ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 805-1 ชาวหวงหลงรวมใจ โอบล้อมด้วยรัก
ตอนที่ 805-1 ชาวหวงหลงรวมใจ โอบล้อมด้วยรัก
วันนี้ผู้ว่าฯ ซ่งปรากฏตัวพร้อมคนในครอบครัว ยืนอยู่ตรงชั้นสอง เขาและคนในครอบครัวโบกมือให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่าง
อีกทั้งยังเหมาภัตตาคารกว่างจวี้เซวียนที่เป็นภัตตาคารชื่อดังของหวงหลง
อีกเดี๋ยวจะมีการแสดง
ครอบครัวซ่งเหมาดูการแสดงจำพวกกายกรรม
เช่น เล่นดาบ เล่นลูกบอล หกสูง เดินบนเส้นลวด ต่อตัว หมุนจาน กลืนดาบ พ่นไฟ โยนไหเหล้า
เดิมทีพวกเขามีตัวเลือกมากมาย
เสมียนฉินเป็นเลขาใหญ่อันดับหนึ่ง เขาเตรียมรายการการแสดงจำนวนมากให้ใต้เท้าเลือก และก็เคยแนะนำครอบครัวใต้เท้าอย่างจริงใจว่าทางที่ดีเลือกดูระบำของหอดนตรีที่มีนางระบำแต่งตัวสวยงามหรือดูร้องเพลงจะดีกว่า
ระบำพวกนั้นร่ายรำได้ออกอรรถรส
แต่ติดตรงที่ซ่งฝูเซิงเอาใบรายการไปที่เรือนหลัง ให้ทั้งครอบครัวลงคะแนนโหวต มติเป็นเอกฉันท์ บอกอยากดูกายกรรม เอาของบ้านๆ นี่แหละ
เมื่อครู่ก่อนออกมา ท่านลุงซ่งยังกำชับอีกว่า “แค่ดูก็พอ คนในบ้านเราเดี๋ยวไม่ใช่พอเห็นเขาแสดงดีก็กินเหล้าไม่หยุด เสียงดังกว่าใคร วางตัวดีๆ หน่อย พวกเจ้าเป็นญาติของผู้ว่าการเขต”
ผู้เฒ่ากลัวว่าพวกคนหนุ่มจะลืมตัว อาศัยว่าเป็นเทศกาลดื่มจนทำขายหน้าอีก
พอถึงตอนนั้นจะให้คนทั้งเมืองได้ดูการแสดง
แม้แต่หนึ่งในการแสดงที่สำคัญที่สุดอย่างเหวี่ยงไหเหล้า ก็ยังแสดงให้พวกชาวบ้านได้ดู
นอกจากนี้ ปริศนาโคมไฟย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ด้านนอกภัตตาคารกว่างจวี้เซวียนมีโคมไฟหลากหลายแบบ ประดับประดาจนแดงไปทั้งแถบอยู่ก่อนแล้ว
ผู้ว่าฯ ซ่งนำทีมร่วมฉลองกับชาวบ้าน ขุนนางระดับล่างรวมถึงตระกูลที่มีบารมีในท้องถิ่นก็ย่อมจับจองภัตตาคาร โรงเตี๊ยม ร้านหนังสือ มีการตั้งเพิงและเวทีการแสดงเพื่องานเทศกาลโคมไฟโดยเฉพาะตามแนวเส้นถนน
เหมากิจกรรมบันเทิงทั้งหมดมา
บ้านเจ้าเป็นเจ้าภาพคณะละคร บ้านเจ้าเป็นเจ้าภาพการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก จ้างการแสดงต่างๆ มาสารพัด
ให้พวกชาวบ้านได้อาศัยใบบุญชมการแสดงด้วย
ชอบดูของที่บ้านไหนจ้างมาก็ไปเงยหน้าดูที่หน้าเวที หรืออาจต้องเขย่งดู พกเก้าอี้มาจากบ้านแล้วยืนดูบนเก้าอี้
บางคนไปเจอขุนนางอารมณ์ดี ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็อาจได้รับแจกเงินทองแดงกันคนละนิดละหน่อย หรือไม่ก็ได้รับแจกบัวลอยจากเจ้าของบ้าน
ถ้ามีความสามารถ ตอบปริศนาโคมไฟของบ้านนั้นได้ ก็จะยิ่งมีรางวัลให้
บนถนนเส้นที่ครึกครื้นในเวลานี้มีแค่สามสิบร้านที่แขวนโคมไฟ
โคมไฟเรียงราย ยามมีลมพัดก็ไหวเอนเล็กน้อย
ชาวบ้านที่อยู่บนถนนสนุกสนานรื่นเริง ต่างมีรอยยิ้ม ร้องรำทำเพลง ทั่วทั้งเมืองมีแต่เสียงรื่นเริง
มีแผงขายของสารพัด
เสมียนฉินอยู่ชั้นล่างของกว่างจวี้เซวียน พูดคุยแทนผู้ว่าฯ ซ่ง
กระซิบกำชับพวกมือปราบที่เข้าเวรวันนี้ ต้องดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านให้ดี ยกระดับการคุ้มกัน
โดยเฉพาะช่วงสามวันที่ประตูเมืองเปิดตลอดเพื่อฉลองเทศกาลโคมไฟ ต้องอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านที่เดินทางมาไกลได้กลับบ้านหลังจากเที่ยวเสร็จ
