ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 765 เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด
ตอนที่ 765 เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด
ใบหน้าของผู้ช่วยหลี่ว์เต็มไปด้วยเหงื่อ มองสถานการณ์ชุลมุนที่สู้กันอยู่ไกลๆ
ชาวบ้านจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หยิบก้อนหินกับกิ่งไม้ข้างทาง ใช้ประโยชน์จากทุกอย่างที่อยู่ข้างตัวเอามาทำเป็นอาวุธ
บ้างก็ถอดรองเท้าปาใส่บ่าวรับใช้สกุลว่านที่คิดหนี
สักพักก็รวมกันสามคน ห้าคน เข้าไปรุมกระทืบคนคนเดียว
เห็นทีจำนวนคนจะสู้ไม่ได้แล้ว
บางคนเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี พวกมือปราบกับเจ้าหน้าที่เฝ้าที่ว่าการอำเภอของนายอำเภอคนใหม่ก็รีบย้ายข้างทันที กำลังเหวี่ยงอาวุธใส่บ่าวรับใช้สกุลว่าน
ยังมีคนในครอบครัวที่นายอำเภอคนใหม่พามา
ผู้ชายพวกนั้นไม่กลัวพลั้งมือฆ่าคนเหรอ
ตรงเนินต้นไม้ใหญ่ฆ่าไปสองคนแล้วไม่ใช่เหรอ
ผู้ช่วยหลี่ว์เห็นหวังจงอวี้เหวี่ยงขวานไปที่หัวคน ชนิดที่ว่าโหดเหี้ยมมาก
เล่นเอาเขากลัวจนหลับตาปี๋ ไม่กล้ามองว่าขวานนั้นถูกหัวคนหรือเปล่า รู้แค่ว่าสักพักพอเขาลืมตามองไป บนพื้นก็มีคนนอนเลือดอาบร้องโอดครวญอยู่หลายคนแล้ว
ผู้ช่วยหลี่ว์ก็แอบชำเลืองมองสีหน้าของนายอำเภอคนใหม่
พบว่าซ่งฝูเซิงกำลังมองความโกลาหลที่อยู่ไกลๆ เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวก็มีคนร่วมร้อยนอนเลือดอาบอยู่บนพื้น แต่เขากลับไม่แม้แต่กะพริบตา
ยิ่งซ่งฝูเซิงเป็นแบบนี้ ผู้ช่วยหลี่ว์ก็ยิ่งกลัว
แย่แล้ว เรื่องใหญ่ของจริงแล้ว
คนร่วมพันต่อสู้กันอุตลุดอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ คุมสถานการณ์ไม่อยู่ อีกสักพักทางเขตหวงหลงก็จะรู้ข่าวทันที
หากว่ากันตามเหตุผล ผู้ช่วยของใต้เท้าประจำการเป็นลูกชายของนายอำเภอคนก่อนๆ หน้า คนผู้นั้นมีทุกวันนี้ได้ ใช้เงินของสกุลว่านไปไม่น้อย เขาคิดว่าหากเรื่องในวันนี้รู้ถึงเขตหวงหลงย่อมไม่เป็นการดีต่อซ่งฝูเซิง ใต้เท้าผู้ว่าการเขตหวงหลงเห็นแก่แม่ทัพหลิ่วก็จะมาเอาเรื่องซ่งฝูเซิงด้วย
