีในครอบครัวขุนนางมีน้อยมาก เว้นเสียแต่จะไปเป็นแขกที่บ้าน
มิน่าท่านพ่อถึงกำชับมาในจดหมายหลายรอบ ‘ลูกพ่อ พ่อสนิทกับครอบครัวซ่ง ต้องดูแลให้ดี’
ภายในโรงเตี๊ยมมงคล
ตรงเอวของซื่อจ้วงมีมีดที่เป่าจูให้ เขาไปเดินลาดตระเวนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อตรวจความปลอดภัย
จะว่าไปเป่าจูก็เป็นคนใจเด็ด
หลังจากนางแต่งงานกับซื่อจ้วง เฉียนเพ่ยอิงก็เอาเงินที่ซื่อจ้วงหามาได้ให้เป่าจูทั้งหมด
เป่าจูไปเมืองหลวงครั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก หลังจากถามความเห็นของพั่งยากับเถาฮวาเสร็จนางก็ซื้อมีดเล่มนี้ให้ซื่อจ้วง
ใช้เงินเก็บไปถึงสองในสาม เหลือแค่เงินฉุกเฉินไว้ใช้
พอจ่ายเงินเสร็จ ตอนนั้นสะใภ้เป่าจูถึงกับมือสั่นเลยทีเดียว โตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยใช้เงินเยอะขนาดนี้มาก่อน
พอเฉียนเพ่ยอิงรู้ก็มองมีดเล่มนั้นด้วยสีหน้าหมดคำจะพูด
ทำไมมือเติบแบบนี้
แต่ซื่อจ้วงกลับประทับใจจนเรียกเมียไปตรงมุมหนึ่งของเรือนรับรองตระกูลลู่แล้วมอบกอดด้วยความรัก
เป่าจูพูดว่า “ท่านพี่ อย่าสู้ด้วยมือเปล่าอีกเลย หากเกิดอันตรายขึ้น แขนขาเล็กๆ อย่างข้าก็ช่วยท่านไม่ได้หรอก หวังว่ามีดนี้จะช่วยท่านได้ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะ”
ต่อมา ซ่งฝูหลิงก็แอบล้อที่สองคนนั้นคุยกัน ทั้งยังเอามือปิดปากแอบขำ “พี่สะใภ้ อย่างพี่เนี่ยนะแขนขาเล็กๆ ฮ่าๆๆ”
ในบรรดาสะใภ้ของเก้าสกุล พี่สะใภ้ของนางอวบที่สุดแล้วไหมล่ะ
ขณะที่ซื่อจ้วงลาดตระเวน ซ่งฝูไฉกับซ่งฝูโซ่วก็พาทุกคนลงจากเกวียน
พวกน้องชายของสาวใช้ต่างช่วยผู้ใหญ่ยกของ แบกเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนของพวกเจ้านายขึ้นไปชั้นบน
ส่วนพวกสาวใช้ก็ไปหาเสี่ยวเอ้อร์ พากันสอบถาม “ถังน้ำบ่อน้ำอยู่ไหน”
พอรู้ว่าอยู่ที่ไหนแต่ละคนก็ถกแขนเสื้อ หิ้วถังไปตักน้ำ หยิบมีดจากในเกวียนมาเริ่มหั่นผัก
เรื่องกินข้าวมีโรงเตี๊ยมกับเสี่ยวเอ้อร์จัดการให้
ส่วนพวกสาวใช้ ทุกครั้งที่ถึงจุดพักก็ต้องเตรียมของกินให้ขบวนเกวียนล่อกับม้า ป้อนน้ำสะอาด
อย่างพวกซ่งฝูไฉ ซ่งฝูสี่ ซ่งฝูโซ่ว รวมถึงพวกคนงานของม้าพันลี้ก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเช็ดล้าง
อย่างหมี่โซ่ว ทุกครั้งที่ถึงจุดแวะพักก็จะตรงเข้าไปหาเสี่ยวหง ล้วงแอปเปิ้ลหรือแครอทออกมาจากกระเป๋า แอบป้อนให้มันกินเป็นพิเศษ
“ลำบากหน่อยนะเสี่ยวหง”
เสี่ยวหงอยากพูด
ดูซิ พอถึงเวลาสำคัญก็ต้องนายน้อยหมี่โซ่วนี่แหละที่พึ่งพาได้
ส่วนพั่งยาที่ชอบเสกแอปเปิ้ลให้หายไป ชิ ไม่พูดถึงดีกว่า
ตอนขี่ข้าทำเป็นกอดคอพูดหวานๆ วางตัวสนิทสนม
เวลาไม่ขี่ข้านะ ยามปกติ ‘หมี่โซ่ว เจ้าไปดูแลเสี่ยวหง’
อย่าคิดว่าข้าเป็นม้าแล้วจะไม่รู้
แต่ที่น่าแปลกคือ มันเป็นม้าไม่ได้เรื่อง เมื่อเทียบกับนายน้อยหมี่โซ่วมาแอบป้อนอาหาร มันกลับชอบให้ซ่งพั่งยากอดคอพูดคำพูดหวานๆ มากกว่า
ภายในห้องของโรงเตี๊ยม
