ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 757 บทสนทนาขึ้นอยู่กับคนที่เจ้าเจอ
ตอนที่ 757 บทสนทนาขึ้นอยู่กับคนที่เจ้าเจอ
ซ่งฝูเซิงได้ยินเสียงก็หันไปมอง และก็ต้องตกใจที่พวกสาวใช้ถือมีดเล่มใหญ่อยู่ในมือ
ทำไมมีมีดใหญ่ที่อยู่ในความควบคุมเยอะขนาดนั้น ม้าพันลี้ของเขากล้าใช้แค่ขวานเองนะ
แม่ข้าแอบทำเรื่องผิดกฎหมายลับหลังข้าไปเยอะแค่ไหนกันเนี่ย
ไม่ต้องถามก็รู้
นายอำเภอหูสนิทกับเขา เก้าสกุลแต่ละบ้านแต่ละครอบครัวมีมีดหั่นผักกี่เล่มไม่เคยรายงานขึ้นไป
นายอำเภอหู “ข้าสนิทกับเจ้าไม่ใช่เหรอ ข้าก็คิดว่าบ้านเจ้ามีแม้แต่ทุ่นระเบิด ยังจะต้องมาคิดเล็กคิดน้อยว่ามีมีดหั่นผักเท่าไหร่ด้วยเหรอ”
จากนั้นแม่เขาก็น่าจะเข้าทางมือปราบสิงที่อยู่เฟิ่งเทียน มือปราบสิงทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ มองว่ามีดหลายสิบเล่มที่ทำขึ้นมาใหม่นี้เป็น ‘มีดหั่นผักทำอาหารของเก้าสกุล’
น่าจะแอบทำโดยใช้เหตุผลสองอย่างนี้
ไม่อย่างนั้นมีดควบคุมกับอาวุธทำจากเหล็กของที่นี่ต่างมีเงื่อนไขในการพกพา
ไปๆ มาๆ ดูเหมือนจะมีแค่เขา ‘คนซื่อ’ ที่ทำตามกฎหมายอยู่คนเดียว
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังครุ่นคิดว่าอีกเดี๋ยวจะให้แม่เลิกนิสัยแอบซ่อนอาวุธดีหรือไม่ ซ่งจินเป่า เอ้อร์หลัง และหมี่โซ่วก็หยิบคันธนูอันเล็ก นำพวกเด็กผู้ชายไปล้อมเกวียนเล่มหนึ่งเอาไว้
บนนั้นมีต้นใบเงินใบทองของท่านย่าหม่า
ท่านย่าบอกแล้วว่า ถ้าใบทองหายไปแม้แต่ใบเดียวจะเอาพวกเขาถึงตาย
ถ้าคิดจะปล้นใบทองก็ต้องผ่านด่านพวกเขาไปก่อน
ซ่งจินเป่ากระโดดตั้งท่า เอาแขนสะกิดหมี่โซ่วกับเอ้อร์หลัง “เอ๊ะ พวกเจ้าว่าวันนี้พวกเราจะมีโอกาสได้จับระเบิดไหม”
เอ้อร์หลังตอบ “ไม่ได้ ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นพวกเราห้ามไปแตะต้อง ถ้าไปจับจะถูกตี เจ้าลืมที่คราวก่อนปู่ทวด ย่า แล้วก็พ่อเจ้าตีเจ้าสามทีไปแล้วเหรอ”
ซ่งจินเป่าทำหน้าเจื่อนรีบเก็บก้นโดยอัตโนมัติ “เช่นนั้นทำไมพวกเขายังไม่มาอีกล่ะ มาสิพวกเราจะได้ใช้ระเบิด ข้ายังไม่เคยใช้เลย”
จะมาได้อย่างไรล่ะ
‘โจรป่าสีเขียว’ พวกนั้น ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ก็เลี้ยวกลับ
ด้านหลังยังมีพวกสาวใช้สิบกว่าคนถือมีดไล่ตาม
และยังมียอดฝีมือที่แท้จริงของม้าพันลี้ พวกผู้ชายถือขวานถือธนูวิ่งแซงพวกสาวใช้ ไล่ตามพวกโจรไปติดๆ
ซึ่งก็หมายความว่า อาวุธระยะไกลของพวกเรายังไม่ทันได้ออกโรง โจรพวกนั้นก็ถูกวิ่งไล่จนหนีกระเจิดกระเจิง
ไม่นานก็ถูกจับมัดเดินพ่วงกันมา ครั้งนี้หัวหน้าโจรสองคนถูกยิงด้วยธนูจนตาย
บทจะฆ่าคนก็ฆ่าอย่างนั้นเหรอ บ้านเมืองมีขื่อมีแป
ที่จับพวกโจรกลับมาได้อย่างราบรื่นเป็นเพราะตกใจเหตุการณ์นั้น เลยไม่กล้าวิ่งหนีแล้ว ถ้าวิ่งจะถูกยิงตาย
