Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 819-1

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 819-1
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 819-1

เฉียนเพ่ยอิงแนะนำให้ฮูหยินทั้งสามคนรู้จักอย่างใจกว้าง

ก็ไม่ยอมกลับกัน เลยต้องแนะนำ

“นี่คือหมิงหย่วน แซ่หยาง พวกท่านน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ใต้เท้าทูตที่มาจากเมืองหลวงเมื่อวานก็คือเขา”

หยางหมิงหย่วนอยู่ในชุดธรรมดาสีดำ ไม่ได้สวมชุดขุนนาง

ในเมื่อไม่ได้สวมชุดขุนนาง อีกทั้งเฉียนเพ่ยอิงเป็นคนแนะนำให้รู้จัก เขาจึงโค้งตัวคำนับแบบผู้น้อยคารวะผู้ใหญ่

ในขณะที่หยางหมิงหย่วนคารวะ เฉียนเพ่ยอิงก็พูดต่อ

“พวกเราเป็นคนเฟิ่งเทียนเหมือนกัน อีกทั้งหมิงหย่วนก็สอบรุ่นเดียวกับผู้ว่าฯ ของพวกเรา หึหึ อายุของข้ากับผู้ว่าฯ ก็เห็นๆ กันอยู่ เขาเลยเรียกพวกเราว่าท่านอา นี่ก็มาเพื่อเยี่ยมเยียนข้า”

บรรดาฮูหยินรู้สึกเพียงว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ยืนอยู่ตรงนั้นช่างรูปงามเหลือเกิน

ถ้าไม่ติดว่ารู้ว่าเป็นจอหงวนที่ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะสอบติดจอหงวน พวกนางก็รู้สึกว่าไม่เหมือนคนที่เกิดในครอบครัวสามัญชน สุขุมสง่างาม

ในสายตาของฮูหยินเหล่านี้ เด็กหนุ่มคนนี้ยอดเยี่ยมมากแล้ว

ต้องทราบก่อนว่าผู้ว่าฯ ซ่ง หากเทียบกับขั้นขุนนางของเขาก็ออกจะดูหนุ่มกว่าหน่อย โดยทั่วไปต้องอายุสี่สิบกว่าหรือห้าสิบต้นๆ ถึงจะก้าวสู่ขุนนางขั้นสี่กัน

นึกไม่ถึงว่าใต้เท้าทูตท่านนี้จะก้าวกระโดดสูงยิ่งกว่า

ไม่ได้พูดถึงขั้นตำแหน่ง แต่เพราะเขาหนุ่มกว่า เริ่มต้นก็อยู่สำนักฮั่นหลินแล้ว ต่อให้อยู่เมืองหลวงก็มีขุนนางไม่กี่คนที่อายุน้อยเท่านี้ ไม่มีในสำนักฮั่นหลิน อีกทั้งตอนนี้ยังถูกให้ความสำคัญ

อย่าเห็นว่าไม่มีชาติกำเนิดที่ดี ลำพังแค่ความสามารถของตัวเขาเอง อนาคตก็ไปได้ไกลแล้ว

เอ๊ะ?

พวกนางเริ่มคิดกันแล้วว่า ท่านนี้คงไม่ได้จะมาเป็นลูกเขยผู้เพียบพร้อมของครอบครัวผู้ว่าฯ ใช่ไหม

เมื่อวานได้ยินท่านพี่บอกว่า ใต้เท้าหยางที่มาจากเมืองหลวงท่านนี้ พอเห็นผู้ว่าฯ ซ่งก็ดีใจมาก

แล้วมาดูวันนี้สิ ยังมาหาซ่งฮูหยินอีก

ยิ่งไปกว่านั้น ตรงนี้มีรายละเอียดสังเกตเห็นหรือไม่ สอบรุ่นเดียวกัน แต่ทำไมถึงเรียกว่าท่านอา

หลิวฮูหยินพูดขึ้น “ไม่ได้ยินที่ซ่งฮูหยินบอกหรือ เป็นคนบ้านเดียวกัน อาจจะรู้จักกันมาก่อน เรียกท่านอาจะผิดปกติตรงไหนกัน ต่อมาถึงกลายเป็นสหายร่วมรุ่น ก็ต้องดูด้วยว่าจะนับจากตรงไหน”

ฮูหยินของรองผู้ว่าฯ โจวนั่งอยู่ในรถม้าพลางส่ายหน้า ต่อให้เป็นแบบนั้น นางก็รู้สึกว่าเป็นว่าที่ลูกเขยของผู้ว่าฯ ซ่งอยู่ดี กล้าพนันกันหรือไม่ คงไม่พ้นปีนี้หรอก เดี๋ยวต้องมีข่าวดีออกมาแน่

