ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 761 เดินในทางที่โปร่งใส
ตอนที่ 761 เดินในทางที่โปร่งใส
มือปราบที่เฝ้าประตูกำชับพวกลูกน้อง
“เห็นหรือยัง ต่อไปถ้าเห็นเกวียนที่มีคำว่าขนส่งอย่าเที่ยวไปขวางส่งเดช ถามให้ดีก่อน ดีไม่ดีนั่นอาจเป็นขบวนเกวียนของครอบครัวใต้เท้านายอำเภอ”
“พวกข้าจะจดจำไว้ขอรับ”
“แต่ว่าหัวหน้า ครอบครัวใต้เท้านายอำเภอมีกิจการรับขนของหรือขอรับ เช่นนั้นกิจการรับขนของที่อยู่ในอำเภอเราเห็นทีจะต้องเจ๊งแล้ว”
“ชิ หุบปากเหม็นๆ ของเจ้าไปเลย เรื่องบางอย่างควรพูด เรื่องบางอย่างไม่ควรพูด อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ข้า”
มือปราบเล็กตบปากตัวเองพลางพูด “ใช่ขอรับ ดูปากเหม็นๆ ของข้าสิ วอนโดนตบ”
…
ตรงหน้าต่างเกวียน
ซ่งจินเป่าดึงเนียนปาน้อยมาพูด “เนียนปาน้อยเจ้าดูสิ ดูเหมือนตรงนั้นจะเรียกว่าหอละคร”
อาคารสามชั้น สูงกว่าบ้านอาสามอีก
เนียนปาน้อยหัวเราะฮี่ๆ เมื่อก่อนอยู่เฟิ่งเทียนเขาไม่มีโอกาสได้เข้าเมือง
สองมือเกาะขอบหน้าต่าง เอาหน้าวางบนแขน สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ “พี่จินเป่า พวกเรากลายเป็นคนในเมืองแล้ว”
ซ่วนเหมียวจื่อเบียดเนียนปาน้อยออก “ขอข้าดูบ้าง” แทบจะยื่นตัวออกไปนอกเกวียนครึ่งตัว “เช่นนั้นวันหน้าพวกเราออกไปดูละครก็ไม่ต้องเสียเงินหรือเปล่า”
ซ่งจินเป่า “ไม่ต้อง อ้างชื่ออาสามพอ”
ตลกน่า อาสามเป็นใคร คนที่นี่อยู่ในความดูแลของอาสามหมด
ถ้าพวกเราที่เป็นหลานดูละครแล้วต้องจ่ายเงิน อาสามจะเสียหน้าขนาดไหน
เอ้อร์หลังดีดหัวจินเป่า “พูดเหลวไหล ลืมที่พ่อเจ้าพูดแล้วหรืออย่างไร พวกเราอยู่ที่นี่ ถ้าใครกล้าสร้างความเดือดร้อนให้อาสามเดี๋ยวได้โดนส่งกลับ”
บนเกวียนด้านหลัง น้องชายของพวกสาวใช้ก็พากันยื่นหน้าออกไปมองไม่หยุด
ว้าว ต่อไปพวกเราก็เป็นบ่าวรับใช้ของครอบครัวนายอำเภอของที่นี่แล้ว
มีเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งหกขวบ พูดเสียงแบบเด็กน้อยว่า
“พี่สาวข้าบอกว่า พวกเราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับครอบครัวนายท่าน ตอนนี้พวกเราเป็นบ่าวรับใช้ของครอบครัวนายอำเภอ วันหน้าถ้านายท่านมีตำแหน่งสูงขึ้น พวกเราก็จะไม่มีทางโดนดูถูก”
“ข้ารู้ๆ แบบนั้นเรียกว่าจะตีหมาก็ต้องดูนายด้วย”
“อะไร เจ้าว่าใครเป็นหมา ครอบครัวนายท่านไม่เคยตีพวกเราเสียหน่อย แบบนี้เรียกว่า คนในบ้านขุนนางใหญ่ย่อมถูกมองอย่างสูงส่งไปด้วย”
“พวกเจ้าดูสิ เด็กที่อยู่ข้างทางกำลังมองพวกเรา”
ภายในเกวียนที่ค่อนไปทางข้างหน้า
ซ่งฝูหลิงกับหมี่โซ่วก็กำลังชะโงกหน้าออกไปดู
สองพี่น้องมองด้านนอก รู้สึกแปลกใหม่
นับแต่นี้ไปไม่ว่าที่นี่จะดีหรือร้ายก็ต้องอยู่ในความดูแลของพ่อนางแล้ว
ต้องได้เห็นคนที่นี่เท่านั้นถึงจะรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบที่ตามมา
โดยเฉพาะการที่อำเภอนี้ใหญ่มาก ดูมีประชากรเยอะ
พูดอย่างไม่เกินจริง แค่พ่อของนางออกคำสั่งส่งเดชก็เกี่ยวพันถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่แล้ว
ถ้าเจอนายอำเภอที่คดโกง ต่อให้อีกเก้าปีสิบปี ชาวบ้านก็ไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้น
นานวันเข้า ผ่านไปหลายปี คนที่มีความหวังจะยิ่งหวัง คนไม่มีความหวังก็จะขุดดินถมดิน ใช้ชีวิตนี้ไปวันๆ จนหมดลมหายใจ
