ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 814 สาวแรกรุ่นเนื้อหอม เจ้าคือเจ้าบ้าน
ตอนที่ 814 สาวแรกรุ่นเนื้อหอม เจ้าคือเจ้าบ้าน
ซ่งฝูหลิงเดินลงจากแท่น อธิบายให้อาจารย์เหยียนฟังอีกสองรอบ บอกเทคนิคและสูตรต่างๆ ที่เคยเรียนมาจนหมด ให้อาจารย์เหยียนจำ จากนั้นถึงได้เงยหน้าหันไปมองหน้าต่างที่เป็นรูในสภาพมือเปื้อนชอล์ก
อาจารย์เหยียนเงยหน้ากำลังจะพูดกับซ่งฝูหลิง พอเห็นซ่งฝูหลิงมองไปด้านหลังของเขา เขาก็หันไปมองตามด้วย
“ใครอยู่ตรงนั้น”
เขาไม่พบว่าตรงหน้าต่างมีคน
ไม่อย่างนั้นจะพูดกันเหรอว่าคนหนุ่มสาวหูดีตาดี
ไม่นานแม่นางเหยียนก็พาบรรดาคุณหนูของแต่ละจวนเดินเข้ามาในสภาพก้มหน้ากระอักกระอ่วน อับอายใบหน้าแดงก่ำ คารวะอาจารย์เหยียนกับซ่งฝูหลิง
ครั้งนี้เหนือความคาดหมายของแม่นางเหยียนมาก
ตอนที่อาจารย์เหยียนถามว่ามากันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เพียงแต่จะไม่คาดคั้นเอาเรื่อง แถมยังไม่ปั้นหน้าบึ้งหันไปเสนอซ่งฝูหลิง “พอเห็นนางถึงนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง ต่อไปตอนเที่ยงไปพักผ่อนที่เรือนของหลานสาวคนเล็กของข้าเป็นอย่างไร”
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางพยักหน้า “ท่านอาจารย์คงไม่ทราบว่าข้าเคยพบเซิ่งหนานมาก่อน”
พูดจบก็หันไปพยักหน้าให้เซิ่งหนาน “วันหน้าต้องขอรบกวนแม่นางเหยียนด้วย”
เหยียนเซิ่งหนานดีใจมาก รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งกว่า
นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านปู่ไว้หน้านางขนาดนี้ นางเดาว่าพวกพี่สาวของบ้านใหญ่ บ้านรอง บ้านสาม จะต้องอิจฉานางแน่
มีเรื่องนี้เข้ามาแทรก อาจารย์เหยียนก็รู้สึกว่าซ่งฝูหลิงสอนต่อเนื่องไม่ได้พักมาเดือนกว่าแล้ว ยังเด็กอยู่ มีใครบ้างไม่ติดเล่น วันนี้จึงเลิกเรียนไวหน่อย ปล่อยให้ซ่งฝูหลิงตามหลานสาวคนเล็กไปเดินเล่นที่เรือนหลัง
ซ่งฝูหลิงเดินผ่านประตูฉุยฮวา พากันโล่งอกไปพร้อมกับบรรดาคุณหนู
คนอื่นๆ รู้สึกว่าเรือนหน้าไม่ใช่สถานที่ที่พวกนางควรไป พอแอบไปก็ใจคอไม่ดี ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
ถึงแม้จะขายหน้าที่ถูกจับได้ แต่ก็ไม่มีอันตราย ไม่ถูกตำหนิ
ส่วนความรู้สึกของซ่งฝูหลิงคือ ฮู่ว ในที่สุดก็ได้เข้าเรือนหลังแล้ว มาเดินเล่นจวนคนอื่นบ้าง