ในเมืองคนเยอะ ยิ่งชาวบ้านหละหลวม พวกเจ้ายิ่งต้องตั้งใจเฝ้ายาม
มือปราบที่มารายงานขานรับอย่างจริงจัง
ตอนนี้บรรดาเจ้าหน้าที่ของหวงหลงต่างถูกฝึกจนเป็นนิสัยแล้ว เรื่องใดก็ตามที่พวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่แค่ต้องรายงานต่อหัวหน้างาน อย่างวันนี้ก็ด้วย ไม่ใช่แค่ต้องรายงานหัวหน้ามือปราบ ยังต้องมาให้เสมียนฉินไปรายงานต่อผู้ว่าฯ อีกด้วย
เสมียนฉินส่ายมือ บอกให้คนพวกนี้รีบไปทำงาน พอหันไปเขาก็ชะงักขณะที่กำลังจะขึ้นชั้นบน มองมือปราบสิบสองคนที่คุ้มกันผู้ว่าฯ ซ่ง
“พวกเจ้าอย่ามัวแต่ยืนถือดาบเป็นนายทวารอยู่ตรงนี้ ชาวบ้านยังจะกล้าเข้ามาอีกเหรอ เหมาภัตตาคารแล้วก็จริง แต่ใต้เท้าก็เน้นย้ำกับเถ้าแก่ร้านเป็นการเฉพาะแล้วว่า ชั้นหนึ่งให้เปิดขายได้ตามปกติ การแสดงจะจัดที่ระเบียงชั้นสองชั้นสามและชั้นล่าง”
มือปราบสิบสองคนที่ถือดาบอยู่ “…”
เอาแต่พูดมากมายก็ไม่มีประโยชน์ งั้นจะให้พวกเขาไปยืนตรงไหน
ชาวบ้านเข้ามากินในภัตตาคาร ให้พวกเขายืนมองด้านข้างเหรอ
เสมียนฉินกวักมือเรียกเจ้าของภัตตาคารที่โค้งตัวยิ้มแย้มอยู่ตลอด เพื่อบอกว่าเอาเกี๊ยวกับบัวลอยแจกมือปราบพวกนั้นหน่อย ฉลองเทศกาลทั้งที นี่ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา ลงบัญชีของใต้เท้าผู้ว่าฯ ไว้
เจ้าของร้านหันกลับไปสั่งพวกเสี่ยวเอ้อร์ทันที “รีบไปจัดการ”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงิน ใต้เท้าผู้ว่าฯ มาที่นี่ทั้งทีถือเป็นเกียรติของกว่างจวี้เซวียนทุกคน พวกมือปราบก็ลำบากกันมาก เพื่อให้ชาวบ้านอย่างพวกเราได้เที่ยวกันอย่างมีความสุข
เสมียนฉินส่ายมือ อย่ามัวแต่พูดมาก
ตอนนี้เขาไม่ชอบฟังพวกคำพูดประจบประแจงแล้ว ฟังทุกวันจนรำคาญ
เสมียนฉินหันตัวเดินขึ้นชั้นบนไปได้ไม่นาน บัวลอยยังไม่ทันถูกยกออกมา เจ้าของภัตตาคารกว่างจวี้เซวียนก็อดร้องไอ๊หยาออกมาไม่ได้
เห็นคณะใหญ่เดินเข้ามา
ขุนนางสามสิบหกคนที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงของเขตหวงหลงพากันเดินเข้ามาในภัตตาคารโดยเรียงตามขั้นตำแหน่ง ต้องการอวยพรครอบครัวใต้เท้าผู้ว่าฯ เนื่องในวันพิเศษแบบนี้ ขอให้ครอบครัวมีความสุข
ซ่งฝูเซิงยืนยิ้มอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง มือชี้ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่าง คำพูดแรกที่พูดกับเหล่าขุนนางคือ
“โคมไฟน้อยไปหน่อย สู้เฟิ่งเทียนที่เป็นภูมิลำเนาเดิมของข้าไม่ได้ คิดๆ ดูย่อมต้องสู้เมืองหลวงไม่ได้แน่นอน
เรื่องความครึกครื้นพวกเรายังด้อยกว่ามาก
ความครึกครื้นของเทศกาลเป็นตัวสะท้อนว่าชีวิตของชาวบ้านดีจริงหรือลวงตา
นี่ก็คือเป้าหมายที่พวกเราต้องพยายามร่วมกัน”
พวกขุนนางยิ้มพลางแสดงความคิดเห็น ใต้เท้าพูดถูก คำพูดของใต้เท้ามีเหตุผล
คณะขุนนางเหล่านี้อวยพรเสร็จก็เดินยิ้มแย้มออกไป
พวกเขาต้องรีบกลับไปอยู่กับครอบครัวในภัตตาคารอื่นก่อนที่การแสดงจะเริ่ม เพื่อที่จะได้ชมพร้อมกับครอบครัว
ปุง ปุง เสียงพลุถูกจุดขึ้นฟ้า
พวกชาวบ้านต่างหยุดเดินเงยหน้ามอง
คนขายผลไม้เคลือบน้ำตาลไม่เดินไปไหนแล้ว
พวกเด็กเล็กขี่อยู่บนบ่าผู้ใหญ่ ตบมือด้วยความดีใจ
แม้แต่พวกเด็กที่โตหน่อยอย่างพวกซ่วนเหมียวจื่อ ยังตะโกนเรียกพวกพ่ออย่างฝูกุ้ยจงอวี้ “เลิกดื่มได้แล้ว จุดพลุแล้ว!”
