ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 770-1 เด็กน้อย เจ้ามีคำถามมากมายใช่หรือไม่
ตอนที่ 770-1 เด็กน้อย เจ้ามีคำถามมากมายใช่หรือไม่
เฝ้าคิดถึงคะนึงหา เป็นชื่อห้องที่ซ่งฝูหลิงเคยพักในเรือนรับรองตระกูลลู่ที่อยู่ในเมืองหลวง
ลู่พั่นเป็นคนสลักชื่อนี้ด้วยตัวเอง เอาขึ้นไปแขวนเอง
ความหมายแฝงชัดเจนเกินไปหรือเปล่า
ซ่งฝูหลิงหันกลับไปมองด้านหลังพลางทำท่าใส่เสี่ยวโย่วจื่อ “ชู่ว”
นางได้ยินเสียงแม่กับย่าคุยกันอยู่ในเรือน พอหันกลับมาก็ปิดประตูหลังด้วยความระมัดระวัง
จากนั้นถึงได้รีบซอยเท้าเดินเข้าไปสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือเพื่อบอกเสี่ยวโย่วจื่อว่าอย่าเพิ่งส่งเสียง ตามนางมาก่อน
อย่ายืนคุยที่ประตูหลัง
เสี่ยวโย่วจื่อหาบของเดินตามหลังซ่งฝูหลิง
แสดงให้เห็นว่าบ่าวรับใช้คนนี้ฉลาดพอสมควร กลัวจะทำเสียงาน ทำชื่อเสียงของแม่นางซ่งเสื่อมเสีย
เขาอุตส่าห์ไปซื้อเต้าหู้หลายก้อนมาวางในเข่งจริงๆ เพื่อความแนบเนียน ป้องกันคนไหนที่ได้ยินเข้าแล้วเกิดอยากซื้อขึ้นมา เดี๋ยวไม่มีของให้จะถูกตั้งข้อสงสัย ก็แค่เต้าหู้ผัดน้ำมันแพะแต่เขาใช้น้ำมันหมู
ทั้งสองคนเดินไปตรงมุมหนึ่งของถนนที่ติดกับที่ว่าการอำเภอแล้วหยุดลง
เสี่ยวโย่วจื่อมองไปรอบตัว
พูดตามตรง ตรงนี้มีบ้านของชาวบ้านแล้ว ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยบ้านพักอาศัย
คุณหนูคิดว่าที่นี่เหมาะจะพูดคุยแล้วหรือ ทำไมดูไม่ปลอดภัยเท่าหลังบ้านคุณหนูเลยล่ะ
มีคำพูดหนึ่งไม่ใช่เหรอว่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ซ่งฝูหลิง ตลก แบบนั้นเรียกมุมอับ
นางไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงหรอก
ชื่อเสียงของนาง ชาวบ้านอยากจะพูดอย่างไรก็ช่าง ยังไงเสียก็ยังไม่รู้จักนางกัน อย่าให้พ่อแม่เห็นเป็นพอ
“คุณชายของพวกเจ้ากลับมาแล้วเหรอ” แววตาของซ่งฝูหลิงมีความคาดหวัง
เสี่ยวโย่วจื่อทำสีหน้า ที่ไหนกันล่ะ ถ้ากลับมาแล้วจะส่งข้ามาทำไม
นิสัยของคุณชายบ้านข้า คุณหนูยังไม่รู้จักดีอีกหรือ
ถ้ากลับมาจริง ใครก็ขวางเขาไว้ไม่อยู่
คงเดินเข้าประตูหน้าอย่างองอาจ
“เรียนคุณหนู ยังขอรับ…
…ก่อนหน้านี้ท่านเขยสามของจวนไปเยี่ยมคุณชายที่แนวหน้า คุณชายจึงฝากจดหมายมากับท่านเขยสามสองฉบับ…
…หนึ่งในนั้นเฉวียนจื่อเปิดดูแล้ว มันไม่ใช่ของเขา…
…จึงได้รีบให้บ่าวมาที่นี่”
เสี่ยวโย่วจื่อไม่ได้พูดอยู่ประโยคหนึ่ง
ได้ยินว่าตอนนั้นพอท่านเฉวียนจื่อเปิดจดหมายก็ร้องไอ๊หยา เพราะมีซองจดหมายอยู่ในซองจดหมายอีกที เปิดดูก็พบคำว่า ‘ลองกล้าเปิดดูสิ’
ไม่กล้า
สีหน้าดุดันของคุณชายลอยมาทันที
ก็จริง ถ้าคุณชายส่งข่าวคราวให้บ่าวรับใช้อย่างพวกเขาจากแดนไกล พวกเขาคงดีใจตายเลย คงดีใจมากเกินจนอายุสั้นลงไปหลายปี
คำพูดบางอย่างไม่ต้องพูด แต่ซ่งฝูหลิงมองออกจากสีหน้าของเสี่ยวโย่วจื่อ
ลู่พั่นลำบากขนาดนี้เพื่อส่งจดหมายให้นาง
