ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 792-2 มองเห็นความตั้งใจ
ตอนที่ 792-2 มองเห็นความตั้งใจ
หลังประชุม
พวกนายอำเภอของแต่ละท้องที่ได้มาเจอกันทั้งทีก็ไปกินข้าวร่วมกันพร้อมพวกขุนนางระดับสูงของเขตหวงหลง
คนเดียวที่ไม่ถูกเรียกไปก็คือผู้ช่วยหลี่ว์
ผู้ช่วยหลี่ว์นั่งอยู่บนรถม้า ยิ้มพลางส่ายหน้า
ไม่เรียกเขาก็ดี งานเยอะแยะ ทำไม่มีวันหมด ขืนไปทำเสียเวลางาน เดี๋ยวนายอำเภอกลับมาได้ขมวดคิ้วใส่เขา
คิดว่าเขายังเป็นเขาคนเดิมหรืออย่างไร
ช่วงนี้เขาคิดได้นานแล้ว
ขั้นตำแหน่งของเขาต่ำ ไม่จำเป็นต้องพยายามทำตัวประจบคนนั้นคนนี้
ปรนนิบัตินายอำเภอซ่งขุนนางขั้นหกให้ดีก็พอแล้ว
ถ้าปรนนิบัติได้ไม่ดี ต่อให้ประจบขุนนางขั้นสี่ได้แล้วอย่างไรล่ะ
ถ้านายอำเภอซ่งที่เป็นหัวหน้าเขาอยากกดเขาให้ตาย ไม่สนับสนุนเขา ไม่ให้เขาเลื่อนตำแหน่ง คนอื่นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีใช่ไหมล่ะ
…
ข้างมือใต้เท้าเถาผู้ว่าการเขตหวงหลง มีสมุดลงบัญชีของอำเภอฮุ่ยหนิง เขาเปิดดูพลางพิจารณาซ่งฝูเซิงในใจ
บางช่วงยังมีคุยกับคนสนิท
เป็นต้นว่า
นายอำเภอซ่งคงไม่ได้จงใจไม่มาเพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจใช่ไหม
เขาจะเอาเรื่องที่เปลี่ยนจากของดีฮุ่ยหนิงเป็นของดีหวงหลงถวายฮ่องเต้ไปบอกตระกูลลู่หรือเปล่า
ทางแม่ทัพหลิ่วปล่อยไปก่อน แม่ทัพหลิ่วไม่อยู่ในจวน แต่ทางตระกูลลู่…
คนสนิทวิเคราะห์ข้อสงสัยสองข้อนี้
“เป็นไปได้ว่าจงใจไม่มา แต่ว่าใต้เท้า เขาจะน้อยใจอะไร เล่าให้ตระกูลลู่ฟังแล้วอย่างไร เรื่องนี้พูดอย่างไรก็สมเหตุสมผล ฮุ่ยหนิงเป็นส่วนหนึ่งของหวงหลงมิใช่หรือ หากไม่มีการสนับสนุนจากทางเขตหวงหลง ฮุ่ยหนิงมีหรือจะทำสำเร็จได้”
ใต้เท้าเถาได้ฟังก็ยิ้ม
นั่นสินะ เขาอาจกังวลเรื่องที่ซ่งฝูเซิงสนิทกับตระกูลลู่มากเกินไป
เริ่มสบายใจขึ้นมาหน่อย
คนสนิทบอกใต้เท้าเถาอีกว่า “สาเหตุที่วิเคราะห์ว่าอาจจงใจไม่มา เป็นเพราะได้ยินพ่อบ้านของจวนพูดว่า ฮูหยินไปหาท่านย่าหม่ามา อ่อ หรือก็คือแม่ของนายอำเภอซ่งขอรับ”
“ไปหานางแล้วอย่างไรล่ะ”
ฮูหยินได้ยินมาว่าแม่ของนายอำเภอซ่งเป็นคนที่องค์หญิงใหญ่ให้ความสำคัญ อยากหาโอกาสพบหน้ามาตลอด จะให้ดีต้องติดต่อกันอยู่เสมอ
จากนั้นฮูหยินก็แสดงความปรารถนาดี รู้ว่าแม่ของนายอำเภอซ่งกำลังหาหน้าร้าน จึงบอกไปว่าทางจวนมีหน้าร้านว่างอยู่ น่าจะเอามาร่วมมือทำอะไรกันได้บ้าง แต่แม่ของนายอำเภอซ่งกลับปฏิเสธอย่างอ้อมๆ
ผู้ว่าฯ เถาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ช่วงนี้วุ่นอยู่กับเรื่องเก็บส่วยเสบียง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้
“หืม?”
