ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 805-2 ชาวหวงหลงรวมใจ โอบล้อมด้วยรัก
ตอนที่ 805-2 ชาวหวงหลงรวมใจ โอบล้อมด้วยรัก
เวลานี้การแสดงร่ายรำที่ชั้นล่างจบลงแล้ว พลุที่จุดขึ้นฟ้าก็หมดแล้ว ไม่มีแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินของที่ว่าการเขตออกทั้งนั้น
คิดว่าความสนุกหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ
เปล่าเลย
เพิ่งเริ่มต่างหาก
เสมียนฉินมาขอคำชี้แนะ “ใต้เท้า จุดประทัดตอนนี้เลยหรือไม่”
ทำไมต้องถามน่ะหรือ
เพราะมีอยู่คำพูดหนึ่ง
บ้านไหนจุดประทัดก็แสดงว่าปริศนาโคมไฟของบ้านนั้นกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
พอชาวบ้านได้ยินเสียงประทัดปุง ปังก็จะเดินเข้ามา บรรดาหนุ่มสาวที่มีความสามารถก็จะเข้าไปร่วมสนุก
บ้านผู้ว่าฯ ซ่งย่อมต้องประเดิมเป็นบ้านแรก เขาพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากเสมียนฉินออกไปแล้ว ซ่งฝูเซิงก็แทะไก่ย่างพลางถามลูกสาว “ลูกเขียนปริศนาโคมไฟเหรอ”
ซ่งฝูหลิงแทะคอเป็ดพลางตอบ “ไม่ใช่ลูก ลูกมัวแต่ช่วยทำบัญชีไม่ใช่เหรอ จริงสิ เมื่อไรท่านพ่อจะจ่ายเงินให้ลูก พวกท่านย่าทำกันเองต่างหาก”
หา?
อีกเดี๋ยวพวกชาวบ้านก็จะมาดูกันแล้ว
ซ่งฝูเซิงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ
ซ่งฝูหลิงมองออกแล้ว เรียกความมั่นใจให้พ่อ ส่ายมือพลางทำเหมือนเรื่องเล็กน้อย “ไม่เป็นไร พวกหมี่โซ่วช่วยเขียน ช่วยทำ ลูกตรวจดูคร่าวๆ หนึ่งรอบ ก็ใช้ได้นะ”
ใช้ได้อะไรเล่า
เพื่อป้องกันพวกชาวบ้านอ่านหนังสือไม่ออก เสมียนฉินยังได้จัดให้เสี่ยวเอ้อร์ของกว่างจวี้เซวียน ออกมาช่วยตีฆ้องอ่านเป็นการเฉพาะด้วย
บ้านใต้เท้าผู้ว่าฯ ประเดิมปริศนาโคมไฟเป็นบ้านแรก ต้องเอาให้เอิกเกริก
เสียงฆ้องดังหนึ่งที เสี่ยวเอ้อร์ตะโกนอ่าน
“เปลือกแข็งเปลือกกรอบ สี่สาวพี่น้องนอนชิดกำแพง หลังชนกันตั้งแต่เด็กจนโต ห่มผ้าตะปุ่มตะป่ำ”
เป็นของกิน
เสมียนฉินหันไปมอง หืม?
ตกใจ
บรรดาหนุ่มสาวที่มีความรู้ตรงชั้นล่าง คุณหนูคุณชายของแต่ละบ้านมองปริศนาโคมไฟอันแรกของบ้านใต้เท้าผู้ว่าฯ ที่หล่นลงมาจากชั้นสาม พวกเขารู้หนังสือ ไม่ต้องรออ่าน
งงตั้งแต่เห็นแล้ว นี่มันจะยากเกินไปหรือเปล่า
พวกเขาไม่เคยห่มผ้าตะปุ่มตะป่ำ ผ้าห่มแบบนั้นยัดด้วยอะไรกัน
ผู้ชายคนหนึ่งที่สวมกางเกงมีรอยปะได้พูดขึ้น “ลูกเหอเถา”
เสี่ยวเอ้อร์ของภัตตาคารสอดส่องคอยฟังจากทุกทิศทาง รีบดึงเขาออกมา “เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ”
ผู้ชายคนนั้นหน้าแดง ถูกคนมากมายมองอยู่ พูดเสียงสั่นตะกุกตะกัก “ข้า ข้าบอกว่า ลูกเหอเถา”
“ถูกต้อง เอาเงินรางวัลมา โคมนี้ให้เจ้า”
พวกคุณชายตระกูลใหญ่สะบัดพัด ส่ายหน้าพลางหัวเราะ
