ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 762 เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว
ตอนที่ 762 เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว
ซ่งฝูเซิงตวัดชุดขึ้นแล้วนั่งลง
ใช้ภาษาของลูกสาวคือ ข้าเป็นเปาบุ้นจิ้นหน้าขาว
เขาหยิบไม้ปลุกสติขึ้นมาดูก่อน
เอ๊ะ มันไม่เหมือนกับของที่เขาทำเลียนแบบตอนเป็นนักเล่าเรื่องเลย หนักพอสมควร
ดูท่านี่จะเหมือนค้อนเล็กที่ใช้ในศาลของยุคปัจจุบัน
ด้านล่างสองฝั่งของซ่งฝูเซิงมีผู้ช่วยนายอำเภอกับพัศดีนั่งอยู่ ต่างมองหน้ากันทันที
ใต้เท้า เดี๋ยวเลิกไต่สวนค่อยนั่งศึกษา
รู้ว่าเพิ่งจับเป็นครั้งแรก
แต่มีชาวบ้านเยอะขนาดนี้ทยอยมาดูอยู่ ทำแบบนี้ไม่ดีนะขอรับ
ในที่สุดซ่งฝูเซิงก็เงยหน้าขึ้นขณะที่ผู้ช่วยนายอำเภอกับพัศดีกำลังบ่นเขาอยู่ในใจ
เห็นเขาเอาไม้ปลุกสติเคาะหนึ่งที
เปิด ศาล!
“ทุกคนที่นั่งอยู่ด้านล่างจำไว้ให้ดี ข้าถาม เจ้าค่อยพูด ถ้าข้าไม่ได้ถาม เจ้าก็ห้ามพูด คนที่มาฟังยิ่งห้ามพูดแทรก ได้ยินหรือยัง”
บรรดามือปราบด้านล่างที่มีหน้าที่ตะโกยเวยอู่กับกระทุ้งไม้กระบองต่างตอบพร้อมกัน “รับทราบ!”
“ผู้ที่ถูกจับมาเป็นใคร”
“เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ดักทำร้ายใต้เท้าตรงเนินต้นไม้ใหญ่ขอรับ” โจรที่หล่อที่สุดในกลุ่มเป็นตัวแทนตอบ
พวกชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังแผ่นไม้กระดานครึ่งเมตรต่างตะลึง
กล้าดักทำร้ายท่านใต้เท้านายอำเภอเลยเหรอ
ผู้ช่วยนายอำเภอที่มีหน้าที่จดบันทึกกับพัศดีมองหน้ากันอีกครั้ง เอาแขนเสื้อปาดเหงื่อ
“ทำไมพวกเจ้าถึงได้มาดักทำร้ายข้า จุดประสงค์เพื่อทำร้ายขุนนางราชสำนักรึ”
คนอื่นๆ ที่ถูกจับมารีบคัดค้านด้วยความร้อนใจ “ใต้เท้า พวกเราถูกปรักปรำ พวกเราไม่เคยฆ่าคน มีหรือจะไปเอาชีวิตคนอื่นได้”
“ใต้เท้า จะใช่ขุนนางราชสำนักหรือไม่พวกเราก็ไม่ทำร้ายทั้งนั้น แล้วนับประสาอะไรกับขุนนางราชสำนักล่ะขอรับ”
“อีกอย่าง ถ้าข้าน้อยรู้ว่าเป็นขบวนของใต้เท้า ต่อให้ข้าน้อยใจกล้าสักแค่ไหนก็ไม่กล้าโผล่หน้าออกไป พวกข้าน้อยแค่หวังทรัพย์สิน”
ซ่งฝูเซิงเคาะไม้ปลุกสติ
จงใจเน้นย้ำว่าอยู่ในศาลยังจะแย่งกันพูดอีก เมื่อครู่บอกไว้ว่าอย่างไร
“หืม โจรปล้นชิงทรัพย์ มีด้วยรึที่ไม่ฆ่าคน อีกอย่าง ก่อนตอบให้ยกมือก่อน ข้าเรียกแล้วค่อยพูด ถ้ากล้าแย่งพูดอีกจะลากออกไปโบยสามสิบไม้”
พวกคนด้านล่างเงียบทันที
มีหลายคนที่ยกมืออย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เจ้าพูด”
