ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 806-1 หนังผี
ตอนที่ 806-1 หนังผี
ตระกูลเหยียนเป็นตระกูลขุนนางเก่าของอดีตฮ่องเต้
อาจารย์เหยียนเคยสอนหนังสือให้องค์ชายหลายพระองค์ มีความเกี่ยวข้องกับองค์ชายหลายพระองค์ รวมถึงอ๋องเยี่ยนในตอนนี้
ติดตามอดีตฮ่องเต้มาที่ทางเหนือ จากนั้นก็ขอลาออกจากตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่าสุขภาพไม่ดี
อ๋องเยี่ยนในตอนนั้นได้ยกที่ดินในหวงหลงให้อดีตอาจารย์ท่านนี้จำนวนไม่น้อย
มองออกได้ว่า อดีตอ๋องเยี่ยนหรือก็คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ไม่คิดจะเรียกใช้อาจารย์คนนี้อีก
เปลี่ยนยุคสมัยเปลี่ยนขุนนาง
ตระกูลเหยียนก็เข้าใจ
ลูกหลานต่างเป็นคนมีความรู้ แต่การสอบจอหงวนรุ่นที่ซ่งฝูเซิงลงสนามกลับไม่มีคนตระกูลนี้ลงแม้แต่คนเดียว
ความรู้ดีถึงขั้นที่ว่า สำนักศึกษาส่วนตัวของตระกูลเหยียน ส่วนใหญ่จะสอนแค่ลูกหลานในตระกูลตัวเอง ส่วนการรับลูกศิษย์จากภายนอกนั้นมีการคัดเลือกที่เข้มงวดมาก กลัวจะเสียชื่อเสียง
ซ่งฝูเซิงเป็นผู้ว่าการเขตแต่กลับแทนตัวเองว่าข้าน้อยตอนอยู่ต่อหน้าอาจารย์เหยียน ให้ความเคารพยำเกรงอย่างเต็มที่
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูกหลาน เพื่อให้พวกหมี่โซ่วได้เรียนหนังสือ
เพื่อนที่หมี่โซ่วอยากแนะนำให้รู้จัก ก็คือหลานสาวคนเล็กสุดของอาจารย์เหยียนคนนี้
หมี่โซ่วเป็นเพื่อนกับพี่ชายของหลานสาวคนเล็ก ได้ยินว่าแม่นางเหยียนอยากเป็นเพื่อนกับพี่สาวของเขา ส่วนพี่สาวของเขาอยู่แต่บ้านก็บ่นๆ อยู่ว่าไม่มีใครมาเชิญไปเที่ยวเล่นด้วย เขาถึงได้แนะนำให้รู้จัก
“คุณหนูซ่ง ข้าชื่อเซิ่งหนาน” สาวน้อยอายุสิบสามปีโค้งตัวให้ซ่งฝูหลิงก่อนอย่างสุภาพ
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางพูด “ข้าชื่อฝูหลิง นี่คือพี่สาวคนรองของข้า”
เอ้อร์ยาเดินขึ้นหน้า
“พี่รองของข้าชื่อซูมู่ ข้ายังมีพี่สาวที่เป็นญาติอีก ชื่อซูจื่อ นางไม่อยู่ หากมีโอกาสจะแนะนำให้แม่นางเหยียนรู้จัก”
ถูกต้อง เอ้อร์ยาเปลี่ยนชื่อแล้ว ชื่อซ่งซูมู่
เกี่ยวกับชื่อของต้ายาเอ้อร์ยา ตอนแรกสุดท่านย่าหม่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
