ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 801-2 มือซ้ายกำผืนดิน มือขวากำท้องฟ้า
ตอนที่ 801-2 มือซ้ายกำผืนดิน มือขวากำท้องฟ้า
ด้วยเหตุนี้ เย็นวันนี้ข่าวก็ไปถึงหมู่บ้านโจวจยา
จังหวะดีมาก ชุ่ยหลานกำลังถูกแม่สามีดุ บอกว่าชุ่ยหลานเป็นฮูหยินแต่กลับไม่ดูแลหลานของนางให้ดี หลานถึงได้ลื่นล้มหัวฟาดบนพื้นน้ำแข็ง ข่าวมาถึงในเรือนเวลานี้พอดี
แม่สามีของชุ่ยหลาน “…ไอ๊หยา นี่เป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดเลยนะ ยินดีด้วยจริงๆ”
ตอนเย็นยังได้ให้สาวใช้ไปเรียกชุ่ยหลานมากินข้าวด้วย เพราะพ่อสามีของชุ่ยหลานสั่งมา
ขณะกินข้าวก็แสดงออกว่า อย่าโมโหไปเลย เด็กยังเล็ก ดูแลไม่ทั่วถึงก็ไม่เป็นไร
ตกกลางคืน ชุ่ยหลานที่อยู่ในอ้อมกอดสามีพูดถึงการเป็นแม่เลี้ยงด้วยความน้อยใจ เข้มงวดเกินไปก็ไม่ได้ หาว่าจงใจกลั่นแกล้งลูกเลี้ยง พอไม่เข้มงวดก็ถูกหาว่านางจงใจทำให้ลูกเลี้ยงเสียคน กำลังพยายามมีลูกชายเป็นของตัวเอง มีอารมณ์ดูแลลูกเลี้ยงที่ไหนกัน
เป็นครั้งแรกที่สามีของนางตั้งใจฟัง ทั้งยังตบบ่าชุ่ยหลานปลอบใจ
หมอมอสูงวัยที่รับใช้ข้างกายชุ่ยหลานกำลังดูสาวใช้ต้มน้ำอยู่ข้างนอก แอบส่ายหน้าบ่นอยู่ในใจ
เจ้านายคนนี้ก็จริงๆ เลย เอะอะก็เอาแต่พึ่งบารมีของพี่ชายตัวเอง
แต่ก็ถือเป็นวาสนา คนอื่นอยากได้แบบนี้ก็ยังไม่มี
วกกลับมาเข้าประเด็น แม้แต่หมอมอสูงวัยก็ยังนึกสงสัย เจ้าบ้านของครอบครัวซ่งที่เจ้านายนางชอบพูดถึงมีลักษณะอย่างไรกันแน่ เมื่อก่อนครอบครัวใหญ่ที่นางไปรับใช้ก็มีฐานะพอสมควร ไม่เคยได้ยินการเลื่อนขั้นแบบนี้มาก่อน
ส่วนคนที่มาส่งข่าวอย่างต้าหลัง หูจือ สุ่ยเถียน วันต่อมาก็ไปเข้างานตามปกติ กลับไปเซ่นไหว้ที่หมู่บ้านไม่ได้ แต่พวกเขาก็ขอลาหยุดอีกหนึ่งชั่วยาม
พวกเพื่อนร่วมงานต่างคิดว่ายุ่งเพราะในครอบครัวมีเรื่องใหญ่ที่น่ายินดี
แต่กลับไม่คิดว่า วันนี้เด็กหนุ่มทั้งสามคนจะไปปรากฏตัวที่ถนนเส้นหนึ่งแถวสำนักศึกษา
“เป่าจื่อ”
เป่าจื่อลูกหลี่ซิ่ว สะพายกระเป๋าหนังสือ เดิมทีกำลังเดินย่ำหิมะเล่นระหว่างทางไปร้านขนม พอได้ยินเสียงต้าหลังก็เงยหน้าทันที
เห็นพี่ชายทั้งสามอยู่ในชุดของทางการที่มีเกียรติ ยืนเรียงแถวหน้ากระดานเท้าเอวยิ้มให้เขา
“พี่!”