พวกฝูกุ้ยวางจอกเหล้าลง จับบ่าซ่งฝูเซิงเงยหน้ามองพลุ ถูกท่านลุงซ่งที่สูบยาสูบปัดมือออก “ทำอะไร ชาวบ้านที่อยู่ข้างล่างเห็นหมด คิดว่าอยู่บ้านเหรอ วางตัวเป็นพี่น้องกัน”
ลุงใหญ่ซ่งกับเกาถูฮูพอได้ยินคำพูดนี้ก็ชักมือที่จะจับแขนซ่งฝูเซิงออกได้ทันเวลา โชคดีที่ช้ากว่าหน่อย ไม่อย่างนั้นถูกดุต่อหน้าเด็กๆ ได้ขายหน้าตาย
ซ่งฝูเซิงเอามือไปคล้องแขนท่านลุงซ่ง ชาวบ้านเห็นแล้วทำไม บ้านใครบ้างไม่มีผู้อาวุโส ชี้ให้ท่านลุงซ่งดูท้องฟ้า
ท่านลุงซ่งพูด “ชีวิตข้าไม่เสียดายแล้ว เมื่อก่อนอยู่บ้านนอกกล้าคิดเรื่องพวกนี้ที่ไหนกัน” ขนาดพระจันทร์เขายังไม่อยากจะมอง
พวกยายๆ ทั้งแปดนั่งเรียงกันที่เก้าอี้ยาวตรงระเบียง ด้านหน้ามีผลไม้เชื่อมสารพัดสี มีเมล็ดสน เหอเถา กินไม่ไหวแล้ว ท่าทางแบบเดียวกัน อ้าปากค้าง เงยหน้ามองพลุที่สว่างไสวบนท้องฟ้า
มองอยู่สักพักยังตีแขนกันและกัน ทำไมถึงได้สวยแบบนี้
บรรยากาศสอดรับกันดีมาก ตอนที่พลุสว่างไสวที่สุด บนผืนดินเดือนอ้าย เสียงฆ้องเสียงกลองดังขึ้น ขบวนการแสดงชุดใหญ่ออกมาร้องรำทำเพลง
สาวน้อยร้อยคนของหอดนตรี กระโดดเป็นจังหวะโดยมีพวกมือปราบช่วยล้อมกันชาวบ้านไว้ให้ ร่ายรำไปตามเสียงกลอง สะบัดแขนเสื้อที่ยาวพลิ้ว ก้าวย่ำตามจังหวะ กระโปรงยาวบิดพลิ้ว
ซ่งฝูหลิงอยู่ชั้นบน เอามือปิดหูเพื่อบังเสียงกลองที่ดังสนั่นเกินไป หัวเราะพลางตะโกนพร้อมกับพวกพี่ชาย “เยี่ยม!”
การแสดงนี้ถูกกำหนดให้แสดงหน้าภัตตาคารที่ใต้เท้าผู้ว่าฯ เหมาไว้
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มให้ซ่งฝูเซิงอย่างมีความสุข “ได้เห็นเป็นบุญตา ร่ายรำเก่งกันจริงๆ”
ซ่งฝูเซิงตบมือเมียเบาๆ
ซ่งเก้าสกุลทุกคนออกจากระเบียงท่ามกลางความครึกครื้นนี้
พวกเขายกถ้วยพร้อมกัน ขอให้ครอบครัวปรองดอง ขอให้ชีวิตของพวกเขามีแต่ความสุข
พวกคนในครอบครัวที่ไม่ได้มาฮุ่ยหนิงพร้อมซ่งฝูเซิงรอบแรกบอกว่า
“พวกเจ้าไม่รู้ ตอนนั้นได้แต่นั่งหวังอยู่ที่เฟิ่งเทียน อยากมาไวๆ จะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ฉลองปีใหม่ รอจดหมายอย่างเดียว รอจนดอกไม้ร่วงโรยหมดแล้ว”