ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 797 ข่าวดีข่าวด่วน / ตอนที่ 798 ข้าจะรอเจ้า ให้เวลาสามปี
ตอนที่ 797 ข่าวดีข่าวด่วน / ตอนที่ 798 ข้าจะรอเจ้า ให้เวลาสามปี
ตอนที่ 797 ข่าวดีข่าวด่วน
ข่าวออกไปต่อเนื่อง ฮือฮาไปตามๆ กัน
บรรดาจิ้นซื่อที่ได้อยู่ทำงานในเมืองหลวงต่างพากันมาที่ร้านของดีจากฮุ่ยหนิง มาสนับสนุนด้วยตัวเอง
ซ่งฝูกุ้ยรู้ดีว่า ในบรรดาคนเหล่านี้ คนที่จริงใจที่สุดคือหยางหมิงหย่วน
พวกเราไม่ได้จับผิด
เขารู้ว่า ถ้าซ่งฝูเซิงพาขบวนมาเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนพวกนี้คงโผล่หน้ามานานแล้ว แทบอยากออกไปรับที่ประตูเมือง ไม่มีทางแค่ส่งบ่าวรับใช้ไปถามที่ร้านม้าพันลี้
แต่พอมีจอหงวนหยางให้เปรียบเทียบก็เลยรู้สึกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
หยางหมิงหย่วน พอเลิกงานก็มาช่วยที่นี่ จอหงวนออกโรงเอง ทั้งยังให้พี่ชายกับแม่มาทำอาหารให้ทุกคนกิน พวกเราไม่ต้องพูดอะไรแต่ก็รู้ดีแก่ใจ
ซ่งฝูกุ้ยตัดสินใจ หยิบแท่นฝนหมึกที่ทำจากหินซงฮวาตรงจุดจัดแสดงที่เหลืออยู่ไม่กี่อันแอบเอาไปยัดให้หยางหมิงหย่วนหนึ่งอัน
“ท่านก็ให้พวกเขาด้วยหรือ” หยางหมิงหย่วนถามทันที คนเคยจนรับของพวกนี้ไม่ไหว ร้อนใจ เล่นแจกหลายอันเลยเหรอ
“เปล่า เจ้าบอกไม่ให้แจกไม่ใช่เหรอ ให้เจ้าคนเดียว เงียบๆ ล่ะ กล่องไม่ต้องเอาหรอก ไม่แถมให้ ยังต้องเอาไปใส่อย่างอื่นอีก เอาไปก็ไม่มีประโยชน์”
“ข้าไม่เอา ตอนนี้แค่อันนี้ก็ราคาสูงแล้ว รีบเอาออกไปขาย อาซ่งต้องทำดาบให้กรมทหารเรื่อยๆ ท่านเข้าใจไหม ข้าเขียนบอกอาซ่งในจดหมายไปชัดเจนแล้ว ความลำบากอยู่ข้างหลัง เขาจะต้องขาดเงินสำหรับจ้างชาวบ้านทำงานอีกเยอะแน่นอน”
“ให้ก็รับไว้ ส่วนเงินค่าแรง ควรให้ชาวบ้านเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น ครอบครัวซ่งของข้าไม่มีทางติดค้าง”
ฝูกุ้ยคิดในใจ
แค่อันนี้อันเดียวไม่ได้ทำให้จนลงหรอก จะลำบากแค่ไหนก็ไม่อยากติดค้างน้ำใจ
ใช้ของมีค่าตอบแทนนี่แหละ
หลังจากที่ซ่งฝูกุ้ยอยู่รับรายการสั่งสินค้ากับรับคนงานในเมืองหลวงเสร็จแล้ว เขาก็พาขบวนไปหาชุยจิ้นซื่อที่อำเภอฝู่หนิงของเกาะฉินหวง เรื่องที่เขาคาดไม่ถึงคือ ชุยจิ้นซื่อนายอำเภอของที่นี่รออยู่นานแล้ว
“ข้าได้ยินมาหมดแล้ว ของดีหลายอย่างถูกส่งเข้าวังหลวง กลายเป็นของพระราชทาน”
ฝูกุ้ยกับกัวคนโตพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ขายหมดแล้ว มีแค่ของตัวอย่างได้หรือไม่ ถ้าพ่อค้าของอำเภอนี้ต้องการซื้อคงต้องรอก่อน”
อะไรคือได้หรือไม่ ต้องได้อยู่แล้ว
แค่รอจะกลัวอะไร
นายอำเภอชุยสหายของซ่งฝูเซิงบอกว่า “พวกเราจะอยู่แค่ในอำเภอที่ข้าปกครองไม่ได้ ใต้เท้าผู้ว่าการเขตเกาะฉินหวงของเราให้คนมาบอกให้พวกเจ้าไปที่ตัวเมืองของเขตด้วย”
“หา?”
