ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 836 พร้อมหน้าพร้อมตา
ตอนที่ 836 พร้อมหน้าพร้อมตา
ประตูใหญ่จวนผู้ว่าการเขตถูกเปิดกว้าง
บรรดาทหารคนสนิทของลู่พั่นทยอยแบกหีบของฝากเข้าไปด้านใน
หมี่โซ่วเดินนำอยู่ด้านหน้าพี่แม่ทัพเล็ก คอยนำทางให้
“ห้องหลักอยู่ตรงไหน”
หีบใหญ่สี่ใบถูกวางในห้องโถงเล็กหน้าห้องนอนของซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิง
ลู่พั่นเปิดหีบใบหนึ่งแล้วหยิบที่คาดหน้าผากสำหรับเด็กผู้ชายออกมา
“มานี่สิ”
ดวงตาของหมี่โซ่วยังบวมแดงอยู่ แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ร้องไห้หนักขนาดไหน แต่เวลานี้เขายืนเงยหน้าอยู่ตรงหน้าลู่พั่น ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ลู่พั่นแอบรังเกียจ เอานิ้วโป้งถูๆ เปลือกตาที่บวมเป่งของหมี่โซ่วก่อน
จากนั้นถึงเอาที่คาดหน้าผากที่มีหยกเลี่ยมทองคาดให้หมี่โซ่ว
หมี่โซ่วแปลกใจมาก เอามือลูบหยกบนหน้าผากแล้วถามด้วยความระมัดระวัง “พี่ชาย ตั้งใจมอบให้ข้าไม่ใช่คนอื่นจริงเหรอ”
ลู่พั่นพยักหน้าเบาๆ “อืม”
สวมมันไว้ ดูซิว่าอีกหน่อยใครยังจะกล้าไม่รู้จักหยกเลี่ยมทอง
พี่เขยของเฉียนหมี่โซ่วคือลู่พั่น
“หา? ให้ข้าจริงด้วย!”
หมี่โซ่วหากระจกทองแดงพลางถามด้วยความตื่นเต้น “พี่ชาย ข้าใส่มันแล้วดูดีมากเลยใช่ไหม”
ลู่พั่นกลั้นขำไม่อยู่ เหมือนเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด ไม่เปลี่ยนเลย เจ้าสำอางเหมือนเดิม
“ไปเอากระดาษกับพู่กันมาสิ”
“เอากระดาษกับพู่กันมาทำไม”
ลู่พั่นนั่งหน้าโต๊ะรับแขก เขียนไล่เรียงหน้าหีบของฝาก
บนหีบที่ให้ท่านย่าหม่าเขียนว่า มอบให้ท่านย่า
บนหีบที่ให้เฉียนเพ่ยอิงเขียนว่า มอบให้ท่านอาหญิง
ส่วนบนหีบใบใหญ่สุดเขียนว่า มอบให้ท่านอา
พอเขียนกำกับแบบนี้ก็จะได้มีเรื่องตกใจน้อยลงหน่อย
ลู่พั่นคิดว่าอย่ามอบให้ผิดคน นี่ต่างหากสำคัญที่สุด
นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ อีก ท่านอาอยากมอบให้ใครก็ตามสบาย
ในหีบมีของหลายอย่างที่ยึดมาจากคลังสมบัติของพวกอ๋องที่รบแพ้ เขาเลือกชิ้นที่ถูกใจและไม่ผิดกฎมานิดหน่อย
ท่านลุงซ่งมาเรียกลู่พั่นไป
หมี่โซ่วจงใจลีลาออกไปช้ากว่า
บนโต๊ะมีกล่องขนาดเล็กที่แสนประณีตวางแยกอยู่ แต่ไม่มีเขียนระบุ
