ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 819-2
ตอนที่ 819-2
เฉียนเพ่ยอิงพยักหน้าเบาๆ “คนในบ้านที่พอเป็นการเป็นงานหน่อย ส่วนใหญ่ไปกับพวกฝูกุ้ย รับหน้าที่วิ่งงานอยู่ข้างนอก เหลือส่วนน้อยไว้ที่ฮุ่ยหนิง บางคนไม่ได้พักอยู่ที่เรือนหลังของที่ว่าการอำเภอด้วยซ้ำ พักอยู่ในหมู่บ้านอื่น อย่างเช่นหมู่บ้านหินซงฮวา ครอบครัวเราเหลือใครไปเฝ้าอีกที่ไหนกัน”
อย่างซื่อจ้วงอยู่ทางนั้น ตอนที่ไม่ได้ขุดโสมก็ไปเฝ้าหินซงฮวาที่มีค่ามากกับต้าเต๋อจื่อ ตอนขุดโสมก็รวมกลุ่มไปกับเถียนสี่ฟา พาคนขึ้นเขา
แต่ช่วงนี้เถาฮวาตั้งท้องแล้ว เฉียนเพ่ยอิงยังคิดอยู่ว่าจะย้ายซื่อจ้วงกลับมาสักระยะ
ปล่อยให้เป่าจูแยกกันอยู่กับซื่อจ้วงบ่อยๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดี
ทั้งๆ ที่แต่งงานพร้อมเถาฮวากับเถี่ยโถว แต่ซื่อจ้วงบ้านนางด้อยกว่าตรงไหน ทำไมถึงช้ากว่าหนึ่งก้าว
นางคุยกับเหล่าซ่ง เหล่าซ่งก็เห็นด้วยว่าให้ย้ายซื่อจ้วงกลับมา ต้องรีบแล้ว มีหลานคนโตให้สักคน นางกับเหล่าซ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นปู่ย่า
ถ้าให้หวังฝูหลิงกับหมี่โซ่ว เฉียนเพ่ยอิงคิด หึ รอไปเถอะ
พูดถึงฝูหลิง หยางหมิงหย่วนก็รีบอาศัยจังหวะนี้ถามถึงอย่างเนียนๆ
วันนี้เขาไปดูหมี่โซ่วกับจินเป่า แวะมารับท่านอาหญิงอย่างกะทันหัน พูดตามตรง เขามาแบบมีจุดประสงค์
จุดประสงค์ก็คือฝูหลิง
เขาไม่รู้ว่าใครช่วยเขาได้บ้าง เขาอยากให้มีคนช่วยเขาพูดเรื่องสู่ขอ มีคนก้าวออกมายอมรับเขาก่อน
โดยเฉพาะท่านอาหญิง
หยางหมิงหย่วนหวังว่า ความโชคดีที่แม่ยายพอใจในตัวลูกเขยมากขึ้นเรื่อยๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเขา
ต่อให้ต้องแลกกับความโชคดีทั้งหมดในอนาคตก็ตาม
“ท่านอาหญิง น้องฝูหลิงยังอ่านหนังสือทุกวันหรือไม่”
“อ่อ ไม่แล้วล่ะ เปลี่ยนไปเขียนหนังสือแล้ว”
หา?
