ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 851 สถานที่นัดพบ: พื้นที่พิเศษ
ตอนที่ 851 สถานที่นัดพบ: พื้นที่พิเศษ
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือแม่น้ำ
เงาทับซ้อน ประคับประคองเดินไปพร้อมกัน เดิมทีควรเดินไปแบบนี้
ซุ่นจื่อกอดดาบไว้
เขามองอยู่ไกลๆ สองคนนั้นเหมือนกำลังจะขึ้นฟ้า คล้ายกำลังเดินขึ้นฟ้า เดินไปในดวงจันทร์
ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นเหลือเกิน
ทันใดนั้นนายท่านทั้งสองก็เกิดความวุ่นวาย ไม่เหลือแล้วภาพความอบอุ่น
ซ่งฝูเซิงฟุบอยู่บนหลังลู่พั่น ตบบ่าของลู่พั่นไม่หยุด
ลู่พั่นก็รีบโยนพ่อตาลงพื้นแล้ววิ่งออกไปสองก้าว
“อูแหวะ อูแหวะ!”
ลู่พั่นสองมือเท้าเอว ยืดหลังตรง เงยหน้ามองฟ้า
ปลายจมูกอบอวลไปด้วยกลิ่นอ้วก
สุดท้ายเขาก็ยังช้ากว่าพ่อตา ไม่มีเค้าลางเลยสักนิด เลอะด้านหลังของเขาเต็มไปหมด
ซ่งฝูเซิงอ้วกใส่ลู่พั่น ก้มหน้าอ้วกที่พื้นอีกรอบ ปากกลับไม่อยู่ว่าง
บ่นใส่ลู่พั่น “ใครใช้ให้เจ้าแบกข้า เพราะเจ้าเขย่าข้า ข้าถึงได้อ้วก”
“ท่านบอกอยากเดินเล่นไม่ใช่หรือ ถ้าไม่แบกจะไปอย่างไร”
“เจ้า? ใครบอกว่าเดินเล่นจะต้องเดินอย่างเดียว เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องเถียงข้าแล้ว ข้ามองออกแล้ว เจ้าต้องทำลูกสาวข้าโมโหแน่ เจ้าต้องทำลูกสาวข้าโกรธจนร้องไห้หนีกลับบ้านแน่”
ลู่พั่นถูกกล่าวหาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เกี่ยวอะไรกับฝูหลิงด้วย
ซุ่นจื่อวิ่งมาพร้อมบ่าวรับใช้สองคนและทหารคนสนิทสี่นาย
“คุณชาย”
อุ๊บ ทำไมรู้สึกอยากหัวเราะ
คุณชายถูกอ้วกใส่จนไม่กล้าขยับแล้ว ด้านหลังเต็มไปด้วยอ้วก
ซุ่นจื่อรู้ดีกว่าใครว่า ในสถานที่อย่างสนามรบเรื่องมากไม่ได้ คุณชายทำได้เพียงอดทน เพราะจนปัญญา
ในความเป็นจริง ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่เลือกได้ คุณชายของเขารักสะอาดยิ่งกว่าใคร
ตอนนี้ถูกคนอ้วกใส่จนเลอะทั้งตัว เป็นครั้งแรกที่มีประสบการณ์แบบนี้
ซุ่นจื่อกลั้นหัวเราะ “คุณชาย บ่าวจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก่อน”
ลู่พั่นดันมือซุ่นจื่อที่กางชุดออกแล้วรับกระเป๋าน้ำที่ทหารใกล้ชิดยื่นให้
เขาเดินเข้าไปสองก้าวแล้วโน้มตัวหาพ่อตา คนนี้คือพ่อตา จะไม่ดูแลไม่ได้