เลิกหาเถอะ ใต้เท้าผู้ว่าฯ อยากซื้อแท่นฝนหมึกสักอัน
ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าของสิ่งนี้ราคาแพงหรือไม่ แต่พวกขุนนางที่ขั้นสูงหน่อยต่างรู้สึกว่าถ้าไม่ดำเนินรอยตามฮ่องเต้จะไม่สบายใจ
ยิ่งมีคนซื้อเยอะ คนที่ไม่ได้ซื้อกลับจะกลายเป็นที่สะดุดตา
อีกทั้งระหว่างทางนายอำเภอชุยยังได้เสนอความคิดกำชับฝูกุ้ย อย่าเที่ยวไปตระเวนข้างนอก มาแค่ที่เขาที่เดียวแล้วรีบกลับบ้าน
เพราะตอนนี้ไม่จำเป็นต้องไปนำเสนอของดีจากฮุ่ยหนิงตามแต่ละท้องที่แล้ว ใครบ้างไม่รู้จัก
ดังนั้น กลับไปรอที่ฮุ่ยหนิง รอเศรษฐีของแต่ละที่ไปหาเอง
ขณะที่พูดแบบนี้ แววตาของนายอำเภอชุยกลับสับสน เขามองใบหน้าของซ่งฝูกุ้ยกับกัวคนโตแล้วก็นึกถึงซ่งฝูเซิง
ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ถึงแม้จะเคยคิดว่าซ่งฝูเซิงต้องก้าวหน้ามากแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
เพิ่งแยกกันนานเท่าไร พวกเขารับตำแหน่งยังไม่ทันทำอะไร นายอำเภอซ่งที่อยู่ไกลถึงฮุ่ยหนิงก็สลัดพวกเขาทิ้งห่างไปแล้ว
…
พวกฝูกุ้ยร้อนใจอยากกลับบ้านไวๆ ในกระเป๋าเต็มไปด้วยตั๋วเงินกับพวกจดหมายที่เหล่าสหายจิ้นซื่อฝากไปส่งให้ฝูเซิง
ขณะที่พวกเขาออกจากเกาะฉินหวงอยู่ระหว่างทางมุ่งหน้ากลับบ้าน
ซ่งฝูเซิงสวมเสื้อกันหนาว สวมกางเกงบุฝ้าย ใส่หมวกที่ทำจากหนังเตียว ยืนอยู่เหนือผิวน้ำของแม่น้ำซงฮวากำลังมองพวกคนหนุ่มจับปลาในฤดูหนาว
นี่เป็นวัฒนธรรมทางเหนือของพวกเรา
ได้ยินว่าฤดูหนาวปีไหนจับปลาได้เยอะ ชาวบ้านคิดว่าปีหน้าจะต้องราบรื่นมากแน่นอน แสดงถึงว่ามีกินมีใช้ตลอดปี
เขาที่เป็นนายอำเภอเลยต้องออกมา ร่วมอธิษฐานกับชาวบ้านให้ปีหน้าเป็นปีที่อุดมสมบูรณ์
“หนึ่ง สอง สาม!” พวกคนหนุ่มส่งเสียงตะโกนขณะลากแหจับปลา พบเห็นแคร่เลื่อนได้ทั่วไปบนผืนน้ำแข็ง
“ใต้เท้า ได้ปลาแหแรกแล้วขอรับ”
สองมือของซ่งฝูเซิงซุกอยู่ในแขนเสื้อ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ปลาแหนี้ตัวใหญ่มาก น่าจะขายได้ราคาดี มีกำไรไปซื้อเนื้อมากินบำรุงคนทำงานอย่างพวกเจ้า”
พวกคนหนุ่มกลับตะโกนพร้อมกัน “พวกเราไม่ขาย พวกเราตกลงกันแล้ว ยกให้ใต้เท้าขอรับ”
ปลาแหแรกจะขายแพงมาก เพราะมีความหมายว่าผู้ซื้อจะประสบแต่ความสุข
ในเวลานี้เองเสมียนฉินได้วิ่งมาแต่ไกล ความเร็วเรียกได้ว่าเร็วกว่านี้ก็เหาะแล้ว
ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่หนาวเข้ากระดูกพัดหมวกปลิว พอลงมาถึงพื้นน้ำแข็งก็ล้มหงายหลัง
ตึง เกิดรอยร้าวที่พื้นน้ำแข็ง
ต่อให้เป็นแบบนี้เสมียนฉินก็ยังคงทำเหมือนไม่เจ็บ ยื่นมือออกไปแหกปากตะโกน
“ใต้เท้า!”