ต่างโล่งอกเหมือนกัน ได้ยินเสียงถอนหายใจของกันและกัน พวกนางมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา
เหยียนเซิ่งหนานสงสัยเหลือเกิน “พี่ซ่ง เห็นพวกเราตั้งแต่ตอนไหนเหรอ”
ซ่งฝูหลิงตอบไปตามตรง “เห็นนานแล้ว ตอนที่พวกเจ้าปีนเกาะขอบหน้าต่าง”
หลิวเหวินหย่าแห่งบ้านผู้ตรวจการหลิวก็สงสัย “เช่นนั้นทำไมถึงเพิ่งจะมองมาทางพวกเราล่ะ”
“ตอนอยู่ในช่วงอธิบายมันก็เหมือนตอนพวกเจ้าดีดพิณไปได้ครึ่งทางกระมัง ถ้าถูกขัดจังหวะก็ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นมิใช่หรือ”
คุณหนูสี่โจวอิ๋งอิ๋งแห่งบ้านรองผู้ว่าฯ โจวแสดงท่าทีเป็นมิตรกับซ่งฝูหลิงอย่างเห็นได้ชัด “เช่นนั้นคุณหนูซ่งก็ความรู้สึกไวมากเลยนะ พวกเราระวังตัวกันมากแล้ว คิดว่าไม่มีทางถูกจับได้เสียอีก”
ระหว่างทางที่จะไปทักทายเหยียนเหล่าฮูหยิน ซ่งฝูหลิงเล่าว่าเมื่อก่อนบ้านอยู่ใกล้ภูเขาลูกใหญ่
บนภูเขามีสัตว์มากมาย เช่น งู
ถ้าไม่รู้จักระวังตัว ขึ้นเขาไปหาลูกเกาลัดกิน หาผลไม้ป่ากิน ต่อให้อยากเด็ดดอกไม้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกงูกัดทั้งนั้น
นางเล่าว่าพวกพี่สาวน้องสาวในครอบครัวนางทำอะไรเป็นกันบ้าง มีฝีมือติดตัวอยู่บ้าง ต่อให้เป็นพี่เถาฮวาที่อ่อนแอมากก็จะพกยากันงูขึ้นไปด้วยตอนขึ้นเขา
เหล่าคุณหนูต่างไม่กล้าจินตนาการ “เช่นนั้นคุณหนูซ่งทำอะไรเป็นบ้าง”
“ข้าเหรอ เมื่อก่อนข้าฝึกปาขวาน ต่อมามีอยู่ครั้งหนึ่งเกือบเหวี่ยงโดนหัวน้องชาย เพราะอยู่ๆ ใบมีดกับด้ามขวานมันก็หลุดจากกัน…
…น้องชายข้าเลยฝันร้ายสองคืนติด…
…สองวันนั้นตอนกินข้าวเช้าเขาก็เอาแต่จ้องข้า บอกว่าฝันเห็นข้าทำร้ายเขา พ่อข้าเลยมาขอคุยเป็นการส่วนตัว บอกว่าเลิกฝึกเถอะ เดี๋ยวน้องชายข้าจะไม่โตเอา…
…ต่อมาครอบครัวข้าก็สร้างบ้านที่สวยมาก ยิ่งไม่มีที่ฝึกเข้าไปใหญ่…
…ครอบครัวเราอยู่กันเยอะ ไม่รู้ว่าจะมีคนโผล่ออกมาตอนไหน…
…จะให้ออกไปตั้งเป้าฝึกข้างนอก พวกคนแก่ในบ้านก็ไม่ยอม บอกว่าถ้าไปฝึกปาขวานข้างนอกเดี๋ยวจะหาคู่ยาก”
“ฮ่าๆ” หลัวมั่วอวี๋แห่งบ้านหัวหน้าหลัวหลุดขำก่อนคนแรก
หัวเราะเสร็จก็พบว่าทุกคนต่างมองนาง รวมถึงซ่งฝูหลิง
แย่แล้ว นางเสียมารยาทเหรอ นางไม่ได้หัวเราะเยาะคุณหนูซ่งจริงๆ นะ ก็แค่รู้สึกว่าฟังแล้วสนุกดี
“เอ่อคือ ข้าไม่ได้…”
“ฮ่าๆๆ” บรรดาคุณหนูที่เหลือเหมือนความรู้สึกช้า เพิ่งจะหัวเราะ
หลัวมั่วอวี๋ “…”
ส่วนเหยียนเหล่าฮูหยินที่อยู่ในเรือนหลัก ตอนนี้ก็ทราบข่าวแล้วว่าซ่งฝูหลิงจะมาทักทาย