“เรียนใต้เท้า ไม่ต้องฆ่าคนจริงๆ ขอรับ สองปีนี้ พวกข้าน้อยไม่ต้องทำแม้แต่วางสิ่งกีดขวาง พวกพ่อค้าที่มาจากอำเภอรอบๆ ต่างรู้จักพวกข้าน้อย แค่ปรากฏตัวก็ให้ค่าเปิดทางมา มันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วขอรับ ถ้าใต้เท้าไม่เชื่อ ไปเรียกพวกพ่อค้าของฮุ่ยหนิงมาถามดูก็ได้ บางคนพอเห็นพวกข้าน้อยก็ควักเงินให้โดยที่ไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก ข้าน้อยไม่ได้โกหกจริงๆ ขอรับ”
ซ่งฝูเซิงเรียกอีกคน
“เรียนใต้เท้า พวกข้าน้อยไม่เคยทำร้ายคนจริงๆ ขอรับ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ขอใต้เท้าโปรดสืบให้กระจ่าง…
…ทำไมข้าน้อยถึงพูดแบบนี้ เพราะทุกคนต่างรู้ว่าพวกข้าน้อยคอยติดตามผู้ตรวจว่าน พวกเขาก็ไม่อยากถูกสกุลว่านจับตามองขอรับ…
…ข้าน้อยคิดว่า พวกพ่อค้าที่ถูกปล้นเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า นี่ก็คือค่าคุ้มครองที่เรียกเก็บจากสกุลว่านขอรับ”
โจรที่ตอบ ต่อมาได้เล่าเรื่องที่สกุลว่านทำการค้าใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนผูกขาดในฮุ่ยหนิง ถึงขั้นที่ผูกขาดอำเภอรอบๆ ด้วย ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกฟังแล้วก็พยักหน้าตามๆ กัน
สกุลว่านมันไม่ใช่คน
รังแกผู้ชาย ข่มเหงผู้หญิง ทำตัวเป็นอันธพาลครองเมือง สารเลวจิตใจโหดเหี้ยมที่แท้จริง
และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ คนแบบนี้มีตำแหน่งหน้าที่ ลูกน้องในตำแหน่งมีคนเป็นมือปราบร้อยกว่าคน แต่ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้น
อีกทั้งพวกมือปราบที่เป็นลูกน้องของผู้ตรวจว่าน มีคนไหนบ้างที่พิทักษ์ความสงบสุขให้ชาวบ้าน
แค่คนพวกนั้นปรากฏตัว พวกชาวบ้านก็เดินเลี่ยงกันหมด
เพราะเคยเกิดเรื่องขึ้น เป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน
ได้ยินว่าผู้ตรวจว่านมีลูกน้องฝีมือดี ไปถูกใจหญิงชาวบ้านหน้าตาดีที่มีครอบครัวแล้วคนหนึ่ง ทั้งยังจับข่มขืนสำเร็จ ต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็ผูกคอตาย
สามีของผู้หญิงคนนั้นเดินเท้าทางไกลเพื่อมาตีกลองร้องทุกข์ ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ทั้งน้ำตา ปรากฏว่ากลับถูกใต้เท้านายอำเภอคนก่อนหน้าจับไปโบยก่อนห้าสิบที
โดยให้เหตุผลว่า ร้องเรียนบุคคลระดับสูง ป้ายหินสองแผ่นที่หน้าประตูก็สลักไว้ ร้องเรียนบุคคลที่อยู่สูงกว่าโบยห้าสิบไม้ ร้องความเท็จเพิ่มสามเท่า เป็นต้น
ถามผู้ชายคนนั้นว่า ‘ยังจะร้องเรียนอีกไหม’
ผู้ชายคนนั้นบอกว่า ‘ร้องเรียน’
หลังจากผู้ชายคนนั้นถูกโบยเสร็จ กระอักเลือดหมอบอยู่ในที่ว่าการเล่าเรื่องให้นายอำเภอฟัง ชาวบ้านอย่างพวกเขาที่มุงดูอยู่ฟังแล้วยังจดจำมาได้จนถึงทุกวันนี้ โมโหมาก
ในขณะที่พวกเขารอคอยว่านายอำเภอคนก่อนหน้านี้จะให้ความยุติธรรมกับผู้ชายคนนี้ ที่ยอมเสี่ยงถูกโบยตายอย่างไร สิบวันต่อมาอยู่ๆ ที่ว่าการอำเภอก็ติดประกาศ