เอาปอยผมทัดหู ยื่นมือสั่นๆ ออกไปกระดิกนิ้ว “จดหมายล่ะ เอามาสิ”
เสี่ยวโย่วจื่อรีบเตะคานหาบที่เกะกะออกไปด้านข้าง หันหลังเริ่มล้วงจดหมายอย่างจริงจัง เขาซ่อนมันไว้ในกระเป๋าชั้นในสุดของเสื้อ
ตอนหยิบออกมา เพื่อไม่ให้เป็นการล่วงเกินว่าที่ฮูหยินน้อย เสี่ยวโย่วจื่อยังได้ฉีกซองกระดาษไขชั้นนอกออกหนึ่งชั้นก่อน รีบดมอย่างรวดเร็ว ยังมีกลิ่นเหงื่อ ฉีกออกอีกชั้น จากนั้นถึงหันกลับมามอบให้ซ่งฝูหลิง
ซ่งฝูหลิงลองเอามือจับๆ ความหนาของจดหมาย รีบออกมาเลยไม่ได้เอากระเป๋าเป้มาด้วย จะเปิดอกเสื้อก็…
เดิมอยากยัดไว้ในกางเกง แต่พบว่าเสี่ยวโย่วจื่อจ้องนางอยู่
ยุคโบราณทำประเจิดประเจ้อมากไม่ได้
นางเป็นถึงคุณหนูบ้านนายอำเภอ ลูกสาวของใต้เท้าขั้นหก อีกเดี๋ยวก่อนเข้าบ้านค่อยยัดเข้ากางเกงแล้วกัน
“ข้าถามหน่อย จดหมายอีกฉบับเจ้าเอาไปส่งที่จวนแม่ทัพประจำการใช่ไหม”
เสี่ยวโย่วจื่อพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า “น่าจะนะขอรับ พวกเรามากันสามคน สองคนนั้นมีหน้าที่ส่งจดหมายอีกหนึ่งฉบับ บ่าวแยกกับพวกเขาแล้ว แต่คิดๆ ดูน่าจะส่งถึงมือแล้ว”
“เช่นนี่นในสองคนนั้นมีเสี่ยวเฉวียนจื่อหรือเปล่า”
“เรียนคุณหนู ไม่มีขอรับ ท่านเฉวียนจื่อพาเสี่ยวจั่วจื่อไปที่ค่ายประจำการแนวหน้านานแล้วขอรับ”
“คุณชายของพวกเจ้าบาดเจ็บเหรอ”
“เปล่าขอรับ”
ซ่งฝูหลิงเหล่มองเสี่ยวโย่วจื่อหัวจรดเท้า “ไม่เหรอ เจ้าคิดให้ดีก่อนตอบนะ”
เสี่ยวโย่วจื่อ “…”
แย่แล้ว ไม่ให้พูดแต่กลับถูกจับได้ ข้ามีพิรุธตรงไหน
เมื่อครู่เขาไม่มีหลุดเลยนะ
“คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว คุณชายได้รับบาดเจ็บ…
…แต่เรื่องนี้แม้แต่เหล่าฮูหยินกับฮูหยินก็ไม่ทราบ อีกไม่กี่วันคุณหนูเห็นหมอมอใหญ่ของจวนผู้สำเร็จราชการมา ห้ามหลุดออกไปเชียวนะขอรับ…
…อ้อ เรื่องจดหมายสองฉบับนี้ด้วย เหล่าฮูหยินกับฮูหยินก็ไม่ทราบ…
…ท่านเขยสามเอาให้เฉวียนจื่อโดยตรง”
ซ่งฝูหลิงอึ้ง ข้อมูลเยอะมาก
นางถามก่อนว่าอาการของลู่พั่นเป็นอย่างไร สาหัสหรือเปล่า
สาเหตุที่นางเดาได้ว่าเขาบาดเจ็บเป็นเพราะนิสัยของเขา
เขาเป็นคุณชายของบ้าน ดูเหมือนต้องทนความลำบากไม่ได้ ชีวิตอยู่ดีมีสุข
แต่พอทำสงครามอยู่ข้างนอก พ่อเคยเล่าว่า แม่ทัพใหญ่อย่างลู่พั่นหายากมาก ไม่เรื่องมากเลยสักนิด ไม่พิธีรีตองพร่ำเพรื่อ
แม่เคยบอกกับนางตอนคุยกันว่า พ่อแอบเล่าว่าพวกแม่ทัพใหญ่ไปออกศึกแทบอยากพาผู้หญิงไปด้วยกันทั้งนั้น
ต่อให้ไม่เอาไป พอตีเข้าเมืองได้ก็จับ
ผู้ชายพวกนั้นไปทำสงครามข้างนอกทีก็ปีสองปี พอห่างผู้หญิง ทำเหมือนจะอยู่ไม่ได้
แต่สำหรับลู่พั่นอย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ถ้าขบวนเสบียงไปไม่ถึงทันเวลา ไม่มีแม้แต่เกลือ
พระเป็นอย่างไร ลู่พั่นก็เป็นแบบนั้น ก็แค่ไม่ได้โกนหัว มีหนวดรุงรัง
สรุปว่า หากอยู่ในระหว่างทำสงคราม การที่ย้ายพวกเสี่ยวเฉวียนจื่อไป ทำอะไรน่ะเหรอ ให้ไปโกนหนวดเหรอ นั่นไม่จำเป็น