ถึงแม้หลิวฮูหยินจะรู้สึกว่าในสายตาของซ่งฮูหยินเฉียนเพ่ยอิงไม่ได้มองเป็นลูกเขย แต่ก็ไม่กล้าพนัน

ประการแรก เฉียนเพ่ยอิงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ใต้เท้าทูตที่มากความสามารถคนนี้กลับเต็มไปด้วยความเคารพและเอาใจ ในดวงตาของเขากลับเปล่งประกาย

ฮูหยินที่อายุอานามปาไปเท่านี้แล้วย่อมเห็นโลกมามาก

ในบ้านมีลูกสะใภ้ และก็มีลูกสาวที่ออกเรือนไป จึงสรุปได้ยาก

ประการที่สอง หลิวฮูหยินนึกถึงตอนที่แม่ของผู้ว่าฯ ซ่งด่าคนด้วยความมั่นใจ

พวกนางเคยได้ยินเรื่องนี้

คำด่าของหญิงชราผู้นั้นทำให้ดูออกว่ามีชาติกำเนิดเป็นสตรีบ้านนอก อย่าได้อ้างเหตุผลกับนางเชียว เถียงสู้ไม่ได้หรอก

แม้เป็นผู้มีปัญญาก็มิอาจเถียงด้วยเหตุผลได้

ไม่มีอ้อมค้อมเลยสักนิด ถ้อยคำชัดเจน บอกว่ากล้านินทาหลานสาวของนางว่าไม่มีทางได้คู่ครองที่ดีอย่างนั้นรึ แล้วถ้าได้ดีล่ะ แม่จะตบให้

หลิวฮูหยินรู้สึกเพียงว่า หญิงสูงวัยผู้นั้นพูดด้วยความมั่นใจถึงเพียงนั้น จะหมายถึงใต้เท้าทูตผู้นี้หรือไม่ ครอบครัวซ่งมั่นใจมานานแล้ว

หากเป็นท่านนี้ก็ถือว่าได้คู่ครองที่ดีจริง

อย่าเทียบกับว่าที่เขยสี่ของโจวฮูหยิน นายท่านผู้เฒ่าโจวเป็นถึงทงเจิ้งซ้ายของสำนักทงเจิ้ง จวนสกุลโจวที่แท้จริงอยู่เมืองหลวง ตระกูลสูงศักดิ์ ภูมิหลังเป็นที่ประจักษ์

ไม่เห็นเหรอว่าพอผู้ว่าฯ เถาเกิดเรื่อง รองผู้ว่าฯ โจวที่เป็นผู้ช่วยกลับตำแหน่งไม่มีสั่นคลอน

ส่วนผู้ว่าฯ ซ่ง ที่มีอะไรขึ้นมาได้เพราะพึ่งตัวเองทั้งหมด ลูกเขยก็พึ่งพาความสามารถของตัวเอง แบบนี้ก็เหมาะสมกันเหลือเกิน สมฐานะ

หลิวฮูหยินนั่งอยู่ในรถม้ามองโจวฮูหยินที่กำลังยิ้มพลางพูด คิดในใจ

ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ได้รู้สึกว่าลูกเขยสูงศักดิ์ของโจวฮูหยินจะดีจริง

ได้ยินว่าว่าที่เขยสี่ของโจวฮูหยินไม่ได้อยู่เมืองหลวง เป็นลูกน้องของแม่ทัพหลิ่ว ตอนขึ้นปีใหม่ก็ไม่ได้มาอวยพรที่จวนโจวในหวงหลง แค่ส่งของขวัญมาให้จำนวนหนึ่ง

แบบนี้เรียกให้ความสำคัญเหรอ หึ แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์แล้วอย่างไร ตัวเองย่อมรู้อยู่แก่ใจ

แล้วมาดูใต้เท้าทูตคนนี้ หากเป็นลูกเขยของซ่งฮูหยินจริง พอมาถึงที่ก็รีบมาเอาใจซ่งฮูหยินทันที

ให้เกียรติซ่งฮูหยิน ขนาดกับพวกนางยังอ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาท

หาลูกเขยก็ควรจะหาแบบนี้ ลูกสาวแต่งไปไม่มีทางถูกเอารัดเอาเปรียบ แค่เริ่มต้นก็ดีแล้ว