หากว่ากันตามเหตุผล ถ้าไม่เขียนกำกับไว้ก็แสดงว่าไม่สำคัญ อีกทั้งไม่ได้กำหนดว่าเป็นของที่ให้ใคร
แต่หมี่โซ่วแน่ใจว่า พี่ชายต้องเตรียมกล่องนี้ไว้ให้พี่สาวของเขาแน่นอน
เพราะเมื่อครู่พี่ชายลูบมันหลายครั้ง
เขาควรเปิดดูก่อน จะได้ไปรายงานพี่สาวได้
ระหว่างที่หมี่โซ่วขยับขึ้นหน้าเขาก็สอดส่องด้านนอกก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนถึงลงมือ
ยกขึ้นมาดู
หมี่โซ่วอ้าปากค้าง มองกลไกที่ถูกติดตั้งบนกล่องด้วยความตะลึง
คิดในใจ พี่ชาย ตามสบายเลยนะ ไม่ให้พวกเราดู ท่านลุงก็ดูไม่ได้ ทำท่านลุงโมโหพี่ชายจบเห่แน่
ที่กล่าวมาเป็นเพียงมุมหนึ่งของที่พักในจวนผู้ว่าฯ
…
ภายในห้องของซ่งฝูไฉ เหอซื่อนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ต้องการถอดเสื้อของแม่ดูให้ได้ว่าผอมจนมีสภาพไหนแล้ว
แม่ของนางพูด “ไม่ผอมหรอก กินดีมาตลอดทาง ดูเสื้อผ้าตัวนอกตัวในของใหม่พวกนี้สิ พึ่งพาบารมีท่านอ๋องทั้งนั้น เสื้อตัวในเป็นผ้าต่วนเชียวนะ”
เหอซื่อกอดแม่ร้องไห้อีกรอบ
เป็นพ่อเหอที่ทนดูต่อไปไม่ไหว พูดขณะที่นั่งอยู่นอกม่านประตู “ลูกพ่อ เลิกร้องไห้เถอะ พ่อกับแม่ยังไม่ตาย ได้เจอกันแล้วนี่ไง วันหน้ายังมีโอกาสร้องไห้อีกเยอะ ลูกเป็นสะใภ้ใหญ่ รีบไปช่วยแม่สามีทำกับข้าวเถอะไป ท่านอ๋องมาทั้งที นั่นแขกคนสำคัญนะ สูงส่งระดับไหนแล้ว ไม่ต้องมาดูแลพ่อกับแม่หรอก พ่อยังร้อนใจกว่าเจ้าเลย”
“ใช่ ข้าต้องไปคารวะท่านอ๋อง”
พ่อเหอพูด “ไม่ใช่ เจ้าต้องคำนับ! พ่อกับแม่อยากจะคำนับให้หลายครั้ง แต่ท่านอ๋องไม่ยอม”
เหอซื่อที่กำลังสวมรองเท้าถึงกับหยุดชะงัก
ท่านพ่อ ท่านไม่รู้เรื่องที่นี่
เอาจริงๆ นะ ให้นางคำนับลู่พั่นร้อยครั้งก็ยังไม่เกินไป
แต่คำนับไม่ได้จริงๆ
เพราะถ้านางคำนับ ตัวเองสบายใจแล้ว แต่พั่งยาจะทำอย่างไร น้องสามคงได้มาเอาเรื่องนาง อยู่ๆ ต้องมาดูต่ำลงไปครึ่งหัวเพราะนาง
“ไม่เป็นไร ข้าจะไปคารวะเอง พ่อกับแม่ไม่ต้องยุ่งแล้ว”
ถึงแม้จะคำนับไม่ได้ แต่เหอซื่อคิดในใจ นางที่เป็นป้าใหญ่ วันหน้าจะดูแลลู่พั่นให้เต็มที่
ไม่สิ ลู่พั่นไม่ต้องการข้าหรอก เช่นนั้นข้าจะดีกับพั่งยา พั่งยาก็เปรียบเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของข้า ต่อไปอีกหลายสิบปีข้าก็จะเอ็นดูพั่งยาร่วมกับน้องสะใภ้สาม
แต่จะว่าไป เมื่อก่อนข้าก็ดีกับพั่งยาตลอด พ่อต้าหลังชอบซื้อของกินเล่นให้พั่งยาบ่อยๆ ข้าก็มีแต่ความสุขใจ
