ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 810 ฝ่าฟันมาด้วยกัน
ตอนที่ 810 ฝ่าฟันมาด้วยกัน
เช้าของทุกวัน ตรงห้องอาหารของเรือนหลังในที่ว่าการ คนในซ่งเก้าสกุลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด กินดีที่สุด
เดิมทีควรเป็นมื้อเย็นที่ได้กินเต็มมื้อที่สุด
แต่ช่วยไม่ได้ แต่ละคนกลับมาไม่พร้อมกัน ก็เลยย้ายมาเป็นตอนเช้าต้องกินพร้อมหน้าสักมื้อ
อะไรคือครอบครัว ก็กินข้าวพร้อมหน้าได้พูดคุยหัวเราะกัน นั่นต่างหากคือครอบครัว
อีกทั้งที่ท่านลุงซ่งก็มีเงินส่วนหนึ่ง
ท่านลุงซ่งบังคับทุกบ้าน
ตอนนี้แต่ละครอบครัวเล็กมีช่องทางหาเงินของตัวเองแล้ว คนอื่นไม่รู้หรอกว่าหาเงินกันได้เยอะแค่ไหน
แต่ทุกเดือนจะหักเงินจากแต่ละครอบครัวมาส่วนหนึ่ง เอามาเป็นค่าอาหาร ค่าเครื่องปรุงต่างๆ
ห้ามเอาแต่กินของฝูเซิง
ถ้าหักเงินส่วนแบ่งในกิจการของฝูเซิงออก อย่าเห็นว่าเขาเป็นขุนนาง ราชสำนักมีเงินเดือนให้ แต่ค่าใช้จ่ายพวกของขวัญสินน้ำใจก็มากโขอยู่ เป็นอันดับสี่ของคนในครอบครัวที่หาเงินได้น้อยถัดจากต้าหลัง หูจือ สุ่ยเถียน
เพราะเงินส่วนแบ่งจากกิจการ หลานเซิงของเขาเอามาใช้ไม่ได้ เมียคุมหมด จึงไม่เท่ากับเป็นของหลานเซิงเอง
ด้วยเหตุนี้จึงเรียกเก็บเงินค่าอาหารโดยไม่เห็นแก่หน้าฝูเซิง
เอามารวมกัน
พวกเรากินโจ๊กกินซาลาเปาด้วยกัน กินไข่ทอดกินเต้าหู้ พวกเราใช้หม้อที่ทำจากแร่ทัลคัมที่ขุดจากหมู่บ้านต้าต้งถิง กินแป้งทอดกินผลไม้ กินข้าวกินน้ำแกงเผ็ด
กินสารพัดเปลี่ยนไปเรื่อย
ถึงแม้จะไม่เหมือนตระกูลผู้ดีมีสกุลที่แท้จริงที่แต่ละมื้อมีกับข้าวสิบกว่าอย่าง แต่ก็ถือว่าทั้งครอบครัวได้ลิ้มลองอาหารที่เมื่อก่อนไม่เคยกิน กินอย่างเอร็ดอร่อยกันทุกมื้อ ใช้ชีวิตอยู่ดีกินดีแบบที่เมื่อก่อนไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ไปไกลแล้ว กลับมาตอนนี้
เวลานี้ เมื่อก่อนทุกคนต้องรอซ่งฝูเซิงกับซ่งฝูหลิงที่นอนตื่นสายมาก่อนถึงจะเริ่มกินข้าว กลับไม่คิดว่าวันนี้ซ่งฝูเซิงจะเป็นฝ่ายรอทุกคน
ฝูกุ้ยกัดเชือก สะบัดผม เดินโทงโทงเข้ามา
เมื่อคืนเมียเขาพูดจาน่าโมโห
