ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 838 สมองคิดถึงแต่เจ้า ดวงตาก็มีแต่เจ้า
ตอนที่ 838 สมองคิดถึงแต่เจ้า ดวงตาก็มีแต่เจ้า
ลู่พั่นสะดุ้งตกใจเลยตกจากกำแพง
เขานอนหงายแขนขาชี้ฟ้า
สีหน้าเดี๋ยวก็งุนงง เดี๋ยวก็เขินอาย เดี๋ยวก็กลุ้มใจ
และยังมีความน้อยใจแบบที่บอกไม่ถูก
ไม่เจอกันตั้งนาน ข้าต้องใช้วิธีที่ไม่สมเกียรติแบบนี้มาเจอเจ้า แต่เจ้ากลับ…
สีหน้าของลู่พั่นเปลี่ยนไม่หยุด
ฝูหลิงที่อยู่บนบันไดอีกฝั่งของกำแพงรีบถอดหน้ากากออก ปีนขึ้นไปบนกำแพง คร่อมกำแพงไว้ กวักมือให้ลู่พั่น
“เอ๊ะ ไม่เป็นไรใช่ไหม”
พูดจบนางก็ก้มหยิบโคมที่อยู่บนบันได
ฝูหลิงเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม
ขณะที่ฝูหลิงกำลังเอาโคมไฟฟักทองขนาดเล็กมองหาลู่พั่นที่อยู่บนพื้น เขาตกลงไปตรงไหนนะ ไปอยู่ไหนแล้ว
ยังไม่ทันมองเห็นชัดก็รู้สึกตาลาย ตัวลอยได้
“ว้าย!”
เสียงร้องตกใจดังได้แค่วินาทีเดียวก็ถูกริมฝีปากที่อ่อนนุ่มประกบ
…
ด้านนอกกำแพง ตรงมุมที่มิดชิดที่สุด มืดสนิทมองอะไรก็ไม่ชัด
แม้แต่ปิ่นระย้าบนศีรษะฝูหลิงที่เปล่งประกายภายใต้แสงจันทร์ก็กลืนไปกับความมืด
ภายใต้ชุดคลุมสีดำ สองริมฝีปากผละออกจากกัน มีเพียงเสียงลมหายใจของสองคน
ลู่พั่นรู้ว่าตัวเองทำผิดประเพณี
เขาข้ามขั้นตอนด้วยความควบคุมตัวเองไม่ได้
แต่เขากลับมีความสุข จิตใจสงบแบบไม่เคยมีมาก่อนในช่วงหลายปีนี้
เมื่อก่อนนางอยู่ในใจเขา
เวลานี้นางอยู่ในอ้อมอกเขา
เหมือนกับเขาได้กอดไว้ทุกสิ่ง
ซ่งฝูหลิงที่มีชุดคลุมอยู่บนศีรษะ หัวใจเต้นแรง กำลังนึกว่าตัวเองลงมาได้ยังไง ที่มากกว่านั้นคือ
ทำอย่างไรดี
ก่อนเขาไป ดูเหมือนนางกับเขายังไม่ถึงขั้นนี้
อยู่ๆ เขามาทำแบบนี้ นางควรทำอย่างไรดีถึงจะเหมาะล่ะ
ถามไปว่า เจ้าทำอะไรน่ะ อย่างนั้นเหรอ แต่เขาทำเสร็จแล้ว จะพูดแบบนั้นเพื่ออะไร
หรือจะเตือนเขา คราวหน้าห้ามทำแบบนี้ พ่อแม่ไม่อนุญาต พูดถึงพ่อแม่ในเวลาแบบนี้ก็ดูจะไม่เหมาะเท่าไร
ชั่วขณะนี้ ฝูหลิงกะพริบตาไม่หยุดท่ามกลางความมืด ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าคำพูดนั้นของพ่อแม่มีเหตุผล ผู้หญิงอยู่ข้างนอกต้องปกป้องตัวเองให้ดี
ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม อยู่ๆ ถูกบังคับจูบ ก็จะเหลือทางเลือกแค่สองทางคือ ถ้าไม่แจ้งตำรวจก็ยอมๆ ไป
แจ้งเหรอ นางแจ้งไม่ได้หรอก เพราะนี่คือลู่พั่นที่หอมมาก
ลู่พั่นพูดด้วยเสียงถอนหายใจ “ฝูหลิง”
“หืม?”
“เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่”
ฝูหลิงยังไม่ทันได้ตอบ
ลู่พั่นก็ใช้สองมือประคองใบหน้าของนาง เอาปลายจมูกแตะกัน “เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าคิดถึงเจ้าขนาดไหน…”
คราวนี้ลู่พั่นไม่มีความร้อนรนกลัวซ่งฝูหลิงตะโกนเรียกซ่งฝูเซิงแบบเมื่อครู่แล้ว และไม่อับจนหนทางอีกต่อไป
ฝูหลิงรู้สึกเหมือนตัวเองต้องมนต์สะกด
และนางก็ไม่ตัวแข็งทื่ออีกต่อไป
ปล่อยให้ลู่พั่นดันนางติดกับกำแพง
ปล่อยให้ลู่พั่นรังเกียจที่นางเตี้ย เขาก้มตัวจนแทบจะกลายเป็นเครื่องหมายคำถามแล้ว นางให้ความร่วมมือกับลู่พั่นเป็นอย่างดี ปล่อยให้ลู่พั่นอุ้มนางขึ้นมา
ค่ำคืนที่เงียบสงัด มีเสียงดังตุบ โคมไฟฟักทองอันเล็กน่ารักตกพื้นและดับลง
ท่ามกลางราตรีที่มืดสนิท ใบหน้าของลู่พั่นมีความสุขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะฝูหลิงก็ใช้สองมือกอดเขาไว้
คุณชายลู่พั่นที่เมื่อก่อนชอบปั้นหน้าตึง ไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก วัยเด็กของเขามุ่งมั่นแค่ฝึกต่อสู้
ลู่พั่นที่เป็นแม่ทัพอายุน้อย เมื่อใดที่เห็นผู้หญิงใช้เสน่ห์ยั่วยวนก็จะขมวดคิ้ว เขาชอบแค่ดัดแปลงอาวุธ ลูบดาบยังน่าสนใจกว่าลูบผู้หญิง
ลู่พั่นที่กรำศึกมาทุกรูปแบบ ทำให้ผู้บัญชาการคนอื่นรู้สึกเพียงว่าหัวใจของเขาดุจเหล็ก
แต่เวลานี้อยู่ต่อหน้าฝูหลิง ลู่พั่นจูบเสร็จก็เอาหน้าคลอเคลีย จากนั้นก็จับศีรษะซ่งฝูหลิงแนบตรงหัวใจ
“ข้าเกือบตกใจตายแล้ว เจ้าอย่าทำแบบนี้อีก”
“ลู่หมินหรุ่ย เจ้าเหยียบโคมไฟของข้าพังหมดแล้ว”
“ข้าจะชดใช้ให้”
“เอาอะไรมาชดใช้”
“ข้า หึหึ”
ด้านล่างกำแพง
ฝูหลิงเงยหน้าชี้กำแพงสูง “ข้าจะกลับไปอย่างไร เจ้ารีบพาข้าเหาะขึ้นไป”
ลู่พั่นโอบคอฝูหลิงจากด้านหลัง พูดอ้อนอย่างอาลัยอาวรณ์ “เจ้าอย่าเพิ่งรีบกลับไปได้หรือไม่ พวกเราคุยกันก่อน วันนี้มาบ้านเจ้า ข้าแค่อยากคุยกับเจ้า”
ฝูหลิงเอามือที่ชี้กำแพงลง หันไปมองเขา คิดในใจ เช่นนั้นเจ้าก็ทำเกินภารกิจแล้วนะ ยังจูบข้าด้วย “แล้วพวกเราจะไปไหนกันล่ะ”
