ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 811-2 ม้าขาวมุ่งหน้าสู่ตะวันตก
ตอนที่ 811-2 ม้าขาวมุ่งหน้าสู่ตะวันตก
บรรดาเหล่าฮูหยินที่นั่งอยู่สองฝั่ง ต่างไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
ตอนพวกนางมาก็รู้แล้วว่าเป็นการเรียกมาสั่งสอน
เมื่อคืนท่านย่าหม่าไปบุกบ้านตระกูลหลัวจนเหล่าฮูหยินตระกูลหลัวล้มป่วย จวนหลัวเชิญหมอไปรักษา ได้ยินเรื่องนี้มากันก่อนแล้ว
หลังจากบรรดาเหล่าฮูหยินกลับถึงจวนก็เริ่มเรียกพวกลูกสะใภ้มาสั่งสอน ตั้งกฎ
คนเป็นแม่ต่างกลัวอยู่เรื่องเดียว กลัวลูกสะใภ้จะทำอะไรที่ส่งผลต่ออนาคตของลูกชาย ห้ามให้เกิดเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด
สองวันต่อมา
ขณะที่เฉียนเพ่ยอิงกำลังทำงานอยู่ในห้องทำงานที่เช่าในสำนักใต้ก็ได้ยินเสียงตะโกนบอกจากด้านนอกว่าหลิ่วฮูหยินมา
หลิ่วฮูหยินไม่ได้มาคนเดียว นางสวมหมวกขนเตียวสีดำ มีเสื้อคลุมพร้อมหมวกสีดำ ด้านหลังตามมาด้วยฮูหยินจากจวนต่างๆ ยกเว้นจวนหลัว
“ดูข้าสิ มาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า รบกวนเจ้าหรือไม่”
เฉียนเพ่ยอิงเห็นพวกฮูหยินทำความเคารพนาง บอกให้ทุกคนเข้าไปในห้องทำงานก่อน
เดินนำอยู่ด้านหน้า จับมือหลิ่วฮูหยินพลางพูด “รบกวนอะไรกัน บอกอยู่ตลอดว่าอยากเชิญท่านมา แต่ก็กังวลว่าท่านจะมีเรื่องในจวนต้องจัดการมากมาย”
แต่เมื่อทุกคนนั่งอยู่ในห้องในของห้องทำงานใหญ่ มองผ่านม่านมุกไปเห็นเก้าอี้ทำงานขนาดใหญ่ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ไม่ด้อยไปกว่าของพวกผู้ชาย บนโต๊ะมีตราประทับสารพัด บนกำแพงมีแผนที่แขวนอยู่ เป็นภาพแผนที่แสดงสาขาต่างๆ ของม้าพันลี้ จึงพบว่าเฉียนเพ่ยอิงงานยุ่งมาก
การที่พวกนางมาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าอาจเป็นการรบกวนจริงๆ
เฉียนเพ่ยอิงก็รู้สึกผิดที่คุยได้ไม่นานก็ต้องไปทำงาน
เพราะหลังจากที่จงอวี้ออกเดินทางไป ฝูกุ้ยก็กำลังจะออกต่อกัน
ครั้งนี้ไม่ได้แค่เอาของไปส่งให้ตามแต่ละอำเภอที่สหายจิ้นซื่อของเหล่าซ่งประจำอยู่ อีกทั้งยังต้องซื้อเรือที่เกาะฉินหวงด้วย ม้าพันลี้ไม่เพียงแต่จะขนส่งทางบก ยังจะมีขนส่งทางเรือเพิ่มเข้ามา
ฝูกุ้ยเข้ามาเอาเงิน ต่อให้หลิ่วฮูหยินอยู่เขาก็ต้องเข้ามาอยู่ดี ไม่มีเงินจะไปอย่างไร
บรรดาฮูหยินที่อยู่ในห้องในได้ยินเฉียนเพ่ยอิงถามจำนวนเงินพลางประทับตราต่างๆ
ทุกคำถามทุกการประทับตราล้วนทำให้แววตาของพวกนางวูบไหวขณะที่ก้มหน้าดื่มชา
เพราะวันนี้พอพวกนางได้ฟังเฉียนเพ่ยอิงถาม ถึงได้รู้คำศัพท์แปลกๆ มากมาย ที่แท้เก้าประตูเข้าเมืองหลวงจะต้องเก็บภาษีผ่านทาง เมืองอื่นก็มีภาษีผ่านทาง ภาษีชักเท้า สร้างเรือมีภาษีเรือ นอกจากนี้ทางราชสำนักกำหนดจำนวนเงินไว้ที่หกพันตำลึง หากเกินจากนี้ต้องจ่ายภาษีส่วนต่าง