เขาบอกให้มีลูกสาว แต่นางกลับได้เรื่อง ย้อนถามเขา “แปลงพริกออกลูกเป็นดอกไม้ได้ไหมล่ะ นี่ถ้าได้ลูกสาวจริงแล้วหน้าเหมือนเจ้า น่าสงสารตายเลย”
ใครน่าสงสาร
ทีข้ายังไม่เคยรังเกียจที่เจ้าฟันผุเลยนะ
โมโหจนเขาดันเมียไปอีกด้าน ไม่ทำแล้วเรื่องนั้น หมดอารมณ์
ในมือจงอวี้มีแท่งขัดฟัน เดินหาวเข้ามา สีหน้าไม่ดีเท่าไหร่
เขาอยากเลิกกับแม่ซ่วนเหมียวจื่อเสียตั้งแต่ตอนนี้ ไม่อยากรอแก่รอเหี่ยวแล้วค่อยเลิก
ตอนหลังจะตอบว่าสวยหรือไม่สวยก็ผิดทั้งนั้น
แม่เขาอยู่ห้องติดกัน พอทะเลาะขึ้นมาแม่ก็หลับไม่สบาย คิดมากอีก ไม่อยากมีปัญหา จะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้าน ปกติเขาจะไม่มีปากมีเสียงเพื่อที่แม่จะได้ไม่โมโหตามไปด้วย
นี่ถ้าอยู่บ้านแม่ยาย คอยดูนะ เขาจะโวยวายขึ้นมาเลย
ไม่ยอมให้นอนดีๆ พวกผู้หญิงนี่มันใจดำจริงๆ
คนสุดท้ายที่มาคือซ่งฝูสี่ เกือบสะดุดคานประตูล้ม โมโหจนมัวแต่หันกลับไปด่าเมีย
เมื่อคืนแม่จินเป่าคร่ำครวญถึงเรื่องเก่าๆ พูดเรื่องตั้งแต่บ้านเกิดจนมาถึงตอนนี้
บอกว่าทนเหนื่อยทนลำบากใช้ชีวิตมากับเขา คิดเล็กคิดน้อยกับเขากับบ้านพ่อแม่ตัวเองเหลือเกิน
บอกว่าตอนปีใหม่ สะใภ้ทุกคนซื้อทองซื้อเครื่องประดับ มีแค่นางที่ไม่ได้ซื้อ
รู้ว่าตัวเองหน้าด้านเอาเปรียบน้องสะใภ้สาม น้องสะใภ้สามใจดี ไม่คิดมาก จะต้องทนดูไม่ได้แน่นอน
เล่นเอาพวกพี่สะใภ้น้องสะใภ้เบ้ปากใส่นาง อย่าคิดว่านางไม่รู้ว่าพวกนางแอบนินทาลับหลัง
แต่ต่อให้ต้องถูกหัวเราะเยาะก็ยังจะขอเอาเปรียบ เพื่ออะไร เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะยอมเสียเงินแค่กับสามีกับจินเป่ามาตลอดหรอกเหรอ
เล่นเอาซ่งฝูสี่โมโห เขาไม่รู้ว่าเมียไปเอาเปรียบน้องสะใภ้สามมา
เขาไม่ยุ่งเรื่องเงินในครอบครัว แค่คิดว่าตามไปแล้วจะไม่ซื้อได้เหรอ พอนางกลับมาเห็นร้องรำทำเพลงอย่างอารมณ์ดี ฮัมเพลงนั่งบนเตียง บอกว่าต่อไปจะก่อไฟไม่ได้แล้ว ให้เอ้อร์ยาไปก่อไฟใต้เตียงห้องพวกเขา มือใส่กำไลเงิน เดี๋ยวประกายไฟทำกำไลร้อนลวกมือ ปรากฏว่าเมื่อคืนถึงได้รู้ความจริง
เจ้าเป็นพี่สะใภ้รองช่วยมียางอายหน่อยได้ไหม
จูซื่อร้องไห้ “ไม่ใช่นะพ่อ ข้าไม่ได้ต้องการพูดเรื่องนั้น ข้าแค่น้อยใจ”