แน่นอนว่าถ้าเจอนายอำเภอที่ชอบสร้างผลงานก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป
นายอำเภอคนนั้นอาจสมองแล่นอยากทำนั่นทำนี่
เขามีความตั้งใจมากยังไม่เท่าไหร่ ต่อให้ผิดก็แก้ไข หรือแม้แต่ผิดพลาดจะไม่ยอมรับก็ได้ แต่ชาวบ้านคือคนที่ถูกทรมาน
ทันใดนั้นเองได้มีเสียงฆ้องดังขึ้น พร้อมมีเสียงพวกมือปราบทั้งหน้าและหลังพากันตะโกนบอก
“นายอำเภอคนใหม่มาถึงแล้ว ทุกคนคุกเข่า”
พวกชาวบ้านเข้าใจทันที
พวกผู้หญิงรีบดึงเด็กๆ ให้คุกเข่าลง คนแก่ขาไม่ดีก็ต้องทิ้งไม้เท้าแล้วคุกเข่าลงอย่างยากลำบาก
เสียงเรียกลูกค้าของร้านค้าต่างๆ หยุดลงทันที คนในร้านต้องรีบออกมาข้างนอก หาที่ว่างแล้วคุกเข่า
“น่าเบื่อ”
ซ่งฝูหลิงปล่อยม่านลง กำลังดูชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริง ตอนนี้ออกมาคุกเข่ากันหมด
น่าสนุก
ท่านย่าหม่าใช้มือที่สวมแหวนทองตบเข่าหลานสาวคนเล็กเบาๆ เพื่อบอกให้หลบ นางอยากนั่งดูที่ริมหน้าต่างบ้าง
ยายหวังจับแขนของหมี่โซ่วย้ายออก
ยายหวัง “ไอ๊หยา คุณพระช่วย ฮ่าๆๆ แบบนี้น่าสนุก”
เมื่อก่อนนางก็เคยเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่คุกเข่า
ตอนนี้นางเป็นน้าของนายอำเภอคนนี้
วันหน้าไม่ว่านางไปที่ไหน ไม่ว่าซ่งฝูเซิงจะตำแหน่งใหญ่โตขนาดไหน ซ่งฝูเซิงก็ต้องยอมรับน้าอย่างนาง
ยายหวังเกิดความภาคภูมิใจนี้ ตื่นเต้นจนตีเข่าท่านย่าหม่าไม่หยุด จากนั้นก็คล้องแขนท่านย่าหม่า
“พี่หม่า ชีวิตนี้เรื่องฉลาดที่สุดที่ข้าทำก็คือเรียกพี่หม่าว่าพี่ ครั้งนี้ข้าตามพี่มา วันหน้าก็ขอเกาะไปด้วย ข้าตื่นเต้นจนอยากหอมแก้มพี่”
ท่านย่าหม่ายิ้มพลางถลึงตามองนาง “เลิกคิดไปได้เลย ฟันก็หลอ จะมาหอมอะไร”
“ข้าหอมไม่ได้หรอก หน้าพี่หม่าทาน้ำมันไว้ หอมแล้วเดี๋ยวลบหมด ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น ไอ๊หยาข้านึกถึงพวกคนที่ยังอยู่ที่บ้านแล้วก็มีความสุข ปล่อยให้พวกพี่ๆ น้องๆ เราเสียดายไปเลย ฮี่ๆ”
แต่น่าแปลก ตอนนี้ถือว่าท่านย่าหม่าเห็นโลกมามากแล้ว แต่นางก็ยังคงชอบคำพูดของยายหวัง
คนอื่นไม่ได้
คนอื่นพูดชมมันเหมือนไม่รู้สึกได้หน้าเท่าพวกยายๆ ชม
เวลานี้ซ่งฝูเซิงที่อยู่หน้าสุดของขบวนคิดเหมือนลูกสาว
รู้สึกว่าให้ชาวบ้านมาคุกเข่ามันน่าเบื่อ
ขุนนางพวกนี้ทำแต่เรื่องไร้ประโยชน์
ซ่งฝูเซิงนั่งอยู่บนม้า เดินผ่านพวกชาวบ้านที่คุกเข่าพลางสังเกตแต่ละคนที่อยู่สองข้างทาง
ยิ่งสังเกตก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ
ชาวบ้านที่นี่ไม่มีสีหน้าเลื่อมใสกับมีความหวังต่อนายอำเภอคนใหม่แม้แต่น้อย
บางคนยังดูชินชา
พวกชาวบ้านคงคิดว่า นายอำเภอคนใหม่แล้วอย่างไรล่ะ ก็แค่เปลี่ยนคนมาที่บ้านเกิดของพวกเขา มากอบโกยเงินสามปีหกปี อืม หรืออาจจะนานกว่านั้น
ถึงขั้นที่ว่าชาวบ้านบางคนยังมีสีหน้าหวาดกลัว เพราะเห็นพวกนักโทษที่ถูกมัดไว้ด้านหลังขบวน
นายอำเภอคนใหม่เพิ่งมาถึงฮุ่ยหนิงก็มัดคนไว้เยอะขนาดนี้แล้ว น่าจะคิดกันว่า นายอำเภอคนใหม่จะเป็นพวกชอบลงโทษรุนแรงหรือเปล่า ไม่ค่อยมีเมตตากับชาวบ้าน
ซ่งฝูเซิงหันไปมองซ่งฝูกุ้ย
สักพักก็มีเสียงตกใจดังมาจากพวกชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บางคนไม่กล้าเงยหน้าก็ถูกดึงดูดความสนใจให้มองขบวนของนายอำเภอคนใหม่ไปด้วย
ว่านปิ่งอี้ถูกดึงกระสอบออก เผยใบหน้าให้ทุกคนเห็น
หา?
