ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 823 นี่ลูกแท้ๆ เชียวนะ
ตอนที่ 823 นี่ลูกแท้ๆ เชียวนะ
ซ่งฝูหลิงมองไปด้านหลังท่านย่าหม่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่”
ท่านย่าหม่าเกร็งหลังขึ้นมาทันที ค่อยๆ หันหน้าไปมองซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงที่มองอยู่หลังม่าน
นางเคยบอกแล้วว่าอย่าทำเตียงที่เหมือนเป็นห้องซ้อนห้องอีกที
มันพรางตา มองไม่ค่อยเห็น ทำของไม่มีประโยชน์พวกนี้ทำไม สิ้นเปลืองไม้ เกิดมีคนร้ายเข้ามาปิดปากหลานสาวนาง ตะโกนไปก็ไม่มีใครได้ยิน
แล้วดูสิ เป็นตามที่นางว่าไหมล่ะ
เจ้าสามกับเมียเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมนางถึงไม่สังเกตเห็น
แย่แล้ว จบเห่แล้ว
สายตาของซ่งฝูเซิงที่มองฝูหลิงดูเสียใจมาก
ลูกสาวของเขาแอบคบกับลู่พั่นโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ลู่พั่นปิดบัง ลูกสาวของเขาก็ปิดบัง
เขาทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ตรงไหน ลูกมีความในใจอะไรถึงไม่กล้าบอกพวกเขา
เขากับเพ่ยอิงถูกปิดบังมาตลอด
ซ่งฝูเซิงหลบสายตาของลูกสาวก่อน
เขาแอบสูดจมูกเงียบๆ หลังค่อม หันไปหาที่นั่งในห้องรับแขกขนาดย่อม
เฉียนเพ่ยอิงเสียใจยิ่งกว่า นางเป็นแม่ ทำไมมีแฟนแต่ไม่บอกแม่ กลับบอกย่า
เป็นลูกแม่หรือลูกย่ากันแน่
นางเป็นแม่บ้านที่ทุ่มเทดูแลสามีกับลูกสาวมาตลอด ไม่ว่าจะยุคปัจจุบันหรือยุคนี้ นางยินดีทำ
คิดเพียงว่าขอแค่ดูแลสองคนนี้ให้ดี นั่นต่างหากหน้าที่ที่ผู้หญิงควรทำ ยอดเยี่ยมกว่าอะไรทั้งนั้น
แต่พอถึงเวลากลับไม่รู้เรื่องของลูกเท่าไร
เฉียนเพ่ยอิงแหวกม่านเดินเข้าไปมองซ่งฝูหลิงแล้วพูด
“ลูกคบกับลู่พั่นตั้งแต่เมื่อไหร่…
…คบก็คบสิ ปิดบังพ่อกับแม่ทำไม…
…พ่อกับแม่เคยบังคับลูกเหรอ…
…แม่ยังเคยบอกลูกเลยว่าร้อนใจ กลุ้มเรื่องคู่ครองของลูก กลัวว่าคนที่พวกเราถูกใจ ลูกจะไม่ชอบ…
…ทำไมลูกถึงมองว่าพ่อกับแม่เหมือนคนเลอะเลือน…
…สนุกนักใช่ไหม!”