ใช่ ปฏิเสธ แถมท่าทีของท่านย่าหม่า…
คืนนั้นใต้เท้าเถาจงใจไปค้างที่เรือนฮูหยิน
ไม่อย่างนั้นเขาจะไปนอนที่เรือนฮูหยินแค่ทุกวันที่หนึ่งกับสิบห้า
เถาฮูหยินเล่าให้สามีฟังอย่างละเอียด
บอกว่าท่านย่าหม่าปฏิเสธนางอย่างอ้อมๆ
นางยังไม่ทันได้พูดอะไร ทางนั้นก็พูดเป็นนัยๆ แล้วว่ากิจการขายขนมไม่เกี่ยวข้องกับนายอำเภอซ่ง
บอกว่า เป็นเพราะเมื่อก่อนยากจน ทำงานจนชินแล้ว ให้อยู่ว่างๆ ก็หงุดหงิด ไม่สู้ทำงานตอนที่ยังมีแรงอยู่ ถึงได้ทำขนมขายอยากหาเงินไว้ใช้เลี้ยงดูตัวเอง สร้างกิจการให้หลานสาวได้มีทรัพย์สมบัติติดตัวตอนออกเรือน พูดอีกอย่างก็คือ ทำแก้เซ็ง จะทำเล็กทำใหญ่ไม่สำคัญ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำร้านใหญ่หรือเล็ก
แบบนี้ยังจะไม่เข้าใจอีกหรือ
ถ้าไม่สนใจว่าจะทำกิจการเล็กหรือใหญ่จริงๆ เช่นนั้นจะเข้ามาเปิดร้านในเขตตัวเมืองทำไม เปิดแค่ที่ฮุ่ยหนิงก็พอแล้วสิ
แบบนี้ก็คือไม่อยากร่วมทำด้วยกัน
พอใต้เท้าเถาฟังจบก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
ลูกน้องที่ต่ำกว่าข้ามีคนหนุนหลังที่ใหญ่พอสมควร
เวลาที่ข้าตัดสินใจทำอะไร ต้องคอยระแวงว่าลูกน้องจะกระโดดข้ามหน้าข้ามตา
ข้าที่มีตำแหน่งสูงกว่า กลับต้องมาแอบวิเคราะห์ว่านายอำเภอที่อยู่ต่ำกว่าข้าหลายขั้นไม่พอใจอะไรหรือเปล่า
นานวันเข้าจะต้องรู้สึกอย่างไร
ดูท่านายอำเภอซ่งมีคนหนุนหลังดีอย่างตระกูลลู่ แถมแม่ทัพหลิ่วยังให้ความร่วมมือ คงไม่เห็นเขาที่ตำแหน่งสูงกว่าอยู่ในสายตาแล้วจริงๆ
สองวันต่อมา
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงสวมเสื้อกันหนาวยืนยิ้มคุยอยู่ท่ามกลางชาวบ้านในหมู่บ้าน “หม้อหินนี่ใช้ได้เลยนะ ซื้อหม้อเหล็กไม่ไหวก็ซื้อหม้อหินแทนได้” เจ้าหน้าที่วังหลวงก็ได้เอาของดีจากฮุ่ยหนิงขึ้นไปถวายแล้ว
ฮ่องเต้ได้ให้หยางหมิงหย่วนค้นฎีกาของฮุ่ยหนิงออกมา
หยางหมิงหย่วนหาเสร็จก็เอาไปถวาย “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมหาฎีกาของฮุ่ยหนิงไม่พบ พบแต่ฎีกาของเขตหวงหลงพ่ะย่ะค่ะ”
ติงเจียนที่อยู่ข้างกายฝ่าบาทเหมือนกัน พอได้ยินแบบนั้นปลายพู่กันก็หยุดชะงัก คิดในใจ
หึหึ มีคนกำลังจะซวยแล้ว
ฎีกาของเขตหวงหลง ถ้าเขียนรายงานว่าเป็นของที่ทางฮุ่ยหนิงถวายขึ้นมา นายอำเภอฮุ่ยหนิงเป็นอย่างไรๆ ต่อให้แค่พูดถึงนิดหน่อยว่าทางเขตหวงหลงพบว่าฮุ่ยหนิงเป็นอย่างไรๆ แบบนั้นทุกอย่างยังคุยง่าย
แต่ถ้าไม่พูดถึงเลย เรื่องก็ชักสนุกแล้ว
ต้องทราบก่อนว่าจอหงวนหยางเคยทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทนานแล้ว
รับคำท้าชนะ ได้เช่าหน้าร้าน ตอนนั้นกลายเป็นเรื่องขบขันในหมู่ขุนนางเมืองหลวง