พ่อเหอกำชับ “แล้วก็ไปช่วยแม่สามีเจ้าทำงานไป ไม่ต้องกลับมาแล้ว วางใจได้ พ่อกับแม่ไม่หลงไปไหนหรอก”
แต่ต่อมา ขณะที่เหอซื่อไปตามหาลู่พั่น พ่อเหอกับแม่เหอออกไปเดินหาห้องน้ำ และแล้วก็คลาดกันในเขตที่พักของจวนผู้ว่าฯ
เล่นเอาพ่อเหอร้อนใจ ทั้งๆ ที่ถามมาอย่างดีแล้ว ห้องส้วมในจวนผู้ว่าฯ จะแยกกัน ด้านนี้ของผู้ชาย ด้านนั้นของผู้หญิง
บากหน้าเข้าไปถาม ด้านในมีคนอยู่ไหม เข้าไปหาอีกรอบ ข้างในไม่มีคน
ไอ๊หยา อายุปูนนี้แล้ว ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ แค่ออกมาฉี่ เมียกลับหายไปในห้องส้วม
สุดท้ายได้เอ้อร์หลังกับซ่งจินเป่าพามาส่ง
ยายเหอออกจากห้องส้วมมาก่อน มองไปทางไหนกำแพงก็เหมือนกัน หันมาอีกทีเข้าเรือนนั้นออกเรือนนี้จนงงไปหมด
…
ภายในศาลาเล็ก
เหล่าสุยกับเมียพาแม่มานั่งที่นี่
ต้ายามาพร้อมกับเอ้อร์ยาผู้เป็นน้องสาว รวมถึงสุยเซ่าปัวผู้เป็นสามี ทั้งสามคนช่วยกันยกน้ำชา ขนม ผลไม้
ซ่งฝูสี่รีบเข้ามาทักทาย ครอบครัวเกี่ยวดองของเขาเดินทางมาไกลเชียวนะ
“ดูสิ งานยุ่งยกใหญ่ จนตอนนี้กว่าจะได้มีเวลามานั่งคุยกับพวกท่าน ทางน้องสามของข้ายุ่งมาก เมื่อกี้ยังถามข้าอยู่ว่าท่านอยู่ไหน”
เหล่าสุยพูด “เกรงใจเกินไปแล้ว พวกเราเป็นญาติกัน คุยกันตอนไหนก็ได้ ท่านอ๋องมาทั้งที ท่านต้องไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ รับรองท่านอ๋องให้เสร็จเรียบร้อยก่อน”
ซ่งฝูสี่งานยุ่งจริงๆ คนทั้งครอบครัวพากันลงครัว เขาไม่ได้ลงครัว แต่กลับต้องวิ่งไปจองหกโต๊ะที่ภัตตาคาร
แค่พวกทหารคนสนิทที่ลู่พั่นพามา คนในบ้านทำอาหารเลี้ยงได้ แค่กลัวว่าจะรอกันไม่ไหว กลัวหิว
น้องสามเลยบอกว่า เช่นนั้นก็แบ่งกลุ่มกินข้าวแล้วกัน
ลู่พั่นกินข้าวบ้านเรา ทหารใกล้ชิดกับบ่าวรับใช้ให้ไปกินที่ภัตตาคาร
เพราะแบบนี้ซ่งฝูสี่คุยกับพวกเหล่าสุยได้ไม่นานก็ต้องไปจัดการตั้งโต๊ะสิบกว่าตัวแล้ว
ซ่งฝูสี่คุยเล็กน้อยก็ออกไป
เหล่าสุยนั่งดูสวนเป็นเพื่อนแม่ต่อ
ทั้งครอบครัวต่างอยู่ในอาการตะลึง หมู่เรือนที่อาณาเขตกว้างขนาดนี้คือบ้านของฝูเซิง
ดีใจเหลือเกิน
เมื่อก่อนพวกเหล่าสุยเคยได้ยินแค่ว่าซ่งฝูเซิงเป็นนายอำเภอและได้เลื่อนเป็นผู้ว่าการเขตแล้ว รู้สึกว่าคงไม่ต่างกันมาก
แต่คราวนี้พวกเขากลับได้นั่งอยู่ในศาลาจวนผู้ว่าฯ ในฐานะญาติ
ได้สัมผัสกับชีวิตของผู้ว่าฯ แบบใกล้ชิด