บ่าวรับใช้เดินขวักไขว่เข้าออกห้องโถง ยกจานสารพัดขนมและผลไม้ เด็กสาวชอบดื่มชาผลไม้ชาดอกไม้
เหยียนเหล่าฮูหยินได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กสาวดังมาแต่ไกล นางเองก็พลอยยิ้มตามไปด้วยทั้งที่ยังไม่เห็นคน
“ฝูหลิงน้อมทักทายเหล่าฮูหยินเจ้าค่ะ”
ถึงแม้บัดนี้ตระกูลเหยียนจะดูน่ากระอักกระอ่วน ดูจากความต้องการของฮ่องเต้คือไม่เรียกใช้งานอีกต่อไป
แต่ตอนที่ถอนตัวออกมาขั้นตำแหน่งก็สูงมาก
จะมาบอกว่าตำแหน่งสำคัญ พอปลดเกษียณก็ไม่สำคัญแล้วไม่ได้ สิ่งตอบแทนบางอย่างยังดีมาก ถือว่าฮ่องเต้ตอบแทนให้อย่างงาม
ในแถบหวงหลง แม้แต่แม่ทัพหลิ่วที่ตำแหน่งสูงสุดในตอนนี้ก็ยังต้องให้เกียรติตระกูลเหยียนอยู่บ้าง
ดังนั้นพอซ่งฝูหลิงมาถึงเรือนหลัง เรื่องแรกที่ทำก็คือทักทายเหยียนเหล่าฮูหยินกับสะใภ้ใหญ่ของบ้านใหญ่ โดยทั่วไปในยุคโบราณ ลูกชายคนโตกับสะใภ้ใหญ่จะสืบทอดกิจการของครอบครัว
“ดี ดีมาก รีบลุกขึ้น เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหน่อย”
เหยียนเหล่าฮูหยินจับมือซ่งฝูหลิงแล้วพูดกับสะใภ้ใหญ่ “นึกไม่ถึงว่าไม่เพียงแต่ฉลาดหลักแหลม หน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู ดวงตาสุกใส ฟันขาวสะอาด”
อืม สะใภ้ใหญ่ของจวนเหยียนยิ้มพลางพยักหน้า เด็กสาวคนนี้ดูสะอาดสะอ้านจริงๆ นางคิดในใจ รูปร่างหน้าตาดี เอาแต่ส่วนดีของผู้ว่าฯ ซ่งกับซ่งฮูหยินมาหมด
ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้น ผู้ใหญ่ทั้งสองก็ได้มอบกำไลหยกเขียว ใส่ให้ที่มือของซ่งฝูหลิง
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางพูดคุยกับเหยียนเหล่าฮูหยินและฮูหยินใหญ่ บอกว่าท่านย่าเคยเล่าให้ฟัง พบเหยียนเหล่าฮูหยินไม่บ่อย
เหล่าฮูหยินบอกว่า เคยพบท่านย่าของเจ้าแค่สองครั้ง ไม่เหมือนจวนอื่นที่นัดพบกันบ่อย
เป็นเพราะขาของนางไม่ดี อากาศหนาวก็จะปวด โรคเดิม ไปไหนไม่สะดวก
แต่เจ้าต้องไปบอกท่านย่ากับแม่ของเจ้านะว่า ข้าไม่สะดวกออกไป พวกเจ้าต้องมาหาบ่อยๆ
ขณะที่ภายในห้องโถงคุยกันเรื่อยเปื่อย ฮูหยินของบ้านสองและสามก็พาลูกสาวของตัวเองที่ยังไม่ได้ออกเรือนเดินมาอย่างรีบร้อน
เจตนาที่อยู่ในใจคือ ใช่ว่าจะต้องการให้ลูกสาวเข้าไปตีสนิทซ่งฝูหลิง
ต่อให้ตระกูลเหยียนจะตกอับกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกลูกสาวไปเอาใจคุณหนูบ้านผู้ว่าเขต