เลิกนั่งเฝ้ากองอ้วกเถอะ น่าขยะแขยง รีบลุกขึ้นมากลั้วคอ
ซ่งฝูเซิง “ไม่ ข้ายังพูดไม่จบ”
“ไม่ยอมใช่ไหม หา ข้าบอกว่าเดินเล่น เจ้าก็จะให้ข้าเดินให้ได้ จะปล่อยให้ข้านั่งสักพักไม่ได้หรืออย่างไร ข้าไม่เดินไม่ได้หรืออย่างไร เช่นนั้นถ้าวันหน้าลูกสาวข้าบอกว่า เจ้าไม่ต้องสนใจข้า เจ้าก็จะไม่สนใจนางจริงๆ ปิดประตูเดินหนี อย่างนั้นเหรอ”
ลู่พั่น “…”
“มองอะไร กลิ่นแรงขนาดนี้ รีบประคองข้าขึ้นสิ”
“ก็เมื่อครู่ท่านบอกไม่ ไม่ลุก”
ซุ่นจื่ออยากหัวเราะอีกแล้ว
ไม่ว่าอย่างไร ท่านซ่งเมาหรอกถึงได้เป็นแบบนี้
แต่คุณชายของเขา ปกติไม่ดื่มก็เป็นคนแบบนี้
ชอบให้เขาเดา ถ้าเดาไม่ถูกก็ไม่สบอารมณ์
เอาแค่ตอนนั้นที่คุณชายของเขาตามจีบคุณหนูซ่ง เขาเสนอความคิดไปตั้งเท่าไร แต่ทุกครั้งคุณชายก็จะทำหน้า ‘ไม่เอา’ แต่ต่อมาถ้าเขาทำตามที่คุณชายปฏิเสธจริง คุณชายก็จะถลึงตาใส่เขา ทำหน้ารังเกียจที่เขาจัดการไม่ได้เรื่อง จับผิดสารพัด
คราวนี้ คุณชาย ลองลิ้มรสดูบ้างนะ ฮี่ๆๆ
กลางดึกแล้วเพิ่งมีเสียงรถม้าวิ่งมา
เฉียนเพ่ยอิงสั่งให้พ่อเซาจีเปิดประตู
จากนั้นก็เห็นเหล่าซ่งนอนน้ำลายไหลอยู่ในรถม้าของลูกเขย ถูกประคองลงมาอย่างทุลักทุเล
“ทำไมพวกเจ้าสองคนถึงเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะ” เหล่าซ่งใส่เสื้อผ้าของหมินหรุ่ยใช่ไหม ยาวคลุมเท้าเชียว หมินหรุ่ยก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ดูท่าจะถูกเหล่าซ่งอ้วกใส่ตัว
ตามคาด ลู่พั่นตอบว่า “ท่านพ่อตาอ้วก”
ลู่พั่นลังเลอยู่ในใจหลายวินาที แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน เขาถาม “ท่านแม่ยาย ฝูหลิงล่ะ”
เฉียนเพ่ยอิงเข้าใจ
วันนี้ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อย่างไรเสียก็เป็นวันพิเศษที่หมั้นหมายกัน
ลูกเขยอยากคุยกับลูกสาว แต่ว่า “ฝูหลิงเข้านอนไปนานแล้ว สงสัยจะเหนื่อย เจ้าก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้รีบมากินข้าวนะ”
ลู่พั่นส่งพ่อตาให้แม่ยาย จากนั้นก็ร่ำลาเฉียนเพ่ยอิงอย่างสุภาพแล้วเดินออกไปอย่างเหงาๆ
ส่วนทางด้านนี้ พอลู่พั่นไป เฉียนเพ่ยอิงก็ผลักซ่งฝูเซิง
“ดื่ม ดื่มเข้าไป คนอื่นไม่กล้าชนแก้ว พ่อก็ดื่มเองเลย อยู่ต่อหน้าแขกเยอะขนาดนั้น แม่ไม่กล้าว่าพ่อ เก่งเหลือเกินนะ เมาแล้วแทนที่จะกลับบ้าน ยังจะไปเดินเล่นริมแม่น้ำอีก”
