ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 804-2 นับตั้งแต่พ่อสอบได้ ข้าก็เจอแต่เรื่องเซอร์ไพรส์
ตอนที่ 804-2 นับตั้งแต่พ่อสอบได้ ข้าก็เจอแต่เรื่องเซอร์ไพรส์
เสมียนฉินกับเจ้าหน้าที่จดบันทึกอีกสามคนวางพู่กันลง ยืนขึ้นทันที นำทุกคนปรบมือ
ในบรรดาเจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ มีคนไม่เข้าใจ แต่พอเห็นเสมียนฉินที่อยู่ด้านหลังผู้ว่าฯ ซ่งยืนขึ้น ทำท่าให้ทุกคนปรบมือ แบบนั้นก็เข้าใจแล้ว
ประชุมครั้งแรกจบลงอย่างสมบูรณ์
ซ่งฝูเซิงยืนขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่น
ขณะที่เขาเดินไปก็ได้ตบบ่าขุนนางคนอื่นๆ เพื่อให้กำลังใจ
เย็นวันนี้ ซ่งฝูเซิงที่แต่งตัวแบบชาวบ้านธรรมดาได้พาเฉียนเพ่ยอิงไปเยี่ยมสำนักศึกษาใหญ่ของท้องถิ่นเพื่อจัดการเรื่องเข้าเรียนของพวกหมี่โซ่ว ขณะเดียวกันทางบ้านพักเจ้าหน้าที่ราชการก็ยังมีแสงตะเกียงสว่างไสวอยู่
เจ้าหน้าที่เหล่านี้เขียนกันจนมือจะหักแล้ว
เพราะผู้ช่วยหลี่ว์ที่อยู่ด้านหน้ากำลังสั่งสอน
เล่าประสบการณ์อันล้ำค่าของฮุ่ยหนิงให้ฟัง ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดการให้ทุกคนฟัง
เรื่องใหญ่ก็เช่น จะระดมพ่อค้ารายใหญ่หรือเศรษฐีท้องถิ่นได้อย่างไร ทางการออกหน้าเป็นคนกลางอย่างไรถึงทำให้พวกพ่อค้าเศรษฐีท้องถิ่นยอมหลีกทางเรื่องผลประโยชน์ ราคาสินค้าต่างๆ ก็ลดต่ำลง
ทางการมีนโยบายอำนวยความสะดวกอย่างไรให้พวกพ่อค้าเหล่านี้
อีกทั้งทางการจะออกหน้าช่วยขบวนพ่อค้าติดต่อม้าพันลี้ เพื่อที่ว่าไม่เพียงแต่การขนสินค้าจะปลอดภัย ยังจะนำเข้าสินค้าเช่นแอปเปิ้ลมาให้ด้วย ม้าพันลี้ช่วยขนแอปเปิ้ลที่ราคาถูกที่สุดมาให้ได้ ผ้าทอจากเมืองหลวงก็หาราคาถูกที่สุดมาให้ได้ เป็นต้น
เรื่องเล็กก็อย่างเช่น ติดประกาศที่หน้าประตู ทางการต้องเป็นผู้รับประกันให้ทั้งสองฝ่าย เพื่อให้พ่อค้าสะดวกจัดหาแรงงาน ชาวบ้านสะดวกหางาน ทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่เจอสถานการณ์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูก
ถึงขั้นที่ผู้ช่วยหลี่ว์ยังพูดอีกว่า จากประสบการณ์ที่เขาทำงานในที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหนิงมาสิบกว่าปี สิ่งที่แตกต่างไปมากนับตั้งแต่ใต้เท้าผู้ว่าฯ มาเป็นนายอำเภอก็คือ ขั้นตอนไม่ซับซ้อนยิบย่อย
อยู่ฮุ่ยหนิง การพบเจอเจ้าหน้าที่ทางการไม่ใช่เรื่องยาก
เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรจะตั้งโต๊ะให้ความรู้ในส่วนที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ อย่างเช่นถ้ามีหลี่เจิ้งของหมู่บ้านไหนเอาของดีของท้องถิ่นมา เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรยังจะช่วยจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นมาช่วยดูอีกด้วย