ต่อมาพอฮ่องเต้รู้เข้า ได้ยินว่ามีถามหาเหตุผล พอได้ทราบว่าที่จอหงวนหยางเอะอะก็เงินๆๆ ไม่ใช่เพื่อครอบครัวตัวเอง ถึงได้เรียกจอหงวนหยางเข้ามาใช้งาน
สายตาของติงเจียนวูบไหว
ตามคาด เขาได้ยินเสียงฮ่องเต้หัวเราะกึ่งโมโห
อีกทั้งฮ่องเต้ยังยื่นฎีกาให้จอหงวนหยาง บอกให้ลองอ่านดูว่าคุ้นสำนวนการเขียนหรือไม่
ติงเจียนได้ฟังก็แอบขมวดคิ้ว คิดในใจ
หรือว่าขุนนางเขตหวงหลงที่อยากได้ความดีความชอบคนนั้นคัดลอกฎีกาของนายอำเภอซ่งมาเหรอ
ขี้เกียจเกินไปหรือเปล่า
เจ้าจะเปลี่ยนคำหน่อยแล้วค่อยบอกว่าเป็นผลงานตัวเองไม่ได้หรืออย่างไร ทำไมไม่ระวังได้ขนาดนี้
ขุนนางคนนั้น เจ้าไม่รู้หรือว่าซ่งฝูเซิงเป็นศิษย์แห่งโอรสสวรรค์
เจ้าคิดว่าศิษย์แห่งโอรสสวรรค์เป็นคำพูดลอยๆ รึ
เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไม่รู้สำนวนการเขียนของศิษย์ตัวเองรึ
เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไม่เคยเห็นบทความของนายอำเภอซ่ง รับเป็นศิษย์ส่งเดชอย่างนั้นรึ
เจ้ามันขี้เกียจเกินไป หรือเจ้าคิดว่าฮ่องเต้งานยุ่งจนไม่มีทางสนใจ ‘เรื่องเล็ก’ พวกนี้
หยางหมิงหย่วนอ่านฎีกาจบ เห็นชื่อผู้ว่าฯ เถา ไม่มีพูดถึงซ่งฝูเซิง เขาก็ออกอาการตะลึง
ทั้งยังบอกฮ่องเต้ว่าเขาคุ้นสำนวน นี่เป็นสำนวนการเขียนของนายอำเภอซ่ง
สำนวนการเขียนของนายอำเภอซ่งเป็นอย่างไรน่ะเหรอ
ฮ่องเต้ หยางหมิงหย่วน ติงเจียน คนที่เคยอ่านบทความของซ่งฝูเซิงต่างพอรู้อยู่บ้าง
ซ่งฝูเซิงเขียนแต่เนื้อๆ
อย่างเช่น หินซงฮวาที่สวยงามในฎีกา เนื้อความที่เขาเขียนมามากมายไม่ได้บอกว่านำไปประดับวังหลวงจะสวยงามขนาดไหน
แต่บอกว่านำไปทดสอบมาแล้วกี่ครั้ง พบว่าเอาไปทำมีดคมมาก
อีกทั้งมีประสบการณ์ที่เคยลงสนามรบ ยิ่งบอกได้ว่าหากเอาหินชนิดนี้ไปทำดาบจะช่วยให้ทหารสู้ได้เก่งขึ้นเพียงใด
ดูก็รู้ว่ามีคำพูดมากมายที่บรรยายได้ไม่หมด
คิดว่าคงอยากบอกแม้แต่วิธีการทำ การซื้อ ราชสำนักควรให้เงินค่าแรงชาวฮุ่ยหนิงอย่างไร การแจกจ่าย ทำปลอกใส่ อยากเล่าความคิดของตัวเองออกมาให้หมด ก็แค่หน้ากระดาษไม่พอ หรืออาจเป็นเพราะไม่กล้าเขียนถึงปัญหาจริงในฎีกาถวายพระพรก็เป็นได้
วิธีเขียนไม่ต่างจากตอนสอบก้งซื่อ
พวกขุนนางของหวงหลงเคยไปรบที่แนวหน้าที่ไหนกัน จะมีสักกี่คนที่เคยเห็นดาบของทหารกับตาตัวเอง
ถ้าไม่มีประสบการณ์แบบนี้ ไม่มีทางบรรยายได้ยืดยาว
ฮ่องเต้มองหยางหมิงหย่วน แต่ในใจนึกถึงซ่งฝูเซิง
ซ่งฝูเซิงโชคดีอีกแล้ว
อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าเจ้าลงไปทำงานจริง
ส่วนขุนนางที่แสนดีพวกนั้นของข้าน่ะหรือ
วันนั้นระหว่างประชุม ฮ่องเต้ได้ให้เหล่าขุนนางใหญ่ดื่มนมผึ้งที่ส่งมาจากเขตหวงหลง
ทั้งยังให้เหล่าขุนนางใหญ่ดูแท่นฝนหมึกที่ทำจากหินซงฮวา เสร็จแล้วฮ่องเต้ก็พูดเหมือนไม่ตั้งใจว่า “นี่เป็นของดีจากฮุ่ยหนิง”