ความหมายโดยรวมประมาณว่า ผู้ชายคนนี้สุขภาพไม่ไหว หลังถูกโบยห้าสิบทีก็ป่วยตายอยู่ในห้องขัง เมื่อโจทก์ตาย คดีก็เป็นอันสิ้นสุด
พวกเขาที่เป็นชาวบ้านตัวเล็กๆ ไม่รู้ว่าป่วยตายจริงหรือเปล่า ทว่านับแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ร้องเรียนได้ก็จะไม่ร้องเรียน
นายอำเภอคนนั้นไม่ใช่คนยุติธรรม
สรุปว่า ขนาดลูกน้องของผู้ตรวจว่านยังกล้าทำตัวเลวทรามได้ขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนสกุลว่าน
อนุของผู้ตรวจว่าน ได้ยินว่ายิ่งทำตัวเอาใหญ่
เวลานี้พวกชาวบ้านที่มามุงดูมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยืนล้อมกันหลายชั้น
สาเหตุเป็นเพราะมีหวังจงอวี้ไล่ตีฆ้องเดินประกาศทีละถนน
หวังจงอวี้ทำตามคำสั่งของซ่งฝูเซิงก่อนเปิดศาล
เขาบอกว่า นายอำเภอจะมีการไต่สวนคดี ชายฉกรรจ์ของทุกบ้านต้องไปฟัง
พวกชาวบ้านยิ่งอยากไปดู
ทุกคนต้องอยากมาอยู่แล้ว
พวกชาวบ้านอยากเห็นกับตาตัวเองว่า นายอำเภอหนุ่มคนนี้จะเป็นใต้เท้าที่ให้ความยุติธรรมหรือไม่ กล้าเล่นงานสกุลว่านหรือเปล่า
ในเวลาเดียวกัน พวกโจรดักปล้นยังคงทยอยเล่าเรื่องราวกับเป็นพยานบุคคล หัวหน้าสองคนที่ถูกใต้เท้าแต่งตั้ง เคยคุยกับพวกเขาเป็นการส่วนตัวว่าสกุลว่านไม่อยากมาบอกว่าจะเก็บค่าคุ้มครองถึงบ้าน สกุลว่านยังต้องรักษามาดไว้ ก็เลยคิดวิธีนี้ออกมา
ให้พวกเขาเรียกเก็บเงินตรงเนินต้นไม้ใหญ่ของสองอำเภอที่ปกครองลำบากนี้
เมื่อเป็นแบบนี้ ต่อให้พ่อค้าต่างถิ่นมาก็ทำอะไรไม่ได้ คนต่างถิ่นมาก็จำต้องยอม
จากนั้น เงินที่ปล้นมาได้ครึ่งหนึ่งก็จะให้สกุลว่าน หักเงินของหัวหน้า ในความเป็นจริงเงินถึงมือพวกเขาแค่ไม่เท่าไหร่
บอกว่าพวกเขาเป็นโจรปล้น ไม่สู้บอกว่าพวกเขาเป็นลูกน้องโจร
หากใต้เท้าต้องการบอกว่าพวกเขาปล้นชิงทรัพย์ให้ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็แค่มีความผิดฐานข่มขู่ โทษหนักต้องไปอยู่ที่ว่านปิ่งอี้ก่อน
คำพูดเหล่านี้ พวกชาวบ้านไม่รู้ว่าทั้งหมดฝูเซิงแอบบอกให้ฝูกุ้ยสั่งคนพวกนี้ขณะคุมตัวมา
ฝูกุ้ยบอกพวกคนที่ไม่มีความรู้พวกนี้ว่า คำสั่งของราชสำนัก ใครไม่ทำตามต้องตัดหัว
(กำลังอยู่ในช่วงสงคราม ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทุกอย่างกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในสายตาของฮ่องเต้ ชีวิตคนก็คือความร่ำรวย ส่งนักโทษไปเพาะปลูก ไปรับลูกระเบิดที่แนวหน้า ไปเป็นกรรมการแบกหามตลอดชีวิตก็ยังไม่ถูกตัดหัวได้ง่ายๆ)
แต่เข้มงวดกับนักโทษชิงปล้นมาก มีการแบ่งระดับ
แกนนำของกลุ่มโจร กฎหมายระบุไว้ว่า เนรเทศ ชีวิตนี้ห้ามกลับบ้านเกิดอีก อีกทั้งยังถูกกักขัง ไม่ได้กักขังแค่คนที่ถูกเนรเทศ ครอบครัวของคนถูกเนรเทศก็โดนด้วย กักขังเก้าชั่วโคตร ลูกหลานสามรุ่นห้ามรับราชการ
สามรุ่นเชียวนะ
