ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 788-1 สบายๆ ไม่ต้องกังวล
ตอนที่ 788-1 สบายๆ ไม่ต้องกังวล
วันนี้ฝูกุ้ยก็มาหาเถ้าแก่ร้านขนส่งท้องถิ่นอีกแล้ว
“ท่านฝูกุ้ย ทำไมต้องรับซื้อจากแต่ละหมู่บ้านด้วย พวกเราไม่เคยได้ยินว่าของพวกนั้นยังต้องเสียเงินซื้อด้วย…
…ข้าจะบอกพวกคนงานที่รออยู่ล่างเขา อย่ายืนซื่อบื้อรออยู่เฉยๆ ทิ้งคนไว้เฝ้าเกวียนสองสามคนพอ คนที่เหลือก็ไปตัดเถาวัลย์หลิ่วขนแดงกับหลิ่วขนขาว…
…พอขนของป่ากลับมาจากบนเขาก็เอาไปส่งให้ท่านฝูกุ้ย วางใจได้ จะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน”
ซ่งฝูกุ้ยตบบ่าเถ้าแก่แล้วยิ้มพลางพูด “เช่นนั้นก็บอกพวกคนงานของท่านนะ ไว้เสร็จงานพวกนี้เมื่อไรข้าจะเลี้ยงข้าวทุกคน”
“ไอ๊หยา ท่านฝูกุ้ย ให้เกียรติพวกเขาจริงๆ พวกเขามีบุญขนาดนั้นที่ไหนกัน ก็แค่ลงแรงนิดหน่อยไม่เท่าไรหรอก แต่ท่านฝูกุ้ยสิ วันนี้อยู่เป็นเกียรติข้าหน่อย อย่าเพิ่งรีบไป เข้าไปนั่งด้านในก่อน ข้าจะให้คนจัดข้าวปลาอาหาร ไก่ก็ฆ่าแล้ว เห็ดแช่น้ำเรียบร้อย อยู่ดื่มกันสักหน่อยดีหรือไม่”
ซ่งฝูกุ้ยสะบัดผม “ไม่ได้หรอก ข้าต้องไปดูว่าก่อสร้างไปถึงไหนแล้ว งานในมือเยอะแยะ ไว้วันอื่นนะ”
ฝูกุ้ยบังคับเกวียนออกไป
สาเหตุที่เขามากำชับให้เตรียมเถาวัลย์หลิ่วขนแดงกับหลิ่วขนขาว เป็นเพราะเตรียมไว้ให้ซ่งฝูสี่พี่ชายคนรองของฝูเซิง
ฝูเซิงบอกว่า
พวกเราจะเอาเห็ดอย่างเห็ดหัวลิงที่ราคาแพงกับซงหรงยัดใส่กระสอบใหญ่แล้วขายออกไม่ได้
มันจะดูเป็นอะไรก็ไม่รู้ ของดีๆ กลายเป็นของไม่มีราคา
เอาเถาวัลย์หลิ่วขนแดงกับหลิ่วขนขาวมาสานเป็นตะกร้า ทำให้ดูน่ารัก มีสีแดงสีขาว ขนาดเล็กใหญ่ว่ากันไป พอถึงเวลาพวกเห็ดทั่วไปก็ใส่กระสอบ เปิดกระสอบขาย
แต่เห็ดอย่างดีกับสินค้าท้องถิ่นของพวกเราต้องเอาใส่ตะกร้า
เก็บโสมมาจัดการทำความสะอาดเรียบร้อย ยิ่งต้องจัดใส่กล่องไม้โดยแยกตามอายุและระดับ ห่อด้วยผ้าทอสวยงาม ด้านนอกกล่องไม้จะสลักว่า เขาฉางไป๋แห่งฮุ่ยหนิง
ถึงขั้นที่ว่าถ้าเป็นโสมชั้นยอด ไม่เพียงแต่จะใช้กล่องไม้ที่วิจิตร ยังต้องใส่กระเป๋าหนังด้วย ทำที่หิ้ว แต่ละกล่องใส่โสมชั้นยอดไว้หนึ่งราก
เอาแบบที่ว่าต้องให้คนที่ซื้อทั้งหมด รวมถึงลูกค้าที่อยากซื้อไปลองคิดว่า ฮุ่ยหนิงขายของดีหาได้ยากจริงๆ เห็นแล้วอยากซื้อไปหมด ใครก็ตามที่อยากซื้อของประเภทนี้ก็จะนึกถึงฮุ่ยหนิง
ในขณะเดียวกัน เมื่อทำกล่องใส่ ราคาก็ต้องสูงขึ้น
ไม่ต้องกลัวที่จะเพิ่มราคา
ของดีก็แบบนี้ ไม่มีปัญหาอะไรนอกจากแพง
หิ้วกล่องที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้ออกจากร้าน ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกภาคภูมิใจ ชาวบ้านมองจากกล่องที่ใส่ก็รู้ได้ทันที พากันซุบซิบ คนนี้ซื้อของแพงจากเขาฉางไป๋เชียวนะ
พอฝูเซิงพูดแบบนี้ฝูกุ้ยก็เข้าใจแล้ว