เล่นเอาเด็กสองคนไม่ได้คุยกันเลย
อีกอย่าง น่าขายหน้าขนาดไหน เพิ่งจะหมั้นก็อ้วกใส่ลูกเขยแล้ว
อันที่จริงเฉียนเพ่ยอิงโมโหตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว
ตอนนั้นนางขยิบตาให้เหล่าซ่งไม่หยุด ห้ามลากลู่พั่นไปที่ริมแม่น้ำ แต่ก็ยังจะทำเป็นไม่เห็น
แต่นางยังต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มต่อหน้าคนอื่นให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี
พ่อเซาจีตกใจ ก้มหน้าก้มตาจนหัวจะติดพื้นแล้ว ไม่กล้าเงยหน้า ฮูหยินทุบนายท่านไปสองที ทุบเสร็จยังไม่จบ ลากตัวเข้ามาดมแล้วถาม “ทำไมตัวหอมแบบนี้”
นายท่านยิ้มฮี่ๆ พลางตอบ “หมินหรุ่ยทาหอมๆ ให้ พ่อหอมไหม”
พ่อเซาจีกลุ้มใจเหลือเกิน
ช่วงนี้เขาได้ยินได้เห็นอะไรที่เป็นความลับเยอะเหลือเกิน มันบังเอิญนะ เขาไม่ได้อยากรู้เลย
ไม่กล้าเล่าให้ลูกเมียฟังด้วยซ้ำ ปิดปากสนิท
กลัวว่าวันไหนเกิดนายท่านอยากฆ่าปิดปากจะทำคนในครอบครัวเดือดร้อนไปด้วย
…
เมื่อมีเสียงไก่ขัน
ตรงห้องนอนหลัก เห็นเพียงซ่งฝูเซิงสะลึมสะลือลุกขึ้น ใส่รองเท้าด้วยความระมัดระวังพลางแอบมองเฉียนเพ่ยอิงที่หลับอยู่ กลัวเมียจะตื่นแล้วมาด่าเขา
ซ่งฝูเซิงเข้าไปในพื้นที่พิเศษ ชงอาหารเสริมให้พลังงานดื่มแล้วถึงออกมา
มือข้างหนึ่งหิ้วกาดินเผาที่อยู่บนเตา มืออีกข้างถือกาแฟซองของลูกสาว จากนั้นก็ไปห้องหนังสือ
ข้างมือเขามีกาแฟที่ควันโชยกรุ่น ซ่งฝูเซิงสวมเสื้อคลุม เริ่มเขียนจดหมายที่โต๊ะทำงาน
ฝ่าบาท ขอบพระทัยที่ทรงพระราชทานงานอภิเษก
แต่กระหม่อมมีความลำบากใจอยู่อย่างที่ขอบังอาจขอความช่วยเหลือจากพระองค์
ชาติกำเนิดของกระหม่อมต่ำต้อย มิตรสหายก็มีไม่มาก ขุนนางตำแหน่งสูงที่รู้จักก็มีแค่แม่ทัพหลิ่ว แต่แม่ทัพหลิ่วก็เป็นตระกูลขุนศึก
กระหม่อมไม่อยากกระทำแบบที่ว่ามีเรื่องอะไรก็ขอความช่วยเหลือจากจวนผู้สำเร็จราชการ แต่บุตรสาวของกระหม่อมเป็นว่าที่พระชายาอ๋องแล้ว ต้องเรียนรู้ขนบธรรมเนียมปฏิบัติ
ซ่งฝูเซิงหยุดเขียน ไม่ได้ ทำไมถึงเขียนได้แปลกๆ แบบนี้ สงสัยเป็นเพราะเมื่อวานดื่มเยอะเกินไป ไหนความสละสลวย
ขยำแล้วโยนทิ้ง
เขาเขียนใหม่ ลูกสาวของเขาไม่รู้จักกฎระเบียบในวังหลวงหรือตระกูลสูงศักดิ์
หยุดเขียน
