ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 809-2 อยากตัวสูง
ตอนที่ 809-2 อยากตัวสูง
เฉียนเพ่ยอิงลูบผมยาวของซ่งฝูหลิง นางเลอะเลือนไม่ได้สนใจเรื่องออกเรือนของลูกสาว จะฟังเหล่าซ่งไม่ได้จริงๆ
ในยุคโบราณ อยากมีความรักแบบอิสระมันยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ เช่นนั้นนางก็จะไปเร่งกับเหล่าซ่ง ต้องหาผู้ชายที่หน้าตาเพียบพร้อม นิสัยใจคอไม่เลวร้ายให้ลูกสาว
ถ้าหาไม่ได้ก็แสดงว่าเหล่าซ่งยังเป็นขุนนางที่ไม่สูงพอ
ส่วนเรื่องที่คนพวกนั้นพูดผิดครึ่งหนึ่งก็คือ นางไม่มีทางให้ลูกแต่งกับใครส่งเดช และก็ไม่แคร์ว่าวันหน้าลูกเขยจะได้อาศัยใบบุญของเหล่าซ่ง ขอแค่เขามาแต่งกับฝูหลิงไม่ใช่เพื่อหวังได้อาศัยใบบุญก็พอ
“คุณแม่ ถลึงตามองลูกทำไม” ฝูหลิงถูกมองจนขนลุก
ในเวลาเดียวกัน
ทางด้านท่านย่าหม่าอยู่ในอาณาเขตเรือนของแม่หัวหน้าหลัว พูดกับย่าหลัว
“เมื่อก่อน ข้าเป็นเพียงผู้หญิงบ้านนอก…
…เดิมทีข้าคิดว่าพวกผู้ดีจะกินแป้งม้วนเนื้อทุกมื้อ…
…เดิมทีข้าคิดว่านายหญิงในตระกูลผู้ดีอ่านออกเขียนได้ จะวางตัวแตกต่างจากพวกเราราวฟ้ากับดิน…
…วันนี้สะใภ้ของเจ้าทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ…
…ทำให้ข้าตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่าอย่าคิดไปเอง ดูสิ ก็แค่นี้”
ย่าหลัวนอนไปแล้ว อายุมาก พอได้ยินเสียงตะโกนบอกจากข้างนอกว่าไท่กงเหรินมาจึงลุกขึ้นมาอีกครั้ง
งงเหลือเกิน จึงแอบสืบดูก่อน พอได้ยินข่าวมาบ้างว่าลูกชายคนโตลงโทษสะใภ้ใหญ่ให้คุกเข่าในหอบรรพชน
จนปัญญา นางไม่รู้เรื่องในเรือนของลูกชายคนโต นางกับท่านย่าหม่าก็ไม่ต่างกัน ไม่ยุ่งเรื่องในบ้าน
“ท่านมาเพื่อต้องการ?”
ท่านย่าหม่าส่ายมือ ฟังข้าให้จบก่อน ฟังจบก็จะรู้ว่าข้ามาทำอะไรมืดค่ำป่านนี้
“สรปุว่าข้าว่าตัวเองมองออกแล้ว…
…คนเรามันชอบคิดไปเองอยู่เรื่อย คิดว่าคนอื่นจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้…
…ลูกสะใภ้ของเจ้าไปพูดข้างนอกว่า หมี่โซ่วบ้านข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ลูกชายข้าจะรังเกียจเขา เพ้อเจ้อเหลวไหล…
…ลูกสะใภ้เจ้าไม่ได้เห็น ข้ายังเลี้ยงดูส่งเสียเด็กผู้ชายหลายคนที่ไม่ได้แซ่ซ่งให้เรียนหนังสือ พวกเขาต่างคำนับให้ข้า พอถึงฉลองปีใหม่ ลูกๆ หลานๆ ต่อแถวกันตั้งแต่ในบ้านยาวไปจนถึงด้านนอก เรียกข้าว่าย่า…
…นางคิดว่าใจข้าก็แค่นี้ แต่ในความเป็นจริงนางยังด้อยกว่าข้าอีกมาก…
…นางคิดว่าที่ข้าพูดถึงพ่อตาของลูกสามข้างนอกเพื่อสร้างภาพ เข้าใจคำว่าสร้างภาพหรือเปล่า พูดให้ดูดีน่ะ…
…ไม่รู้จักเอาหัวสมองคิดบ้างว่า ข้าต้องทำแบบนั้นด้วยรึ…
…พ่อตาลูกสามข้าตายไปแล้ว แถมข้ายังเป็นไท่กงเหรินขั้นสี่ที่ฮ่องเต้พระราชทานยศให้ ข้าจะไม่รู้จักสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไปพูดถึงคนตายทำไม เขาจะได้ยินหรืออย่างไร…
…ระลึกถึงบุญคุณเป็นของจริง ยิ่งมาถึงทุกวันนี้ที่มีพร้อมทุกอย่างก็ยิ่งต้องระลึกให้มากๆ…
…หมี่โซ่วของข้าเป็นหลานชายแท้ๆ รักดียิ่งกว่าหลานชายของพวกเจ้าเสียอีก ข้าจะรอดู ต่อไปใครยังจะกล้าพูดจาเหลวไหลอีก!”