…
ญาติที่เพิ่งมาใหม่ต่างเข้าใจว่าวันนี้ครอบครัวซ่งยุ่งมาก
หลี่ซิ่วมาถึงก็รีบพับแขนเสื้อช่วยทำกับข้าว แม้แต่สองพี่น้องแซ่หลัวก็ออกมาถาม
“พวกข้าช่วยอะไรได้บ้าง เช่นนั้นพวกข้าผ่าฟืนแล้วกัน”
ทำอาหารให้คนจำนวนมากขนาดนี้จะต้องเปลืองฟืนมากแน่นอน
เป็นคนทำงานด้วยกันทั้งนั้น พูดจบก็ไปผ่าฟืนในสภาพสวมชุดผ้าทอชั้นดี มีผ้าซับเหงื่อห้อยคอ
หลัวปู้เสียกับหลัวปู้ไต้ไม่มีเสื้อผ้าที่ไม่ดีแล้ว เสื้อผ้าที่ปะชุนทั้งตัวถูกบ่าวรับใช้ของท่านอ๋องโยนทิ้งหมด
แต่ท่านอ๋องกลับรู้สึกจากใจ ไม่ได้อยากให้ต้อนรับแบบนี้
ทำไมต้องต้อนรับเขาให้ดีก่อน เขาไม่ได้รีบร้อนไปเสียหน่อย
ทำไมต้องมาคอยวนเวียนอยู่รอบตัวเขาด้วย เขาไม่ใช่คนนอกเสียหน่อย
สีหน้าของลู่พั่นไม่เปลี่ยน แต่ในใจหมดคำจะพูด
มองท่านลุงซ่งที่เดินไปไหนเป็นเพื่อนเขาตลอด จากนั้นก็มองซื่อจ้วงที่ทำตัวเหมือนกำแพง
ซุ่นจื่อก็เซ็งเหมือนกัน
ท่านผู้เฒ่ากับซื่อจ้วงเหมือนทวารบาล คุณชายเดินไปไหน สองคนนั้นก็ตามติดตลอด
ลู่พั่นถาม “เรือนด้านหลังคือ?”
ท่านลุงซ่งตอบ “อ๋อ พวกเด็กๆ อยู่น่ะ ซื่อจ้วงกับเมีย พวกเถี่ยโถว หมี่โซ่ว จินเป่า พวกเอ้อร์ยา ยายา…หึหึ บ้านเราแบ่งไม่เหมือนครอบครัวอื่น”
ลู่พั่นขมวดคิ้วเล็กน้อย พอได้ยินชื่อเอ้อร์ยา ยายา เขาก็เข้าใจแล้ว เช่นนั้นพั่งยาก็คงอยู่ในเรือนด้านหลังด้วย
น่าจะเป็นห้องหลักของเรือนด้านหลัง
ไม่สิ
ลู่พั่นมองซื่อจ้วง
ซื่อจ้วงเป็นลูกบุญธรรมของท่านอา ฝูหลิงของเขาว่านอนสอนง่าย น่าจะยกห้องหลักให้พวกพี่ชาย
อีกทั้งพี่ชายพี่สะใภ้แต่งงานกันแล้ว นางเป็นสตรี ไม่มีทางอยู่ห้องที่ใกล้กับห้องหลัก
ห้องของฝูหลิงอยู่ปีกตะวันออก
อีกทั้งพวกห้องปีกตะวันออกเป็นของนางหมด
เพราะฝูหลิงของเขาอ่านหนังสือเก่ง ด้วยความรักที่อาซ่งกับอาหญิงมีต่อลูกสาว น่าจะแบ่งห้องให้เป็นห้องนอน ห้องหนังสือ ห้องโถงเล็ก
ซุ่นจื่อก็แววตาวูบไหว มองคุณชายที่สำรวจรอบๆ เหมือนมาดูลาดเลา ทำไมเขารู้สึกว่า ดีไม่ดีคุณชายจะแอบมาที่เรือนด้านหลังกลางดึก
อีกเดี๋ยวแม่ทัพหลิ่วมา ถ้าผู้ว่าฯ ซ่งจะให้คุณชายไปพักที่อื่นให้ได้ คุณชายยังว่าไปตามน้ำอีกล่ะก็ นั่นก็แสดงว่ากลางคืนมาแน่
บุกยามราตรี คุณชาย ท่านจะกล้าเกินไปแล้วนะ
…
ภายในห้องอาหาร
ลู่พั่นมองอาหารแล้วมองซ่งฝูเซิง
ซ่งฝูเซิงกลับไม่มองเขา