ซ่งฝูสี่ “ใครทำให้เจ้าน้อยใจกัน ข้ารับงานเยอะขนาดนี้ เงินไม่พอเจ้าใช้เหรอ กล้าแอบทำเรื่องขายหน้า”
ส่วนเรื่องที่ทำให้ซ่งฝูสี่รู้สึกยอมใจจูซื่อมากที่สุดคือ ตั้งแต่บ้านเกิดมาจนถึงตอนนี้ หลายปีระหว่างนั้นมีหลายเรื่องที่เขาจำไม่ได้แล้ว
ปกติแม่จินเป่าก็ไม่ใช่คนฉลาดอะไร เมื่อวานเขาพบว่า สมองนางจำแต่เรื่องไร้สาระ แม้แต่ตอนนั้นที่แม่ลำเอียงแบ่งอาหาร เอาตะเกียบตีนางก็ยังจะยกขึ้นมาพูด
เอาจริงๆ นะ ให้ผู้หญิงสอบจอหงวนไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเอาแค่ความจำของเมียเขา เขาคิดว่าน่าจะสอบไปได้ถึงซิ่วไฉ น้องสามของเขาต้องชิดซ้ายไปเลย
ต่อมาก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทุบสักทีถึงยอมหยุด ไม่อย่างนั้นคงได้นั่งพูดทั้งคืน
คิดว่าจบแล้วนะ ตอนเช้าตื่นมามีสะดุ้ง นางนั่งอยู่หัวเตียงจ้องเขาด้วยใบหน้าอาบน้ำตา อย่างกับกำลังร่ำลาศพเขา
ท่านย่าหม่าสงสัย “เกิดอะไรขึ้น”
“ท่านแม่ วันนี้ไม่ต้องให้แม่จินเป่าตามข้าไปโรงงานแล้ว เดี๋ยวท่านแม่ไปร้านขนมเอานางไปด้วย ระหว่างทางผ่านโรงหมอก็แวะเข้าไปให้ตรวจดูนางหน่อย ข้าว่านางชักจะบ้าแล้ว”
จูซื่อใบหน้าแดงก่ำตาบวม สีหน้าแย่มาก “ท่านแม่ อย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหล แค่ทะเลาะกันนิดหน่อย”
ไม่ใช่แค่คนเหล่านี้ ท่านลุงซ่งที่นั่งอยู่หน้าสุดคอยสังเกตทุกคน
เช้าวันนี้พวกสะใภ้ดูผิดปกติกันหมด
คิดมากเรื่องสามีตัวเอง
น่าจะอยากได้คำสัญญาที่ชัดเจน
อยากอ้อนแม่สามี
ดูท่าจะอยากให้พ่อแม่สามีช่วยออกหน้าให้เวลาที่มีปัญหาอะไร
เอาแม่พั่งยาเป็นเกราะป้องกัน
ดูท่าจะกังวลว่าพวกผู้ชายในบ้านล้วนเป็นพรรคพวกของฝูเซิง กังวลว่าฝูเซิงที่คำพูดมีน้ำหนักมากสุดในบ้านจะลำเอียงเข้าข้างพวกพ้องของตัวเองมากกว่า ไม่มีทางเข้าข้างพี่สะใภ้น้องสะใภ้ ทำได้เพียงเข้าหาเมียของฝูเซิง สร้างสัมพันธ์ที่ดีไว้ พอถึงยามคับขันขึ้นมา เมียฝูเซิงจะได้ช่วยออกหน้าแทนพวกนางได้
ท่านลุงซ่งรู้อยู่ในใจ “ก่อนกินข้าวขอพูดอะไรสักหน่อย ไม่ได้พูดนานแล้ว”
พวกจินเป่ากำลังจะปรบมือทันที นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบ้าน