อย่างไรเสียหลี่เจิ้งกับชาวบ้านก็มีข้อจำกัดเรื่องการหาตัวผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าทางอำเภอออกหน้าให้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว
ระหว่างที่ผู้ช่วยหลี่ว์กำลังพูด เจ้าหน้าที่ที่นั่งจดอยู่ก็แอบส่ายหน้าพลางหัวเราะอยู่ในใจ
ก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดอยากเชิญมาเป็นแขกเพื่อถามเกี่ยวกับการทำงานของผู้ว่าฯ คนใหม่ เพราะตอนนั้นไม่ว่าจะสืบอย่างไรก็ไม่ได้ความ
ตอนนี้ไม่ต้องไปสืบที่ไหนแล้ว เขาบอกให้ฟังโดยตรง
และก็มีเจ้าหน้าที่บางคนที่จดไปคิดไป เห็นทีจุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดของผู้ว่าฯ คนใหม่คือทำให้เร็ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เวลาจะทำอะไรพวกขุนนางคนอื่นๆ ก็จะยื้อแล้วยื้ออีกเพราะอ้างว่าติดปัญหาสารพัด
ผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ารับตำแหน่ง หากพวกเขากล้าลีลา จากปีนี้ยื้อไปปีหน้า อ้างว่ารอพ้นปีใหม่ก่อน บอกว่าหิมะตกหนัก ทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินเรื่องที่ใต้เท้าประชุม รับรองพวกเขาไม่รอดแน่
อย่าเห็นว่าใต้เท้าเพิ่งพูดไปว่า มาเข้ารับตำแหน่งไม่ได้เพื่อเล่นงานใครเป็นพิเศษ
อย่าเชื่อคำพูดนั้นให้มากเกินไป ก็ลองกล้าไม่ตั้งใจทำงานดูสิ ไร้ความสามารถเมื่อไรก็ถอดทิ้งทันที
เพราะแบบนี้วันต่อมา ซ่งฝูเซิงเพิ่งเข้าห้องทำงาน เสมียนฉินก็วางกาน้ำชาลง เอาฝาปิดถ้วยชาไว้ หยิบกระดาษหลายแผ่นบนโต๊ะตัวเองมารายงานให้เขาฟัง มีนายอำเภอหลายคนอยากข้ามขั้นมาเข้าพบใต้เท้าโดยอ้างว่าจะเอาบันทึกพวกนี้มาส่ง
ขณะที่ซ่งฝูเซิงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอ่านบันทึกพวกนี้ เจ้าหน้าที่จดบันทึกอีกสามคนก็ทำงานกันอย่างเงียบๆ รดน้ำต้นไม้บ้าง เช็ดชั้นหนังสือบ้าง เขี่ยถ่านที่กำลังแดงอยู่บ้าง
เสมียนฉินยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานกำลังฝนหมึก
ตอนนี้หลังจากที่ซ่งฝูเซิงกลายเป็นผู้ว่าการเขตก็แตกต่างจากตอนอยู่ฮุ่ยหนิง นั่งอยู่ในห้องทำงานใหญ่
เขามีห้องทำงานของตัวเอง ขณะเดียวกันห้องด้านนอกที่ติดกันก็มีโต๊ะทำงานของเลขาสี่คนกับห้องรับรองแขกหนึ่งห้อง ขุนนางระดับล่างจะเข้ามาหาต้องผ่านห้องทำงานเลขาก่อนแล้วให้เสมียนฉินเข้ามาบอก
ไม่นานบรรดานายอำเภอที่รออยู่บนพื้นหิมะด้านนอกก็ถูกเรียกเข้ามาที่ห้องรับรอง
ต่อมาแต่ละคนก็ถูกเรียกเข้าไปคุยกับใต้เท้าผู้ว่าฯ เป็นการส่วนตัวข้างในห้อง
“ใต้เท้า”
“นายอำเภอสวี่หนาวหรือ ไม่ต้องเครียด ยืดตัวตรง”
“ขอรับใต้เท้า ข้าเสียมารยาทแล้ว”
พูดตามตรง ยิ่งซ่งฝูเซิงทำตัวเป็นกันเอง พวกเขาก็ยิ่งกดดัน