ทั้งสามคนร้องตอบเป็นเสียงเดียวกัน “อื้อ”
ใบหน้าของเป่าจื่อไม่มีอารมณ์เซ็งอีกต่อไป กางสองแขนวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ ขณะวิ่งก็ตะโกนไปด้วยว่า “พี่ๆ”
สุ่ยเถียนอุ้มเป่าจื่อขึ้นมา เสร็จแล้วก็โยนให้ต้าหลัง ต้าหลังโยนให้หูจือ ทั้งสามคนโยนเป่าจื่อเล่น เล่นเสร็จก็แบกไว้บนบ่าหันกลับไปมองพวกเด็กๆ ที่เลิกเรียนกลับบ้าน เด็กบางคนมีบ่าวรับใช้ติดตาม “บอกมาซิว่าใครแกล้งเจ้า เมื่อวานร้องไห้กลับบ้าน พี่ชายจะจัดการให้”
พวกเด็กโตพากันเงียบ บ้างก็หลบสายตาไปมองที่อื่น
วันนี้เสี่ยวเป่ารู้สึกว่าเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมา
เขาจูงมือพี่ชายที่สวมชุดเจ้าหน้าที่ทางการ ด้านหลังก็มีพี่ชายที่ช่วยเขาถือกระเป๋าหนังสือ
ถึงแม้เขาจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะว่าไม่มีพ่อ แต่ก็มีคนในครอบครัวมารับเขาหลังเลิกเรียน
ถ้ามีคนกล้ารังแกเขาอีก หึ พอถึงเวลาเขาจะบอกทุกคนเอาให้ตกใจตายไปเลย เขามีพี่ชายหลายสิบคน นี่ยังแค่สามคน พี่จินเป่ากับพี่หมี่โซ่วยังไม่ออกมาเลยนะ ถ้าออกมาล่ะก็ คนละหมัดก็ทำพวกเจ้าฟันร่วงได้แล้ว
หลี่ซิ่วไม่รู้เรื่องนี้ รู้แค่ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งพวกต้าหลังมักมากินข้าวที่ร้านขนมบ่อยๆ แต่งตัวชุดทำงาน ไม่ว่าใครมาก็จะคุยเล่นกับเสี่ยวเป่าอยู่สักพัก
หมู่บ้านเหรินจยา
หัวหน้าตระกูลเริ่นที่เจ็บกระเสาะกระแสะ รั้นจะถอดเสื้อกันหนาวให้ได้ เปลี่ยนไปใส่ชุดตัวยาวที่สุภาพ
นำคนทั้งหมู่บ้านคำนับฟ้า คำนับฮ่องเต้ ขอบคุณที่ทำให้จิ้นซื่อฝูเซิงของหมู่บ้านเราก้าวหน้าไปหลายขั้น สร้างเกียรติให้หมู่บ้านเหรินจยา
“คำนับ”
ที่นี่เท่ากับเป็นภูมิลำเนา ภายใต้สถานการณ์ที่ซ่งฝูเซิงกลับบ้านเกิดไม่ได้ คนทั้งหมู่บ้านได้ขนของกินดีๆ ออกมาจัดวางให้อย่างเต็มใจ เพื่อคำนับขอบคุณสวรรค์แทนซ่งฝูเซิง
พวกชาวบ้านดีใจกันมาก
นี่ก็เท่ากับว่านับจากนี้ไปพวกเขามีคนคุ้มครองแล้ว
ออกไปเดินข้างนอก แค่พูดชื่อท่านซ่ง ใครจะกล้าดูถูกกลั่นแกล้งพวกเขาได้
ถ้ากล้ามีอะไรที่ไม่ยุติธรรม พวกเขาก็มีช่องทางเอาเรื่องแล้ว
ป้าอ้วนตั้งท้องแล้ว ปากเคี้ยวพุทราดองหัวเราะเสียงดัง “ปีหน้าท่านผู้ว่าหัวหน้าของพวกเราจะกลับมาได้หรือเปล่า”