ขอโทษที พฤติกรรมของพวกเจ้ามันเลวร้ายเกินไป ในบรรดาพวกข้ามีหลายคนที่เคยลงสนามรบ พอลงมือทั้งทีก็มาจากสัญชาตญาณที่ว่าถ้าเจ้าไม่ตายข้าก็ตาย ควบคุมแรงไม่ได้
อีกอย่าง ตามป่าตามเขาแบบนี้ ฆ่าอย่างเดียวไม่ฝัง
ซ่งฝูหลิงยืนอยู่ข้างกระทะ เอาแผ่นแป้งทอดที่เสร็จใหม่มาห่อเนื้อกินพลางหันไปมองพวกอาฝูกุ้ยสอบสวนนักโทษ
พวกคนหัวดำคุกเข่าอยู่ไกลๆ
“หัวหน้าพวกเจ้าแซ่อะไร”
“หม้อไหม้”
หวังจงอวี้เข้าไปตบปากคนตอบฉาดใหญ่
แซ่หูก็แซ่หูสิ ยังจะมาหม้อไหม้[1] เพื่อนเล่นเหรอ
พวกเราน่ะ ช่วงแรกที่ก่อตั้งม้าพันลี้เคยเจอโจรดักปล้นระหว่างทางมากมาย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
ส่วนเจ้าพวกนี้มันน่าแค้น เพราะพวกเขาขาดมาดของโจร บทจะปล้นก็ปล้น
เมื่อก่อนโจรที่ม้าพันลี้เคยเจอตอนขนของคือ ด้านหน้าจะมีกับดักไว้ พอเจอกับดักพวกเขาก็จะไม่ขยับ ยืนนิ่งๆ รอหัวหน้าโจรมาคุย
มองหน้าคุยกัน ระหว่างนั้นยังมีบอกอีกฝ่ายว่า ‘เป็นหัวหน้าครอบครัวไม่ง่ายเลย’ ‘ขนส่งของลำบากแย่’
แต่โจรกลุ่มนี้ไม่ใช่ กำลังทำกับข้าวกันอยู่ ไม่มีแม้แต่เสียงทักทาย มาทำพวกเราตกใจ
โดยเฉพาะคนที่ตอบคำถามคนนี้ยิ่งไม่ได้เรื่องเข้าไปใหญ่ ยิงหัวหน้าสองคนตายไปแล้ว คนคนนี้ยังจะกล้าอวดดีทำเป็นปลุกระดมคนอื่นให้ต่อต้าน
บอกว่าจะสู้กับพวกเขา
“เจ้าเป็นคนทำถนนเส้นนี้หรืออย่างไร หรือปลูกต้นไม้ต้นไหน หา เจ้าดักปล้น แถมยังไม่กลัวตาย เอาสิ ให้ตายเถอะ พูดมา ทำมากี่ปีแล้ว!”
ในเวลาเดียวกัน เกาเถี่ยโถวก็กำลังสอบสวนอีกคนที่ดูเหมือนเป็นที่น่าเชื่อถือในหมู่โจร
คนนี้ดูฉลาดหน่อย คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ร้องขอชีวิตไม่หยุด
“ยอดชายทุกท่าน เราออกมาขอเงิน อย่าใช้ความรุนแรง เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ คุยกันดีๆ เถอะนะ”
เกาเถี่ยโถวเดินเข้าไปถีบหนึ่งที พวกเอ็งนี่แหละจะเจ็บตัว
พวกข้ายังถูกเรียกว่ายอดชายได้ เพราะมีบ้านเมืองโอบอุ้ม
แต่พวกเจ้าออกมาดักปล้น ยังจะให้เรียกว่ายอดชายอีกเหรอ อย่ามาทำเสียชื่อ
แต่คนผู้นี้มีความคิดที่เห็นต่าง
ถูกเกาเถี่ยโถวถีบลุกขึ้นมาใหม่ ตัวเอียงหันไปมองอักษร ‘ขนส่ง’ ที่ติดอยู่บนเกวียนเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ทำสีหน้าไม่เข้าใจ ทำสายตาสงสัยใส่เกาเถี่ยโถว
ยอดชาย พวกเจ้าไม่ได้รับขนของเหรอ เช่นนั้นทำไมพวกเราจะไม่ใช่พวกเดียวกัน
ถ้าไม่มีพวกเราที่ดักปล้น ใครจะจ้างพวกเจ้าคุ้มกันของไปส่งล่ะ
ดังนั้นนะ ในเมื่อเป็นพวกเดียวกันก็ไม่มีอะไรที่นั่งคุยกันไม่ได้ อย่างมากพวกเราเอาเงินให้ไม่จบเหรอ
ดูพวกเจ้าสิ เอะอะก็ฆ่าคน มันต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ
ไม่ได้ทำสงครามกับอ๋องหมิ่นเสียหน่อย พวกเรามันเข้าใจผิดกันเล็กน้อย จะฆ่าแกงกันทำไม
เล่นลิ้นนักใช่ไหม