แม่ทัพหลิ่วกับหลิ่วฮูหยินมาถึงในเวลานี้
พอพวกเขาสองคนมายิ่งไม่สะดวกคุยเรื่องบางอย่าง
คุยได้แค่เรื่องในสนามรบ
อีกทั้งผู้หญิงที่เป็นคนสำคัญในครอบครัวก็กินข้าวอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง คุยเป็นเพื่อนหลิ่วฮูหยิน
ดูเอาแล้วกัน ถ้ามีแค่ลู่พั่นอยู่ ต่อให้สถานะสูงแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา ลู่พั่นให้ทำตามความเคยชินของทุกคน
แต่พอแม่ทัพหลิ่วกับหลิ่วฮูหยินมา นั่นถือเป็นคนนอก เป็นแขก การรับรองก็ต้องตามสถานะของแขก จะให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดตอนมาบ้านเราไม่ได้
เล่นเอาท่านย่าหม่าร้อนใจ มีม่านกั้นอยู่ ได้ยินซ่งฝูเซิงกล้าพูดทางอ้อมไม่ให้ลู่พั่นพักที่นี่ บีบบังคับให้ลู่พั่นเอ่ยปากไม่ค้างอ้างแรมที่นี่
นางโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้
อยากพูดออกไปเหลือเกินว่า ‘อย่าไปฟังท่านอาของเจ้า ไปพักจวนหลิ่วทำไม บ้านเรามีห้องเยอะแยะ’
และก็รู้ดีว่าลู่พั่นอยากเจอพั่งยา นางรู้ดีกว่าใคร
แต่อีกใจท่านย่าหม่าก็คิดว่า อย่าเพิ่งใจร้อน
ตั้งแต่พวกเจ้าเข้าบ้านมาก็มีการต้อนรับไม่ได้หยุด ตราบใดที่เจ้ายังไม่ไป กินข้าวบ้านเราเสร็จ เดี๋ยวจัดการให้เจอกันได้
แน่นอนว่าเจ้าต้องรอย่าวางแผนก่อน
ต่อให้ย่าชอบเจ้าแค่ไหนก็ยังน้อยกว่าหนึ่งขั้น ย่าเป็นย่าแท้ๆ ของพั่งยา
ดังนั้นให้เวลาย่าหน่อย ขอย่าวางแผนสร้างสถานการณ์ก่อน
ห้ามแสดงออกชัดเจนว่าบ้านเราประเคนพั่งยาให้ลู่พั่น อีกทั้งยังต้องทำให้ลู่พั่นเหมือนบังเอิญเจอ
พบกันโดยบังเอิญ มันต้องมีชั้นเชิงกันหน่อย
แต่ลู่พั่นกลับรับปาก กินข้าวไปห้าชาม กับข้าวเยอะมาก รับผ้าร้อนมาเช็ดปาก ยิ้มให้ซ่งฝูเซิง เชื่อฟังอาซ่ง พาพวกทหารใกล้ชิดไปจวนหลิ่ว
ท่าทางที่ซ่งฝูเซิงมองเขา “…”
ท่านย่าหม่ายืนอยู่หน้าประตู กำลังจะพูดว่า ‘พรุ่งนี้มาอีกนะ’
ซ่งฝูเซิงกลับชิงตัดหน้า กำมือคารวะแม่ทัพหลิ่ว “พรุ่งนี้ข้าจะไปรบกวนที่จวน”
กลับเข้ามาเจอหีบของฝากหลายใบ ซ่งฝูเซิงไล่ลู่พั่นไปได้สร้างความไม่พอใจให้หลายคน
ของฝากของท่านย่าหม่าเป็นกำไลทองพันแขน เป็นเครื่องประดับที่คล้ายกับเอากำไลทองสิบอันมาเชื่อมต่อกัน ลู่พั่นให้นางมาสองอัน
ใส่ข้างละอัน
ท่านย่าหม่าเอามาใส่แขน พยายามยัด เล็กไปหน่อย พวกยายๆ พูดพร้อมกันว่า “ไอ๊หยา สวยอะไรอย่างนี้!”