ซ่งฝูหลิงรีบเข้าไปคล้องแขนเฉียนเพ่ยอิง “ท่านแม่ เรื่องไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น ไม่ใช่แบบที่ท่านแม่คิด ทำไมทำหน้าเสียใจแบบนั้นล่ะ ไหน เจ็บตรงไหน ลูกจะนวดให้”
หลบไป
เฉียนเพ่ยอิงสะบัดมือซ่งฝูหลิงออก เบือนหน้าหนี
ซ่งฝูหลิงไม่ลดละความพยายาม คล้องแขนเฉียนเพ่ยอิงอีกรอบ “อย่าทำอย่างนี้สิ ไม่ทำแบบนี้นะท่านแม่”
ท่านย่าหม่ารู้สึกโล่งอกอยู่ข้างๆ
โชคดีที่พั่งยาเป็นคนหน้าหนา บรรยากาศเลยไม่อึมครึมเท่าไหร่
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนที่หน้าบาง คงเอาผ้าเช็ดหน้าปิดหน้านอนร้องไห้บนเตียงไปแล้ว หันมาอีกทีคงเหลือแค่นางที่เผชิญหน้ากับเจ้าสาม สะใภ้สาม ปวดหัวตายเลย
ถึงได้บอกอย่างไรว่า หลานสาวของนางมีความรับผิดชอบ
ในขณะเดียวกัน ย่าหม่าก็ทำเสียงจึ๊ๆ อยู่ในใจ
เฮ้อ นี่สินะหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่
ตีไม่ลง ด่าไม่ลง แม้แต่คำพูดรุนแรงก็พูดไม่ออก
นางกล้ารับประกันเลยว่า เจ้าสามกับสะใภ้สามเป็นพ่อแม่ที่ตามใจลูกมากที่สุดในใต้หล้า
เดิมทีนางเตรียมใจมาแล้ว ถ้าสองคนนี้กล้าด่าหลานสาวนางที่แอบคบกับลู่พั่น นางก็จะด่ากลับ หุบปากไปเลย แอบคบกันที่ไหน นางกับองค์หญิงใหญ่ไม่ใช่คนหรืออย่างไร พวกนางสองคนรู้เห็นมาตลอด
“ท่านพ่อก็โกรธด้วยเหรอ”
ซ่งฝูหลิงแหวกม่านออกไปที่ห้องรับแขก
“ลูกยังเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกว่าจะบอกท่านพ่อท่านแม่อย่างไร…
…เมื่อก่อนท่านแม่มักกำชับอยู่เสมอว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟัง อาจไม่เป็นผลดี…
…แต่ทั้งๆ ที่ลูกรู้ว่าอาจไม่ดีก็ยังยินดีเล่าให้คนอื่นฟังยกเว้นพ่อแม่…
…อีกอย่าง ลูกก็ไม่ได้เล่าให้คนนอกฟัง มีแค่ท่านย่า หมี่โซ่ว พี่สะใภ้ และก็พี่เถาฮวาที่รู้”
เฉียนเพ่ยอิงหันไปมองท่านย่าหม่าด้วยสีหน้าตะลึง ว่าอย่างไรนะ นางพูดจริงเหรอ มีคนรู้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ
ซ่งฝูเซิงก็กัดฟัน ดี ดีมาก แม้แต่หมี่โซ่วก็รู้
ฝากไว้ก่อน หมี่โซ่ว เดี๋ยวจะจับฟาดสักยก เติมเต็มความเสียดายที่เจ้าไม่เคยโดนตีตั้งแต่เด็ก
ทางด้านซ่งฝูหลิงยังคงพูดต่อ
“สรุปว่า ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าคิดมากเลย นี่ไม่เกี่ยวกับอย่างอื่น…
…ลูกก็แค่รู้สึกว่า เรื่องบางอย่างพอไปถึงพ่อแม่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องแค่เล็กน้อยจะถูกมองเป็นเรื่องใหญ่…
…แบบนั้นลูกก็จะกดดัน”
กลัวถูกเรียกไปคุย กลัวถูกเรียกไปถามเรื่อยๆ ว่าคิดดีแล้วใช่ไหมว่าเป็นคนนี้
เดิมทียังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ก็จะถูกบังคับให้ตัดสินใจ
เดิมทีทางลู่พั่นยังไม่อะไร ปรากฏว่าพอนางเปิดเผย เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็จะตระเตรียมกันไปก่อน
ถึงขั้นที่ถ้านางกล้าแสดงท่าทีออกไป อืม ต้องเป็นเขาเท่านั้น พ่อกับแม่จะไปเร่งตระกูลลู่เพื่อนางได้
