ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 835 เจ้าคิดว่าเขาแค่มากินข้าวจริงๆ เหรอ
ตอนที่ 835 เจ้าคิดว่าเขาแค่มากินข้าวจริงๆ เหรอ
“ท่านอ๋องมาเหรอ”
บรรดาฮูหยินของแต่ละจวนยืนขึ้นพร้อมกัน มองหญิงรับใช้สูงวัยที่มาส่งข่าว
วันนี้เป็นวันเกิดฮูหยินของรองผู้ว่าฯ โจว เฉียนเพ่ยอิงพาฝูหลิงมาเที่ยวเล่นที่จวนโจว
หลิ่วฮูหยินรีบจัดแจง กลับจวน
อวี้ชินอ๋องมาถึงหวงหลงควรพักที่จวนของนาง ต้องรีบกลับไปเตรียม
ฮูหยินคนอื่นๆ รู้สึกอิจฉาเหลือเกิน
พวกนางแค่เคยได้ยินชื่อลู่พั่น สมัยที่เป็นคุณชายจวนผู้สำเร็จราชการพวกนางยังไม่เคยเจอ คราวนี้เป็นอวี้ชินอ๋องแล้ว ยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าพบ
ก็คงมีแค่หลิ่วฮูหยินที่มีสิทธิ์รับรอง
หญิงรับใช้จวนโจวที่เข้ามาส่งข่าวบอกว่า คนที่มาหาอยู่ข้างนอกเป็นบ่าวรับใช้ของจวนใต้เท้าผู้ว่าฯ (พ่อของเซาจี)
ท่านอ๋องอยู่ที่จวนผู้ว่าฯ ให้ฮูหยินผู้ว่าฯ รีบกลับไปโดยเร็วที่สุด
ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ใช่บ่าวรับใช้ของจวนหลิ่วมาหาหลิ่วฮูหยิน ลู่พั่นไม่ได้อยู่จวนหลิ่ว
หลิ่วฮูหยินไม่ได้รู้สึกขายหน้า
นางรู้ว่าครอบครัวซ่งกับตระกูลลู่รู้จักกัน ไม่อย่างนั้นตอนที่ผู้ว่าฯ ซ่งยังเป็นนายอำเภอ สามีของนางคงไม่มีทางได้รับจดหมายจากลู่พั่น
แต่หลิ่วฮูหยินยังคงเชื่อมั่น อย่าเห็นว่าพอหมินหรุ่ยเพิ่งมาถึงหวงหลงก็ไปที่บ้านครอบครัวซ่งทันที หลังจากนั้นหมินหรุ่ยยังคงจะไปพักที่จวนของนางแน่นอน
อย่างไรเสียบ้านครอบครัวซ่งก็มีญาติอยู่กันตั้งเยอะขนาดนั้น อีกทั้งไม่มีบ่าวคอยรับใช้ ลู่พั่นยังพาทหารใกล้ชิดกับบ่าวรับใช้มาด้วยอีกหลายคน พักบ้านครอบครัวซ่งย่อมไม่สะดวก
หลิ่วฮูหยินพูดกับเฉียนเพ่ยอิง “เช่นนั้นก็กลับ กลับไปเตรียมตัวก่อน พวกเราออกไปด้วยกัน อีกเดี๋ยวข้าจัดการที่จวนเสร็จค่อยไปที่จวนเจ้า”
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางพยักหน้า พาลูกสาวที่ยิ้มหน้าบานเหมือนดอกไม้ทันทีที่ได้ข่าวออกไป
ฮูหยินของแต่ละจวนมองตามหลังเฉียนเพ่ยอิงกับหลิ่วฮูหยิน