ย่าหลัวใบหน้าแดงก่ำ ถูกด่าจนหัวใจร้อนรุ่ม “ใช่ๆๆ ท่านใจเย็นๆ ก่อน”
ท่านย่าหม่าสะบัดมือ
“ใจเย็นไม่ไหว…
…ลูกสะใภ้ของเจ้ายังเที่ยวไปโพนทะนาข้างนอกอีกว่าสะใภ้สามของข้าไม่มีลูกชาย ความคิดเลอะเลือน ไม่คู่ควรเป็นฮูหยินผู้ว่าฯ…
…แล้วใครคู่ควร ลูกสะใภ้เจ้าพูดแบบนี้ไม่เลอะเลือนรึ นางคู่ควรหรืออย่างไร…
…พูดแบบนั้นออกมาไม่รู้จักอาย…
…สะใภ้สามของข้าดูแลค่าใช้จ่ายของห้าหมื่นครัวเรือน คิดบัญชีให้ครอบครัวเหล่านี้ทุกเดือน ไม่กล้าขี้เกียจแม้แต่วันเดียว ข้าไม่ได้ดูถูกลูกสะใภ้เจ้านะ แต่นางทำบัญชีเป็นไหมล่ะ…
…ไม่ได้เรื่องสักอย่าง ดีแต่นินทาคนอื่น ถ้าข้าเป็นเจ้าถอดนางออกนานแล้ว…
…เที่ยวออกไปทำตัวโง่เขลาข้างนอก ตัวสร้างความอับอาย”
ท่านย่าหม่าพูดถึงตรงนี้ก็ยืนขึ้น ชี้ไปทางย่าหลัวพลางหรี่ตาพูด
“ทั้งยังกล้านินทาเรื่องออกเรือนของหลานสาวข้า…
…หากว่ากันด้วยเรื่องพ่อ ลูกชายข้าเป็นถึงขุนนางขั้นสี่ ลูกชายเจ้าเป็นลูกน้องลูกชายข้า นางไปเอาความกล้ามาจากไหนบอกว่าหลานสาวข้าสู้คนอื่นไม่ได้….
…เจ้าไปเรียกนางออกมา ให้นางมาพูดต่อหน้าข้า…
…คนแบบนี้พูดจาไม่รับผิดชอบอย่างนั้นรึ
…ถ้าหลานสาวข้าได้คู่ครองที่ดี นางกล้าคุกเข่าตบปากตัวเองไหมล่ะ เอาให้ปากฉีก!”
ท่านย่าหม่าที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมขนจิ้งจอก เดินออกไปท่ามกลางสาวใช้บ่าวรับใช้ตระกูลหลัวที่ก้มหน้าทำความเคารพ ย่าหลัวถึงกับต้องอมโสมไว้
เก่อเอ้อร์นิวเดินออกจากบ้านตระกูลหลัว แอบกังวล “กลัวนางจะอกแตกตาย อีกอย่าง ฝูเซิงบ้านเราใช้อำนาจข่มเหง ถ้าเกิดคนพวกนี้คิดไม่ซื่อเดี๋ยวได้ทำเรื่องแว้งกัด”
ยายหวังพูด “เรื่องแค่นี้อกแตกตายเลยเหรอ พวกเราพูดกับนางอย่างสุภาพตลอดนะ อีกอย่าง ถ้านางแกล้งตาย กล้าพูดเหรอว่าเป็นเพราะพวกเรา พวกเรามีกันแปดคน เอาให้ผู้เฒ่าล้มลงอีกคนด้วย อ้างไปเลยว่าเป็นเพราะโมโหคนตระกูลหลัว”
ท่านย่าหม่าไม่สนใจเลยสักนิด
พวกเจ้าสาดขี้ใส่หัวพวกเรา ก็เพราะกลัวเจ้าตายนี่แหละพวกเราถึงต้องทนเก็บความอัดอั้นตันใจนี้ไว้ แบบนี้ไม่เรียกรังแกคนที่เขาอยู่เฉยๆ เหรอ ใต้หล้าไม่มีใครยอมเรื่องแบบนี้ได้หรอกนะ
“วันนี้ดึกมากแล้ว มาแค่บ้านเดียวก่อน รอพรุ่งนี้ข้ายังจะเรียกรวมเหล่าฮูหยินพวกนั้น พวกเจ้าคิดว่ามีแค่ตระกูลหลัวที่ใส่สีตีข่าวรึ ไม่มีคนอยู่เป็นสุขสักคนหรอก เอาเป็นว่าเรียกมาด่าหน่อยไม่มีผิดแน่ ยอมด่าผิดคนดีกว่าปล่อยไปแม้แต่บ้านเดียว”
หลังจากท่านย่าหม่าออกจากบ้านตระกูลหลัวไปแล้ว ดึกดื่นท้องหิวแต่ไม่ได้กลับบ้าน
เก่อเอ้อร์นิวกับยายหวังมองม้าที่อยู่ในโรงม้าอย่างอึ้งๆ “จะทำอะไร”
ซื้อรถม้าให้หลานสาว สั่งจองรถม้าที่ดีที่สุด
บ้านเราไม่ขาดอะไร จะถ่อมตัวต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะโดนดูถูก
ส่วนทางด้านตระกูลหลัวก็วุ่นวายกันยกใหญ่
หลังจากที่ยายหลัวสะลึมสะลือฟื้นขึ้นมา จากที่ไม่เคยคิดแค้นสะใภ้ขนาดนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องแค่ที่ว่านางถูกด่าจนอับอายขายหน้าอีกต่อไปแล้ว แต่อนาคตของลูกชายนางจะต้องมาได้รับผลกระทบเพราะมีเมียโง่แบบนี้
“คุกเข่าลง”
ไม่ให้แม้แต่เบาะรอง หลัวฮูหยินคุกเข่าบนพื้นที่เย็นเฉียบ
หลัวมั่วอวี๋ร้องไห้กระโจนเข้าไปหาย่า “ท่านย่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ”
“เจ้าก็คุกเข่าด้วย!”