พวกยายๆ อย่างสะใภ้เก้าตบมือพลางพูด “ข้าคิดถึงท่านย่าหม่าไม่ไหวแล้ว ตั้งหน้าตั้งตารอ ทำไมปีนี้ไม่กลับมาด้วยล่ะ”
ครอบครัวในหมู่บ้านที่แต่งงานกับลูกสาวครอบครัวกัว แม่ผัวมากับลูกสะใภ้ ต่างยิ้มหน้าบาน ยังไม่ตั้งท้องตั้งแต่แต่งงานก็ไม่เคยเร่ง ตราบใดที่หมอบอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรก็ได้หมด ร่างกายไม่มีปัญหาก็ไม่รีบ ปลงได้แล้ว ลิขิตสวรรค์ทั้งนั้น ไม่อยากชักสีหน้าใส่ลูกสะใภ้
วันนี้ต้ายาตั้งใจกลับมาที่หมู่บ้าน ใส่เสื้อกันหนาวสีแดงที่ประดับขนจิ้งจอก ตามคนในหมู่บ้านไปกราบไหว้ด้วยกัน ไหว้เสร็จก็เข้าบ้านไปเก็บของพร้อมสามี
ห้องหับเยอะมาก เก็บกันอยู่ครึ่งค่อนวัน
ระหว่างเก็บของก็วางแผนไปด้วย
อาสามเขียนจดหมายมาถึงพ่อสามีนาง ฝากร้านม้าพันลี้เอามาให้ บอกให้พ่อสามีไปเลือกขนสัตว์ที่นู่น พวกหนังสัตว์ที่กระจายอยู่ข้างนอกก็ดูว่าจะยกให้คนที่ไว้ใจได้ไหม
และเรื่องที่ทำให้ต้ายาดีใจที่สุดคือ อาสามยังให้พานางกับสามีไปด้วย สามีนางต้องไปเรียนรู้การทำบัญชี จากนั้นสามีกับนางก็จะไปเฝ้าร้านของดีจากฮุ่ยหนิงในเมืองหลวง ขายของเก็บเงิน
บอกว่าตอนนี้ที่นั่นจ้างคนอยู่ มีเงินเข้ามาเยอะมาก นานวันเข้าไม่น่าไว้ใจเท่าไร
นับตั้งแต่พ่อสามีได้รับจดหมายฉบับนั้นก็ดีใจจนดื่มหนักไปสองครั้ง ตอนกินข้าวก็มักพูดถึงอาสามอย่างนั้นอย่างนี้ เรียกว่าน้องข้า ไม่ใช้คำเรียกแบบคนที่เกี่ยวดองกันแล้ว เรียกเป็นพี่น้อง
ตอนนี้อาสามได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ว่าการเขตแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พ่อสามีของนางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนฝันไป หัวเราะจนตื่น
“ท่านพี่ ข้าจะไปตักน้ำมาใส่โอ่ง ไม่ต้องสนหรอกว่าจะมีคนใช้หรือไม่ ใกล้ปีใหม่แล้วต้องเติมน้ำให้เต็มโอ่ง”
สุยเซ่าปัวพยักหน้า “เดี๋ยวกลับไปเจ้าเตือนข้าด้วย ให้ซื้อปลามาส่งที่นี่ก่อนปีใหม่ เจ้าก็บอกพวกพี่ชายด้วยว่าให้เอาโคมแดงกับคำอวยพรมาติดหน้าบ้าน”
“ท่านพี่ ข้าไม่ได้ถามท่านมาตลอด พวกเราสองคนต้องตามไปฮุ่ยหนิง ดูทรงวันหน้ายังต้องไปเมืองหลวง ท่านแม่จะไม่พอใจหรือไม่”
“ไม่ใช่ฮุ่ยหนิง เจ้าพูดผิดอีกแล้ว หวงหลงต่างหาก”
สองสามีภรรยาหัวเราะอย่างรู้กัน นั่นสินะ เป็นผู้ว่าการเขตแล้ว