เกินความคาดหมายของหยางหมิงหย่วนไปมาก
จากนั้นเขาก็ได้ฟังรายละเอียดทั้งหมดจากเฉียนเพ่ยอิง
อีกทั้งเขาพบว่า ถึงแม้ท่านอาหญิงจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับความรู้พวกนั้น แต่น้ำเสียงกลับดูภาคภูมิใจ
ถูกต้อง เฉียนเพ่ยอิงคิดแบบนี้มาตลอด
ลูกสาวนางก็แค่เอาคณิตศาสตร์ของการศึกษาขั้นพื้นฐานเก้าปีมาเปลี่ยนเป็นภาษาของที่นี่ เปลี่ยนเป็นรูปแบบของอาจารย์เหยียนแล้วถึงเขียนหนังสือไม่ใช่เหรอ เพื่อสอนให้พวกคนโบราณคำนวณโดยใช้วิธีที่ง่ายกว่า มันไม่มีอะไรหรอก เรียนมาตั้งเยอะ
แต่ลูกสาวของนางก็เก่งอยู่ดี ความรู้ของการศึกษาขั้นพื้นฐานเก้าปีตั้งมากขนาดนั้น มาอยู่ยุคโบราณก็ยังจำได้ด้วย
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มจนเห็นรอยตีนกา พอพูดถึงตอนหลังเห็นหยางหมิงหย่วนฟังแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นางก็รู้สึกเกรงใจนิดหน่อย
“เอาเป็นว่าน้องสาวของเจ้าน่ะ พวกเราสนิทกัน ไม่กลัวเจ้าหัวเราะเยาะ นางไม่ค่อยเหมือนลูกสาวบ้านอื่น…
…คำพูดนี้ นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็มีเจ้าที่พอเข้าใจได้…
…ด้านหนึ่งเป็นเพราะพวกเรามาจากครอบครัวสามัญชน เมื่อก่อนอยู่บ้านนอกนางก็เที่ยววิ่งเล่นไปทั่ว…
…อีกด้านหนึ่งเป็นเพราะอาซ่งของเจ้าตามใจจนเคยตัว สอนมาดีเหลือเกิน ในขณะที่เด็กผู้หญิงบ้านอื่นชอบดอกไม้ใบหญ้า แต่นางไม่ใช่…
…ด้านที่สง่างามหน่อยก็คือชอบอ่านหนังสือ วาดภาพ ดูตั้งใจเป็นพิเศษ รู้เยอะกว่าเด็กผู้หญิงบ้านอื่น…
…ส่วนด้านที่ไม่ค่อยเรียบร้อยก็ เด็กผู้ชายชอบอะไร นางก็ชอบเหมือนกัน…
…ห้าวยิ่งกว่าพวกพี่ชายของนางอีก ตอนที่อาซ่งของเจ้าเป็นนายอำเภอ นางก็อยากตามหัวหน้ามือปราบไปไขคดีเก่าๆ แต่ถูกข้าห้ามไว้…
…แถมยังชอบตีเหล็ก สานตะกร้า ขัดกีบเท้าลา ตอกเกือกม้า ต่อให้เป็นการทำเครื่องเรือน นางก็สามารถนั่งดูได้เป็นครึ่งชั่วยาม หัวใจมีแต่นึกสนุก”
หยางหมิงหย่วนสังเกตเห็นแล้วว่า ในขณะที่เฉียนเพ่ยอิงพูดแบบนี้ก็ยังคงมีความภูมิใจที่ปิดไว้ไม่มิด
ไม่ใช่แค่อาซ่งหรอกที่ตามใจ ในความเป็นจริงท่านอาหญิงก็ตามใจนางเหมือนกัน
ซ่งฝูหลิงที่ถูกพูดถึงในเวลานี้กำลังพูดกับปู่ทวด “อีกเดี๋ยวหยางหมิงหย่วนมา ข้ากับพี่เอ้อร์ยาจะไม่ออกมา”
ท่านลุงซ่งอึ้ง “ทำไมล่ะ แขกจากแดนไกล ส่งคนไปเรียกย่าเจ้ากลับมาแล้ว ทำไมเจ้าจะไม่ปรากฏตัวล่ะ”
“ปู่ทวด ต่อให้เขาเป็นผู้อาวุโสกว่าแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานใช่ไหม ข้ากับพี่เอ้อร์ยาอายุเท่าไรแล้ว ไม่สะดวก”