หัวหน้าหลัวรีบมาที่เรือนของมารดา
เวลานี้ได้ยินเสียงร้องไห้ของเมียกับลูกสาว เขารู้สึกสับสน ทั้งๆ ที่เรื่องที่เมียเขาปากมากเป็นเรื่องไร้สาระ ถูกตำหนิไปมากแล้ว เขาหลับตาลง รู้สึกว่าแม่ของผู้ว่าฯ ออกจะรังแกกันเกินไปหน่อย
เขาลงโทษเมียและเตรียมใจจะถูกผู้ว่าฯ ซ่งกลั่นแกล้งไปแล้ว แต่นี่กลับกล้าตามมาด่าถึงเรือนแม่เขา
…
คืนนี้ซ่งฝูเซิงนอนกอดเฉียนเพ่ยอิงหลับสบาย พวกเขาสองคนไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ลูกชายลูกสาวก็ดีๆ อยู่ แม่ก็ด่าได้สะใจ
แต่สะใภ้ของเก้าสกุลต่างลนลาน
จากคำพูดพวกนั้นมันหมายความว่าอย่างไร “ฝูกุ้ย ต่อไปถ้าเจ้าเจริญรุ่งเรืองมากๆ ข้าแก่ลงไม่คู่ควรกับเจ้าแล้ว เจ้าจะเปลี่ยนเมียไหม”
ฝูกุ้ยลุกขึ้นมานั่งกลางดึก ถูกทรมานจนต้องสาบานต่อเมีย “ขอแค่เจ้ามีลูกสาวให้ข้า ข้าจะหงอได้ยิ่งกว่าฝูเซิงอีก ข้าจะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าอย่างเดียวเลยเอ้า”
เมียของจงอวี้ “นี่พ่อ แม่ไม่สวยเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่ไหม”
จงอวี้คิด พรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้ว ให้ข้าหลับสบายหน่อยได้ไหม อีกอย่าง เจ้าก็ไม่เคยสวยสักหน่อย
เวลานี้บรรดาเมียๆ หลายคนต่างอิจฉาซ่งอิ๋นเฟิ่งมาก เพราะเถียนสี่ฟาไม่มีทางกล้าเปลี่ยนเมียแน่ อิ๋นเฟิ่งเป็นพี่สาวคนโตของฝูเซิง ถ้ากล้าเปลี่ยนเมียก็ต้องหลุดจากตำแหน่งพี่เขยใหญ่
คนที่อาการหนักสุดคือจูซื่อ
ลุกขึ้นมารื้อข้าวของกลางดึก พบว่าตัวเองไม่มีชุดสวยๆ ใส่
ตอนช่วงปีใหม่ที่พวกผู้หญิงในบ้านไปเดินซื้อของกัน มีแค่นางที่รู้สึกว่าอะไรก็แพงไปหมดเลยไม่ได้ซื้อสักชิ้น น้องสะใภ้สามทนดูไม่ไหวเลยซื้อกำไลเงินให้นาง
ซ่งฝูสี่ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ เขาง่วงนานแล้ว ถามด้วยเสียงงัวเงีย “ทำอะไรน่ะ ดึกๆ ดื่นๆ”
จูซื่อสะอื้นไห้พลางตอบ “ชีวิตนี้ข้าซื่อสัตย์แต่กับเจ้า แม้แต่ชุดยังมีแค่ไม่กี่ชุด เจ้าห้ามใจดำกับข้านะ”
ซ่งฝูสี่คิดว่าเมียไม่สบายหรือเปล่า “แล้วใครไปห้ามไม่ให้เจ้าซื้อล่ะ”