จุดประสงค์ของฮูหยินรองและฮูหยินสามคือ อยากเอาใจนายท่านผู้เฒ่า
เพราะถ้าตัดสถานะคุณหนูจวนผู้ว่าฯ ของซ่งฝูหลิงออกไป นางก็ยังเป็นคนโปรดของนายท่านผู้เฒ่าในตอนนี้
ผู้หญิงเราถ้าอยากมีชีวิตที่ดีก็เกี่ยวข้องกับท่าทีของเจ้านายในบ้านทั้งนั้น พวกบ่าวรับใช้ก็มองเรื่องพวกนี้
ยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีพวกนางก็ไม่ใช่บ้านใหญ่
อันที่จริงต่อให้เป็นบ้านใหญ่แล้วอย่างไร หลานชายเยอะขนาดนั้น ในสายตาของนายท่านผู้เฒ่ามีหลานสาวที่ไหนกัน
ถ้าลูกสาวของแต่ละบ้านไปมาหาสู่กับซ่งฝูหลิงได้บ่อยๆ ถ้าคุณหนูซ่งมีพูดถึงลูกสาวของพวกนางบ้างต่อหน้านายท่านผู้เฒ่า อย่างไรก็ย่อมมีเรื่องดี
แม่ของเหยียนเซิ่งหนานคือฮูหยินบ้านสี่ พอเห็นฮูหยินบ้านสองบ้านสามรีบพาลูกสาวตัวเองมาแบบนี้ แค่คิดก็รู้ว่าพอนางเห็นลูกสาวคนเล็กสนิทสนมกับซ่งฝูหลิง นางดีใจขนาดไหน
วันนี้ซ่งฝูหลิงได้เดินเที่ยวในจวนเหยียนโดยมีบรรดาคุณหนูเดินเป็นเพื่อนหลายคน
ไม่ว่าพวกนางจะเดินไปตรงไหนก็มีของกินเล่นไม่ขาดสาย เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนาน
พอซ่งฝูหลิงออกจากจวนเหยียนก็พบว่าเกี้ยวของแม่นางหลัวรออยู่ตรงหัวเลี้ยว
หลัวมั่วอวี๋พูดด้วยความกระอักกระอ่วน “พี่ซ่ง ข้าขอคุยด้วยสักหน่อยได้หรือไม่”
เซาจีประคองคุณหนูของตัวเองลงจากรถม้า
อืม เซาจีอยู่ข้างนอก เวลาคุณหนูฝูหลิงเรียกใช้จะเรียกว่าเสี่ยวเซา
นางรู้สึกขอบคุณคุณหนูเหลือเกิน ในที่สุดก็ได้มีชื่อดีๆ แล้ว พวกคุณหนูตระกูลใหญ่ยังคิดว่านางชื่อเสี่ยวเสาที่เป็นชื่อสมุนไพรด้วยซ้ำ หารู้ไม่ว่าในจวนผู้ว่าฯ พวกคนแก่ในจวนเรียกนางว่าเซาจีกันหมด
ไปไกลแล้ว
เวลานี้เซาจีเห็นแม่นางหลัวที่อยู่ไกลออกไปกำลังหน้าแดงคารวะคุณหนูของนาง
ได้ยินไม่ชัดว่าพูดอะไร
เห็นแค่คุณหนูรับการคารวะเสร็จก็ยิ้มพลางช่วยประคองแม่นางหลัว จากนั้นคราวนี้เสียงดังนางได้ยินแล้ว คุณหนูพูดกับแม่นางหลัวว่า
“เช่นนั้นต่อไปถ้าคนอื่นว่าข้าอีก เจ้าจะต้องเป็นคนแรกที่ออกหน้ายืนยันว่าข้าเก่งที่สุด”
แม่นางหลัวยิ้มจนดวงตาเปล่งประกาย
ตอนช่วงบ่าย เซาจียังคิดอยู่ว่าแม่นางหลัวดูธรรมดาที่สุดเมื่อเทียบกับคุณหนูพวกนั้น แต่ตอนนี้พอยิ้ม ทำพูดไป สวยอยู่นะ
“ไปแล้วนะ” ซ่งฝูหลิงโบกมือให้หลัวมั่วอวี๋แล้วขึ้นรถม้ากลับบ้าน
แต่หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวกับนางกลับไม่ขาดสาย