ท่านลุงซ่งกระจ่างทันที ไม่บอกก็ลืมไปว่าพวกเจ้าโตเป็นสาวแล้ว ไม่สังเกตเห็นจริงๆ ว่าถึงวัยรอออกเรือนแล้ว
“อ้อ เข้าใจ เจ้ารอบคอบจริงๆ พวกเราไม่ใช่ครอบครัวชาวไร่ชาวสวนแล้ว ที่จะออกไปหอบฟืนโดยไม่ต้องเลี่ยงเจอผู้ชายได้ ต้องหลบ ไปเล่นเถอะ ปู่ทวดจะให้เมียฝูกุ้ยเอาข้าวไปส่งให้”
ทั้งยังเตือนตัวเองในใจว่า อีกหน่อยแม่ทัพลู่มาที่บ้านอีกก็ต้องให้หลบเหมือนกัน
อายุเยอะแล้วชักหลงๆ ลืมๆ ต้องจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ
เอ้อร์ยา พั่งยาไม่เหมือนตอนเทศกาลฉงหยางที่แม่ทัพเล็กมาบ้านแล้ว พวกนางโตเป็นสาวแล้ว
สาเหตุที่อยู่ๆ ท่านลุงซ่งก็นึกถึงลู่พั่นเป็นเพราะตอนรู้ข่าว เขากำลังเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่ดูดีหน่อยพลางครุ่นคิด
หยางหมิงหย่วนอยู่ตั้งไกลยังได้เจอกันอีกครั้ง แล้วเมื่อไรลู่พั่นจะมาให้เขาเจออีกล่ะ
อีกเดี๋ยวกินเลี้ยงกันที่บ้าน ไม่ใช่สถานที่สาธารณะ พูดคุยสะดวก ก็ไม่รู้ว่าเขาที่อาวุโสกว่าจะลองถามเรื่องของแนวหน้าจากหยางหมิงหย่วนได้หรือไม่ จะเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่า
อยากลองถามดูจริงๆ
มีเหรอจะไม่คิดถึง
หยางหมิงหย่วนรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้ น่าจะพอรู้ข่าวจากแนวหน้าบ้าง
ข่าวที่พวกฝูกุ้ยเอามาบอกก็แค่ได้ยินมา ไม่แน่ชัด
…
“มา” เฉียนเพ่ยอิงชวนหยางหมิงหย่วนเข้าบ้าน
ในที่สุดสองคนนี้ก็เดินถึงบ้าน
แต่เรื่องที่หยางหมิงหย่วนคาดไม่ถึงคือ อาซ่งกลับมาจากด้านหน้าแล้ว ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า อาหารเต็มโต๊ะ มีเพียงฝูหลิงที่ไม่อยู่
ฝูหลิงผู้รอบรู้กำลังสูดลมหายใจเข้าลึกอยู่เงียบๆ ยุคโบราณคร่ำครึที่แสนน่าเบื่อ
ข้างหน้าพูดคุยกินอาหารกัน
ดูสนุกสนาน
แม้แต่ท่านย่าหม่าก็ถามหยางหมิงหย่วนด้วยความกระตือรือร้น “ท่านแม่เจ้าสบายดีไหม คนในบ้านเป็นอย่างไรกันบ้าง”
หยางหมิงหย่วนเล่าให้ท่านย่าหม่าฟังอย่างใจเย็นว่าในบ้านเป็นอย่างไร นับตั้งแต่เข้าเขตเรือนมาก็ทำตัวเหมือนญาติสนิทของครอบครัวซ่ง ท่าทีประหนึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ
เรียกท่านลุงซ่งว่าปู่ทวด กับท่านย่าหม่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง
ตอนที่กินกันไปได้ครึ่งทาง ซ่งฝูหลิงนั่งกินดื่มกับเอ้อร์ยาอยู่ในห้องอย่างสนุกสนาน ซ่งฝูเซิงร้อนใจยิ่งกว่าท่านลุงซ่ง ไม่รู้จะใช้ความสัมพันธ์แบบไหนถามเรื่องการรบที่แนวหน้า
อย่ามองว่าเป็นข่าวเล็กน้อย ขนาดแม่ทัพหลิ่วยังไม่กล้าถามออกไปตรงๆ หมิงหย่วนทำงานใกล้ชิดฮ่องเต้ เป็นเลขาส่วนพระองค์ รู้เยอะ แต่ปากต้องปิดให้สนิท