นั่นลูกพี่ใหญ่สกุลว่าน
ที่แท้ก็คือเขาที่ถูกมัดไว้
บรรดาเถ้าแก่ของแต่ละร้านส่งเสียงตกใจ ต้องรีบกลับไปรายงานพวกเจ้านาย
ข่าวใหญ่เลยนะ นายอำเภอคนใหม่เพิ่งจะมา ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็จับลูกพี่ใหญ่สกุลว่านได้แล้ว เล่นของยากเสียด้วย
นี่เท่ากับเป็นการประกาศหรือเปล่า
ใช่ พวกเจ้ามีความหวังได้แล้ว
ซ่งฝูกุ้ยตีฆ้องที่แย่งมาจากมือปราบแล้วตะโกน “ไต่สวนทันที ชาวบ้านไปดูได้”
ก๊อง ก๊อง เสียงฆ้องดังไปหลายถนน
หลังจากขบวนเดินผ่านไปแล้ว ชาวบ้านหลายคนยังคงหันมองคนคนนั้นที่นั่งอยู่บนหลังม้า
ได้ยินว่าคนนั้นก็คือใต้เท้านายอำเภอ นายอำเภอคนใหม่ของอำเภอฮุ่ยหนิงเรา
ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ
ซ่งฝูโซ่วตาเดียวที่ล่วงหน้าเข้าเมืองมาก่อนได้พาคนมาสองคนรออยู่ที่นี่
ซ่งฝูเซิงลงจากม้ามองที่ว่าการที่โอ่อ่าดูดี ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกชาวบ้านถึงไม่ดูมีความหวังในตัวเขา
ดูท่าคนก่อนจะถูกสกุลว่านปูทางให้ อาจร่วมมือกันก่อน ต่อมาผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็เลยถูกเอาออก
ส่วนคนก่อนหน้านั้นอีกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ต่อให้ไม่ได้ร่วมมือกับสกุลว่านก็เป็นขุนนางที่โกงกินแน่นอน ดูประตูใหญ่นี่สิ
ได้ยินว่าหลังจากลูกชายของนายอำเภอคนก่อนก่อนหน้าถูกจัดแจงให้ไปทำงานในที่ว่าการเขตหวงหลงเสร็จ นายอำเภอคนนั้นก็ขอกลับบ้านเกิดอย่างสมเกียรติไปเสวยสุขแล้ว
ซ่งฝูเซิงหาห้องเปลี่ยนไปใส่ชุดขุนนาง พูดกับฝูกุ้ย “คอยดูนะ พวกผู้เฒ่าที่ตามมาทีหลังจะต้องตะลึงสุดๆ ไปเลยล่ะ”
ซ่งฝูกุ้ยพูด “ครอบครัวเราพักในเรือนใหญ่หรูหราแบบนี้ พอจะได้เสวยสุขอยู่บ้าง”
“อืม คิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เจ้าไปเถอะ ช่วยจัดแจงให้คนในบ้าน ให้เถี่ยโถวมาติดตามข้า”
…
“เวย อู่[1]…”
มือปราบสองฝั่งตะโกนเวยอู่ ระหว่างนั้นก็กระทุ้งไม้กระบองที่สำหรับเอาไว้ลงโทษ
ซ่งฝูเซิงอยู่ในชุดขุนนาง เดินออกจากห้องด้านในมายังป้ายที่เขียนว่า ‘เที่ยงตรงยุติธรรม’
[1] เป็นเสียงตอนเปิดศาล หมายถึงอำนาจ