ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 828 เจ้าอิจฉาใช่ไหมล่ะ
ตอนที่ 828 เจ้าอิจฉาใช่ไหมล่ะ
ก่อนรู้จักเจ้าไร้ที่พึ่ง หลังรู้จักเจ้า ยาอะไรก็มิอาจเยียวยา
เดิมทีคิดว่าเจ้าเป็นเพียงจังหวะคั่นกลางในชีวิต ไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นตำนานนิรันดร์กาล
หวังเพียงว่าจะโชคดีได้อยู่กับเจ้า
มาจากความคิดถึงทั้งๆ ที่รู้ว่าขมขื่น
ระหว่างทางที่ลู่พั่นกลับเมืองหลวง นี่ก็คือความคิดถึงของคุณหนูแต่ละจวนที่แอบรักเขา
สาวคนไหนบ้างไม่มีรักแรก
สาวคนไหนบ้างไม่ชื่นชมวีรบุรุษ
และสาวคนไหนบ้างไม่อยากให้สามีตัวเองเป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแผ่นดิน
อ๋องอวี้อายุยี่สิบสองปีแล้ว เสร็จจากสงคราม ฮ่องเต้จะต้องพระราชทานงานอภิเษกสมรสให้เขาหลังพิธีบูชาสวรรค์แน่นอน
เรือนหลังของแต่ละจวนต่างวุ่นวายขึ้นมาทันที
บรรดาฮูหยินกำชับหมอมออบรมให้สั่งสอนลูกสาวของตัวเองเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกันดวงตาก็เปล่งประกายจ้องไปยังทิศทางวังหลวง
ลู่พั่นยังไม่กลับมา แต่ฮูหยินแต่ละจวนก็จัดอันดับอยู่ในใจแล้ว คาดเดาว่าความงามของลูกสาวตัวเองจะอยู่ที่อันดับเท่าไหร่
มีความเป็นไปได้สูงที่อันดับต้นๆ จะถูกฮ่องเต้เลือกให้อ๋องอวี้
คุณหนูของแต่ละจวนก็คาดเดาอยู่ในใจ ตัดคนนั้นทิ้ง ตัดคนนี้ทิ้ง
อย่างน้องสาวของภรรยาติงเจียน หรือก็คือน้องเมียของเขา ความสามารถพอไหว แต่ต้องตัดทิ้งเพราะมีความเกี่ยวดองกันแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่น้องชายที่เป็นญาติกันจะสู่ขอน้องสาวเมียเขา
ติงฮูหยิน หรือก็คือพี่สะใภ้ของลู่พั่น เคยพูดไว้แล้วเมื่อหลายปีก่อนว่าจวนผู้สำเร็จราชการไม่ชอบแบบนี้
เดาไปเดามา บรรดาสาวๆ ที่ยังไม่ออกเรือนต่างร้อนรน
ไม่รู้ว่า ‘บุปผา’ ที่บานสะพรั่งอย่างลู่พั่นจะไปตกที่บ้านไหน
…
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องรับรองของจวนผู้สำเร็จราชการก็ครึกครื้นเป็นอย่างมาก
ท่านยายของลู่พั่นมาที่นี่
กอปรกับลู่จือจิ้งพี่สาวคนรองของลู่พั่นและลู่จือหว่านพี่สาวคนที่สามก็อยู่ที่นี่ด้วย ผู้หญิงเต็มห้องกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เหล่าฮูหยินชี้บ้านที่อยู่ในภาพ “นี่ก็คือของขวัญที่จะให้ ท่านคิดเห็นอย่างไร”