อีกอย่าง อย่าเห็นว่าเขายากจนมาก่อน ไม่มีชาติกำเนิดที่ดีแล้วอย่างไร พวกตำแหน่งขุนนางมันสืบทอดกันได้เหรอ เว้นเสียแต่ยศ

หากให้นางพูด ว่าที่ลูกเขยคนนี้ของซ่งฮูหยินดีไม่ดีอีกสิบปียี่สิบปีอาจเจริญก้าวหน้ากว่าลูกเขยของโจวฮูหยินเสียด้วยซ้ำ

เคยเห็นมาน้อยเหรอ เพียงชั่วพริบตาแปดปีสิบปีมีตระกูลที่เคยรุ่งเรืองต้องตกอับไปตั้งเท่าไร มีตระกูลใหม่ขึ้นมาแทนที่

หลิวฮูหยินคิดว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของนางกับเฉียนเพ่ยอิงดีมากทีเดียว

ในบรรดาฮูหยินอันดับต้นๆ ของหวงหลง นางค่อนข้างเอนเอียงเข้าข้างเฉียนเพ่ยอิง

เพราะสกุลหลิวของนางก็จัดอยู่ในประเภทไม่ได้มีชาติกำเนิดหนุนหลังแม้แต่น้อย

นี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตอนนั้นที่เกิดเรื่องของสกุลว่าน ผู้ตรวจการหลิวถึงต้องประจบแม่ทัพหลิ่ว

รวมถึงตอนนี้ นับตั้งแต่ซ่งฝูเซิงย้ายมาหวงหลง ผู้ตรวจการหลิวก็ชอบแอบบ่นในใจอยู่ไม่น้อยว่าซ่งฝูเซิงกอบโกยไปได้ตั้งมากขนาดนั้น แถมยังเป็นคนโปรดของฮ่องเต้และได้รับคำชื่นชมจากชาวบ้าน ไร้เหตุผลสิ้นดี เขาอิจฉาเหลือเกิน แต่กลับให้ความร่วมมือกับซ่งฝูเซิงมากที่สุดในการทำงาน

ซ่งฝูเซิงสั่งอะไรเขาก็ไปทำ

สกุลหลิวไม่มีคนรู้จักอยู่ในราชสำนัก ชาติกำเนิดสามัญชน ผู้ตรวจการหลิวจะล่วงเกินไม่ได้ คิดเพียงว่าปรนนิบัติแม่ทัพหลิ่วกับผู้ว่าฯ ซ่งให้ดี เขาก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง หัวแหลมอยากเลื่อนขั้น เป้าหมายชัดเจนมาก

เวลานี้หลิวฮูหยินจึงรู้สึกอิจฉาเฉียนเพ่ยอิงมาก

ถ้าเหวินหย่าบุตรสาวของนางได้สามีแบบใต้เท้าหยาง นางคงจะดีใจถึงขั้นเผากระดาษให้บรรพบุรุษ

แม้ตอนนี้ครอบครัวของลูกเขยจะทุลักทุเลมากก็ตาม ขอแค่มีอนาคต ไม่เป็นไร ครอบครัวนางจะช่วยเอง พยายามเพื่อให้ลูกเขยเจริญก้าวหน้าในอีกสิบปียี่สิบปีให้หลัง

ในขณะเดียวกัน รถม้าก็กลับไปส่งข่าวที่บ้านก่อนแล้วเพื่อให้เตรียมอาหาร เฉียนเพ่ยอิงพาหยางหมิงหย่วนไปเดินเที่ยว

ถามหยางหมิงหย่วนว่าเดินเที่ยวหวงหลงหรือยัง

คำตอบคือยัง

เพ่ยอิงเลยคิดว่า เช่นนั้นนางพาเดินแล้วกัน ไม่ได้ไกล

หยางหมิงหย่วนยังถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ท่านอาหญิง ด้วยสถานะของท่านอาหญิง สะดวกเดินเล่นบนท้องถนนหรือ”

เฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางพูด “สถานง สถานะอะไรกัน ข้าใส่ชุดพระราชทานถึงจะเป็นฮูหยินผู้ว่าฯ แต่พอไม่ได้ใส่ มีชาวบ้านคนไหนบ้างที่รู้ว่าข้าเป็นใคร ต่อให้จำได้แล้วอย่างไร ท่านอาผู้ว่าฯ ของเจ้าก็เป็นแค่คนทำงานเพื่อชาวบ้าน ไม่มีใครสูงส่งไปกว่าใครหรอก”