แต่ผู้ช่วยหลี่ว์ก็รู้สึกว่าดูเหมือนจะเก็บซ่งฝูเซิงไม่ได้หรอก
อย่าถามเขาว่าทำไม ก็แค่รู้สึกแบบนั้น
มันเป็นความรู้สึกหลังจากเห็นซ่งฝูเซิงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เกรงกลัวอะไร
ถึงขั้นที่ผู้ช่วยหลี่ว์รู้สึกว่า ต่อให้ผู้ว่าการเขตหวงหลงกล้าเห็นด้วยกับการเอาผิดซ่งฝูเซิง อย่าเห็นว่านายอำเภอคนใหม่ของพวกเราเป็นแค่ขุนนางขั้นหก แต่สัมผัสที่หกกลับบอกเขาว่า เพื่อนร่วมงานคนใหม่คนนี้ของเขาที่ได้ตำแหน่งมาจากการสอบจอหงวน พอถึงเวลาก็กล้าท้าชนตายเป็นตาย
ดังนั้นผู้ช่วยหลี่ว์จึงไม่ให้ค่าสกุลว่านอีกต่อไป
เขานึกเสียใจว่าทำไมไม่ลาป่วยแบบรองนายอำเภอ ไม่โผล่หน้ามาก็ดี
บนหน้าผากของเขามีเหงื่อผุดไม่หยุด เขาคิดในใจอยู่ตลอดว่าทำอย่างไรถึงจะเอาตัวหนีออกจากวังวนของสกุลว่านได้ อีกเดี๋ยวพอหมดวันที่ยากลำบากนี้ เมื่อกลับถึงบ้านเขาจะต้องรีบทำลายหลักฐานที่อาจกลายเป็นสิ่งมัดตัวว่าเขาสนิทกับสกุลว่านทิ้ง
ในขณะที่ผู้ช่วยหลี่ว์มีสีหน้าย่ำแย่ เสมียนฉินก็ขอบตาแดงก่ำน้ำตานองหน้าอยู่ตรงหน้าชาวบ้าน ตรงหน้าซ่งฝูเซิง
เสมียนฉินสะอึกสะอื้นพูดว่า
“ใต้เท้า ข้าประทับใจเหลือเกิน ข้าเป็นขุนนางมาหลายปี ไม่เคยเห็นชาวบ้านรวมใจเป็นหนึ่งเดียวแบบนี้ ข้าเลยเก็บอาการไม่อยู่…
…แต่ได้โปรดอนุญาตให้ข้าร้องไห้…
…เพราะทุกครั้งที่ข้าคิดว่า หากวันนี้คนที่มารับตำแหน่งไม่ใช่ใต้เท้าที่เก่งกาจแบบนี้ ที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหนิงจะเป็นอย่างไร…
…ข้ายังนึกได้อีกว่า วันนี้ท่านเพิ่งมาถึง ข้าก็มีเกียรติได้ทำงานร่วมกับท่าน แต่ก็โกรธเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ทำให้ใต้เท้าที่เพิ่งมาได้ไม่กี่ชั่วยามก็ต้องมาเก็บกวาดสิ่งปฏิกูล…”
ซ่งฝูเซิงเห็นพวกซ่งฝูกุ้ยเริ่มเอาตัวคนกลับมาแล้วก็ส่ายมือบอกให้เสมียนฉินเลิกเวิ่นเว้อ และเขาก็ทนฟังไม่ไหวแล้วด้วย “เหล่าฉิน”
“หืม?”
