ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 806-2 หนังผี
ตอนที่ 806-2 หนังผี
ในเวลาเดียวกัน ซ่งฝูหลิงก็แอบนึกเสียใจ ไม่ควรออกมาเที่ยวเลย แอบน่าเบื่อ
เอ้อร์ยายังพอไหว ยังไงเสียในสายตาของซ่งฝูหลิง เอ้อร์ยาเก่งกว่านาง
คุณหนูสี่บ้านรองผู้ว่าฯ โจว คุณหนูรองบ้านผู้ตรวจการหลิว คุณหนูบ้านหัวหน้าหลัว เป็นต้น เหล่าคุณหนูสิบกว่าคนนี้กำลังเล่าชีวิตตัวเองยามอยู่ในจวน
ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องหนึ่งก็จะหันมาถามพี่น้องสกุลซ่ง พวกท่านล่ะ
“พี่ฝูหลิง พวกท่านไม่เคยเรียนข้อห้ามของสตรีหรือ”
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางตอบ “ยังไม่ได้เรียน”
พวกสาวๆ “…”
“เช่นนั้นพวกท่านเรียนการเรือนหรือไม่”
“การเรือนก็พอไหว ช่วยทำงานในบ้านก็ฝึกออกมาได้” ขณะฝูหลิงตอบก็หันมองเอ้อร์ยา
เอ้อร์ยาพยักหน้าเห็นด้วย พวกนางที่เป็นผู้หญิงเรื่องคิดเงินก็ยังไม่มีปัญหา
ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ผู้หญิงพวกนั้นคุยกันเท่าไหร่ เช่น เครื่องหอม ดอกไม้ การจำแนกหยกโบราณ
ไม่เข้าใจว่าข้อห้ามของสตรีหมายถึงอะไร กลับไปค่อยหาอ่านดู
ไม่เข้าใจหลายเรื่องที่พวกนางพูด ขนาดงานปักยังพูดออกมาได้หลากหลายแบบ
เอ้อร์ยาครุ่นคิด
ทำไมหลายอย่างไม่เหมือนที่อาสามพูดในบ้านเลยล่ะ
อย่างเช่นงานปัก
ตอนนั้นอาสามไม่ให้พั่งยาเรียนปักผ้า บอกว่าจะเหนื่อยเรียนพวกนั้นไปทำไม บ้านเรามีเงิน ชอบเสื้อผ้าชุดไหนก็ซื้อเลย ให้คนอื่นทำ ถ้าไม่ถูกใจอาสามบอกว่าจะหาช่างตัดเย็บมาให้พั่งยา
แต่คุณหนูพวกนี้กลับทำให้นางคิดว่า เห็นๆ อยู่ว่าพวกเจ้าหาคู่ครองดีๆ ได้ พาช่างตัดเย็บติดตัวไปได้ตอนออกเรือน แต่กลับทำเหมือนว่าออกเรือนไปแล้วต้องทำเสื้อผ้าให้ทุกคนในบ้านใส่
ฟังดูนะ นิ้วมีแต่รอยแผลที่เกิดจากการฝึกปักผ้าหลากหลายแบบ
แสดงให้เห็นว่า เอ้อร์ยานั่งฟังเหมือนอึ้งๆ ราวกับแปลกใจ ในความเป็นจริงนางคิดอะไรเยอะแยะยิ่งกว่าซ่งฝูหลิง
แม่นางเหยียนพูดขัดจังหวะ พวกเรามาเล่นโยนลูกดอกกันเถอะ ใครแพ้ พวกเราจะพูดอักษรแล้วให้คนนั้นแต่งกลอน
หลัวมั่วอวี๋แห่งบ้านหัวหน้าหลัวพูดด้วยความหวังดี เมื่อครู่นางได้ทราบแล้วว่าพี่น้องสกุลซ่งไม่เคยร่ำเรียนหนังสือ ไม่เคยเชิญอาจารย์ผู้หญิงมาสอนศิลปะในบ้าน แค่รู้หนังสือนิดหน่อย กลัวว่าจะแต่งกลอนไม่ได้ “อย่าเลยดีกว่า พวกเราคุยกันต่อเถอะ ยังคุยไม่พอเลย”