ซ่งฝูเซิงมองดู แอบบ่นในใจ แขนสองข้างของแม่เหมือนกำไลนาจาไม่มีผิด เล่นเป็นท้าวจตุโลกบาลเหรอ
หมี่โซ่ว “ท่านลุง เห็นที่คาดหน้าผากของข้านี่ไหม”
ซ่งฝูเซิงดื่มชาให้สร่างเมา แอบบ่นในใจ เป็นเด็กผู้ชาย เอาเหรียญโอลิมปิกไปแปะบนหน้าผากทำไม สวยตรงไหน
“เช่นนั้นของข้าล่ะเป็นอะไร” เฉียนเพ่ยอิงเปิดหีบ
“ไอ๊หยา ปู่ซ่วนเหมียวจื่อ!” ยายหวังอยู่ใกล้สุด พอเห็นก็ร้องด้วยความตะลึง ไม่กล้าขยับ กลัวจะทำพัง
นางเห็นนกยูงรำแพนหางอยู่ในกล่อง เคลือบทองประดับอัญมณี
ซ่งฝูเซิงหันไปมองก็พูดไม่ออก แพงเกินไป
ส่วนของฝากของเขาเป็นแก้วมีสองหูหนึ่งคู่ ซ่งฝูเซิง แก้วบ้านข้าเยอะแยะ
“นี่ของใครกัน มันคืออะไร”
หมี่โซ่วถอยหลังหนึ่งก้าว
ช่วงเวลาแห่งการเปิดดูของฝากนี้ ภายในห้องมีแต่บรรดาผู้อาวุโส
หมี่โซ่วคิดว่า มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น เช่นนั้นเขาก็ไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว รีบเผ่นดีกว่า
หลังจากที่ซ่งฝูเซิงไขรหัสไม่ได้อยู่หลายรอบก็เดาได้ว่าเป็นของลูกสาวเขา
ดีนัก ลู่พั่น ให้ของแต่ไม่ให้ข้าดู
เรือนด้านหลัง ห้องปีกตะวันออก
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางไขรหัสโดยมีซ่งฝูเซิงที่แสร้งทำเป็นดื่มชา แต่ในความเป็นจริงกำลังสังเกตลูกสาว กับเฉียนเพ่ยอิงที่เร่งให้เปิด
ลู่พั่นรู้เรื่องที่นางออกหนังสือแล้ว อีกทั้งยังได้อ่านหนังสือตัวอย่างที่ถูกตีพิมพ์ส่งไปให้ทางเมืองหลวง
ไม่อย่างนั้นไม่มีทางสร้างกลไกแบบนี้
เพราะในหนังสือของนางมีบทสรุปเรื่องกลไกการล็อกกุญแจของยุคโบราณ รวมถึงบทสรุปสูตรเกี่ยวกับกลไกลของตำราคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับสี่ โดยเขียนจากง่ายไปหาซับซ้อน
เสียงคลิกดังขึ้น กล่องถูกเปิดออก
ท่าทางของซ่งฝูเซิงที่ดื่มชาอยู่หยุดชะงัก
ภายในกล่องเป็นปิ่นระย้ารูปผีเสื้อ ดอกไม้ประดับหยก ดูมีชีวิตชีวา
ซ่งฝูหลิงอายุถึงเข้าพิธีปักปิ่นไปแล้ว แต่คนในครอบครัวซ่งไม่ได้ใส่ใจ
แต่การพลาดพิธีปักปิ่นของซ่งฝูหลิงคือความเสียดายของลู่พั่น
ปิ่นระย้าอันนี้ ลู่พั่นเคยจินตนาการไว้หลายครั้ง ซ่งฝูหลิงปักมันบนศีรษะ หันหน้ามา เดินไปข้างหน้า
สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องปีกตะวันออกของลูกสาวไปยังเรือนด้านหน้า
“พ่อ…”
“ทำไม”
“ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี”
สักพักเฉียนเพ่ยอิงก็ถามเหล่าซ่ง “เจ้าคิดอะไรอยู่ ทำไมไม่พูด”
“ข้ากำลังคิดว่า เขาไปจวนหลิ่วไม่ได้เอาของฝากไปเลยหรือเปล่า เอาของทิ้งไว้บ้านเราหมดแล้วไปจวนหลิ่วมือเปล่า”
เป็นถึงท่านอ๋อง ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน นี่ก็ถือว่าอุตส่าห์มาทั้งที ชักเป็นห่วงลู่พั่นขึ้นมาจริงๆ
ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาแก้วสองหูไปให้ลู่พั่นแล้วกัน ให้ลู่พั่นเอาให้แม่ทัพหลิ่ว