เหล่าฉินแป๊ะอะไรล่ะ
หรือการประจบเมื่อครู่ไม่ได้ผล
เมื่อฟังคำสั่งของซ่งฝูเซิงจบเสมียนฉินก็หัวเราะ เรียกเหล่าฉินก็ดีนะ นามเพราะ แสดงว่าใต้เท้าไม่เห็นข้าเป็นคนนอก
“ใต้เท้า ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ เก็บกวาดห้องขังด้วยตัวเอง”
เสมียนฉินสะบัดชุดขุนนาง ปัดฝุ่นบนตัว สลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง ใครก็มาขวางความเจริญก้าวหน้าของเขาไม่ได้ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ
ใต้เท้า ท่านรอก่อน เหล่าฉินจะจัดการให้ท่านไม่ต้องกังวล
ข้อแรก ต้องจัดการยัดนักโทษเข้าห้องขัง เบียดเสียดเข้าไป ต้องยัดพวกบ่าวรับใช้สกุลว่านที่ยกพรรคพวกมาเข้าไปให้ได้
ข้อสอง ให้ฝ่ายครัวต้มน้ำข้าวเตรียมไว้ให้พวกชาวบ้าน พวกเราให้โจ๊กที่เหนียวข้นไม่ได้ เช่นนั้นก็ซดน้ำข้าวกันหน่อย จะให้ชาวบ้านช่วยงานเปล่าๆ ไม่ได้
ข้อสาม สั่งแผนกบัญชีเตรียมตัวให้พร้อม ใต้เท้า ขอแค่ใต้เท้าสั่งมา พวกเราก็จะจุดตะเกียงตรวจสอบบัญชีของสกุลว่านกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้พบจุดที่น่าสงสัย
จริงสิ ใต้เท้า อีกเดี๋ยวข้าต้องเตือนใต้เท้าหน่อย ต้องปรับเงินสกุลว่านด้วย ต่อให้อีกเดี๋ยวพวกเขาอ้างอะไรออกมา สมมติบอกว่าพวกเขามากันเอง ก็ต้องตั้งข้อหาว่าสกุลว่านควบคุมบ่าวรับใช้ไม่เหมาะสมก่อน
บ่าวทำผิด ปรับเงินเจ้านาย มันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ทั้งยังต้องหักจากบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมายของสกุลว่านด้วย
ข้อสี่ เหล่าฉินจัดการงานทางนี้เสร็จก็จะยกโต๊ะไปตั้งตรงหน้าที่ว่าการอำเภอ วางพู่กัน หมึก กระดาษพร้อม พวกชาวบ้านจะได้ลงชื่อคนที่กล้าหาญในวันนี้ขณะที่กินน้ำข้าว
จะไม่ปล่อยให้ตกหล่นแม้แต่คนเดียว
ข้าเหล่าฉินมองออกแล้ว ใต้เท้า ท่านต้องรีบมีกลุ่มคนที่ท่านไว้ใจได้ให้เร็วที่สุด จะเอะอะพอเกิดเรื่องก็เรียกพวกชาวบ้านมาลุยคงไม่ได้หรือเปล่า บางครั้งจะเรียกมาขณะนั้นเลยก็ไม่ได้ พวกเราต้องมีคนที่พร้อมเรียกใช้งาน
ยิ่งไปกว่านั้น จะจ่ายห้าร้อยเงินมั่วๆ ไม่ได้
เกิดเจอพวกไม่ได้ช่วยแล้วเนียนมาเอาเงินล่ะ ไม่ได้เด็ดขาด ใต้เท้า เดี๋ยวถึงเวลาท่านก็จะรู้ว่าข้าเหล่าฉินสายตาเฉียบคม
พวกบ่าวรับใช้สกุลว่านถูกทยอยหิ้วตัวกลับมา
“ต้องการสอบสวนทันทีหรือไม่ ใต้เท้า ข้าจะได้ไปจัดการ” ผู้ช่วยหลี่ว์รีบพูดด้วยความกระตือรือร้น
ถ้าสอบสวน เขาจะไปจัดการให้
จำนวนเยอะเหลือเกิน
ในศาลอย่างมากก็จุได้แค่ไม่กี่สิบคน เพราะต้องใช้มือปราบจำนวนมากคุมตัวอีก