ตอนนั้นนางถลึงตาถามซ่งฝูเซิงอยู่หน้าโต๊ะทำงาน “เจ้าเงียบไปสามวัน ได้ชื่อแบบนี้มาเหรอ”
ซ่งฝูเซิงชักไม่พอใจ ชื่อนี้มันทำไม
ต้ายา เอ้อร์ยา เป็นลูกพี่ลูกน้องกับฝูหลิง เข้ากันกับฝูหลิงจะตาย เป็นชื่อสมุนไพรทั้งนั้น
ต่อมา ท่านย่าหม่าก็เริ่มบ่นลูกชายคนสามไปทั่ว ตั้งชื่อไม่ได้เรื่อง
พวกเด็กในบ้านที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ เร็วเข้า อย่าไปหาท่านจิ้นซื่อบ้านเราเลย รับรองเดี๋ยวพวกเจ้าจะเสียใจ
ในสายตาของท่านย่าหม่า ชื่อฝูหลิงเป็นอะไรที่นางสุดจะรับไม่ได้ โชคดีที่ตอนนี้นางเขียนหนังสือเป็นแล้ว รู้ว่าชื่อฝูหลิงมันต่างกับฝูหลิงที่แปลว่าเชิญดวงวิญญาณ ก่อนหน้านี้ที่ซื้อบ้านเลยยอมให้เซ็นชื่อ ‘ซ่งฝูหลิง’
ปรากฏว่าคราวนี้ก็ได้เรื่อง ให้ลูกชายคนสามช่วยตั้งชื่อ ต้ายากลายเป็นซ่งซูจื่อ พ้องกับคำว่าให้หวี ส่วนเอ้อร์ยาเป็นซ่งซูมู่ คล้ายกับคำว่าให้หวีไม้
ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็เหมือนให้หวีไม้สองอัน
ลูกสะใภ้ของท่านลุงซ่งปลอบท่านย่าหม่า “ข้าว่าก็เพราะดีออก ดีกว่ายายาของข้าที่ชื่อ ซ่งเวินหน่วนเสียอีก”
ชื่อซ่งเวินหน่วนก็ซ่งฝูเซิงเป็นคนตั้ง
ยายหวังก็ปลอบ “พี่หม่า ชื่อยังพอไหว ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ดีกว่าซ่งจินจื่อนะ”
เก่อเอ้อร์นิว “พี่ใหญ่ก็พูดแล้วว่าโทษเจ้าสามไม่ได้ ปัญหามันอยู่ที่แซ่ของครอบครัวเรา จะตั้งชื่อดีอย่างไรก็ต้องให้ออกไปหมด[1] ไม่เกี่ยวอะไรกับฝูเซิง”
ฝูเซิงฉลาดมาก เลือกให้แต่ของถูกๆ
ให้หวีไม้ ให้ความอบอุ่น ดีกว่าให้ความร่ำรวยใช่ไหมล่ะ
ท่านย่าหม่ารู้สึกดีขึ้นมาเพราะคำพูดของเก่อเอ้อร์นิว
เพราะแบบนี้ นับตั้งแต่ท่านย่าหม่ากัดฟันยอมรับสองชื่อนี้ เวลาซ่งฝูหลิงไปแนะนำเอ้อร์ยาข้างนอกก็จะบอกชื่อจริง หรือเรียกว่าพี่รอง
เหยียนเซิ่งหนานดีใจมากที่ได้รู้จักพี่น้องสกุลซ่ง ทั้งยังบอกฝูหลิงกับเอ้อร์ยาอีกว่า ไม่ใช่แค่นางที่อยากรู้จักคุณหนูซ่ง ตอนก่อนขึ้นปีใหม่พวกคุณหนูรวมตัวกันยังมีคนพูดถึง บอกว่าอยากเชิญพี่น้องสกุลซ่งมาด้วย แต่ก็กลัวจะเป็นการรบกวน
ฝูหลิงได้ฟังก็ดีใจมาก เช่นนั้นก็ไปทำความรู้จักกับพวกคุณหนูของแต่ละจวนกันเถอะ