แต่ก็ต้องดูว่ากับใคร ตามคาด หยางหมิงหย่วนกินข้าวเป็นการส่วนตัวกับครอบครัวซ่งก็ย่อมพูดในสิ่งที่รู้ออกมาหมด
บอกว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีแพ้มีชนะ สูญเสียกำลังกันไปมาก
ทางนั้นได้เปรียบเรื่องสมรภูมิ สภาพอากาศที่เลวร้ายของทางใต้ เป็นต้น ทหารของฝ่ายเราไม่คุ้นชินกับสภาพความเป็นอยู่ เสียเปรียบมากพอสมควร
พี่ชายของพระนางกุ้ยเฟยเสียเปรียบไปแล้ว ในสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันครั้งใหญ่ สูญเสียทหารนับหมื่น ฮ่องเต้พิโรธหนัก
พวกเราได้เปรียบเรื่องกำลังคนกำลังทรัพย์ เอาเป็นว่ายึดอาณาเขตคืนมาได้กว่าครึ่งแล้ว
ก่อนเขาออกเดินทางครั้งนี้ ฮ่องเต้ได้ส่งขุนนางไปเกลี้ยกล่อมให้อ๋องหมิ่นยอมจำนน ปล่อยให้สูญเสียกันต่อไปก็ไม่มีความหมายอะไร จะช้าหรือเร็วก็ต้องยึดดินแดนคืนอยู่ดี ลำบากก็แต่ชาวบ้าน รับรองว่าจะไม่ทำอันตรายอ๋องหมิ่น
ก็แค่ระหว่างทางที่เขามาหวงหลงได้ผ่านไปแล้วเดือนกว่า ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไร
ซ่งฝูเซิงรู้สึกโล่งอก ฮ่องเต้อย่าเอาแต่ถือทิฐิ อย่าคิดเพียงว่าพวกพี่ชายจะมาทำร้ายเขา ส่งคนไปยื่นข้อเสนอได้ก็ดีแล้ว
อย่างไรเสีย สิ่งที่อ๋องหมิ่นกลัวก็คือจุดจบแบบอ๋องอู๋ ขนาดตายแล้วยังไม่ฝังให้ดี
หากเขาเป็นอ๋องหมิ่น ความอวดดีของอ๋องคนหนึ่ง อย่างไรเสียก็ไม่มีทางมีจุดจบที่ดี เช่นนั้นก็สู้ให้สุดๆ ไปเลยทีเดียวให้รู้แพ้รู้ชนะ
แต่ถ้ามีการยื่นข้อเสนอ ยังมีช่องว่างให้พูดคุย ก็ย่อมดีกว่า เป็นต้นว่า ถ้าเจ้ายอมจำนนก็แค่ถูกกักบริเวณ ลูกเมียเจ้ายังปลอดภัย
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังครุ่นคิดเรื่องลู่พั่นที่แนวหน้า สรุปข่าวคราวที่ฝูกุ้ย แม่ทัพหลิ่ว และหยางหมิงหย่วนบอกมา หยางหมิงหย่วนก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ
โถส้วมสะอาดมาก
เขายืนอยู่ด้านข้างหลับตาครุ่นคิด รวบรวมสติเป็นครั้งสุดท้าย
ยิ่งท่องยิ่งสับสน
“ท่านอา”
“หืม? นั่งสิ” วันนี้ซ่งฝูเซิงไม่ได้ดื่มเยอะ พวกยายๆ ทั้งแปดรับรองหยางหมิงหย่วนเป็นอย่างดี ดูหน้าเขาสิ ดื่มจนหน้าแดงหมดแล้ว
“ข้าขอคุยส่วนตัวได้หรือไม่”
ซ่งฝูเซิงหันมองทุกคนที่กำลังคุยกันครึกครื้น เขายืนขึ้น “เอาสิ”
ทั้งยังหันไปขยิบตาให้เฉียนเพ่ยอิงกับท่านย่าหม่า บอกว่าอย่าให้ใครไปรบกวน
เขาวิเคราะห์ว่า หรือฮ่องเต้จะเอ่ยอะไรถึงเขา หมิงหย่วนเลยจะฉวยโอกาสนี้บอกเขา