ลู่พั่นปล่อยฝูหลิง มองท้องฟ้า มองกำแพง หันกลับไปมองซอยตันและด้านหน้าที่มืดสนิท
นั่นสิ ไปไหนดี
ดินแดนกว้างใหญ่อย่างหวงหลง มีบ้านของพวกเขาที่ไหนกัน
เวลานี้อยู่ๆ ก็มีกุญแจปรากฏตรงหน้าลู่พั่น
“ลู่หมินหรุ่ย ดูนี่”
ลู่หมินหรุ่ยอยากจูบซ่งฝูหลิงอีกแล้ว ฝูหลิงที่เป็นแบบนี้ ใครล่ะจะไม่รัก
แต่ฝูหลิงบอกว่า เจ้าห้ามจู่โจมอีก ไม่อย่างนั้นจะไม่ไป
แสงไฟสว่างภายในร้านขนมเค้กแห่งความสุขของย่าหม่า
ชุดคลุมสีดำถูกโยนไว้บนเก้าอี้
ฝูหลิงที่สวมผ้ากันเปื้อนกำลังนวดแป้งอยู่หน้าโต๊ะ
ลู่พั่นตีไข่โดยใช้อุปกรณ์ที่เขาทำให้นานแล้ว
ฝูหลิงเอาตัวขนมเค้กเข้าเตาอบ คว่ำนาฬิกาทรายจับเวลา
ลู่พั่นหันไปยิ้มพลางมองนาง เขากำลังนั่งดึงกล่องลมอยู่หน้าเตาอบ
ฝูหลิงกำลังทาครีม ลู่พั่นนั่งอยู่ด้านข้าง มองฝูหลิงหมุนขนมเค้ก มัดผมให้ฝูหลิง
ทันใดนั้น ฝูหลิงก็นึกถึงปิ่นระย้าบนหัว พยายามสะบัดหัวอยากดูไข่มุกที่ห้อยอยู่ เอียงหน้าถามลู่พั่น “เมื่อครู่พวกเราเล่นกันแรงไปหน่อย ไม่รู้ว่ามีอะไรหายไปไหม รีบช่วยข้าดูหน่อยว่ามีไข่มุกหายไปหรือเปล่า
“หึหึหึ” ลู่พั่นกลั้นไม่อยู่ หัวเราะออกมา
“ไม่หาย”
“อ่อ เช่นนั้นก็ดี ไปหอบฟืนมาหน่อย”
“ได้”
“เอ๊ะ ตักน้ำมาเติมด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ท่านย่าจับได้”
ลู่พั่นหิ้วถังน้ำไปที่หลังร้าน หาบน้ำกลับมาเติมที่พวกเขาใช้ไปเมื่อครู่ เติมจนเต็มโอ่ง
เวลานี้ฝูหลิงกำลังอยู่หน้าเตา ค้นน้ำตาลกับใบชา ต้มน้ำให้เดือดแล้วเติมนมลงไปต้มด้วย
และแล้วก็ได้ชานมร้อนๆ
นั่งที่โต๊ะกลมริมหน้าต่าง
หนึ่งชายหนึ่งหญิง คนหนึ่งสายตาอ่อนโยน อีกคนยิ้มกว้าง พวกเขาสองคนนั่งตรงข้ามกัน
บนโต๊ะมีขนมเค้กก้อนเล็ก หน้าขนมเค้กไม่ได้เป็นรูปที่ซับซ้อน มีเพียงหน้ายิ้มง่ายๆ
หน้ายิ้มเป็นการเผยความในใจได้ดีที่สุด อยากเจอเจ้า พอได้เจอแล้วก็มีความสุขมาก
ฝูหลิงยกชานมขึ้นมาจิบ
ลู่พั่นดันชานมที่อยู่ตรงหน้าออก ยื่นสองมือออกไปจับมือของฝูหลิงที่จับถ้วยอยู่ สองมือนั้นอบอุ่น
ก้มตัวกินชานมในถ้วยของฝูหลิง
ดื่มเสร็จก็เลียริมฝีปากแล้วชม “หวานมาก”