ท่านยายของลู่พั่นหยิบเม็ดเดินหมากหนึ่งเม็ดวางบนภาพ “จวนข้ามีบ้านหลังหนึ่งอยู่ชานเมืองตรงนี้ ค่อนข้างน่าสนใจ หลักๆ คือมีบ่อน้ำพุร้อน เหมาะกับคู่รักที่เพิ่งแต่งงานไปเที่ยว ถือว่าข้ายกให้แล้วกัน”
เหล่าฮูหยินหรี่ตามอง ก็หยิบหมากขึ้นมาอีกเม็ดหนึ่ง “ตรงนั้น ข้ามีที่ดินพระราชทานพร้อมสวนผลไม้พอดี ให้พวกเขาสองคนด้วยเลยแล้วกัน ใกล้บ้านท่านสะดวกดี แช่น้ำพุร้อนเสร็จก็ไปเก็บผลไม้”
หญิงชราทั้งสองพูดจบก็หัวเราะ “หึหึหึ”
อีกทั้งที่ดินพระราชทานของเหล่าฮูหยิน กับที่ดินที่มีรายได้จากการเก็บภาษีของลู่พั่นที่เป็นอ๋องก็คนละเรื่องกัน
ที่ดินพระราชทานของเหล่าฮูหยินเป็นที่ดินที่เสด็จพ่อพระราชทานให้อย่างถูกต้อง
ปลูกอะไรก็เป็นของนางเต็มร้อย ทำอะไรได้ตามใจ ไม่ปลูกอะไรก็ไม่มีใครยุ่ง
พอฮ่องเต้กลับเข้าเมืองหลวงก็คืนทุกอย่างที่เป็นของเสด็จป้าให้หมด
ยังสามารถคาดได้อีกว่า ครั้งนี้ยึดแผ่นดินคืนมาได้ทั้งหมด ฮ่องเต้ยังไม่ได้เอ่ยความประสงค์มาตลอด
วันหน้าเกิดหลานอย่างเขาอารมณ์ดี ก็จะยกให้เสด็จป้าอีก
ที่ดินทั่วทั้งแผ่นดิน พูดยากว่าจะยกที่ไหนให้
ไม่ได้ยินที่ฮ่องเต้บอกเหรอว่า ค่อยเริ่มเก็บภาษีที่ดินพระราชทานตอนรุ่นลู่พั่น ค่อยว่ากันสมัยพวกองค์ชาย
ตรงจุดนี้ฮ่องเต้จงใจแกล้งหลุดพูดให้เสด็จป้าได้ยิน
บางครั้งฮ่องเต้มองตำหนักฉือหนิงที่ว่างเปล่าก็จะคิดถึงความผูกพันที่มีต่อเสด็จแม่ จึงเอาความคิดถึงทั้งหมดไปลงที่เหล่าฮูหยิน
ลู่จือหว่านกับพี่รองลู่จือจิ้ง มองหน้ากัน ลำเอียงกันจริงๆ
ปรากฏว่าคำพูดถัดมาของเหล่าฮูหยินยิ่งทำให้สองพี่น้องตาลุกวาว
ไม่ลุกวาวได้เหรอ ต่อไปไม่ต้องอิจฉาใครหรอก อิจฉาน้องสะใภ้นี่แหละ
เหล่าฮูหยินบอกท่านยายของพวกนางว่า นางซื้อบ้านของขุนนางที่อยู่ใกล้วัดไท่ผูมาแล้ว ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว
“หา ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้ ท่านซื้อหรือ”
“ใช่ ไม่ให้พวกเขาพูดไปว่าข้าซื้อ กลัวคนข้างนอกจะคาดเดากันส่งเดช…
…ข้าซื้อมาไว้เป็นสินสอด…
…พ่อตาของหมินหรุ่ย ไม่รู้ว่าท่านเคยได้ยินหรือเปล่า เขามีลูกสาวแค่คนเดียว…
…อีกทั้งย่าของหลานสะใภ้ เราก็รักเหมือนแก้วตาดวงใจ…
…ข้าคิดว่า บ้านที่อยู่ใกล้ตรงนี้มากที่สุดก็คือบ้านหลังนั้น เลยจะยกให้เป็นสินสอด หลานสองคนจะได้ไปหาได้สะดวก”