เว้นเสียแต่ได้รับบาดเจ็บต้องใส่ยา หยุดอยู่ที่เมืองใดเมืองหนึ่ง ซุ่นจื่อบ่าวใกล้ชิดทำงานไม่ทัน ถึงได้ให้เสี่ยวเฉวียนจื่อพาบ่าวรับใช้ไปอีกสองคน อย่างครั้งนี้ ได้ยินว่าบาดเจ็บที่ขา อาหารการกินหลับนอนก็ต้องพึ่งคนอื่นปรนนิบัติหรือเปล่า ต้องมีคนคอยประคอง
จะว่าไป ขนาดนางยังรู้จักลู่พั่นดีขนาดนี้
พวกเสี่ยวเฉวียนจื่อถูกเรียกไป เหล่าฮูหยินกับฮูหยินมีเหรอจะเดาไม่ได้จริงๆ
น่าจะรู้นานแล้วว่าหลานชาย (ลูกชาย) ได้รับบาดเจ็บ
แค่กลัวลู่พั่นคิดมาก แถมยังต้องมาคอยปลอบใจพวกนาง ลู่พั่นอยากให้เป็นแบบนี้ ย่ากับแม่ก็เลยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไปด้วย
“คงไม่ถึงกับพิการใช่ไหม แบบยืนไม่ได้หรือเดินกะเผลกอะไรทำนองนี้” ซ่งฝูหลิงรู้สึกว่าไม่ได้บาดเจ็บแค่ที่ขา บอกแค่ว่าบาดเจ็บจุดนั้น เช่นนั้นก็น่าจะอาการหนักพอสมควร
เสี่ยวโย่วจื่อร้อนใจขึ้นมาทันที “คุณหนูขอรับ ไม่ครับ ไม่ขนาดนั้น เฉวียนจื่อตื๊อถามท่านเขยสาม คุณชายของเรายืนได้ขอรับ”
ห้ามทอดทิ้งคุณชายนะขอรับ
คิดไปถึงไหนแล้ว
“จริงสิ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าหมอมอใหญ่ของจวนผู้สำเร็จราชการจะมาเหรอ”
“ขอรับ ก่อนข้าน้อยออกเดินทางได้ยินว่า เหล่าฮูหยินกำลังจัดแจงเรื่องเอาของขวัญขึ้นบ้านใหม่มาให้ท่านย่าของคุณหนู ก็แค่ขบวนนั้นต้องเดินเท้าก็เลยช้า คิดว่าคงต้องพักเท้าอยู่ที่เมืองเฟิ่งเทียนอย่างน้อยสามวัน พวกบ่าวไม่ได้ร่วมเดินทางมากับพวกนางด้วย พวกบ่าวล่วงหน้ามากันก่อน”
ในขณะที่ซ่งฝูหลิงถือตะกร้าเต้าหู้กำลังจะหันตัวเดินกลับบ้าน
เสี่ยวโย่วจื่อกลับยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
เดี๋ยวก็เอามือคลำตัว เดี๋ยวก็เอามือคลำขา ด้านข้างมีไม้หาบวางอยู่
“มีอะไรเหรอ” ซ่งฝูหลิงหันมาดู
“คุณหนู ดูเหมือนถุงเงินของบ่าวจะถูกขโมยไปแล้วขอรับ”
“หายที่ไหน พอจำได้ไหม”
เสี่ยวโย่วจื่อร้อนใจ การรักษาความปลอดภัยของอำเภอฮุ่ยหนิงจะแย่เกินไปแล้ว
เป็นบ่าวรับใช้ของจวนผู้สำเร็จราชการมานานขนาดนี้ สวมชุดบ่าวรับใช้ของจวนผู้สำเร็จราชการ เป็นครั้งแรกที่ทำเงินหาย
“ถ้าไม่เป็นตอนที่ซื้อเต้าหู้ ก็คงเป็นตอนซื้อไม้หาบนี่ขอรับ” ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าถุงเงินถูกล้วงไป เกรงว่าจะเป็นพวกมืออาชีพ
“เช่นนั้นเจ้า”
เสี่ยวโย่วจื่อหน้าแดง พูดติดอ่าง “คุณหนู บ่าวขะ ขอยืมเงินเป็นค่ากินค่าที่พักได้หรือไม่ เสี่ยวฝู่จื่อกับเสี่ยวปี้จื่อยังไม่กลับมา นัดพวกเขาไว้แล้วว่าเดี๋ยวกลับด้วยกัน บ่าวจะเอามาคืนแน่นอน”
ซ่งฝูหลิงพยักหน้าทันที ก็แค่เอาเงินติดตัวมานิดเดียว
“เจ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะเอาเต้าหู้กลับไปก่อนแล้วเอาเงินมาให้เจ้า เจ้าอยู่ข้างนอกกินของดีๆ พักโรงเตี๊ยมดีๆ หน่อย อุตส่าห์เอาจดหมายมาส่งให้ข้า”
…