แต่ถูกท่านลุงซ่งห้ามไว้ ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นดีใจอะไร ไม่ต้องทำแบบนั้น
“ครอบครัวเราเป็นครอบครัวคนธรรมดา ไม่ว่าจะไปถึงขั้นไหนก็อย่าเหลิง อย่าลืมกำพืด…
…ยิ่งกิจการใหญ่โตก็ยิ่งจะได้พบปะกับคนสารพัดแบบ…
…ออกไปเลี้ยงสังสรรค์ คนนี้ยกยอว่าเก่ง คนนั้นยกยอว่าสุดยอด มีแต่คำพูดประจบ จัดหาหญิงนางโลมมาให้ ไม่ว่าจะดื่มหนักแค่ไหน จำคำพูดของข้าไว้ให้ดี…
…เมื่อก่อนพวกเจ้าเป็นพ่อ แม้แต่ข้าวต้มก็ยังหาให้ลูกไม่ได้ เป็นเพราะเมียๆ ของพวกเจ้าคิดคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนแม้แต่เม็ดข้าวสาร ประหยัดผ้าเพื่อให้พวกเจ้าได้มีสวมใส่…
…พวกเจ้าผ่านชีวิตที่ลำบากโดยมีเมียของพวกเจ้าเดินเคียงข้าง”
มือของซ่งฝูสี่ที่จับตะเกียบหยุดชะงัก
หวังจงอวี้ก้มหน้าเลียปาก ตบขากางเกง
ซ่งฝูกุ้ยรู้สึกฝืดคอ ข้าไม่ได้ลืมกำพืด ข้าไม่ใช่คนเริ่มนะ ข้าโกรธที่เมียไม่ยอมมีลูกสาวให้ต่างหาก
อันที่จริงพวกผู้ชายต่างเข้าใจ ขึ้นเหนือลงใต้ถ้าคิดบัญชีไม่ละเอียดก็จบกัน
ถึงแม้จะชอบมองสาวสวย แต่จะหาเรื่องใส่ตัวทำไม ต่อให้แม่กับเมียยอมให้มีอนุ แบบนั้นก็ต้องย้ายออกไป
รับอนุเข้ามาแล้วจะให้เมียญาติๆ เรียกอนุว่าอะไร ทำคนอื่นสับสนตามไปด้วย ต่อให้หน้าด้านไม่ยอมย้ายออกก็ต้องถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ดี
ถ้าย้ายออกไป พูดตามตรงเลยนะ ถ้าไม่มีเสาหลักและคนหนุนหลังอย่างฝูเซิง พวกเขาจะไปทำอะไรสำเร็จได้
อีกอย่าง ว่างที่ไหนกัน วันๆ งานเต็มมือ
ท่านลุงซ่งมองฝูเซิง “เจ้ามีอะไรจะเสริมไหม”
ซ่งฝูเซิงยิ้ม “ข้าไม่แล้วดีกว่า ข้าอยู่ในกลุ่มที่ลุงซ่งต้องสั่งสอนเหมือนกัน ข้าจะทำตัวเป็นแบบอย่าง เป็นต้นแบบให้ทุกคน วางใจได้”
พวกผู้ชายในบ้าน แม้แต่พี่ใหญ่ซ่งฝูไฉกับพี่เขยใหญ่เถียนสี่ฟาต่างคิดในใจ เจ้าก็แข็งข้อบ้างก็ได้ ทำไมถึงได้ ฮึ่ย หงอให้เมียทุกอย่าง
ผู้ชายบ้านเรา ถ้าจัดอันดับทั้งหวงหลง อยู่ในบ้านสุดจะไม่มีที่ยืน
เวลานี้ในที่สุดพวกเมียๆ ก็รู้ว่า อะไรคือคำพูดที่ว่า ในบ้านมีคนสูงวัยดุจมีของล้ำค่า เอาแค่ท่านลุงซ่ง พวกนางก็ยินดีควักเงินเลี้ยงยามแก่เฒ่าแล้ว