หยางหมิงหย่วนก็ยิ้ม ทุกครั้งที่ได้อยู่กับอาซ่งและอาหญิง ฟังพวกเขาพูด ในใจจะรู้สึกมั่นคงขึ้น

พวกเราเริ่มต้นมาจากชาวบ้านธรรมดา ยิ่งไม่ควรหลงลืมชาติกำเนิด

ตอนอยู่เมืองหลวงเขาก็ทำแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าทำงานใกล้ชิดฮ่องเต้แล้วจะวิเศษอะไร ฮ่องเต้สั่งอะไรเขาก็แค่ไปทำ

มีคนนินทาลับหลังว่าเขาเสแสร้ง

ขุนนางที่ร่วมงานกันหลายคนคิดว่าเขาอายุเพียงเท่านี้ก็เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

อันที่จริงเขามีเล่ห์เหลี่ยมที่ไหนกัน

เขาก็แค่ทะนุถนอมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้ ตั้งใจทำงาน ไม่กล้าเดินทางผิด ไม่กล้าพูดจาส่งเดช

เขาก็แค่ลองผิดลองถูก พี่ติงเจียนยังเคยพูดกับเขาว่า เขาดวงดี ไม่ได้ถูกขุนนางคนอื่นเขม่นมากนัก ดูเหมือนฮ่องเต้ก็ยอมรับจุดนี้

“ท่านแม่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินอาฝูกุ้ยของเจ้าบอกว่า ครั้งก่อนท่านแม่ของเจ้ามาช่วยทำกับข้าวจนเหนื่อยแย่ เจ้าเองก็มักไปถามไถ่กิจการของม้าพันลี้ หยิบยื่นความช่วยเหลือตั้งหลายครั้ง”

หยางหมิงหย่วนพูดถ่อมตัว

“ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ท่านอาหญิงน่าจะทราบ บางหน่วยงานทำงานล่าช้า พวกเราก็แค่ไปช่วยเร่งตามปกติ…

…ท่านแม่ของข้าสบายดี อ้วนขึ้นมาหน่อย…

…มาครั้งนี้ นางกำชับข้ามาเป็นพิเศษ ฝากถามไถ่ท่านอาหญิงด้วย…

…ข้าซื้อหญิงสูงวัยรับใช้กับสาวใช้ไว้ปรนนิบัติใกล้ชิดให้นางอย่างละคน กลัวว่านางอายุมากแล้ว ยามไปข้างนอกจะได้มีคนดูแล ข้าก็ทำงานได้อย่างสบายใจไม่ต้องเป็นห่วง…

…ตอนนี้เวลานางออกไปข้างนอกไม่หลงทางแล้ว…

…ยังไปไหนมาไหนกับญาติของจิ้นซื่อคนอื่นที่ได้ทำงานอยู่ในเมืองหลวงเหมือนกันอีกด้วย ไปรับหลานชายของข้าที่สำนักศึกษาก็ยังได้ ก็แค่มักคิดถึงเพื่อนบ้านเก่าๆ ในเมืองเฟิ่งเทียน บอกว่าขนาดฝันก็ยังฝันถึงทุกอย่างของเฟิ่งเทียน สะดุ้งตื่นอยู่บ่อยครั้ง หึหึ”

เขาซื้อที่ดินให้พี่ชายเสร็จก็จัดการหาสำนักศึกษาให้หลานชาย ไม่ถึงสองเดือนต่อมาก็ซื้อสาวใช้กับหญิงรับใช้สูงวัยให้แม่ ทั้งยังถูกแม่ด่าไปหนึ่งยก บอกว่าทำไมเขาไม่ซื้อม้าสักตัว

ต่อมาเขาลอบสังเกต พี่ติงเจียนก็เริ่มที่จะพอร่ำรวยขึ้นมาทีละนิด จึงซื้อสวนผลไม้ให้พี่ชายพี่สะใภ้อีก ตามมาด้วยแปลงนา เล่นเอาตอนนี้ทั้งคู่งานยุ่งมาก

อีกทั้งครั้งนี้เขาผ่านเมืองเฟิ่งเทียนก็มีไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านเก่า

อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยกลับมาเลยหลังสอบได้จอหงวน

ไปเยี่ยมบ้านที่เคยจ้างแม่เขาซักผ้า ขอบคุณที่เคยจ่ายเงินค่าแรงล่วงหน้าตอนที่บ้านเขาขัดสน