เอ้อร์ยาที่เปลี่ยนชื่อเป็นซ่งซูมู่แล้วคิดในใจ เล่นเถอะ ข้าเล่นด้วย ถ้าแพ้ข้าจะให้น้องสาวข้าแต่งกลอน ข้าไม่อยากคุยต่อแล้ว
หนึ่งชั่วยามต่อมา โจวอิ๋งอิ๋งจากบ้านรองผู้ว่าฯ โจวก็ถูกคนที่แม่ส่งมาเรียกกลับจวนไปก่อน
อย่าเห็นว่าโจวอิ๋งอิ๋งเรียกฝูหลิงกับเอ้อร์ยาว่าพี่ แม้จะเด็กกว่าพวกนางแต่ก็มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว คนที่ใกล้ออกเรือนไม่ควรอยู่ข้างนอกนาน
อีกทั้งฝูหลิงเห็นปฏิกิริยาของคนอื่นๆ ก็รู้ได้ว่าดูเหมือนแม่นางโจวจะได้คู่ครองที่ดีมาก คุณหนูสี่สกุลโจวก็ถือเป็นบุคคลอันดับต้นๆ ในแวดวงสตรีมีชาติมีตระกูล
เหตุผลคือ
หนึ่ง รองผู้ว่าฯ โจวเป็นลูกน้องของผู้ว่าฯ ซ่ง เป็นขุนนางที่มีตำแหน่งสูงเป็นอันดับสองในหวงหลง
สอง ท่านปู่ในสกุลโจวยิ่งมีตำแหน่งสูงเข้าไปใหญ่ เป็นขุนนางของสำนักสารบรรณกลางในเมืองหลวงที่มีหน้าที่รับส่งหนังสือระหว่างราชการ เรียกว่าทงเจิ้งซ้าย ขุนนางใหญ่ขั้นสาม
สาม คนที่กำลังจะแต่งงานด้วยก็เป็นหลานชายของขุนนางขั้นสามเช่นกัน ตอนนี้เป็นรองแม่ทัพอยู่ใต้อาณัติของแม่ทัพหลิ่วขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นสอง ดูแลจัดสรรงานต่างๆ ในค่ายทหาร อนาคตไกล มากความสามารถ
ทำไมถึงหาคนที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้น่ะหรือ
สองตระกูลเกี่ยวดองกัน ย่อมไม่ต้องพูดมาก มีแค่เรื่องเดียว
หญิงดีได้รับการหมายตาจากผู้ชายเก่ง ต้องเพียบพร้อม
ศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ภาพเขียน ภาพวาด งานฝีมือ แค่โดดเด่นสักเรื่อง ชื่อเสียงถึงจะเลื่องลือไปไกล พบเจอคู่ครองที่ดี
ด้วยเหตุนี้วงนี้ถึงได้แยกย้าย ฝูหลิงกับเอ้อร์ยาคุยกันขณะที่เดินกลับ “ข้าคิดผิด ไม่ควรออกมาเลย พี่เอ้อร์ยา ควรบอกความสามารถของพี่ให้เลื่องลือไปไกล”
“เจ้าเลิกคิดได้เลย พูดตามตรงนะพั่งยา น่าเบื่อจริงๆ ข้าแค่รอพวกนางพาพวกเราออกไปเดินเล่นในสวน ปกติเคยเห็นแต่สวนบ้านพวกเรา เป็นครั้งแรกที่ข้าอยากออกไปเห็นสวนบ้านคนอื่นบ้างว่าเป็นอย่างไร ปรากฏว่าตลอดช่วงเย็นเอาแต่คุยกันอยู่ในห้อง กินขนมดื่มชา แถมขนมพวกนั้นยังเป็นของบ้านเรา ข้าว่านะ ดอกไม้บนขนมทำได้แย่ขนาดนั้น น่าจะเป็นฝีมือของป้าสะใภ้ใหญ่”
คืนนี้ท่านย่าหม่าแช่เท้าพลางเรียกหลานสาวสองคนมาถาม “ถูกรังแกหรือเปล่า เจอเพื่อนถูกใจบ้างไหม ถ้ามี เดี๋ยวย่าจัดให้พวกเจ้าบ้าง พวกเราก็เอาอย่างพวกตระกูลใหญ่เชิญคนมาเที่ยวบ้านบ้างได้”