ส่งคนกลับไปบอกท่านย่าหม่ากับแม่ว่านางกับพี่เอ้อร์ยาจะออกไปเที่ยวแล้ว
พอท่านย่าหม่าได้ข่าว ตระกูลเหยียนเหรอ นางก็วางใจขึ้นมาหน่อย ส่งสาวใช้สองคนตามไปรับใช้ฝูหลิงกับเอ้อร์ยา
เฉียนเพ่ยอิงกลับเฉยๆ ที่ลูกสาวจะออกไปเที่ยวเล่น
ลูกสาวนางไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว มีมนุษย์สัมพันธ์ดีตั้งแต่เด็ก ย่อมต้องออกไปทำความรู้จักกับคุณหนูจวนอื่นบ้าง
วันนี้เป็นเทศกาลโคมไฟ เทศกาลที่พวกสาวๆ จะออกไปเดินเล่นได้ตามสบาย
อีกทั้งเฉียนเพ่ยอิงก็ไม่ว่างตามไปดู นางก็ได้รับบัตรเชิญเหมือนกัน
ตอนนี้หลิ่วฮูหยินอยู่หวงหลง
เพราะคุณชายตระกูลหลิ่วก็เรียนหนังสือกับอาจารย์เหยียนเช่นกัน
ตอนแม่ทัพหลิ่วไปตรวจลาดตระเวนชายแดน ส่วนใหญ่หลิ่วฮูหยินจะไม่กลับจวนแม่ทัพ อาศัยอยู่แค่ที่บ้านพักส่วนตัวในหวงหลง
เฉียนเพ่ยอิงพาเถาฮวา เป่าจู รวมถึงซ่งอิ๋นเฟิ่งพี่สาวคนโตของซ่งฝูเซิงไปร่วมชมจันทร์ที่บ้านตระกูลหลิ่ว
หลังจากที่พวกเฉียนเพ่ยอิงออกไปได้ไม่นาน หมอมอของบ้านผู้ตรวจการหลิวก็มาขอพบท่านย่าหม่า เพื่อเชิญท่านย่าหม่าไปชมโคมไฟที่กระโจมของตระกูลหลิว
ถ้าหลิวฮูหยินมาเชิญ ท่านย่าหม่าคงปฏิเสธไปแล้ว
ฉลองเทศกาล ก็อยากอยู่พูดคุยสนุกสนานกับคนในครอบครัว เพราะกว่าจะได้พักสักวันไม่ใช่ง่ายๆ
แต่อีกฝ่ายคือหมอมอข้างกายแม่ของผู้ตรวจการหลิว ทั้งยังบอกว่าทางนั้นมีเหล่าฮูหยินจากหลายจวนอยู่ด้วย อายุพอๆ กันทั้งนั้น มีเรื่องให้คุยกัน
ท่านย่าหม่าได้ฟังก็รู้สึกว่าต้องออกหน้าไปสักหน่อยไม่ว่าจะเห็นแก่อะไรก็ตาม อย่าให้ทางนั้นเข้าใจผิดว่าแม่ของผู้ว่าฯ หยิ่งยโสจองหองเหลือเกิน
ขณะสวมเสื้อตัวนอก ท่านย่าหม่าก็แอบกำชับพวกยายๆ ตื่นเต้นทำไม ฝูเซิงเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว ช้าเร็วพวกนางก็ต้องไปพบปะพวกเหล่าฮูหยินบ้านขุนนางอยู่ดี ยืดตัวให้สง่าผ่าเผยเดี๋ยวนี้ เป็นผู้อาวุโสของฝูเซิงทั้งนั้น บ้านไหนบ้างไม่มีญาติ
พาพวกยายๆ ไปด้วยกัน
ถัดจากเฉียนเพ่ยอิงกับท่านย่าหม่า พวกซ่งฝูกุ้ยกับหวังจงอวี้อยู่ตรงทางเข้ากว่างจวี้เซวียนก็เห็นตัวแทนของสมาคมพ่อค้าในหวงหลงมาเชิญพวกเขาไปร่วมดื่มเหล้าพูดคุยที่กระโจมของสมาคม