อีกทั้งผู้ช่วยหลี่ว์ก็มองออกแล้วว่าซ่งฝูเซิงไม่ได้มีนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง เรื่องเกิดวันไหนต้องจัดการวันนั้น เขาก็เลยคิดว่าซ่งฝูเซิงน่าจะจัดการคนพวกนี้ให้เสร็จวันนี้เลยทีเดียว
แต่เขาคาดเดาผิดแล้ว
ซ่งฝูเซิงบอกว่า “ยังต้องสอบสวนอีกเหรอ นี่ก็คือความผิดฐานบุกรุกที่ว่าการอำเภอไม่ใช่เหรอ…
…คนตั้งเยอะก็เห็นอยู่ว่าคนพวกนี้รวมกลุ่มมา มีการวางแผน สั่งการ หวังจะบุกรุกเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ ต้องการทำลายข้าวของภายใน หวังใช้กำลังข่มขู่ข้าไม่ให้ตัดสินคดีด้วยความยุติธรรม ทำให้การตัดสินคดีดำเนินต่อไปไม่ได้ เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง พฤติกรรมโหดเหี้ยมทารุณ…
…เอาไปนาบอักษรเลยแล้วกัน พวกหัวๆ เอาไปเป็นแรงงานสิบปี ทำงานให้ที่ว่าการอำเภอ คนอื่นๆ ก็สามถึงสิบปี ส่วนรายละเอียดจะทำไง ผู้ช่วยหลี่ว์ไปจัดการเอานะ เขียนข้อมูลของแต่ละคนกับจำนวนบทลงโทษให้ด้วย พรุ่งนี้เช้าข้าจะดู”
ซ่งฝูเซิงไม่มีเวลามาเสียกับคนพวกนี้
จะให้เขาฆ่าคนหลายร้อยคนทิ้งก็ไม่ได้ นั่นเป็นความผิดมหันต์ ฮ่องเต้ยิ่งไม่ชอบให้ตัดหัวอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นจะเนรเทศแรงงานชายฉกรรจ์พวกนี้ไปที่อาณาเขตของแม่ทัพหลิ่วก็ไม่ดี
หลักๆ คืออำเภอฮุ่ยหนิงของพวกเขาอยู่ใกล้พื้นที่เนรเทศเกินไป มันก็ไม่ใช่การลงโทษสิ ไม่สู้ ‘รับโทษระยะยาว’ อยู่ที่เขานี่ ให้อาหารกินทำงานใช้แรงงานไป เหนื่อยตายเมื่อไหร่ก็จบกัน
ซ่งฝูเซิงออกคำสั่ง ลูกน้องใต้อาณัติก็ต้องวิ่งวุ่นแทบขาขาด
นักโทษจำนวนมากขนาดนี้ ผู้ช่วยหลี่ว์สอบสวนทั้งคืนเวลาคงไม่พอ แล้วนับประสาอะไรกับต้องลงบันทึกอีก
แต่ผู้ช่วยหลี่ว์ขานรับแล้ว อีกทั้งยังคิดจะทำอย่างยุติธรรม อย่างน้องชายสองคนของว่านปิ่งอี้ต้องจัดให้อยู่ในระดับพวกหัวหน้าแน่นอน
ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางโบกมือให้พวกชาวบ้าน พวกคนหนุ่มที่ฮึกเหิม ระหว่างนั้นอยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง จึงหันไปกำชับผู้ช่วยหลี่ว์อีกรอบ
“จริงสิ คนพวกนี้ให้เริ่มนับอีกเจ็ดวันให้หลังนะ ในเจ็ดวันนี้บอกคนข้างนอกไปว่ากำลังสอบสวน ดังนั้นจะไม่ให้อาหาร ติดประกาศไปว่า ญาติของนักโทษต้องจ่ายวันละสิบตำลึง ถ้าไม่จ่ายก็ช่วยไม่ได้ เช่นนั้นก็ทนหิวไปแล้วกัน ข้าวในที่ว่าการอำเภอของพวกเราให้พวกชาวบ้านที่ช่วยเมื่อครู่กินไปแล้ว และก็ต้องปรับเงินด้วย สามร้อยตำลึง ผู้ช่วยหลี่ว์?”