กำลังหาคนไปซ่อมแซม นั่นเป็นเรือนพำนักของขุนนางขั้นสาม ต้องปรับเปลี่ยนตามกฎ
ท่านยายของลู่พั่นเอามือที่ถือผ้าเช็ดหน้าไปวางตรงตำแหน่งหัวใจ “แม้แต่ข้าฟังแล้วยังรู้สึกว่า ใครได้เป็นหลานสะใภ้ท่านต้องเป็นคนที่มีวาสนาดีแน่”
ลู่จือจิ้งกับลู่จือหว่านไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว
ไม่อย่างนั้นจะพูดเหรอว่า หนุ่มสาวช่างดีเสียจริง พวกนางทำได้แค่อิจฉาในใจ
เหล่าฮูหยินหยิบถ้วยชาขึ้นมายิ้มตาหยี
อันที่จริงนางคิดแบบนี้ จวนใหม่ของอ๋องสร้างเสร็จ กลัวหมินหรุ่ยจะไม่ค่อยกลับจวนผู้สำเร็จราชการ เลยจัดแจงให้ครอบครัวพ่อตาแม่ยายของเขาไปอยู่ที่นั่น ถ้าเมียจะกลับมาไม่พักที่นั่น ลู่พั่นก็ย่อมตามกลับมา
เวลานี้ อย่าเห็นว่าท่านยายของลู่พั่นมาแล้ว ลู่ฮูหยินกลับเพิ่งจะเดินมาห้องรับรองพร้อมสาวใช้กับหมอมอ
เพราะนางกำลังวุ่นอยู่กับการตรวจนับเงินในคลัง
ตรวจเสร็จก็ร้อนใจ ไม่ใช่ทองแต่เป็นเงินทั้งหมด แบบนี้ไม่ได้ เงินมงคลต้องเตรียมก้อนเงินก้อนทองไว้มากมาย เอาแค่นี้ต้องเรียกหญิงรับใช้หัวหน้างานให้ออกไปจัดการมา
นอกจากนี้ยังต้องกำชับพ่อบ้านให้ไปสั่งทอผ้าที่โรงผ้าทอ ทำพู่กันทอง น้ำเต้าเล็ก เครื่องประดับศีรษะ ต้องเตรียมไว้มากหน่อย วันแต่งงานเอาไว้แจกพวกเด็กที่มาชมพิธี
เหล่าฮูหยินบอกว่า “รีบมานั่งคุยกับท่านแม่ของเจ้าสิ หมินหรุ่ยยังไม่ถึงบ้าน เจ้าไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น”
เหล่าฮูหยินคิดในใจ จะไม่รีบได้อย่างไร หลายอย่างต้องเตรียมเสียแต่เนิ่นๆ เตรียมทีก็ต้องใช้เวลาหลายวัน
เป็นครั้งแรกที่นางแต่งหลานสะใภ้ ไม่มีประสบการณ์ ยากที่จะเลี่ยงเรื่องลืมนั่นลืมนี่ กันตกหล่นเลยต้องรีบเตรียมไว้ก่อนย่อมดีกว่า
…
“ได้ยินข่าวหรือยัง”
“ได้ยินแล้ว กระดาษแดง ผ้าแดงถูกขนกลับไปเป็นคันๆ ดูท่าจวนผู้สำเร็จราชการคงรอแค่ฮ่องเต้พระราชทานงานอภิเษกสมรส”
แม้แต่พวกชาวบ้านก็ยังรู้สึกได้ อ๋องอวี้ของพวกเราใกล้แต่งงานแล้ว
ได้ยินญาติห่างๆ บอกว่า เทียนแดงโคมแดงถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ
เหมือนที่พูดกันว่า จวนผู้สำเร็จราชการไม่จัดงานมงคลขนาดใหญ่มาแปดปี ถ่อมตัวจนชาวบ้านต่างรู้สึกว่าเรียบง่ายเกินไป แต่นี่พอจัดทีก็ต้องเอาให้ยิ่งใหญ่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินเลยทีเดียว
คราวนี้ปิดบังไม่ได้แล้ว แม้แต่ชาวบ้านก็รู้เรื่องนี้ แต่ละจวนยิ่งรู้ก่อน ฮ่องเต้ก็รู้แล้ว
ฮ่องเต้ฉงนใจ ข้ายังไม่แน่ใจเลยว่าจะเลือกคนไหนให้
อัครเสนาบดีลู่กับเหล่าฮูหยินมา มีเรื่องอยากทูลต่อฮ่องเต้
วันนี้คนตระกูลลู่ก็ให้คำตอบกันหมด
ลู่จือจิ้ง “กำหนดตัวน้องสะใภ้ข้าได้แล้ว บุตรสาวของจวนผู้ว่าฯ ซ่ง ซ่งฝูหลิง”
ซย่าเหวินอวี่กำลังถูกพวกคุณชายถามเรื่องตัวเลือกพระชายาอ๋องอวี้ เขาส่ายหน้าแล้วบอกไม่รู้ ไม่ได้ข่าว ทันใดนั้นติงเจียนที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้น “พูดได้แล้ว” จากนั้นก็กำลังจะบอกบรรดาคุณชายว่าคือใคร
ว่าอย่างไรนะ
ซย่าเหวินอวี่ไหวตัวเร็วรีบจับติงเจียนไว้แล้วแย่งพูด “ข้ารู้ ข้าพูดเอง”
สองคนนี้ทิ้งระเบิดไว้แล้วก็ไป
ช่วงนี้พวกเขาสองคนทยอยมีลูก ถึงแม้ซย่าเหวินอวี่จะแต่งงานช้ากว่าติงเจียน แต่ของเขาเป็นลูกที่ได้จากดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
ลู่พั่นเข้าเมืองมาตอนที่สาวๆ ทั้งเมืองหัวใจแตกสลาย
แต่สาวๆ บางคนยังมีความหวัง เพราะพวกนางรู้สึกว่าไม่คู่ควร บุตรสาวของจวนผู้ว่าฯ ซ่งไม่คู่ควรกับท่านอ๋อง
พวกนางรู้สึกว่า บางทีฮ่องเต้อาจแค่ดูไว้ ตราบใดที่ยังไม่พระราชทานงานอภิเษกสมรสก็ยังมีความหวัง
บางทีนี่อาจเป็นแค่คนที่จวนผู้สำเร็จราชการเลือก จวนผู้สำเร็จราชการมีบุตรชายอยู่แค่คนเดียว หากลู่พั่นไม่ยอม ใครก็ตัดสินใจแทนอ๋องอวี้ไม่ได้
แต่กลับไม่คาดคิดว่า เมื่ออ๋องอวี้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ เรื่องแรกที่ทำคือคืนตราพยัคฆ์
เรื่องที่สอง เขาถูกฮ่องเต้จับบ่า เขาเงยหน้าพูดอย่างจริงใจว่าเขาอยากสู่ขอซ่งฝูหลิง แต่ว่าเขาขอพกราชโองการติดตัวไปได้หรือไม่
เขาไม่อยากใช้วิธีบีบบังคับ
แน่นอนว่าถ้าสุดท้ายผู้ว่าฯ ซ่งอนุญาต ราชโองการสมรสพระราชทานก็ต้องเอาออกมา นี่คือขั้นตอน
แต่ถ้าผู้ว่าฯ ซ่งไม่อนุญาต เช่นนั้นก็ยิ่งต้องควักราชโองการสมรสพระราชทานออกมา
ฮ่องเต้ “…”
ขุนนางซ่งจะไม่อนุญาตได้เหรอ ไม่ใช่ว่าควรยินดีปรีดาหรอกเหรอ ทำไมหมินหรุ่ยถึงได้คิดมากขนาดนี้
นี่คืออ๋องอวี้ของข้าเชียวนะ เป็นบุตรชายคนเดียวของจวนผู้สำเร็จราชการ เป็นหลานชายที่เสด็จป้าของข้ารักและทะนุถนอม ขุนนางซ่งจะไม่ตอบตกลงได้เหรอ