พูดกันว่าใต้เท้าผู้ว่าฯ เป็นศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ เป็นจิ้นซื่อ นึกไม่ถึงว่าจะออกปริศนาโคมไฟแบบนี้
ตรงชั้นบน พวกยายๆ รวมถึงท่านลุงซ่ง พวกเกาถูฮู ต่างคิดแบบเดียวกัน ดูสิ พวกเรามีความรู้ขนาดไหน ตั้งปริศนาโคมไฟได้น่าสนุกจริงๆ
ท่านย่าหม่าเอาแขนสะกิดซ่งฝูเซิงแล้วเอาคางชี้ไปที่บรรยากาศครึกครื้นตรงชั้นล่าง “เป็นอย่างไร ปริศนาโคมไฟของแม่ เจ๋งไหมล่ะเจ้าสาม”
ซ่งฝูเซิงเงี่ยหูฟังปริศนาโคมไฟอันที่สอง ตัวสวมชุดสวยสีเขียว ในท้องมีน้ำอยู่เต็ม ออกลูกมาเยอะแยะ แต่หน้ามีจุดดำทุกคน ของกิน คำตอบคือแตงโม
ซ่งฝูเซิงชม “ใช้ได้ บ้านๆ ดี ให้พวกชาวบ้านตอบกันได้”
ท่านย่าหม่าดีใจยิ่งกว่าเดิม “ใช่ไหมล่ะ ตอบถูกก็แจกเงิน ให้เงินพวกคนที่มีเงินเรียนหนังสือจะไปสนุกอะไร ต้องให้ชาวบ้าน ยิ่งจนยิ่งควรให้ เอาเป็นว่าอย่าให้เปล่า คนไม่เคยใช้ชีวิตไม่เคยลำบากตอบไม่ได้หรอก”
แต่ปริศนาโคมไฟของครอบครัวซ่งก็มีที่ยากจริงๆ จนหมดงานเทศกาลโคมไฟก็ยังไม่มีคนตอบได้
“ตอนเด็กตัวเขียวๆ โตมาตัวแดงๆ เด็กน้อยไม่ก่อกวน แต่เขากลับดึงหางเด็กน้อย ชอบกินก็จะตะโกนฮ่าๆ ไมชอบกินก็จะตะโกนไอ๊หยา”
ซ่งฝูเซิง โอ๊ยแม่ ทำไมเอาพริกมาตั้งล่ะ ใครมันจะไปเดาถูก
สุดท้ายกิจกรรมปริศนาโคมไฟของครอบครัวซ่งก็ถูกพวกคุณหนูตระกูลใหญ่ตอบถูกและจบลงอย่างสมบูรณ์
“มีเหลี่ยม มีกลม หลากหลายแบบ ผลไม้ลูกกวาดห่มด้านบน เนื้อนุ่มหอมหวานกลิ่นนม ซื้ออันใหญ่มีดอกไม้ให้”
“ขนมเค้ก” หลานสาวคนเล็กของครอบครัวอาจารย์เหยียนของพวกหมี่โซ่วตอบ
พวกคุณชายหันไปมองนาง
เล่นเอาแม่นางเหยียนรู้สึกเขินอาย
เสี่ยวเอ้อร์ยังไม่ให้ “ตอบถูกไม่หมดเสียทีเดียว เป็นขนมเค้กของร้านไหน”
แม่นางเหยียนยืดตัวทั้งที่อาย แม่มักพูดเสมอว่า ออกหน้าทั้งทีก็ไม่ต้องกลัวขายหน้า ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องออกเลยดีกว่า นางมาพร้อมสาวใช้หลายคน พูดโดยไม่หลบอีกต่อไป “ขนมเค้กของร้านขนมแห่งความสุข”
พวกยายๆ แปดคนที่อยู่ชั้นบนตบต้นขาหัวเราะร่า คิดในใจ
เอ้อ ยัยหนู ตอบถูกแล้ว คำตอบนั้นแหละ
เจ้าเป็นลูกสาวบ้านไหน เก่งขนาดนี้
ซ่งฝูเซิงกุมขมับ มีโฆษณาแฝงเฉย
พอเขาแอบบ่นในใจเสร็จ นึกไม่ถึงว่าเป็นแบบที่เขาคิดจริงๆ ตอนนี้เขาล่ะยอมใจแม่ตัวเอง
พวกเสี่ยวเอ้อร์เรียกรวมพวกชาวบ้านที่หัวเราะสรวลเสเฮฮา ครอบครัวไหนมีเด็กก็พาเข้ามา ให้เด็กๆ จำชื่อร้านขนมแห่งความสุข แน่นอนว่าถ้าผู้ปกครองจะช่วยตะโกนอีกแรงก็ไม่มีปัญหา
เมื่อไหร่ที่เขาตะโกนหนึ่ง สอง สาม ก็ให้ตะโกนออกไปดังๆ ยิ่งดังยิ่งดี เดี๋ยวมีแจกขนมไข่ของร้านขนมแห่งความสุข รสชาติอะไรน่ะเหรอ ก็เนื้อนุ่มหอมหวานกลิ่นนมแบบในคำปริศนาอย่างไรล่ะ
มีเด็กเล็กรีบพูดด้วยความร้อนใจ “ท่านพ่อ ท่านพ่อ รีบให้ข้าขี่คอเร็ว ข้าจะตะโกน”
เวลานี้ท่านย่าหม่ากับพวกยายๆ เปลี่ยนไปใส่ชุดที่ลู่พั่นให้ผ้ามาตัด