ความยุ่งยากไม่ได้อยู่ที่ว่าเก็บอย่างไร แต่มันมีรายละเอียด ภาษีส่วนต่างเก็บที่อัตราส่วนเท่าไร คำนวณอย่างไร
ฮูหยินของผู้ตรวจการหลิววางถ้วยชาแล้วหยิบหนังสือที่อยู่บนชั้นหนังสือข้างเก้าอี้รับแขก
รูปแบบเครื่องเรือนของที่นี่ บรรดาฮูหยินรู้สึกเพียงว่าไม่เหมือนที่จวนของพวกนาง ดูแปลกตา
ดูเอาแล้วกัน ชั้นหนังสือเล็กขนาดนี้วางอยู่ข้างเก้าอี้ ไม่ใช่ในห้องหนังสือที่แยกออกไปเฉพาะ
หลิวฮูหยินมองปกหนังสือตัวอย่างการจัดเก็บภาษี ในนั้นมีพับหน้าหนังสือไว้ แสดงให้เห็นว่าอ่านเล่มนี้บ่อย
หยิบขึ้นมาอีกเล่ม ข้อกำหนดต่างๆ ของกรมคลัง
หนังสือแนวนี้มีเยอะมาก และก็มองออกว่าถูกเปิดบ่อย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้หญิงเรือนในอย่างพวกนางไม่มีทางได้เกี่ยวข้อง
ฝูกุ้ยที่อยู่นอกม่านมุก ทำความเคารพพวกหลิ่วฮูหยินก่อนออกไป บอกว่ามาเอาใบต่างๆ จากเฉียนเพ่ยอิง หนิวจั่งกุ้ยมาพร้อมผู้ชายสองคนจากห้องบัญชี จำต้องบากหน้าเคาะประตูเข้ามา
เฉียนเพ่ยอิงยุ่งรอบนี้ก็กินเวลาหนึ่งถ้วยชาไปแล้ว
เล่นเอานางทำสีหน้าเกรงใจ โดยเฉพาะในนี้มีหลิ่วฮูหยินอยู่ด้วย ถึงเวลากลางวันพอดีจึงขอเลี้ยงข้าวทุกคนเพื่อเป็นการขอโทษ
ต้องพูดเลยว่าเฉียนเพ่ยอิงถูกเอาไปนินทาแบบนั้น แต่พอนางอยู่ต่อหน้าพวกฮูหยินกลับไม่เหมือนท่านย่าหม่า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จะพูดถึงทำไม แม่สามีจัดการให้นางแล้ว
เหล่าซ่งสามีนางก็เป็นเดือดเป็นร้อนเรียกลูกน้องไปตำหนิให้แล้ว
หึหึ นางไม่จำเป็นต้องออกโรง
เพราะแบบนี้ เฉียนเพ่ยอิงจึงชวนพวกฮูหยินไปเลี้ยงข้าวที่ภัตตาคารกว่างจวี้เซวียน นั่งตรงตำแหน่งเจ้าภาพ คำถามที่เจอเยอะสุดก็คือ แต่ละวันนางยุ่งอะไรบ้าง
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางพูด พร้อมยกมือที่สวมแหวนทับทิมประกอบการพูด
“ข้าเองก็อยากไปเจอทุกคนบ่อยๆ เหมือนกัน ข้ารู้สึกอิจฉาพวกท่านมาก…
…แต่ต้นเดือนข้าต้องทำใบยืนยัน ออกใบรายการ ยื่นภาษี เรียบเรียงเอกสารการเงินให้ใต้เท้าผู้ว่าฯ ตรวจดูเพื่อสำรองไว้ในที่ว่าการเขตหวงหลง เผื่อวันหน้าราชสำนักมาตรวจจะได้มีหลักฐาน…
…กลางเดือนข้าต้องทำใบตรวจสอบ หนี้สินค้างชำระ ความเสียหาย ตรวจสอบยอดคงเหลือ…
…พอถึงปลายเดือนก็ต้องเริ่มทำใบจ่ายค่าแรง จ่ายเงิน เตรียมงบสำหรับเดือนต่อไป เงินค่าใช้จ่ายไปกลับ”
วันนี้หลิ่วฮูหยินแค่อยากให้ฮูหยินพวกนั้นเห็นว่าเพ่ยอิง สหายที่แสนดีของนางเก่งขนาดไหน
เอาแค่นี้ ถ้าให้พวกผู้ชายทำก็ยังเหนื่อย
พอฟังจบหลิ่วฮูหยินจึงถามอย่างเข้าขา “ตอนนี้เพ่ยอิงต้องจัดการเงินค่าแรงของกี่คนรึ”
เฉียนเพ่ยอิงครุ่นคิดแล้วตอบ “ถ้านับตามจำนวนครอบครัว ทางฮุ่ยหนิงเยอะหน่อย ห้าหมื่นกว่าครอบครัวได้”
บรรดาฮูหยินที่นั่งอยู่ต่างวางตะเกียบ การนัดกินข้าววันนี้ไม่มีพวกสาวใช้ปรนนิบัติ ไม่ได้พาลูกสาวออกมาด้วย เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้น