ส่วนพวกคนอายุมากอย่างท่านลุงซ่งก็กำลังดูการแสดงพร้อมคนอื่นๆ ในครอบครัวที่ว่างอยู่อย่างมีความสุข
ซ่งฝูเซิงฟังเสมียนฉินบอกว่า ทางด้านผู้ช่วยหลี่ว์ในฮุ่ยหนิงกำลังพาลูกน้องไปให้กำลังใจตามจุดรับซื้อสินค้าและโรงงานผลิตดาบจากหินซงฮวา วันนี้เป็นวันที่สิบห้า พวกเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอแทบไม่ได้อยู่บ้านฉลองเทศกาล วิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกพร้อมหอบบัวลอยไปด้วย ซ่งฝูเซิงพยักหน้าด้วยความพอใจ
ฟังจบหันมาอีกที…
คนในครอบครัวเขาหายไปไหนกัน
ตั้งแต่เด็กยันคนแก่ หายไปหมด แล้วเขาจะฉลองเทศกาลกับใคร
เสมียนฉินยิ้มแฉ่ง รอยยิ้มนั้นราวกับกำลังบอกว่า
ใต้เท้า ข้าก็อยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ ข้าจงรักภักดีต่อท่านมิเสื่อมคลาย
ไปไกลๆ เลย วันๆ ข้าเห็นแต่หน้าเจ้า
ซ่งฝูเซิงถามว่าคนในครอบครัวเขาหายไปไหนหมด เขาล่ะยอมใจเหตุผลของหมี่โซ่วที่สุด
จินเป่าบอกว่า หมี่โซ่วไปช่วยหาคู่ให้สหายร่วมชั้นเรียนแล้ว
เทศกาลโคมไฟ ชายหญิงต่างออกมาเที่ยวได้หมด เป็นเทศกาลหาคู่ที่ดีที่สุดในหนึ่งปี
หมี่โซ่วไปช่วยเพื่อนเล็ง
ซ่งฝูเซิง “…”
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงหมดคำจะพูด แอบนึกเสียใจที่ให้หมี่โซ่วเข้าชั้นเรียนเตรียมสอบจอหงวน หมี่โซ่วก็กำลังรู้สึกหมดคำจะพูดต่อสหายวัยสิบหกสิบเจ็ด
ผู้หญิงคนนั้นห่างไกลกับคำว่าสวยมากเหลือเกิน
สหายของเขาถึงขั้นแค่เห็นหน้าก็หน้าแดงใจเต้นแรงได้อย่างไร
ทั้งยังเอ่ยบทกลอน บอกว่าเขากับนางช่างมีวาสนาต่อกัน ไม่อย่างนั้นจะบังเอิญพบกันได้อย่างไร
หมี่โซ่วคิดในใจ เจ้าพาพวกข้าเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ ไม่เจอสิแปลก
เฮ้อ ถึงได้บอกอย่างไรว่า โตเป็นผู้ใหญ่มันช่างเหนื่อยเหลือเกิน ชีวิตมันเหนื่อยเหลือเกิน
เห็นแก่ที่ตัวเองมีสถานะเป็นคุณชายของบ้านผู้ว่าฯ ซ่ง จึงไม่อาจปฏิเสธคำเชิญได้ มิฉะนั้นคนอื่นจะหาว่าเขาไม่ให้เกียรติ
แต่ตอนนี้กลับต้องมาทำเรื่องน่าเบื่อเพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้ ไม่สู้เล่นไพ่ที่ทำขึ้นมาเองกับพวกจินเป่าพี่ชายพี่สาว ยังจะสนุกกว่า
เจ็ดคู่ โจ๊กเกอร์คู่ สองสี่ใบ ดีจะตาย
[1] แซ่ซ่งพ้องเสียงกับคำว่าให้