บนรถม้า เฉียนเพ่ยอิงกลัวพ่อเซาจีได้ยินจึงโอบคอฝูหลิงมากระซิบกำชับ “อีกเดี๋ยวถึงบ้าน ลูกห้ามเข้าทางข้างหน้า อ้อมกลับห้องตัวเองไป”
“ทำไมล่ะ”
“พ่อเจ้ากำชับแม่ไว้นานแล้ว ถ้าอยู่ๆ ลู่พั่นก็โผล่มาที่บ้านเรา ให้กันลูกออกไป ไปกินข้าวที่เรือนหลัง ห้ามโผล่หน้าออกมา”
ฝูหลิงชักไม่สบอารมณ์ “แต่ลูกอยากไปกินข้าวข้างหน้าด้วย”
เฉียนเพ่ยอิงมองสำรวจลูกสาวขึ้นลง “ตอนหยางหมิงหย่วนมา ใครพูดกันนะว่าโตแล้ว ไม่สะดวกออกไป”
ซ่งฝูหลิงพูด “แต่ถ้าเป็นลู่พั่น ลูกสะดวกมาก”
“ชู่ว เบาเสียงหน่อย กล้าเถียงแต่กับแม่นะ กล้าไม่เชื่อฟังต่อหน้าพ่อไหมล่ะ ถ้ากล้านะ ก็ไปเลย”
ในสายตาของเฉียนเพ่ยอิง เหล่าซิงคิดจะหยั่งเชิงทรมานลู่พั่น ก็คงหนีไม่พ้นอยากดูว่าลู่พั่นจะทำได้ถึงขั้นไหน
นางก็อยากเห็นเหมือนกัน
เลยให้ความร่วมมือ
รถม้าเข้าไปในเขตบ้านแล้ว
ลู่พั่นนั่งอยู่ในห้องโถง ได้ยินเสียงพวกป้าๆ ข้างนอกคุยกัน ท่านอาหญิงกลับมาแล้ว พั่งยากลับมาแล้ว เขารีบก้มมองตัวเอง
ซุ่นจื่อยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองคุณชาย คิดในใจ จะได้เจอกันแล้ว ขอถามหน่อยคุณชาย หัวใจเต้นแรงหรือเปล่า
ท่านลุงซ่งที่นั่งคุยด้วยอยู่ด้านข้างก็แอบชำเลืองมองลู่พั่น คิดในใจ ตื่นเต้นไปเถอะ เจ้าไม่ได้เจอหรอก
เฉียนเพ่ยอิงปรากฏตัว ด้านหลังมีสาวน้อยตามมา
ลู่พั่นรีบยืนขึ้น สาวน้อยด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้า เป็นเซาจี
ไม่มีใครรู้ว่า อารมณ์ขึ้นลงของลู่พั่นในเวลานี้มีรสชาติแบบไหน
ยังดีที่มีหมี่โซ่ววิ่งเข้ามาได้ทันเวลา “พี่ชาย!”
ลู่พั่นมองหมี่โซ่วพลางยิ้มให้ “สูงขนาดนี้แล้วรึ”
หมี่โซ่วที่คิดว่าตัวเองโตแล้ว ไม่ร้องไห้อีกแล้ว โผเข้าหาอ้อมกอดของลู่พั่น ชนลู่พั่นจนต้องถอยไปครึ่งก้าว
เขาสะอึกสะอื้นพูดไม่ออก
พี่ชาย ขอบคุณมาก
หมี่โซ่วได้รู้แล้วว่าสุสานของท่านปู่อยู่ที่ไหน
ในที่สุดหมี่โซ่วก็รู้แล้วว่าท่านปู่ถูกฝังเรียบร้อยแล้ว
เฉียนเพ่ยอิงมีเซาจีประคอง เบือนหน้าหนี ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา
เพื่อครู่พอมาถึงบ้านนางแอบตกใจ มีแต่เสียงร้องไห้ เกิดอะไรขึ้น แค่ลู่พั่นมาไม่ใช่เหรอ