ไม่ถูกสิ
ลูกสาวใครไม่เข้าใจกฎระเบียบ
เขาบอกว่าตัวเองชาติกำเนิดต่ำต้อยได้ ไม่รู้นั่นนี่ แต่ลูกสาวเขาเนี่ยนะที่จะไม่เข้าใจ อะไรที่ฮ่องเต้ไม่เข้าใจ ลูกสาวเขายังรู้หมดเลยด้วยซ้ำ
ไม่อยากถ่อมตัวในเรื่องมารยาทธรรมเนียมปฏิบัติเลยจริงๆ ไม่อยากกดลูกสาวให้ต่ำ แล้วควรจะเขียนอย่างไรดี
ซ่งฝูเซิงไม่เคยเขียนจดหมายตอบฮ่องเต้
นับตั้งแต่ผู้ว่าฯ คนก่อนเป็นต้นมา งานเขียนฎีกาเป็นไปตามแบบแผน มีเรื่องอะไรก็รายงานไป ถึงขั้นที่ว่าก็ทำงานของตัวเองไป น้อยครั้งที่จะเขียนจดหมายส่งไปเมืองหลวง ไม่ต้องรบกวนฮ่องเต้
นี่เป็นครั้งแรกที่ทำเพราะเรื่องส่วนตัว อยากให้ฮ่องเต้ส่งหมอมอสอนมารยาทมาให้ฝูหลิง
ไม่อย่างนั้น วันหน้าพอมีพิธีในวังหลวง ไหนจะขึ้นปีใหม่หรือเทศกาลโคมไฟ เขากลัวฝูหลิงจะทำตัวไม่ถูก
มารยาทในวังหลวงใช่ว่าคนทั่วไปจะรู้ได้ ในหนังสือก็ไม่มีเขียน แถมรัชสมัยนี้ก็ไม่ใช่รัชสมัยที่โด่งดัง ใครจะไปรู้ว่าต้องคุกเข่าตอนไหน เมื่อไหร่ไม่ต้องคุกเข่า
อย่างเช่นเจอพระสนมกุ้ยเฟย จะมีสักกี่คนที่เคยเจอ ขนาดหลิ่วฮูหยินยังเคยเจอแค่สองครั้ง ครอบครัวขุนนางใหญ่ต้องคุกเข่าทั้งนั้น อันนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก แต่ใครจะรู้ว่าพระชายาอ๋องเจอพระสนมกุ้ยเฟยต้องคุกเข่าหรือเปล่า หรือควรทำความเคารพอย่างไร
ซ่งฝูเซิงงกๆ เงิ่นๆ สุดท้ายก็เขียนจดหมายฉบับนี้เสร็จ
นอกจากนี้อันที่จริงในจดหมายยังมีความหมายแฝงที่ไม่อาจเอ่ยออกมาตรงๆ
เขาอยากให้ฮ่องเต้รู้ว่า กระหม่อมไม่อยากพึ่งพาตระกูลลู่ไปหมดทุกเรื่อง ตระกูลลู่ส่วนตระกูลลู่ กระหม่อมก็คือกระหม่อม
กระหม่อมเจอปัญหาถึงได้ขอร้องพระองค์ ฝ่าบาทต้องแก้ปัญหาให้กระหม่อม
ยังมีอีกหน่อย ตระกูลซ่งของเขาไม่กลัวคนที่ฮ่องเต้ส่งมาหรอก หมอมอก็อาจเป็นสายลับได้ ถูกไหมล่ะ
ตระกูลซ่งไม่กลัวสายลับ ขอแค่คุยกันให้เข้าใจก็ไม่มีอะไรแล้ว
เขาบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีความหมายอื่น
หึหึ แต่จะว่าไปก็น่าสนใจดีนะ วันหน้าลูกสาวเขาแต่งเข้าจวนผู้สำเร็จราชการ อยากแอบบอกลู่พั่นเสียจริงๆ จะสมรู้ร่วมคิดอะไร พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกไม่กลัวว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่องหรอก
เพราะพวกเขามีพื้นที่พิเศษ