มองออกไปไกลกว่านั้นยังมีอีกหลายคนที่กำลังวิ่งมาทางแม่น้ำ เช่น ผู้ช่วยหลี่ว์ รองนายอำเภอพาน พัศดีเฉิน หัวหน้ามือปราบเซียว เป็นต้น
“เกิดอะไรขึ้น” ซ่งฝูเซิงสูดน้ำมูกที่ไหลเพราะหนาว เขาถาม
เกิดอะไรน่ะเหรอ ลองเดาดูสิ
เอาเป็นว่าพวกเรารู้แค่ว่าท่านย่าหม่า แม่ของเจ้า ดีใจจนตัวสั่นอยู่ในร้านขนม กำลังถูกพวกเป่าจูประคองวิ่งกลับที่ว่าการอำเภอ วิ่งคล่องทีเดียว
ภรรยากับลูกสาวของเจ้าสองแม่ลูกออกมาจากเรือนที่ทำงาน
ภรรยาของเจ้ากระโดดขึ้นรถม้า
ลูกสาวเจ้าสวมเสื้อคลุมขนเตียว หวดแส้คุมรถม้าออกไปอย่างคล่องแคล่ว “ไป!”
เสื้อคลุมเตียวปลิวสะบัด หนาวจนแก้มแดง หน้าที่ฉาบลาแมร์ไว้ อีกสักพักก็คงเอาไม่อยู่
ตอนที่ 798 ข้าจะรอเจ้า ให้เวลาสามปี
ข่าวดีถูกประกาศ เลื่อนแล้ว เลื่อนขั้นแล้ว
ฟังจากคนที่มาส่งข่าว ยังได้เน้นย้ำให้แม่กับภรรยาของนายอำเภอซ่งแต่งตัวอย่างสมเกียรติไป
แต่งตัวอย่างสมเกียรติก็หมายความว่าให้พวกนางจัดเต็มไม่ใช่เหรอ
นี่ก็แสดงว่ามีเรื่องดีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน
ถ้าถูกลงโทษมีเหรอจะสั่งให้แต่งตัวจัดเต็ม
เพราะแบบนี้
เวลานี้ก็เลยมีมือยุบยับของพวกยายๆ อยู่บนตัวท่านย่าหม่า พากันช่วยท่านย่าหม่าแต่งตัว
ยายหวังเหยาะน้ำมันใส่ผมใส่ฝ่ามือ ตัวสูงไม่พอเลยเขย่งเท้าใส่น้ำมันให้ท่านย่าหม่าอยู่ด้านหลัง
ยายเถียนนั่งยองอยู่ข้างเท้าท่านย่าหม่า “พี่หม่า ยกเท้า เราต้องเปลี่ยนรองเท้า รองเท้าคู่นี้ของพี่ไม่สวย”
เก่อเอ้อร์นิวช่วยย่าหม่าเปลี่ยนเสื้อผูกเสื้อ
ยายกัวมาพร้อมตะกร้าที่นางเอาไว้แต่งตัวร่ายรำแก้เคล็ด หยิบกระดาษแดงออกมาถูแก้มท่านย่าหม่า
“เจ้าเอามันมาถูทำไม”
“ถูหน่อย จะได้ดูมีชีวิตชีวา…
…มา อ้าปาก ข้าเปลี่ยนแผ่นใหม่ให้ เม้มให้ปากแดงๆ…
…ข้าจะบอกให้นะ เห็นข้าอายุปูนนี้ก็มีเคล็ดลับความงามนะจะบอกให้…
…พวกเราจะไม่ทาหน้าเลยก็ได้ แต่ปากนี่น่ะ ต้องเอาให้แดงหน่อย…
…ต่อให้เป็นคนขี้โรคทาปากแดงหน่อย สีหน้าก็ดูดีขึ้นไม่น้อย”
ต่อมาท่านย่าหม่าก็ถูกพวกยายๆ จับแต่งนั่นแต่งนี่
“แหวนทองล่ะ ใส่ไหม ใส่นิ้วที่สะดุดตาที่สุด”
“ออกไปทั้งที เครื่องประดับต้องจัดเต็ม รีบเอาเครื่องประดับที่ดูดีที่สุดออกมาใส่เร็ว”