ก็ไม่รู้ทำไม เมื่อเทียบกับตอนผู้ว่าฯ เถา ใต้เท้าท่านนี้น่าเกรงกลัวกว่าอีก
“ใต้เท้า เมื่อวานหลังจากข้าฟังใต้เท้าจบก็เหมือนได้เห็นทางสว่าง เหมือน…”
ซ่งฝูเซิงยกมือห้าม “ไม่ต้องสาธยายอะไรมาก ข้าเกลียดพวกนี้ที่สุด เข้าประเด็น”
ดูเอาแล้วกัน ยังไม่ทันพูดจบ ผู้ว่าฯ ซ่งจะเป็นคนใจดีได้อย่างไร
“ใต้เท้า ทะเลสาบฉากานมีปลาแหวกว่าย ลุ่มน้ำอุดมสมบูรณ์ มีปลากหลากหลายชนิด มีทั้งปลาหัวโต ปลาหมี ปลาฮวาเหลียน ปลาเฮยเหลียน ปลาซง…”
ใช้ได้ คนต่อไป
ซ่งฝูเซิงคิดในใจ ต้องจัดหนักที่ทะเลสาบฉากาน เขายินดีต้อนรับพวกพ่อค้าจากแต่ละท้องที่มาซื้อปลาที่ทะเลสาบฉากาน วันหน้ายิ่งต้องประกาศจัดงานนิทรรศการจับปลาฤดูหนาวที่ทะเลสาบฉากาน
“ใต้เท้า เมื่อคืนข้าคิดไปคิดมา อำเภอของข้าเต็มไปด้วยต้นสน ชาวบ้านในอำเภอมีหลายครอบครัวใหญ่ที่เลี้ยงกวาง ตั้งตัวได้เพราะอาชีพนี้ กวางดอกเหมย กวางวิ่งเต็มป่า ต้นสนสูงตระหง่าน…”
ใช้ได้ อย่าเอาแต่ล่าสัตว์ ทางที่ดีเลี้ยงสัตว์เพาะปลูกด้วย
อย่างเห็ดหูหนูก็เหมือนกัน พวกเราเพาะเองได้ ทำให้ราคาต่ำลง
ส่วนกวางยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ ทางการออกหน้า ให้ชาวบ้านเลี้ยงกวางดอกเหมย
เลี้ยงอย่างไร ต้องไปเลี้ยงแถวไหน เวลาเลี้ยงมีปัญหาอะไรบ้าง กลับไปเขียนรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มา
หา?
หดถอยตามสัญชาตญาณ
แต่เพียงแค่ชั่วพริบตานายอำเภอคนนี้ก็พูดขึ้นด้วยความภูมิใจ “ขอรับใต้เท้า” ไม่ต้องฉลองปีใหม่แล้ว ต้องไปลงพื้นที่หน่อย ศึกษาเรื่องเลี้ยงกวางให้ถ่องแท้ จะนำรายงานมามอบให้เร็วที่สุด
นายอำเภออีกคนหนึ่งเดินเข้ามาคารวะ
“ใต้เท้า ข้าน้อยฮั่นเหยียน ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ปีนี้ค้างส่วยเสบียงอีกแล้ว”
ชาวบ้านที่นั่นยากจน
“แต่ชาวบ้านหลายคนในอำเภอแกะสลักไม้กับวาดภาพบนเปลือกไม้เป็น ถึงแม้ของพวกนี้จะไม่มีราคา แต่ข้าได้ยินมาว่ามีชาวบ้านหลายคนมักจะหาบเข้าไปขายในตัวเมือง มีคนรับซื้อโดยเฉพาะขอรับ”
มีคนรับซื้อก็แสดงว่ามีกำไร
เมื่อวานใต้เท้าพูดในที่ประชุม ของเล็กน้อยก็เป็นเงินเป็นทอง เห็ดหูหนูที่พบเห็นได้ทั่วไป เจ้าคิดว่ามันไม่มีราคา นั่นเป็นเพราะเจ้าคิดไปเอง
เมื่อวานเขานอนคิดอยู่ครึ่งค่อนคืน เช่นนั้นพวกเขาจะเอางานแกะสลักไม้ที่ไม่สะดุดตาพวกนี้แล้วกัน เกิดมันไปได้สวยล่ะ
อืม ไม่เลว
ซ่งฝูเซิงถามอย่างละเอียดอีกหลายคำถามแล้วให้กลับไปจัดการมา
“ใต้เท้า ข้าขอพูดอะไรที่เสียมารยาทสักหน่อย ที่อำเภอของข้ามีกบป่าเยอะกว่าฮุ่ยหนิงเสียอีก มีพ่อค้าสมุนไพรหลายคนจะไปรับซื้อกบป่าในหมู่บ้านที่อำเภอข้าขอรับ”