คุณหนูของแต่ละจวนกลับถึงบ้าน พอพูดถึงซ่งฝูหลิงก็ได้ข้อสรุปว่า วันนี้ได้เจอตัวจริงรู้สึกว่านางอัธยาศัยดีมาก ทั้งยังเก่งมากด้วย เมื่อก่อนมองผิดไปจริงๆ
ผู้ตรวจการหลิวที่เป็นผู้ชายแข็งกระด้างพอได้ฟังหลิวเหวินหย่าลูกสาวคนรองพูดจบ เขาไม่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย แต่กลับพูดอยู่ในใจ คงจะได้พ่อมา
ตอนนั้นที่ผู้ว่าฯ ซ่งเพิ่งเข้านับตำแหน่งนายอำเภอฮุ่ยหนิง หึ กล้าแข็งข้อกับเขา
เรื่องที่ยอมใจมากที่สุดคือ ชาวบ้านข้างนอกต่างชื่นชมว่าผู้ว่าฯ ซ่งเป็นขุนนางดี แต่ผู้ว่าฯ ซ่งก็ได้ประโยชน์ไปไม่น้อยเหมือนกัน ช่างน่านับถือเสียจริง
วิธีหาเงินไม่เหมือนพวกเขา
พวกพ่อค้าถูกถลกหนังก็ยังจะหลับหูหลับตาชื่นชมตามพวกชาวบ้านไปด้วย โง่หรืออย่างไร สมัยผู้ว่าฯ เถายังไม่โหดเหี้ยมขนาดนี้เลย แต่กลับไม่เคยได้รับคำชม มันน่าฉงนใจจริงเชียว ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตา
พ่อแบบนั้น ลูกสาวที่เลี้ยงมามีเหรอจะธรรมดา
บ้านสี่จวนเหยียน เหยียนเซิ่งหนานเล่าให้แม่กับพี่ชายฟังด้วยความดีใจว่าคุยอะไรกับซ่งฝูหลิงบ้าง
อย่างเช่น นางถามว่าท่านปู่เรียกพี่ว่าสหายน้อย ทำไมพี่ยังเรียกท่านปู่ว่าอาจารย์อีก
แม่นางซ่งบอกว่า ท่านปู่เป็นผู้มีความรู้ ความรู้มากมาย นางรู้สึกนับถือจากใจ ทุกวันที่คลุกคลีอยู่ด้วยกันคือการเรียนรู้ นางได้รับความรู้ใหม่ๆ มากมาย
จุดที่ต้องเรียนรู้จากอาจารย์ยังมีอีกมาก หวังเพียงว่าวันหน้าก็จะได้รับความรู้ไปเรื่อยๆ ในแต่ละด้าน
อย่างเช่น เหยียนเซิ่งหนานยังบอกแม่กับพี่ชายอีกว่า “พี่ซ่งไม่ได้แค่เก่งคำนวณนะ รู้ไหมว่านางยังเก่งอย่างอื่นอีกด้วย รับรองว่าท่านแม่กับพี่ชายจะต้องคาดไม่ถึงแน่นอน”
เหยียนซี่หานพี่ชายของนางแววตาวูบไหว ยิ้มพลางพูด “นางยังรอบรู้เรื่องกฎหมาย”
“เอ๊ะ พี่ รู้ได้อย่างไร ข้าเพิ่งจะคุยกันวันนี้เองนะ รู้จากตอนที่พี่ซ่งพูดถึงคดีของฮุ่ยหนิง”
เหยียนซี่หานไม่พูดต่อ คารวะแม่ บอกว่าขอตัวกลับเรือนก่อน วันนี้เรียนมายังไม่เข้าใจนัก
แม่ของเขาส่ายมือ มองลูกชายที่โตเป็นหนุ่มแล้ว ทั้งภูมิใจทั้งแอบเสียดาย
นับตั้งแต่ลูกชายย้ายไปเรือนหน้าก็ไม่ค่อยมาเรือนหลัง นี่ก็มาเพราะเอาของกินมาให้น้องสาว
…
ช่วงนี้ผู้ว่าฯ ซ่งสังเกตเห็นว่า สหายของหมี่โซ่วชักจะเยอะเกินไปหน่อยหรือเปล่า
สังสรรค์เยอะกว่าเขาเสียอีก
มักพาเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน จ่ายค่าข้าวหน่อยก็ดีนะ