“พี่หม่า หัวพี่มันโล่งไปหน่อย เอาแบบนี้ ข้าไปเด็ดใบทองมาติดให้ดีไหม”
ท่านย่าหม่ารีบพูดจนพ่นน้ำลายออกมา “วาง วางลงเดี๋ยวนี้”
ดุเสร็จก็มองหากะละมังน้ำทั่วห้อง
กะละมังล่ะ
เอามาให้นางส่องหน่อย ดูสิว่าแต่งแล้วเป็นยังไงบ้าง
ภายในห้องติดกัน ซ่งฝูหลิงไม่มีเวลาถอดเสื้อคลุม กำลังช่วยแม่ทำผม เปลี่ยนไปใส่ชุดกระโปรงยาว
เฉียนเพ่ยอิงถอดรองเท้ากันหนาว ถอดเสื้อผ้าที่ใส่ทำงานในคลังเก็บของ เปลี่ยนไปใส่ชุดกระโปรงสำหรับฮูหยิน คลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำมีหมวกที่ทำจากขนจิ้งจอก
แม่สามีกับลูกสะใภ้ออกจากห้องมองหน้ากัน คนหนึ่งเสื้อคลุมสีดำ อีกคนเสื้อคลุมสีน้ำตาลเดินออกไปข้างนอก ออกจากเรือนหลังอ้อมไปรอที่ประตูที่ว่าการอำเภอ
ด้านหลังสองคนนี้ตามมาด้วยบรรดาญาติๆ ทั้งหลาย
เวลาแบบนี้ แม้แต่ท่านลุงซ่งที่อาวุโสสุดก็ยังอยู่หลังๆ
แม้แต่ซ่งฝูหลิงที่เป็นลูกสาวก็อยู่ด้านหลัง
“ท่านแม่”
“พี่”
“ท่านย่า”
เรียกอะไรมีหมด
เฉียนเพ่ยอิงหันไปมอง
มีกลุ่มเด็กๆ วิ่งมาแต่ไกล
เข้าใจแล้ว ดูท่าจะมีเจ้าหน้าที่ของอำเภอไปแจ้งพวกเด็กๆ ที่สำนักศึกษาโดยเฉพาะ
ซ่งฝูเซิงกลับมาในเวลานี้
คนจากทั้งสองด้านเดินมาเจอกัน
อีกทั้งด้านหลังเขายังตามมาด้วยชาวบ้านที่ทราบข่าว
ไม่ว่างคุยกับคนในครอบครัว
ซ่งฝูเซิงเดินผ่านกำแพงหลังประตู อยู่ในชุดเสื้อกันหนาวตัวใหญ่กางเกงบุฝ้าย ถูกพวกเจ้าหน้าที่รุมล้อมพาเข้าประตูพิธีการไปเปลี่ยนเป็นชุดขุนนาง
เสมียนฉินคุกเข่า ช่วยซ่งฝูเซิงคาดเข็มขัดอย่างจริงจัง
ซ่งฝูเซิงก้มหน้ามองเขา
เสมียนฉินเงยหน้า แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตันและลึกซึ้ง
เมื่อซ่งฝูเซิงปรากฏตัวอีกครั้งถึงได้พาทุกคนในครอบครัวยืนอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอให้ดี
เขาที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนหันไปมองท่านย่าหม่า แล้วก็มองท่านย่าหม่าอีกรอบ
ทำไมแก้มแดงเหมือนตูดลิงแบบนั้น
พวกเจ้าหน้าที่ปูกระดาษแดงอย่างรวดเร็ว
ก๊อง ก๊อง
เสียงฆ้องเพื่อเตือนว่ามีราชโองการดังขึ้น
ราชโองการเทียบเท่ากับฮ่องเต้เสด็จมาเอง
ราษฎรคุกเข่า!