นี่ก็เหมือนกับตอนนั้นที่ฝูเซิงไปสอบ ตะกร้าเตรียมสอบที่พวกจวี่เหรินพกไป ตะกร้าที่ดูดีก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้เจ้าของ
ขอแค่เงินถึง อย่าว่าแต่เอากล่องหนังใส่โสมเลย บ้านเราช่วยติดล้อให้ลูกค้าลากกลับบ้านยังได้
ส่วนงานทำบรรจุภัณฑ์แบบนี้ ซ่งฝูเซิงเตรียมให้พี่รองฝูสี่ทำ ให้ฝูสี่รวบรวมคนมาทำงานนี้ หาเงินเป็นของตัวเองโดยเฉพาะ
แต่คนอย่างซ่งฝูสี่ไม่ค่อยถนัดเรื่องจัดหาข้าวของ
ซ่งฝูกุ้ยเลยคิดว่า ในขณะที่ฝูสี่ยังมาไม่ถึงฮุ่ยหนิง เขาจะช่วยจัดหาวัสดุให้ก่อน รวมถึงพวกไม้ที่ใช้ทำกล่องใส่โสม ทางที่ดีขนมาไว้ให้เพียงพอ แบบนี้พอฝูสี่มาถึงก็แค่หาลูกน้องมานั่งทำงานให้สบายใจ
ฝูกุ้ยไปจัดการเรื่องหาไม้ให้ฝูสี่
เขาร้อนมาก พอไปถึงบ้านของชาวบ้านก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบกระบวยตักน้ำกินอึกใหญ่ ไม่มีเวลาตักน้ำในบ่อมาล้างหน้า นั่งที่เก้าอี้ตัวเล็ก รับของกินที่ชาวบ้านยื่นให้มากินลงท้อง
เขาเคี้ยวหมั่นโถวพลางกำชับ
“อย่าเห็นว่าข้าให้พวกท่านตัดไม้ แต่จะตัดพวกต้นเล็กๆ ไม่ได้…
…ใต้เท้านายอำเภอของพวกเรา ก่อนหน้านี้ที่มาลงพื้นที่เน้นย้ำคำพูดหนึ่งอยู่ตลอด…
…ถึงแม้เรื่องหาเงินจะสำคัญ แต่ห้ามลืมคำพูดที่ว่า บรรพบุรุษปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่คนรุ่นหลัง พวกเราต้องใส่ใจให้มากตอนตัดไม้ เพื่อลูกหลาน”
กว่าฝูกุ้ยจะกลับเข้าตัวอำเภอก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว เขาไม่แม้แต่จะกลับบ้าน วิ่งไปประตูเมืองที่อยู่ตรงถนนหลวงของเขตหวงหลง เปิดประตูเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่
นี่เป็นอาคารที่กว้างขวางมาก หรือก็คือคลังเสบียงของฮุ่ยหนิงที่เคยเกิดเพลิงไหม้ตอนนั้น
นับตั้งแต่เกิดไฟไหม้ ที่นี่ก็กลายเป็นพื้นที่ร้าง
คิดว่านายอำเภอที่รับตำแหน่งตอนนั้นก็อยากใช้ข้ออ้างนี้สร้างคลังเสบียงใหม่ เพราะจะได้โกงกินอย่างมีเหตุผล ที่นี่ก็เลยถูกทิ้งไว้
ห้องทำงานกับห้องเก็บเสบียงที่ไม่ได้ถูกเผาจนหมด ถูกทิ้งไว้หลายปี สภาพทรุดโทรมมาก
ครั้งนี้ซ่งฝูเซิงเตรียมเปิดใช้งานอีกครั้ง เรียกให้คนมาเก็บกวาดที่นี่ เอาไว้ให้ม้าพันลี้เลี้ยงล่อ
สถานที่กว้างขวางมาก ถ้าตรงที่เฉียนเพ่ยอิงไม่พอเก็บของป่าก็ยังสามารถเอามาวางที่นี่ได้
ท่านลุงซ่งกับท่านย่าหม่ายังเคยเดินตามซ่งฝูเซิงพูดเรื่องนี้
“เจ้าแยกบัญชีต่างหาก แต่คนข้างนอกคิดว่าม้าพันลี้เป็นของฝูกุ้ยกับซื่อจ้วงใช่ไหมล่ะ…
…เช่นนั้นก็ให้ฝูกุ้ยกับซื่อจ้วงเช่าสถานที่ของทางอำเภอ เจ้าให้ราคาถูกหน่อยก็พอ…
…คนข้างนอกเขาจะได้ไม่หาว่าเจ้าเอาของหลวงมาหาประโยชน์…
…พวกเราอยากโกง แต่ก็อย่าให้มันโจ่งแจ้งเกินไป อย่าให้ถูกใครจ้องเอาผิดได้เพราะเรื่องแค่นี้”
นับตั้งแต่ซ่งฝูเซิงเป็นขุนนาง คนในบ้านก็ระมัดระวังกันมาก