พอได้ยินก็ตกตะลึง
“เยอะขนาดนั้นเชียวหรือ”
หลิ่วฮูหยินพูดว่า “เจ้าทำเรื่องที่ใหญ่มาก เกี่ยวพันถึงชาวบ้านหลายคน”
เฉียนเพ่ยอิงพูด
“พวกเรารู้ว่าชาวบ้านไม่กล้ามีปากมีเสียงกับเจ้าหน้าที่ทางการ…
…ข้าคิดว่า หากวันหนึ่งมีการจ่ายเงินตามขั้นตอน เกิดจ่ายผิดขึ้นมา พวกชาวบ้านที่ใช้แรงงานก็คงจะไม่พอใจแต่ไม่กล้าพูด…
…ทุกท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่…
…ทุกครั้งที่ข้านึกถึงพวกชาวบ้านทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ แต่เงินไม่ออก ได้แต่รอ อยากเอาเงินนั้นไปช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน…
…และเมื่อใดที่มีการจ่ายเงินผิด พวกเขาไม่กล้าส่งเสียง ทำได้เพียงเก็บเงียบ แบบนั้นพวกเขาจะผิดหวังกันแค่ไหน ข้าจึงไม่กล้าประมาท ไม่อยากจ่ายเงินผิดแม้เพียงเหวินเดียว…
…ความสามารถของข้าก็ช่วยสามีได้เพียงเท่านี้…
…หวังเพียงว่าทางที่ว่าการจะหางานดีๆ ให้พวกชาวบ้านหวงหลงทำได้มากกว่านี้ อย่ามัวให้ต้องมานั่งกลุ้มว่าจะมีเงินพอประทังชีวิตหรือไม่”
บรรดาฮูหยินที่นั่งอยู่ฟังแล้วก็อดพยักหน้าไม่ได้
หลิ่วฮูหยินยิ้มพลางพูด “เพ่ยอิงเจ้าลองหาโอกาส พวกเราก็พอจะช่วยชาวบ้านได้บ้างหรือไม่”
เฉียนเพ่ยอิงบอกดีเลย นางก็เคยคิดแบบนี้
บรรดาฮูหยินต่างแย่งกันพูด ใช่ๆๆ ฮูหยินผู้ว่าฯ กับหลิ่วฮูหยินเป็นผู้นำของสตรีในหวงหลง ท่านต้องช่วยเป็นตัวตั้งตัวตี ทุกคนจะช่วยกันอย่างเต็มที่
อาหารกลางวันในวันนี้ บรรยากาศการกินอาหารร่วมกันของบรรดาฮูหยิน เรียกได้ว่าดีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
เดิมทีคิดว่าฮูหยินผู้ว่าฯ จะไม่พอใจในตัวพวกนางอยู่บ้าง แต่กลับไม่มีพูดถึงเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งก็เหนือความคาดหมายมาก กลับใจดีมากด้วยซ้ำ
ตอนที่หลัวฮูหยินได้ยินในเวลาต่อมาก็นึกเสียใจที่ไม่ได้ตามไป
นางก็หวังว่าฮูหยินผู้ว่าฯ จะให้อภัยนาง
วันนั้นไม่ใช่แค่เฉียนเพ่ยอิงที่ได้ต้อนรับแขกที่มาอย่างกะทันหัน ซ่งฝูเซิงที่อยู่ในที่ว่าการก็ได้ต้อนรับแขกที่พบเจอได้ยากคนหนึ่ง
อาจารย์เหยียนมาเยือน
หลังจากซ่งฝูเซิงพูดไปตามมารยาทเสร็จก็ลองถามหยั่งเชิงว่าพวกเด็กๆ ไปก่อเรื่องหรือเปล่า
อาจารย์เหยียนลูบเคราพลางยิ้ม มีเรื่องอยากขอร้อง อยากพบบุตรสาวของท่าน
ซ่งฝูเซิงสงสัย หืม เกี่ยวกับฝูหลิง
ฟังต่อมาถึงได้รู้ว่า เจ้าตัวแสบหมี่โซ่วไปพูดเรื่องสูตรคูณ
ต้องทราบก่อนว่าในยุคโบราณก็มีการสอนแบบเฉพาะ
ส่วนสูตรคูณที่ฝูหลิงสอนให้หมี่โซ่ว เป็นการเสริมจากของโบราณอีกที รวมถึงการคูณเลขสองหลัก และสูตรคณิตศาสตร์อื่นๆ
อาจารย์เหยียนเป็นผู้ใฝ่รู้ ต้องการพบลูกสาวของเขา ฟังจากที่พูดดูเหมือนจะอยากทำเป็นหนังสือ
ซ่งฝูหลิงขมวดคิ้วมองพ่อ “ลูกไม่ออกหนังสือนะ ลูกไม่ได้เป็นคนคิดค้นขึ้นมาเสียหน่อย”