ทั้งแปดคนอยู่ในชุดคนละสี ลงไปโผล่ที่ชั้นหนึ่ง
คนที่ตามพวกนางมาด้านหลังคือ โปรดิวเซอร์ใหญ่ซ่งฝูหลิง เอ้อร์ยาฝ่ายเทคนิค เถาฮวา เหอซื่อ เป็นต้น
เสี่ยวเอ้อร์จงใจรอคนเหล่านี้ออกมา
คนเยอะมาก หันไปเห็นเจ้าของร้านโบกผ้าให้เขา เข้าใจทันทีว่ากำลังจะออกมากันแล้ว จากนั้นถึงได้ตวัดแขน “หนึ่ง สอง สาม”
ชั่วขณะนั้นผู้คนที่อยู่ชั้นล่างทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างตะโกนว่า
“ร้านขนมแห่งความสุข”
“ร้านขนมแห่งความสุข”
ต่อมาก็มีเสียงตะโกน “ร้านขนมแห่งความสุข” อยู่เรื่อยๆ บอกให้หยุดก็ไม่หยุด
พวกเด็กๆ ราวกับว่าพอยิ่งตะโกนก็ยิ่งสนุก
พอพวกยายๆ กวักมือเรียก พวกสาวใช้บ่าวรับใช้ชายก็พากันเดินออกมาจากในภัตตาคาร ยกถาดขนมไข่ที่อยู่บนถาดอบออกมา
ขนมไข่เด้งไปมาตามแรงเดิน แสดงให้เห็นถึงความนุ่ม
เป็นอย่างไรล่ะ เจ้าสาม
ท่านย่าหม่าเงยหน้ามองชั้นสอง
ปริศนาโคมไฟที่บ้านเราจัดสนุกไหมล่ะ
ทั้งประหยัดเงิน ทั้งไม่ต้องแจกเงินให้ชาวบ้านมั่วซั่วด้วย แถมยังอิ่มท้อง
ซ่งฝูเซิงที่อยู่ชั้นบน พูดตามตรง เมื่อครู่ที่พวกเด็กๆ กินขนมแจกฟรีกันอย่างมีความสุข หัวใจเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที แจกคนละชิ้นรวมกันก็ไม่น้อยนะ
พอเถอะท่านแม่ ข้าเข้าใจสายตาของท่าน เอามาเบิกเงินจากข้าได้
เวลานี้ยายหวังที่สวมชุดผ้าต่วนอย่างดี ได้พูดกับเจ้าของภัตตาคารอย่างสุภาพ “ขอบคุณนะ”
ขอบคุณที่ให้วางขนมเค้กไว้ เพราะร้านของพวกเราในหวงหลงอยู่ทำเลธรรมดา แถมร้านก็เล็กมาก ไม่มีที่วางได้เยอะขนาดนี้
เจ้าของภัตตาคารทำท่าประนมมือโค้งตัวให้ยายหวังแล้วยิ้มพลางพูด เรื่องเล็กน้อย
เขาคิดในใจ คนข้างนอกต่อแถวอยากให้ทำเลตั้งร้านกันจะตาย น่าแปลก ทำไมร้านขนมถึงไม่ย้ายร้าน
พวกยายๆ ในบ้านคิดกันแบบนี้
บ้านที่ติดตั้งเตาทำขนมของพวกเราไว้ใหญ่มาก ท่านย่าหม่าใช้เงินไปไม่น้อย แถมยังซื้อพวกบ้านของชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังแล้วทุบให้เชื่อมต่อกัน
ก็พอดีถนนเส้นนั้นมีบ้านอยู่ไม่กี่หลัง นางรอจะซื้อให้หมดทั้งเส้น
เพื่อคนว่างงานที่อยู่ข้างหลัง เจ้าของบ้านคือซ่งฝูหลิง
ส่วนร้านจะเล็กหรือใหญ่ก็ไม่เป็นไร พวกเราดูกันที่ยอดขาย
พอนึกถึงซ่งฝูหลิง ท่านย่าหม่าก็รีบมองหา เอ๊ะ หลานสาวคนเล็กของนางล่ะ “คนเยอะขนาดนี้อย่าพลัดหลงล่ะ”
คนอื่นๆ กลับไม่คิดอะไร ปลอบท่านย่าหม่าแบบพอเป็นพิธี เดี๋ยวก็กลับมา
แต่ละคนคิดในใจ หลงเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก ขนาดในสุสานพั่งยายังไม่หลงเลย
เฉียนหมี่โซ่วกำลังเดินเล่นกับฝูหลิง “พี่สาว ข้าไปเล่าเรื่องของพี่สาวให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง นางอยากรู้จักพี่ และก็ดูจะชอบมากด้วย”
หลานสาวของอาจารย์เหยียน