“ท่านฝูกุ้ย”
“ท่านฝูกุ้ย”
พอฝูกุ้ยเข้าไปด้านในก็พยักหน้าแล้วเริ่มตรวจสอบความคืบหน้า ตะโกนบอกช่างที่กำลังมุงหลังคาว่าให้เร่งมือหน่อย
คนในครอบครัวเขาใกล้มาถึงแล้ว ขบวนเกวียนจำนวนมากต้องมีที่พักพิง
เดินไปที่ด้านหลังของคลังเสบียง ตรงนั้นกำลังตั้งกระทะขนาดใหญ่ยี่สิบกว่ากระทะ พวกผู้ชายเปลือยท่อนบนกำลังคั่วบางอย่างอยู่
“ท่านฝูกุ้ยมาแล้วเหรอขอรับ เดี๋ยวข้าจะชงให้หนึ่งชาม เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ กำลังจะไปเรียกพอดี ข้าดมกลิ่นดู เหมือนวันนี้จะทำออกมาหอมอร่อยกว่าวันก่อนๆ หอมกลิ่นไหม้ แค่ดมก็หอม ก็แค่ยุ่งยากนิดหน่อย ข้าคั่วด้วยไฟแรงก่อน จากนั้นก็ใช้ไฟอ่อนคั่วไปเรื่อยๆ”
“หืม? ไหนเอามาให้ข้าชิมหน่อย”
น้ำที่ซ่งฝูกุ้ยดื่มไม่ใช่ใดอื่น เป็นชาที่คั่วมาจากรากของผอผอติง
รากผอผอติงมีสรรพคุณที่ช่วยดับพิษร้อน ลดอาการอักเสบ
ซ่งฝูเซิงบอกฝูกุ้ยว่า ประกาศรับซื้อรากผอผอติง พวกเราเอามาคั่วนิดหน่อย ทำเป็นชาผอผอติง
เดือนสามของทุกปี ทางราชสำนักจะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางผ่านมาทางนี้เพื่อนำของไปยังเมืองคู่ค้าของชนเผ่าเลี้ยงสัตว์
รู้หรือไม่ว่าเมืองนี้ชื่ออะไร
ชื่อเมืองชาม้า
ดูจากชื่อก็รู้ได้ว่า ทางนั้นขาดแคลนชาขนาดไหน ต้องเอาม้าที่มีค่ามากมาแลก
แต่ไร่ชาที่แท้จริงอยู่ทางใต้ ยังยึดอาณาเขตกลับมาไม่ได้ ขนาดพวกเราจะดื่มชายังลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เลย คาดว่าพวกเขาคงขาดแคลนชามาหลายปีแล้ว
พวกเราทำชาผอผอติงออกมา ถึงแม้รสชาติจะแย่กว่าชาปกติที่ดื่มแต่ก็พอแก้ขัดกันได้ ชงออกมาก็เหมือนน้ำชา ดื่มเข้าไปก็ชุ่มคอ
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่พวกชนเผ่าเลี้ยงสัตว์อาศัยอยู่ หาผอผอติงได้ยากมาก พวกเขาอยากกินผอผอติงยังจะไม่มี
ดังนั้นทำชารากผอผอติงเก็บไว้หน่อย เผื่อลองเสี่ยงดวงดู
เดือนสามปีหน้าพอพวกเจ้าหน้าที่มาถึงก็จะขอเจรจา ฝากชาผอผอติงไปด้วย ช่วยแลกม้ากลับมาให้ม้าพันลี้หน่อย
ตอนที่ฝูกุ้ยได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกก็อึ้งสนิท งงไปหมด รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเหลวไหล
เอารากผอผอติงที่พบเห็นได้ทั่วไปไปแลกกับของราคาแพงมาเหรอ
ถ้าไม่ใช่ซ่งฝูเซิงพูด เป็นคนอื่นพูด ฝูกุ้ยไม่เชื่อเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ ฝูกุ้ยจึงกอดความเป็นไปได้หนึ่งในหมื่น รับซื้อผอผอติงใช้เงินไปไม่เท่าไร ก็แค่ต้องเสียเวลาหน่อย เชื่อฟังซ่งฝูเซิงตั้งกระโจมนี้ขึ้นมา
ทำพูดไป นับตั้งแต่เขาได้ดื่มชารากผอผอติง คนในบ้านก็ติดด้วย ว่างๆ ก็ชงชาผอผอติงมาดับร้อน
“อืม หอม ใช้ไฟแบบนี้คั่วออกมาได้หอมดี ต่อไปก็ทำแบบนี้แหละ”
ฝูกุ้ยสั่งงานเสร็จ ยุ่งมาทั้งวัน ได้เวลากลับบ้าน
…