สำหรับคนโบราณแล้ว ยอมให้ตัวเองถูกตัดหัวดีกว่าให้ลูกหลานหมดอนาคต
ดังนั้นพวกโจรที่ถูกจับมานี้ย่อมอยากถูกตั้งข้อหาแค่ข่มขู่ อย่าว่าแต่ว่านปิ่งอี้เป็นลูกพี่ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาเลย ต่อให้ไม่ใช่ ตอนนี้พวกเขาก็ต้องกัดไม่ปล่อยเพื่อหาทางรอดให้ตัวเอง
ต่อให้สุดท้ายจะถูกตัดสินเนรเทศ ต่อให้ชีวิตนี้ต้องเป็นนักโทษตายอยู่ข้างนอก ก็ยังดีกว่าถูกเพิ่มโทษกักขังลูกหลานสามรุ่น
คนพวกนี้ถูกคุมตัวออกไปชั่วคราว
เอาพยานบุคคลชุดใหม่เข้ามา
ภรรยาของโจรสองคนที่ตายไปร้องห่มร้องไห้พูดว่า “ใต้เท้า ต่อให้เขาสมควรตายแค่ไหน แต่เขาถูกใต้เท้าว่านยุยง เขาทำงานให้ใต้เท้าว่านเจ้าค่ะ”
ผู้หญิงอีกคนหนึ่งก็เป็นพยาน บอกว่าใต้เท้าว่านเคยไปกินเหล้าที่บ้านนาง รับเงินที่สามีนางปล้นมาได้ นางเห็นกับตาตัวเอง
สองคนนี้มีลูกแล้ว ไม่ว่างมาโศกเศร้าที่สามีตาย ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้เอาความผิดทั้งหมดมาลงที่สามีพวกนางฝ่ายเดียว แบบนั้นถึงจะปกป้องลูกของตัวเองได้
ซ่งฝูเซิงเคาะไม้ปลุกสติ “ว่านปิ่งอี้ก็ว่านปิ่งอี้ เขาไม่ใช่ใต้เท้าว่านแล้ว”
นี่ถ้าเขายังเป็นขุนนาง พวกเจ้าคงต้องถูกโบยห้าสิบทีก่อน
พวกชาวบ้านที่มุงดูรู้สึกตะลึงกับนายอำเภอคนใหม่อีกครั้ง
ลูกพี่ว่านที่ข่มเหงชาวบ้านมาหลายปี บทจะถูกถอดก็ถูกถอดจากตำแหน่งเลยเหรอ
บางทีพวกเขาอาจตั้งความหวังกับนายอำเภอคนใหม่ได้
ผู้ช่วยนายอำเภออึ้ง
เสมียนฉินที่อยู่ด้านล่างกลับหัวไว เริ่มร่างหนังสือถอดว่านปิ่งอี้ออกจากผู้ตรวจลาดตระเวนทันที
ตอนนี้ในสายตาของซ่งฝูเซิง ผู้ตรวจลาดตระเวนของแต่ละอำเภอในรัชสมัยนี้ก็คือระบบลูกจ้าง เทียบได้กับหัวหน้าทีมทหารชาวบ้านในอำเภอ
ก็แค่หัวหน้าทีมเป็นหัวหน้าอันธพาลท้องถิ่น ไม่เหมือนคนที่เป็นขุนนางที่มีลดขั้นเลื่อนขั้น อยู่ไม่กี่ปีก็ถูกย้าย ด้วยเหตุนี้นานวันเข้านายอำเภอบางแห่งก็เลยสั่งการอะไรไม่ได้มาก
หึ น่าเสียดายที่มาเจอเขาซ่งฝูเซิง
พร้อมท้าชนทุกสถานการณ์
ข้าจะเอาระเบิดไปปาให้หมด
“ไปคุมตัวว่านปิ่งอี้เข้ามา” ไต่สวนโจทก์เสร็จก็ต้องไต่สวนจำเลย
ในขณะที่พวกมือปราบไปเอาตัวว่านปิ่งอี้ที่ห้องขัง ซ่งฝูเซิงก็ล้วงกระดาษออกมาจากในแขนเสื้อ
บนนั้นเป็นลายมือของซ่งฝูหลิง
เขียนโทษของรัชสมัยนี้ไว้มากมาย
สรุปว่า อะไรที่ซ่งฝูหลิงคิดว่าพ่อจะได้ใช้ประโยชน์นางก็เขียนมาหมด
ฝูหลิงก็ไม่ได้อยากทำงานนี้หรอก แต่ช่วยไม่ได้ พ่อไม่ยอมอ่านหนังสือ
นอกจากนี้ซ่งฝูหลิงยังเขียนเตือนโดยเน้นด้วยเครื่องหมายตกใจสามอัน
จำให้ดี การใช้กำลังเค้นปากคำเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย อุปกรณ์ที่ถูกกฎหมายเช่น ไม้กระบอง แผงหนีบนิ้ว แส้ลงโทษ
ซ่งฝูเซิงเคาะโต๊ะ เอ๊ะ แผงหนีบนิ้วก็ดูไม่เลว