จากนั้นเซ่าปัวถึงบอกว่า ไม่พอใจที่ไหนกัน ดีไม่ดีแม่ของเขาอยากพาน้องชายตามพ่อไปด้วยซ้ำ ติดตรงที่ว่าไม่มีใครดูแลท่านย่า
ท่านพ่อไม่อยากเอาท่านย่าไปฝากลุงใหญ่เลี้ยงดู เลี้ยงมากว่าค่อนชีวิตแล้ว ขอเพียงแต่อยู่บ้านก็จะกินข้าวคุยกับท่านย่าตลอด แม้ท่านย่าจะเลอะเลือนแล้วก็ตาม ยกให้คนอื่นดูแลเขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
ท่านพ่อมักพูดเสมอว่า มีแม่อยู่พวกเราก็ยังเป็นเด็ก ถ้าไม่มีแม่แล้วจะทำอย่างไร
เรื่องที่เซ่าปัวไม่ได้พูดออกไปคือ ท่านแม่พอใจในตัวต้ายามาก เป็นเพราะทุกคนในครอบครัวของเขาต่างจดจำไว้ว่าอาสามเคยช่วยชีวิตพ่อกับเขาไว้
ก่อนที่ต้ายาจะแต่งเข้ามา ท่านแม่มักพูดเสมอว่าต้องขอบคุณอาสามตลอดชีวิต บุญคุณนี้ตอบแทนทั้งชีวิตก็ยังไม่พอ
ท่านพ่อได้กำชับว่า พวกเจ้าสองคนต้องรักกันให้ดี บ้านเราแต่งกับลูกสาวของครอบครัวซ่งเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ไหนกัน นางไม่ได้จมูกแหว่งตาบอดเสียหน่อย จำเป็นต้องมาแต่งเข้าบ้านเราด้วยเหรอ คนข้างนอกแย่งกันจะตายรู้หรือเปล่า
อย่าเอาแต่พูดเรื่องบุญคุณ ลูกสะใภ้ได้ยินเข้าจะรู้สึกไม่ดี เดี๋ยวจะคิดมากว่าที่แต่งเพราะเรื่องบุญคุณ รู้ว่าต้องดูแลให้ดีก็พอแล้ว
ต้ายาก็เลยชอบคิดมากไปเองอยู่เสมอ กลัวแม่สามีจะไม่พอใจ
ในความเป็นจริงมีที่ไหนกัน ท่านแม่ของเขากลับต้องคอยยับยั้งตัวเองไม่ให้ดีกับต้ายาเกินไป กลัวลูกสะใภ้จะคิดว่าทำดีด้วยเพราะเรื่องบุญคุณ
…
สิบวันต่อมา ขบวนยาวเหยียดก็กลับมาถึง
ขบวนนี้ลำบากกันมาก เท้าแข็งเจ็บแตกไปหมด ใบหน้าที่คลุมมิดชิดก็เต็มไปด้วยน้ำแข็งเกาะ
โดยเฉพาะฝูกุ้ย ระหว่างทางแวะพักตอนกลางคืนยังถูกทรมานจนตื่น
ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย
มักมีคนสะดุ้งตื่นเพื่อมาดูตรงอกเขาว่าตั๋วเงินยังอยู่หรือเปล่า
โดยเฉพาะกัวคนโตกับซ่งฝูโซ่ว ชอบมาคุกคามเขาอยู่เรื่อย
ตอนยังไม่เข้าเมืองพวกฝูกุ้ยก็ยังงงอยู่ว่าทำไมวันนี้ชาวบ้านจำนวนมากต่างรีบร้อนเข้าเมือง
เวลานี้พวก ‘คนซื่อบื้อ’ ยังไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่นายอำเภอซ่งย้ายไป
ซ่งฝูเซิงอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ พูดไม่ออก
พวกชาวบ้านที่มาส่งก็ไม่ส่งเสียง เอาแต่จ้องมองใต้เท้า
“ข้า…ทุกคนอย่าอย่างนี้สิ ข้าไม่ได้จะทอดทิ้งทุกคนแล้ว ข้ายังคงเป็นนายอำเภอของทุกคนนะ”