เถียนสี่ฟากินข้าวแล้วเดินมา ในมือมีกิ่งไม้เอามาแคะฟัน ระหว่างนั้นก็พูดกับฝูกุ้ย “ในเมื่อไม่เชื่อฟัง เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะฝังทุ่นระเบิดให้นั่งรอไปก่อน พวกเจ้าไปกินข้าว กินอิ่มค่อยว่ากัน”
ไม่มีเรื่องไหนสำคัญไปกว่ากินข้าว
พวกโจรตกใจมาก อะไรนะ
ระเบิด
ของแบบนั้นแค่เคยได้ยินมาจากนักเล่าเรื่องในหอน้ำชา ยังไม่เคยเห็นกับตา
พอเห็นเถียนสี่ฟาหยิบลูกระเบิดออกมาหนึ่งลูก ก็มีโจรใจเสาะเริ่มลนลาน “ยอดชาย ยอดชาย เจ้าเอามันมาทำอะไร พวกข้าถูกมัดไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”
เถียนสี่ฟาดึงสายพลางตอบ “ฝังไว้เดี๋ยวก็รู้ว่าพวกเจ้ายอมจริงหรือคิดเล่นตุกติก ขอแค่มีพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งอยู่ไม่สุข มันก็จะระเบิด…
…อืม เรื่องก็เป็นแบบนี้ พวกเจ้าคิดเอาเองแล้วกัน”
หลังฝังเสร็จ เถียนสี่ฟาก็เรียกต้าเนียนปากับพวกเอ้อร์หลังมาช่วยเขาเก็บอาวุธไปขึ้นเกวียน
ยายหวังหิ้วถังน้ำสกปรกมาราดใส่หน้าพวกโจร ในนั้นเป็นน้ำล้างหม้อล้างชาม
“จึ๊ๆ แต่ละคนอายุก็ยังไม่มาก ไม่รู้จักไปหางานดีๆ ทำ ปล้นเงินไปใช้มันสบายใจนักเหรอ ทำมากี่ปีแล้ว ฆ่าคนไปกี่คนแล้ว”
พวกโจรตกใจหน้าถอดสี “ท่านยาย อย่าเอาแต่พูด ดูทางหน่อยสิ อย่าเหยียบสายระเบิดนะ เดียวมันจะบึ้มเอา”
ยายหวังวางถังน้ำ มือเท้าเอว
“ไอ๊หยา ไอ้พวกใจเสาะ เรียกใครยาย พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนงานของบ้านนี้เหรอ ข้าไม่ใช่…
…แท้จริงแล้วข้าเป็นป้าของเปาบุ้นจิ้น ป้าแท้ๆ เป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้า”
“ใช่ๆๆ ท่านเป็นบรรพบุรุษ เป็นหัวหน้ากลุ่ม เป็นเจ้าบ้าน เป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย เป็นอาจารย์ เป็นปรมาจารย์ เป็นไต้ซือ ขอแค่อย่าเหยียบสายเป็นพอ”
ในที่สุดซ่งฝูเซิงก็กินอิ่ม รับน้ำชาที่หมี่โซ่วยื่นให้แล้วพูดกับฝูกุ้ย “รื้อระเบิดเถอะ พวกเขาน่าจะกลัวมากแล้ว ไปเอามาสักคน ข้าจะถามหน่อย”
ฝูกุ้ยคิดในใจ ก็ต้องรื้ออยู่แล้ว
บ้านเรามีระเบิดอยู่ไม่กี่ลูก เอามาใช้กับพวกนั้นเสียของแย่
ต่อมาฝูกุ้ยก็หิ้วโจรที่หน้าตาดีที่สุดออกมา
“รู้ไหมว่าทำไมเลือกเจ้า เพราะเห็นเจ้าหน้าตาใช้ได้ ทำตัวดีเดี๋ยวมีรางวัลให้”
คนคนนี้คุกเข่าลงตรงหน้าซ่งฝูเซิงในสภาพปากสั่น พูดติดอ่าง “ก่อนข้าจะตอบ อยากรู้ว่าท่านกินข้าวของบ้านไหน สวมเสื้อผ้าของบ้านไหน แค่นี้ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”
ซ่งฝูเซิงนั่งดื่มชาอยู่บนเสื่อพลางล้วงตราประจำตัวขุนนางออกมา
จบกัน เยี่ยวแตกแล้ว กลั้นไม่อยู่ แถมยังได้กลิ่นอาหารจนท้องหิว
ไม่ใช่แค่ขบวนขนของหรอกเหรอนี่
[1] คำว่า “หู” ในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า “ไหม้เกรียม”