พ่อของนางเป็นถึงขุนนางที่ฉลาดปราดเปรื่อง
ซ่งฝูหลิงรู้ดีแก่ใจ ต่อให้เป็นยุคปัจจุบันก็แบบนี้
อย่าเห็นว่าพ่อกับแม่ชอบพูดว่าห้ามไปหาใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นคู่ครอง
แต่ถ้านางกล้ายืนยันว่าเป็นคนนี้ พ่อกับแม่ก็จะสามารถปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนเป็นลูกแท้ๆ ไม่ได้หวังอย่างอื่น หวังแค่ว่าอีกฝ่ายจะดีต่อนาง อย่าเหมือนพวกผู้ชายข้างนอกที่คบๆ ไปก็ทอดทิ้งนาง ทำนางเสียใจ
ซ่งฝูเซิงทนเห็นลูกสาวหน้าแดงไม่ได้ และก็อยากฟังลูกสาวพูดออกมาเอง ทางที่ดีให้เขาถามดีกว่า
เขาถามได้รอบคอบกว่าเพ่ยอิง
แต่สุดท้ายสองมือก็เอาแต่ถูที่วางแขน
รู้สึกว่าลูกสาวโตแล้ว คำพูดบางอย่างไม่เหมาะให้คนเป็นพ่อฟัง
ถูที่วางแขนไปมาอยู่ห้าหกรอบเขาถึงยืนขึ้น “แม่ถามไปแล้วกัน”
เดินไปได้สองก้าวก็หยุดลง ซ่งฝูเซิงตะโกนเรียกท่านย่าหม่า “ท่านแม่ตามข้ามา”
ท่านย่าหม่ากำชับเฉียนเพ่ยอิงก่อนออกไป “ข้ารู้ทุกอย่าง ถ้าถามไม่ได้ความก็มาถามข้า ห้ามคาดคั้นพั่งยา ได้ยินไหม”
พูดจบถึงเร่งฝีเท้าตามซ่งฝูเซิงไป
ตรงทางเดิน ท่านย่าหม่าพูดกับซ่งฝูเซิง “เลิกทำหน้าตึงได้แล้ว แม่จะบอกให้ แม่คุมเข้มอยู่ตลอด ไม่ได้เละเทะเหลวไหลแบบที่เจ้าคิด เจ้าคาดไม่ถึงหรอกว่าตระกูลลู่เร่งกันจะตาย”
ทางด้านฝูหลิงก็นั่งลงตรงข้ามเฉียนเพ่ยอิง กำลังคุยกัน
“คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ไม่แน่ใจ ท่านแม่ อันที่จริงลูกคิดว่าตอนนี้พวกเรายังไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ”
“อย่ามาทำหน้าแป้นแล้นใส่แม่ พอพ่อเจ้าออกไป เจ้าก็ชอบทำเป็นเล่น”
“จริงๆ นะ”
“อย่างนั้นแม่ขอถามหน่อย หยางหมิงหย่วนก็มาสู่ขอแล้ว ลูกว่าเขากับลู่พั่นใครดีกว่ากัน”
ซ่งฝูหลิงไม่ประหลาดใจเลยสักนิด “ก็ต้องลู่พั่นอยู่แล้ว ไม่ต้องเทียบเลย หยางหมิงหย่วนเป็นอาหยางในใจลูกเสมอ”
“รู้ด้วยเหรอว่าหยางหมิงหย่วนก็ชอบลูก เขาเคยบอกลูกเป็นการส่วนตัวเหรอ”
“เปล่า ท่านแม่ ลูกรู้แค่ว่าเขาแอบชอบลูก เอาลูกไปแต่งหนังสือรับบทเป็นนางเอกในนิยาย ขายเอาเงิน มีอยู่เล่มเดียว เป็นนิยายที่แต่งตามสั่ง”
เฉียนเพ่ยอิงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรแล้ว เด็กคนนี้นี่ นางอยากหยิกสักที
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ วันๆ แม่อยู่กับเจ้า ทำนั่นทำนี่ ไม่เคยเห็นเล่าให้ฟัง”
“ก็วันที่หลังคาหล่นใส่ ลู่พั่นบอกลูกเอง”
“เขารู้ได้อย่างไร”
ซ่งฝูหลิงช่วยวิเคราะห์ให้แม่ฟัง “ก็มีแค่เขาที่ว่างจัดจนสั่งให้แต่งนิยายได้ ส่วนอาหยาง ตอนนั้นเป็นนักเรียนยากจน ต้องหาเงินเพื่อดำรงชีวิตก็เลยรับงานนี้ แต่ด้วยความที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรัก ก็เลยเขียนถึงลูก ท่านแม่ นับแต่ตอนนั้นลูกก็เลยอยู่ให้ห่างจากหยางหมิงหย่วน ส่วนลู่พั่นทำไมถึงต้องสั่งเขียนนิยายรักๆ ใคร่ๆ ลูกสงสัยว่าเขาจะซื้อมาศึกษาการมีความรัก ฮี่ๆ”
เฉียนเพ่ยอิงกุมขมับ