ขุนนางที่มาจากเมืองหลวงเดินเหยียบกระดาษแดงเข้ามาพร้อมคนติดตามสองฝั่ง ถือราชโองการปรากฏตัว
“นายอำเภอฮุ่ยหนิงซ่งฝูเซิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ซ่งฝูเซิงที่อยู่ในชุดขุนนางสีเขียวขั้นหกคุกเข่าลง
“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชา…
…ซ่งฝูเซิงนายอำเภอฮุ่ยหนิง นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ปราบขุนนางฉ้อฉล แก้ปัญหาผลผลิต กอบกู้บ้านเมือง ดูแลราษฎร จนเป็นที่เลื่องลือ…
…รับใช้บ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์ เป็นแสงสว่างแห่งปวงราษฎร์…
…จึงขอเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ว่าการเขตหวงลง ตำแหน่งขุนนางขั้นสี่”
ซ่งฝูเซิงพอคิดได้ว่าตัวเองอาจได้รับรางวัลหรือเลื่อนตำแหน่ง พวกเหล่าฉินตื่นเต้นกันมาก พากันวิเคราะห์แทนเขามาตลอดทาง
แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เลื่อนขั้นสูงขนาดนี้
พูดตามตรง ก่อนหน้านี้ยังแอบไม่ค่อยพอใจว่าถ้าเลื่อนตำแหน่งไปที่อื่นก็ต้องไปเริ่มใหม่
คิดอยู่ว่าทำอะไรกัน เห็นการรับราชการเป็นเรื่องเล่นๆ เหรอ
ปล่อยให้เขาได้ทำงานอย่างเป็นสุขได้หรือเปล่า เขาต้องมานั่งย้ายบ้านอีก พวกชาวบ้านก็เพิ่งตั้งหลักได้
แต่กลับนึกไม่ถึงว่า…
ตะลึงหนัก
เขากลายเป็นผู้ว่าการเขตแล้ว
ขนาดฝันยังไม่กล้าฝันว่าจะไต่เต้าได้เร็วขนาดนี้
ซ่งฝูเซิงยังขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่น
โดยเฉพาะพวกขุนนางคนอื่น โปรดอภัยที่พวกเขาไม่แม้แต่จะเคยได้ยินว่ามีการเลื่อนตำแหน่งข้ามขั้นแบบนี้ด้วย
เสมียนฉิน ผู้ช่วยหลี่ว์ รองนายอำเภอพาน และคนอื่นๆ ที่คุกเข่าอยู่ต่างตะลึงงัน
ท่านลุงซ่งที่อยู่ในกลุ่มคนคำนับให้ราชโองการอย่างตั้งใจ พอเงยหน้าอีกครั้งก็รู้สึกงุนงง
เวลานี้ท่านย่าหม่าไม่ใช่แค่ตัวสั่นธรรมดาแล้ว เหมือนหนาวจนแทบชักกระตุกมากกว่า
และเรื่องที่ทำให้นางใจเต้นแรงยิ่งกว่าคือ ราชโองการยังไม่จบ มีเอ่ยถึงนางด้วย
“…หม่าซื่อ มารดาของซ่งฝูเซิง แม้เป็นหญิงสามัญชน แต่เพียบพร้อมด้วยศีลธรรม เห็นสมควรพระราชทานยศกงเหรินเพื่อเป็นเกียรติ”
ท่านย่าหม่าใช้สองมือรับชุดพระราชทาน
พูดด้วยปากที่สั่น “ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ถัดจากท่านย่าหม่าก็ยังมีอ่านต่อ
“…เฉียนซื่อ ภรรยาของซ่งฝูเซิง สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว…