ปรากฏว่า เอาจริงๆ นะ พูดจากใจ พอเฉียนเพ่ยอิงเห็นพวกต้าหลัง เห็นบ่าวรับใช้เก่าของสกุลเฉียน นางรู้สึกอบอุ่นหัวใจจนแทบจะไปจูงฝูหลิงมาจากเรือนหลัง
แค่เจอหน้ากันมันจะเป็นไร นางคั่นอยู่ตรงกลาง เจอกันจะกลัวอะไร
แต่สติต้องมาก่อนอารมณ์ อยากเจอกัน วันหน้ายังอีกยาวไกล
เฉียนเพ่ยอิงกลัวว่าถ้าขัดคำสั่งซ่งฝูเซิง เดี๋ยวนางจะถูกถลึงตาใส่
นางก็ไม่ได้กลัวซ่งฝูเซิงอาละวาดหรอก แค่กังวลว่าเขาจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เดี๋ยวลู่พั่นที่เพิ่งมาบ้านจะกระอักกระอ่วน ไหนจะอีกเดี๋ยวหลิ่วฮูหยินก็มา กลัวจะพูดคำพูดที่ไม่เหมาะสม
จะทดสอบอย่างไรก็ได้ คนในครอบครัวทั้งนั้น แต่อย่าให้ขายหน้าคนนอก
ภายในห้องครัว ซ่งฝูไฉดวงตาแดงก่ำ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม กำลังยกกระทะผัดอาหาร มีสะเก็ดไฟกระจาย
เขาจะต้องทำสุดฝีมือเพื่อรับรองลู่พั่นคนที่ทำไมยอดเยี่ยมได้ขนาดนี้ รับรองพ่อตาแม่ยาย
ซ่งฝูลู่ลูกชายคนโตของลุงใหญ่ซ่งอยู่อีกเตาหนึ่ง ราดน้ำเชื่อม ผัดเนื้อชุบแป้งทอดเสร็จแล้ว
พวกผู้หญิงบ้างก็ทำขาหมูต้มน้ำแดง ไม่ก็กำลังนึ่งอาหาร แค่ของกินเล่นเรียกน้ำย่อยก็แปดอย่างแล้ว
เถาฮวาท้องโย้กับเป่าจูอยู่ในห้องอบภายในบ้าน ย่างเป็ดย่างไก่
พวกยายๆ นวดแป้ง เลี้ยงส่งด้วยเกี๊ยว เลี้ยงต้อนรับด้วยบะหมี่ อาหารหลักต้องให้ลู่พั่นกินบะหมี่ ความหมายคือจะได้มัดขารั้งไว้ มาครั้งนี้จะไม่ปล่อยเขาไปแล้ว
ท่านย่าหม่าร้องไห้จนมึนงง นางพับแขนเสื้อเดินเข้ามา “ข้าทำเอง”
“ไม่ต้องหรอก รีบไปคุยกับพวกเขาเถอะ”
ท่านย่าหม่าส่ายหน้า ในสมองเหลืออยู่ความคิดเดียว ต้องทำบะหมี่ให้ลู่พั่นกินด้วยตัวเอง
สักพักซ่งฝูเซิงก็มา
เขายืนอยู่ตรงประตูครัว พอได้ยินเสียงคนกำลังวุ่นอยู่ด้านในเขาก็ลังเลแล้วลังเลอีก สุดท้ายก็แหวกม่านปรากฏตัว
หั่นเต้าหู้เป็นแผ่น ตอกไข่ใส่ถ้วย
ซู่ ซ่งฝูเซิงหรี่ตา เทน้ำมันทอดเต้าหู้ ชุบไข่นิดหน่อย ทอดให้สองด้านเป็นสีเหลืองแล้วเอาขึ้น
ซ่งฝูเซิงเริ่มผัดหมูสับ ผัดกับต้นหอมและพริกแห้งจนหอม ใส่เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำเปล่า ใส่เต้าหู้ที่ทอดเมื่อครู่แล้วอบสักพัก
หมอนั่นอยากกินไม่ใช่เหรอ
เช่นนั้นก็กินสิ