ซ่งฝูเซิงคิดในใจ เช่นนั้นจะขายปลีกไม่ได้แล้ว ปีแรกต้องช่วยกันจับสัตว์ป่ามา รวมกลุ่มไปรับซื้อ รีดเอาน้ำมันกบป่า ต้องขนออกไปขายอย่างมีแบบแผนเพื่อให้ได้ราคาดี จากนั้นก็หักต้นทุน เอากำไรส่วนหนึ่งมาเลี้ยงกบเอง สร้างเป็นแหล่งเพาะพันธุ์กบป่าได้
ซ่งฝูเซิงมีโครงการอยู่ในใจ
บนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ เขาต้องการมีแหล่งเพาะพันธุ์กบป่า ต้องมีคอกกวาง ต้องมีแหล่งทดลองปลูกโสมภูเขา ต้องมีแหล่งเพาะเห็ดหูหนู ต้องมีการขนข้าวสารของทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นกระสอบๆ ไปขาย ต้องมีแหล่งผลิตงานหัตถกรรม โรงงานหนังสัตว์ เป็นต้น
เขาไม่อยากให้คนของหวงหลงต้องลำบากออกไปเร่ขายสินค้าอีกแล้ว แต่พ่อค้าของแต่ละท้องที่จะมาหาซื้อสินค้าที่หวงหลงเอง
พอถึงตอนนั้นเขาจะจัดงานแสดงสินค้าในแต่ละท้องที่ ทำแบบขายส่ง พลาดแล้วจะเสียใจ ต้อนรับผู้คนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ เพิ่มรายได้ให้พวกภัตตาคารกับโรงเตี๊ยม กระตุ้นเศรษฐกิจในทุกด้าน
…
ปีใหม่นี้ซ่งฝูเซิงนั่งอยู่ในห้องทำงานของผู้ว่าการเขตออกคำสั่งอย่างไม่หยุดหย่อน ทำงานตามกำหนดเวลา
ที่เรือนหลัง ท่านลุงซ่งรับของขวัญจนถึงขั้นที่รู้สึกหวาดกลัว
การค้าของร้านขนมย่าหม่าก็ขายดิบขายดี
ก็ยังคงต้องรับของขวัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกฝ่ายก็ไม่ได้ไหว้วานเรื่องอะไรแค่อยากจะมาดูร้านให้ได้ แล้วจะไล่ได้เหรอ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีของขวัญที่มาจากพื้นที่อื่น บรรดาจิ้นซื่อหลายสิบคนที่ไปทำงานอยู่ที่อื่น ใต้เท้าเว่ย แม้แต่ผู้ว่าการเขตเฟิ่งเทียนก็ยังส่งของขวัญมาร่วมอวยพร
เมื่อก่อนซ่งเก้าสกุลไม่กล้าแม้แต่จะคิด รับของขวัญจนมึนไปหมด ถึงขั้นที่ต้องนั่งทำบันทึกลงสมุด ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวถึงเวลาให้ของกลับจะจัดไม่ถูกว่าต้องส่งไปที่ไหนบ้าง
วันที่สิบเดือนอ้าย ขบวนเจ้าหน้าที่หวงหลงออกเดินทางขนดาบที่เร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืนไปยังจุดหมาย บนลังสลักอักษรว่า ‘อาวุธทหารจากฮุ่ยหนิง’
คิดดูก็รู้ว่าอีกไม่นานจะต้องถูกขนไปที่แนวหน้า
วันที่สิบห้าเดือนอ้าย ชาวบ้านหวงหลงตั้งหน้าตั้งตารอ
ได้ยินว่าวันนี้ใต้เท้าผู้ว่าฯ จะพาครอบครัวมาร่วมฉลองเทศกาลโคมไฟกับชาวบ้าน
“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว”
“นั่นน่ะเหรอคุณหนูของบ้านใต้เท้าผู้ว่าฯ สวยจริงๆ เลยนะ”
เหล่าคุณหนูลูกผู้ดีมีสกุลในหวงหลงต่างพากันมองไปทางซ่งฝูหลิง
ซ่งฝูหลิงยืนอยู่หลังซ่งฝูเซิง สองด้านเป็นท่านย่ากับแม่ที่สวมชุดพระราชทาน แต่งกายสวยงาม มองโคมไฟที่ประดับอยู่ด้านล่าง นางรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
นางคิดมาตลอดว่าตัวเองจะได้ไปเดินเบียดดูโคมไฟที่ข้างล่าง