“ใต้เท้า ข้าฟังอยู่”
“คนที่ยอมจ่ายสามร้อยตำลึง ท่านก็ลดโทษให้สักปีสองปีตอนพิจารณา แบบนี้เรียกว่ามีการยอมรับผิด พวกเราเป็นขุนนางก็ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ”
ผู้ช่วยหลี่ว์กำมือคารวะ เข้าใจแล้ว มองออกแล้วว่าโหดจริงๆ จับคนมาแถมยังปอกลอกครั้งใหญ่
เห็นทีที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหนิงกำลังจะรวยอู้ฟู่แล้ว
เสมียนฉินวิ่งตามพวกซ่งฝูกุ้ย “น้องชาย เอาไปๆ ได้ห้าร้อยเงินทุกคนแล้วทำไมเราจะต้องไม่รับด้วยล่ะ สมควรได้”
ซ่งฝูกุ้ยเอาสายหนังมัดผม คิดในใจ ไม่เห็นต้องถามเลย ข้าก็ต้องเอาอยู่แล้ว
ตรงนี้มีเรื่องแทรกนิดหน่อย ทำไมฝูกุ้ยต้องปล่อยผมเวลามีเรื่องวิวาท เพราะเขากลัวอีกฝ่ายจะพลาดตัดผมเปียของเขาอีก เดี๋ยวต้องกลับมาคอยสะบัดบ๊อบอีกรอบ ตอนนี้ผมสลวยเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับเขา
ซ่งฝูโซ่วรีบคว้าเงินไป
เสมียนฉิน “…” เฮ้อ พวกเจ้าทำอะไร ข้าทำเพื่อใครกันล่ะ ข้าต้องการพูดให้ชาวบ้านฟัง ตะโกนออกมาสิว่าพวกเจ้าไม่รับเงิน แบบนั้นพวกเจ้าถึงจะดูเป็นยอดชายอย่างแท้จริง
ทำไมไม่ให้ความร่วมมือกันเลยล่ะ
เรือนหลังของที่ว่าการอำเภอ
คนล่ะ
จบเรื่องแล้วเหรอ
พวกเด็กๆ ที่นั่งอยู่บนกำแพงมองท่านย่าหม่าที่เป็นผู้บัญชาการ
ท่านย่าหม่าบอกว่า “มองอะไร รีบลงมา พวกเรายังจัดข้าวของไม่เสร็จ ไปทำงาน”
ท่านลุงซ่งโมโหฟึดฟัด
มองน้ำปูนใสที่กำลังเดือดปุดๆ เดิมทีคิดไว้ว่า ถ้ากล้าบุกมาถึงเรือนหลังก็จะเอาน้ำปูนใสเดือดสาดให้ร้องเจี๊ยกกันเลย ปรากฏว่าทำรอไว้เสียเปล่า
“หมี่โซ่ว วิ่งไปถามพี่สาวเจ้าให้หน่อยว่าน้ำปูนใสนี่ ทำกลับมาให้เป็นแบบเดิมได้หรือเปล่า” เสียของหมด
…
เพิ่งผ่านพลบค่ำของเย็นวันนั้น ซ่งฝูเซิงกำลังกินบะหมี่ต้อนรับ[1]กับคนในครอบครัว กินไปคุยไปอย่างสนุกสนาน ใต้เท้าผู้ว่าการเขตหวงหลงก็ได้ทราบข่าวทั้งหมดของฮุ่ยหนิง
ในเวลาเดียวกัน ม้าเร็วของสกุลว่านก็ได้รีบไปส่งข่าวถึงมือจิ่วอี๋เหนียงหรืออนุคนที่เก้าของแม่ทัพหลิ่ว
จิ่วอี๋เหนียงโกรธตัวสั่น พี่ชายคนโต คนสอง คนสาม ถูกนายอำเภอคนใหม่จับเข้าคุกหมดเลยเหรอ
[1] เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งของคนทางเหนือที่จะให้คนที่กำลังจะจากไปกินเกี๊ยว กินบะหมี่เป็นการต้อนรับ