…ความเจริญก้าวหน้าของสามี ย่อมเป็นเกียรติของภรรยา…
…เห็นสมควรพระราชทานยศกงเหรินเพื่อเป็นเกียรติ…
…จบราชโองการ”
เฉียนเพ่ยอิงคุกเข่าอยู่ด้านหลังยังไม่ทันทำอะไร
ซ่งฝูเซิงที่อยู่ด้านหน้าในที่สุดก็ฉีกยิ้มภูมิใจที่ได้เป็นผู้ว่าการเขต
ได้ยินหรือเปล่าเพ่ยอิง
ความหมายในราชโองการก็คือ สามีเจ้าสุดยอดมาก เจ้าก็สุดยอดเหมือนกัน ดีใจไหม
เจ้าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว ผู้หญิงทั่วไปเห็นเจ้าต้องคุกเข่าให้ เจ้าเป็นสตรีแห่งราชสำนัก มียศขั้นสี่
ในที่สุดเขาซ่งฝูเซิงก็ทำให้ภรรยามียศติดตัวได้แล้ว
ความดีใจที่อยู่ในใจซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงคงไม่ต้องพูดถึงแล้ว
ซ่งฝูหลิงคุกเข่าอยู่แถวหลัง ยิ้มหน้าบาน แต่ในใจกลับคิดว่า
ชิ จบราชโองการแล้ว อ่านจบแล้ว ไม่เห็นมีพูดถึงนางที่เป็นลูกสาวเลย
เห็นหรือยัง นี่แหละความโชคร้ายของยุคโบราณ
อยู่ที่นี่ต้องรู้จักมีลูกชาย อย่างท่านย่าของนาง ลูกได้ดีแม่ก็มีเกียรติตามไปด้วย
หรือไม่ก็ต้องรู้จักเลือกคนแต่งงานด้วย อย่างแม่ของนางถูกจัดอยู่ในแบบฉบับของภรรยามีเกียรติเพราะสามีได้ดี
ส่วนนางที่เป็นลูกสาวน่ะเหรอ มีพ่อดีก็ได้ประโยชน์อยู่บ้าง
แต่ที่นี่มีแนวคิดอยู่อย่าง ลูกสาวคือคนแซ่อื่น
ซึ่งก็หมายความว่า ต่อให้ครอบครัวตัวเองจะเจริญรุ่งเรืองแค่ไหน ต่อให้พ่อจะรักมากเลี้ยงดูแบบราชา แต่ในสายตาคนนอก ชื่อเสียงและผลประโยชน์ของบ้านเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับลูกสาวเลยสักนิด น้อยมากที่จะตกมาถึงลูกสาว
ในสายตาคนนอก หลานชายอย่างซ่งจินเป่ายังจะได้อาศัยใบบุญเสียมากกว่า
…
วันนี้นอกจากซ่งฝูเซิงจะได้รับราชโองการแล้ว ยังได้ของขวัญจากฮ่องเต้อีกด้วย
ของขวัญชิ้นนี้มีความหมายลึกซึ้ง
ชุดขุนนางราชสำนักขั้นสาม
ข้ารอเจ้าอยู่ที่เมืองหลวง
เจ้าได้เลื่อนขึ้นขั้นสามเมื่อไหร่ก็ใส่ชุดขุนนางชุดนี้ที่ข้ามอบให้มาเข้าเฝ้าในเมืองหลวง
ขุนนางประกาศราชโองการมาพร้อมภารกิจ ตั้งใจสังเกตสีหน้าของผู้ว่าฯ ซ่งเป็นพิเศษ
พบว่ามองผิวเผินซ่งฝูเซิงดูสุขุม แต่ในความเป็นจริงตื่นเต้นมาก มือที่ถือของขวัญสั่นเล็กน้อย
นอกจากนี้เกี่ยวกับตำแหน่งนายอำเภอฮุ่ยหนิง ซ่งฝูเซิงเท่ากับว่าเป็นผู้ว่าการเขตควบนายอำเภอ
เพราะฮ่องเต้มีราชโองการอย่างกะทันหัน จะส่งนายอำเภอคนใหม่มาในภายหลัง แต่ก่อนหน้านั้นให้ผู้ว่าฯ ซ่งดูแลฮุ่ยหนิงไปก่อน