“เฮ้อ คุณพระ ท่านย่าข้าอัจฉริยะจริงๆ”
ซ่งฝูหลิงนอนแผ่บนเตียง
พอมีสาวใช้พวกนั้น นางก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แม้แต่ห่อสัมภาระก็ไม่ต้องยก
ก๊อกๆๆ
ซ่งจินเป่าเคาะประตู ยกน้ำมาหนึ่งกะละมัง “พี่พั่งยา ข้าเอาน้ำล้างหน้ามาให้”
“ว้าว จินเป่า ข้านึกว่าหมี่โซ่วเสียอีก”
จินเป่าหน้าแดง พี่พั่งยาของเขาชอบเล่นใหญ่แบบนี้เสมอ
เวลาเขาทำความดีนิดหน่อยนางก็จะว้าวๆ
ว้าวอะไรนักหนา
ก็แค่ยกน้ำกะละมังเดียวไม่ใช่เหรอ มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ
“เอาล่ะๆ รอเดี๋ยว ข้าจะไปยกมาให้อีกหนึ่งกะละมัง”
“ยกมาอีกทำไม”
ซ่งจินเป่าหันกลับมาถลึงตาใส่ซ่งฝูหลิง “ไม่ล้างเท้าเหรอ”
พูดจบก็รีบวิ่งลงไป ระหว่างนั้นยังตะโกน “ซ่วนเหมียวจื่อ เจ้าไม่รีบล้างมัวทำอะไรอยู่ อย่าให้พวกผู้ใหญ่ต้องเรียกเจ้านะ อย่าทำให้พวกเขาปวดหัวไม่ได้หรืออย่างไร”
ซ่งฝูหลิงจับราวบันไดมองซ่งจินเป่าที่อยู่ข้างล่าง กะแล้วว่าหมอนี่ทนรับคำชมไม่ไหว ใกล้เข้าวัยรุ่น เริ่มอยากได้หน้าแล้ว
ภายในอีกห้องหนึ่ง
ยายหวังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ทำหน้าสบาย ถูเท้าพลางพูด
“พี่หม่า ทำไมฝูเซิงของพวกเราถึงได้เก่งขนาดนี้ ข้ารู้สึกมีหน้ามีตาขึ้นมาทันที…
…อยู่มาครึ่งค่อนชีวิต เป็นครั้งแรกที่ถูกมองอย่างสูงส่ง…
…ลูกชายคนนั้นของจิ้นซื่อตั้งใจไปรับพวกเราที่นอกเมืองเลยนะ…
…แล้วดูโรงเตี๊ยมนี้สิ คืนนี้คนที่พักมีแต่พวกเรา เหมาทั้งโรงเตี๊ยม เหมา เหมาหมดเลย”
ท่านย่าหม่าเอาผ้าเช็ดผมที่เปียกชื้น
คืนนี้นางพักห้องเดียวกับยายหวัง
ส่วนยายหวังเป็นเพียงคนเดียวในบรรดาพวกยายๆ ที่ตามนางไปฮุ่ยหนิงตอนนี้
คนอื่นๆ ยังอยู่ที่บ้าน ต้องค่อยๆ ย้ายไป
ยายหวังทนคิดถึงตัวล้างผลาญไม่ได้ ก็เลยตามจงอวี้กับเมียมาด้วย
“ไม่เท่าไหร่หรอก วันนั้นที่ครอบครัวเจ้าสามกลับมาจากเมืองหลวง ทางศาลาว่าการเฟิ่งเทียนส่งขุนนางหกคนนำพวกเจ้าหน้าที่ร่วมร้อยคนตั้งเป็นสองแถว ทั้งเป่าทั้งตีไปรอต้อนรับอยู่ที่ศาลาสิบลี้ เจ้าไม่ได้ไปเลยไม่เห็น”
“ไอ๊หยา พี่หม่า อย่าพูดเรื่องนั้นเลย พูดแล้วก็ปวดใจ ทำไมข้าถึงไม่ไปนะ…
…แต่ว่า ครั้งนี้พี่หม่าให้ข้าตามฝูเซิงไปรับตำแหน่งด้วย ข้าดีใจมากเลยนะ…
…คิดๆ ดูมันก็เป็นจังหวะชีวิตจริงๆ…
…ฝูเซิงมีความสามารถ ไม่แน่คนอื่นอาจต้องใช้เวลาถึงสามสิบปีกว่าจะตั้งตัวได้ แค่นั้นยังต้องขอให้สวรรค์เมตตาด้วย ตัวเองก็ต้องมีความสามารถ…
…พอมาถึงหลานฝูเซิงของข้า สามปีเอง…
…พี่หม่า ยังจำได้ไหม…
…ตอนนั้นที่ลี้ภัย พวกเรานั่งเกวียนที่ไหนกัน มีฐานะที่ไหน เดินเท้าเอาทั้งนั้น…
…ระหว่างเดินยังต้องเย็บหมวกด้วย เด็ดหญ้าอ้ายเฉ่าเอามากันยุง…
…ที่คอคล้องกระเป๋าใบใหญ่ เดินไปเก็บข้าวโพดไป…
…ตอนนั้นก้มหน้าก้มตาเดินไม่ดูทาง ถ้าไม่ชนรถเข็นก็เดินตกท้องร่อง…
…แล้วมาดูครั้งนี้ออกเดินทาง ข้าอยู่เกวียนหลังมักได้ยินพี่หม่าเรียกพั่งยาให้ขึ้นเกวียนนั่ง แต่พั่งยาไม่อยากจะนั่ง”