แบบนี้เรียกว่าไปมาหาสู่
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือ พวกนางแอบดูถูกกันหรือเปล่า
ซ่งฝูหลิงบอกว่าไม่มี พวกนางคงไม่บ้าพอที่จะมาล่วงเกินคุณหนูลูกผู้ว่าฯ หรอก
เอ้อร์ยาก็พยักหน้าตาม ไม่สนุกคือไม่สนุก คุณหนูพวกนั้นมีมารยาทต่อนางกับพั่งยามากทีเดียว ค่อนข้างเป็นมิตร
“ท่านย่าล่ะ ออกไปเป็นแขก มีคนรังแกหรือเปล่า” ฝูหลิงแกล้งแซว
ท่านย่าหม่ายกเท้าออก เอาผ้าเช็ดเท้า พอได้ยินแบบนั้นก็เบ้ปาก “พวกเจ้าจะบ้ารึ ล่วงเกินแม่ของผู้ว่าฯ ไท่กงเหรินยศขั้นสี่ คนที่เคยไปเป็นแขกขององค์หญิงใหญ่ วันหน้าก็ยังจะได้ไปเป็นแขกอีก สนุกมาก ย่ายังไปไม่ทันถึงก็รีบหลีกทางให้นั่งตรงตำแหน่งเจ้าบ้านก่อนแล้ว”
เกิดเสียงหัวเราะภายในห้อง
พวกนางรู้จักวางตัวกันดีมาก แต่กลับไม่คิดว่า มีใครบ้างไม่ถูกนินทาลับหลัง
เวลานี้ถ้าท่านย่าหม่ากับฝูหลิงมาได้ยินคนอื่นพูดถึงพวกนางอย่างไร จะยิ่งรู้สึกเร้าใจยิ่งกว่าดูหนังสยองขวัญ
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่ พวกท่านไม่รู้ สองพี่น้องนั่นโตกว่าข้ามากทีเดียว ทั้งยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย”
พี่สะใภ้ใหญ่ยิ้มพลางพูด “น้องสาวที่แสนดีของพี่ จะมีคู่หมั้นคู่หมายได้อย่างไร ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ต้องรอก่อน เมื่อก่อนจะหาอย่างไร ก็ต้องรอให้ใต้เท้าซ่งได้เป็นขุนนางก่อนค่อยกำหนด”
แม่โจวก็พูด ลูกสาวบ้านนั้นไม่ถึงกับสูงส่ง แต่ก็ไม่ต่ำต้อย
แม้ตอนนี้ใต้เท้าซ่งจะเป็นผู้ว่าการเขตแล้วก็ไม่ต่างกัน
พูดจบก็มองอิ๋งอิ๋งลูกสาวตัวเอง นึกถึงคู่หมั้นคู่หมายของลูกสาวแล้วก็ภูมิใจ
ผู้ว่าฯ ซ่ง ตำแหน่งสูงกว่าสามีของนางแล้วอย่างไร เป็นคนโปรดของฮ่องเต้ มีอนาคตไกลแล้วอย่างไร
ลูกชายนางก็อนาคตดีเช่นกัน อีกทั้งลูกสาวก็ได้คู่ครองที่ดี
ส่วนผู้ว่าฯ ซ่ง ลูกชายก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ส่วนลูกสาว หึ ไม่พูดถึงดีกว่า ก็คงหนีไม่พ้นต้องพึ่งบารมีผู้ว่าฯ ซ่ง อีกฝ่ายเล็งเห็นจุดนี้ถึงจะยอมเกี่ยวดองด้วยหรอก
หลิวเหวินหย่า คุณหนูรองของบ้านผู้ตรวจการหลิวทำตาโตพูดกับพี่สาวคนโตที่กลับมาบ้านแม่ “พี่ใหญ่ ท่านไม่รู้หรอกว่าพวกนางไม่มีพิธีปักปิ่น พี่เชื่อไหม”