ไปบ้านของพวกลุงๆ ป้าๆ ที่เคยช่วยพูดให้ตอนญาติๆ มาเอาเรื่องถึงบ้าน

ไปเยี่ยมบ้านอาจารย์ที่เคยสั่งสอนเขา ตอนนี้อาจารย์ท่านนั้นไม่ได้สอนอยู่ในสำนักศึกษาแล้ว ถึงขั้นเริ่มเลอะเลือน ช่วงสองปีแรกที่พ่อของเขาเสีย อาจารย์ท่านนี้เคยให้เขาติดค่าเล่าเรียน

นั่งหวนรำลึกความหลังกับเถ้าแก่ร้านหนังสือ

ก็แค่รู้สึกไม่ค่อยดี

ไม่มีอะไรที่เขาเผชิญหน้าไม่ได้ อดีตเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

แต่กลับสร้างความอึดอัดใจให้หลายคนโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ท่านอา ความตั้งใจของข้าเป็นเช่นนี้จริงๆ แค่อยากพูดคุยด้วย เรื่องบางอย่างมีแค่พวกเขาที่จำได้ แต่เถ้าแก่ร้านหนังสือ รวมถึงครอบครัวที่ข้าไปขอบคุณ ข้าคารวะให้พวกเขา พวกเขากลับคุกเข่าให้ข้า เฮ้อ ยุ่งยากอยู่ไม่น้อย”

เฉียนเพ่ยอิงฟังไปยิ้มไป

“เจ้าในสายตาของพวกเขา ตอนกลางวันใต้เท้าผู้ว่าฯ ให้การต้อนรับ อยู่ๆ เจ้าก็โผล่ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านธรรมดา พวกเขามีหรือจะไม่ตกใจ พวกเขาแทบอยากรีบๆ ลืมเรื่องพวกนั้นไป…

…ช่วยไม่ได้ บางครั้งเรื่องก็ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ…

…ดูอย่างท่านอาของเจ้า ก่อนหน้านี้พาพวกข้ามาเดินเที่ยว ซื้อข้าวของเป็นว่าเล่น พวกร้านค้าต่างกล้าๆ กลัวๆ ยังมีบางคนถึงกับปีนประตูแอบมอง…

…เกร็งกันไปหมด พวกเราก็ซื้อของกันแบบกระอักกระอ่วน”

เกรงใจไม่กล้าถามราคาร้านค้าพวกนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องต่อราคา

พอเอ่ยถึงเรื่องเงิน พวกร้านค้าก็รีบคุกเข่า ใต้เท้า รีบรับไว้เถอะ นับเป็นเกียรติของพวกข้า

เล่นเอาเหล่าซ่งจำต้องวางมาด ป่าวประกาศว่าวันนี้เขาไม่ใช่ผู้ว่าฯ ก็แค่พ่อที่พาลูกสาวออกมาเที่ยว ขอสั่งให้คิดเงิน

ไม่อย่างนั้นเฉียนเพ่ยอิงกับหยางหมิงหย่วนจะมีหัวข้อสนทนาร่วมกันเหรอ

เข้าอกเข้าใจกันอย่างดี

สองคนนี้คุยเรื่องทั่วไปขณะเดิน หลายความรู้สึกที่มีคล้ายกัน

ก็แค่เมื่อครู่ที่หยางหมิงหย่วนเล่าว่า แม่สะดุ้งตื่นจากฝัน เล่นเอาเฉียนเพ่ยอิงกลั้นขำไว้ไม่อยู่ จะไม่ให้สะดุ้งตื่นได้อย่างไร กลัวว่าที่ลูกชายได้ดีจะเป็นเพียงความฝัน กังวลว่าจะต้องกลับไปนั่งรับจ้างซักเสื้อผ้าแบบเมื่อก่อนอีก

“ท่านอาหญิงกับอาซ่งกลับไปฮุ่ยหนิงบ่อยหรือไม่ ข้ารู้สึกว่า” หยางหมิงหย่วนพูดถึงตรงนี้ก็หยุด ชี้ไปด้านบน จะเรียกฮ่องเต้ส่งเดชตอนอยู่ข้างนอกไม่ได้ ต้องระวัง “เขาจงใจ”

“อย่าให้พูดเลย ว่างที่ไหนกัน แค่ให้คนทางนั้นหมั่นมารายงานบ่อยๆ”

“หินซงฮวามีค่าขนาดนี้ ท่านอาหญิง อาฝูกุ้ยกลับมาได้บอกหรือไม่ว่า แท่นฝนหมึกเป็นของหายากไปแล้ว ไม่ได้ส่งคนไปดูหรือ ต้องให้คนในครอบครัวดูแล”

หยางหมิงหย่วนเป็นห่วงเรื่องนี้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 819-1"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.