ท่านย่าหม่านั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองตามหลังลูกชายคนสามกับหยางหมิงหย่วนที่เดินตามกันไป นางคิดแบบเดียวกับลูกชาย หันไปมองสะใภ้สาม หรือฮ่องเต้จะพูดอะไร
เฉียนเพ่ยอิงกลับคิดต่าง
เป็นสัญชาตญาณของคนเป็นแม่
วันนี้นับตั้งแต่หยางหมิงหย่วนปรากฏตัว เรียกได้ว่าไม่เหมือนเมื่อก่อน
นางจงใจพูดถึงด้านไม่ดีของฝูหลิง แต่กลับรู้สึกว่าเขาแสดงแววตาอ่อนโยน
“ท่านแม่ เอ่อ ข้าจะเอาน้ำชาไปให้พวกเขา”
“ได้ เช่นนั้นเจ้าไปเถอะ ข้าจะไม่ให้ใครไปรบกวน”
ภายในห้องหนังสือ
ซ่งฝูเซิงสงสัย อยู่กันแค่สองคนแล้ว ทำไมเจ้ายังไม่พูดอีก
เจ้าเลียจนปากจะลอกแล้ว ดูท่าฮ่องเต้ไม่ได้พูดถึงเขา หรือว่าหมิงหย่วนมีปัญหาเรื่องเงินไม่ก็หน้าที่การงาน
จนปัญญา ซ่งฝูเซิงเลยเริ่มเปิดประเด็นก่อน ยิ้มพลางถาม “จริงสิ เมื่อครู่ไม่ได้ถามถึงเจ้าเลย กลัวเจ้าจะอาย ทำไมยังไม่เลือกคู่ครองอีกล่ะ ที่เมืองหลวงไม่มี…”
“ท่านอา” หยางหมิงหย่วนค่อยๆ คุกเข่าลง “ที่หมิงหย่วนยังไม่เลือกคู่ครองเป็นเพราะมีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว ลูกสาวของท่านอา”
มือของซ่งฝูเซิงกำที่วางแขนแน่นทันที “ใครนะ”
หยางหมิงหย่วนเงยหน้า แววตาแสดงความจริงใจ
“หยางหมิงหย่วนชอบซ่งฝูหลิง”
“หยุดนะ!”
ซ่งฝูเซิงยืนขึ้น
หยางหมิงหย่วน ข้าเห็นเจ้าเป็นเพื่อน เจ้าเป็นอา คิดเกินเลยกับหลานสาวรึ
เฉียนเพ่ยอิงที่อยู่ด้านนอก ในมือมีกาน้ำชา แทบกลั้นหายใจ
“ท่านอา ข้าแอบชอบแม่นางฝูหลิงมาตั้งแต่ก่อนรู้จักท่าน ก่อนหน้านี้ ข้ายังอยากสารภาพกับท่านอีกเรื่อง ตอนนั้นที่ยากจน ไม่สิ ความยากจนไม่ใช่เหตุผล เป็นเพราะข้าคิดน้อยเกินไป หมิงหย่วนยังเคยเอาด้านดีของน้องฝูหลิงไปแต่งหนังสือขาย”
หยางหมิงหย่วนเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าอย่าพูด
ในคำพูดที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีคำพูดเหล่านี้ มันไม่เป็นประโยชน์ต่อเขาแม้แต่น้อย
แต่ชั่วขณะนี้ อยู่ต่อหน้าอาซ่ง เขาอยากขอลูกสาวของอีกฝ่าย เขาก็แค่อยากพูดสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
อันที่จริงครั้งนี้เขาเดินทางผ่านเฟิ่งเทียนก็ได้ไปสืบว่าหนังสือเล่มนั้นไปไหนแล้วกันแน่ กรุณาคืนให้เขา ต้องจ่ายเท่าไรก็ยอม นั่นเป็นความทรงจำของเขา
นะ หนังสืออะไร
ความคิดแรกของซ่งฝูเซิงคือหนังสือลามก ได้คนหน้าไม่อาย กล้าเอาเรื่องของลูกสาวเขาไปเขียนในหนังสือลามก จากนั้นก็เอาถ้วยชาในมือปาใส่หยางหมิงหย่วน
เฉียนเพ่ยอิงก็เดินหน้าบึ้งเข้ามา
วางถาดกาน้ำชาลงบนโต๊ะ มองหยางหมิงหย่วนที่คุกเข่าอยู่ “หนังสืออะไร เจ้าพูดออกมาให้หมด”