พี่สาวคนโตบอกว่า ทางนั้นอาจหมายถึงยังไม่ได้เข้าพิธีปักปิ่นหรือไม่ จะไม่จัดพิธีนั้นได้อย่างไร ก็แค่อาจไม่ได้จัดใหญ่โตแบบครอบครัวเรา
อย่างไรเสีย ลองคิดดู คนที่เกิดมาในครอบครัวชาวสวน จะเข้าพิธีปักปิ่นอย่างไร
ก็คงหนีไม่พ้นปักปิ่นเงิน แค่กินข้าวกัน มีเหรอจะเหมือนพวกเราที่มีการขับร้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ว่าฯ ซ่งเพิ่งจะเจริญก้าวหน้าได้ไม่นาน หนึ่งปีก่อนยังไม่ก้าวหน้า จะจัดใหญ่โตได้อย่างไร
เจ้าถามแบบนี้ไปได้อย่างไร ทางนั้นไม่อายกันรึ
หลัวมั่วอวี๋คุณหนูบ้านหัวหน้าหลัวก็คุยกับแม่ตัวเอง “ท่านแม่ สองพี่น้องสกุลซ่งเย็บปักไม่เป็นเจ้าค่ะ ไม่เคยเชิญอาจารย์ผู้หญิงมาสอนด้วย ท่านแม่ว่า ใต้เท้าซ่งเป็นศิษย์แห่งโอรสสวรรค์ ควรให้ความสำคัญกับคนมีความรู้ เราไม่พูดถึงเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ทำไมถึงไม่เชิญอาจารย์มาให้ลูกสาวล่ะ ได้ยินท่านพ่อบอกว่า เขามีลูกสาวแท้ๆ แค่คนเดียว ลูกชายนั่นไม่ใช่ลูกแท้ๆ”
แม่หลัวส่ายหน้า คงไม่ค่อยให้ความสำคัญ
ต่อให้ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่นั่นก็เป็นลูกชายในนาม ไร้พ่อไร้แม่ แต่ก็สืบทอดสกุลซ่งได้ ก็เลยพาลูกชายปลอมๆ กับพวกหลานชายไปฝากเรียนที่สำนักศึกษาตระกูลเหยียน
ส่วนลูกสาว ว่างสนใจที่ไหนกัน
นางเกลียดที่สุดก็พวกผู้ชายที่ไม่เห็นค่าลูกสาว
“แม่นางซ่งคนนั้นก็น่าสงสาร ไม่เหมือนพ่อเจ้าที่ให้ความสำคัญกับเจ้า เฮ้อ คิดดูนะ นางไม่มีความสามารถโดดเด่นอะไร วันหน้าจะหาคู่ครองที่ดีได้หรือ พ่อของนางไม่วางแผนอนาคตให้ยังไม่เท่าไหร่ แต่แม่ของนางยังจะเลอะเลือนเหมือนกันอีก”
“ท่านแม่ ตอนคุณหนูบ้านผู้ว่าฯ บอกว่าไม่มีอาจารย์ผู้หญิงมาสอน สีหน้าของพวกนางดูไม่รู้สึกอะไร อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูอิจฉาพวกข้า”
“เด็กผู้หญิงประสบการณ์น้อย คิดอะไรได้เยอะที่ไหนกัน”
“ท่านแม่ พูดผิดแล้ว พวกนางโตมากแล้วนะ”
แม่หลัวพูดขึ้นทันที “เช่นนั้นแม่ของนางก็ดูจะเลอะเลือนมาก ลูกสาวโตขนาดนี้แล้วยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจอีก วันนี้ยังจะว่างพูดคุยยิ้มแย้มกับหลิ่วฮูหยิน ว่างขนาดนั้น ในเมื่อมีลูกชายให้ไม่ได้ก็ควรคิดแทนลูกสาวให้มากๆ หน่อย”
ลูกสาวโตขนาดนั้น ไม่มีแม้แต่คนชาติตระกูลดีมาสู่ขอ เรื่องแต่งงานยิ่งไม่เห็นเค้าลาง ไม่ร้อนใจเลยเชียวรึ