ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 850 รื่นเริงยินดีปรีดา
ตอนที่ 850 รื่นเริงยินดีปรีดา
ลู่พั่นกับฝูหลิงสบตากันท่ามกลางกลุ่มคน…
ซ่งฝูหลิง
อีกไม่นานเขาจะกลายเป็นเจ้าบ่าวของเจ้า
นับแต่นี้ไป เจ้ากับเขาจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน
จำไว้ว่า จะแค่เสวยสุขไม่ได้
ที่นี่ไม่มีทางให้ถอย ห้ามคิดเรื่องหย่า
ลู่พั่น
อีกไม่นานนางจะกลายเป็นเจ้าสาวของเจ้า
พ่อตาของเจ้าร้องห่มร้องไห้ คิดเล่ห์เหลี่ยมสารพัด กว่าจะตัดสินใจยกนางให้เจ้า ฝากฝังนางไว้กับเจ้า พอนางแก่แล้วไม่สวยแล้ว เจ้าจะทอดทิ้งนางไม่ได้ ยิ่งต้องรักและเอาใจใส่ เข้าใจไหม
จบพิธีการ
เสียงประทัดหลายแสนนัดดังขึ้นอีกครั้ง
ซ่งฝูหลิงยิ้มให้ลู่พั่นท่ามกลางกลุ่มคน
ลู่พั่นก็ยิ้มซื่อบื้อที่สุดนับตั้งแต่เกิดมาท่ามกลางกลุ่มคน
ในที่สุดก็มีความมั่นใจแล้ว
ในราชโองการมีประโยคหนึ่งที่ว่า ‘จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน’
อย่าว่าแต่แค่ที่หวงหลง แม้แต่เมืองหลวงและเมืองอื่นๆ ตามหน้าที่ว่าการและประตูเมืองต่างมีหน้าที่ต้องติดประกาศ
อวี้ชินอ๋องได้รับพระราชทานงานอภิเษก
คู่หมั้นคือฝูหลิง บุตรสาวแห่งซ่งฝูเซิงผู้ว่าการเขตหวงหลง
เพราะแบบนี้ เพิ่งเสร็จพิธีการพวกมือปราบของที่ว่าการเขตหวงหลงก็เอาประกาศไปติดด้วยสีหน้าที่เบิกบานดีใจ
ซ่งฝูเซิงเหยียบเศษประทัด บนศีรษะก็มี เขานำลูกเขยลู่พั่นไปแสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่มา
ขอบคุณแม่ทัพหลิ่วที่เป็นขุนนางตัวแทน
หวงหลงไม่เหมือนกับเมืองหลวง เมืองหลวงมีขุนนางใหญ่เยอะ งานพิธีใหญ่ๆ ก็เยอะ
ส่วนทางหวงหลงปกติไม่ได้มีพิธีใหญ่อะไร ขุนนางขั้นสูงสุดก็คือขั้นสอง แถมยังเป็นขุนนางฝ่ายบู๊
แม่ทัพหลิ่วที่เป็นขุนนางฝ่ายบู๊มาช่วยเป็นขุนนางทำพิธีให้ พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ เหมือนจับลูกหมูมาใส่คอก ให้เขามารับหน้าที่ใหญ่โดยที่แทบไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเลย
ซ่งฝูเซิงนำลู่พั่นไปขอบคุณพวกเจ้าหน้าที่กรมพิธีการที่เดินทางมาจากเมืองหลวง พวกเจ้าหน้าที่ที่ขนสินสอดเบื้องต้นมาให้ ลำบากกันมาตลอดทาง
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ในเขตหวงหลง แม้แต่นายอำเภอของอำเภอต่างๆ ใครก็ตามที่ทราบข่าวต่างพาครอบครัวมาร่วมพิธีกันหมด
ในฐานะที่ซ่งฝูเซิงมีตำแหน่งสูงกว่า จะกำมือคารวะลูกน้องไม่ได้
เขาได้แค่ทำท่าประนมมือแทนความหมายขอบคุณพวกเจ้าหน้าที่ขุนนางทุกคน
ยิ่งไปกว่านั้นขอบคุณพวกชาวบ้าน
ซ่งฝูเซิงกับลู่พั่นเดินนำพวกเจ้าหน้าที่ไปขึ้นรถม้า
จัดเตรียมขบวนรถม้าไว้ก่อนแล้ว เสร็จพิธีก็ต้องเลี้ยงอาหาร ไปร้านอาหาร
ในบ้านไม่มีทางรับรองคนมากขนาดนี้ได้
เสมียนฉินกับพวกซุ่นจื่อช่วยจัดแจงจนเหงื่อท่วม
พ่อตากับลูกเขยพากันโบกมือให้พวกชาวบ้านอย่างตั้งใจ
“ยินดีด้วยขอรับใต้เท้าผู้ว่าฯ ยินดีด้วยจริงๆ”
“ยินดีด้วยขอรับท่านอ๋อง ยินดีด้วยจริงๆ”
ซ่งฝูเซิงโบกมือขวาก่อนขึ้นรถม้า ตอบพวกชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง “อืมๆ มีสุขร่วมกันนะ”
วันนี้พวกชาวบ้านมาชมพิธีไม่เสียเวลาเปล่า ไม่เสียแรงที่มาแสดงความยินดีกับใต้เท้าผู้ว่าฯ
ทางย่าหม่ามีคนประคองอยู่ นางโบกมือที่ใส่แหวนทองก่อนขึ้นรถม้า
พวกสาวใช้บ่าวรับใช้ที่อยู่ในชุดสีสันมงคลเดินเรียงแถวออกมาพร้อมขนมสำหรับแจกชาวบ้านที่มาร่วมพิธี
ขนมมงคลในวันนี้ไม่ได้มีแค่ขนมทรงกลมแต้มจุดแดงกับโดนัทหลากสีจากร้านขนมเค้กแห่งความสุขของย่าหม่าเท่านั้น
ยังมีขนมมงคลจากร้านขนมโบราณหลายแห่งในหวงหลงอีกด้วย
ตั้งแต่ทราบข่าวว่าลู่พั่นมาพร้อมราชโองการ ทางด้านหลิ่วฮูหยินก็ยืนยันกับย่าหม่าว่าขุนนางกรมพิธีการกำลังเดินทางมาที่นี่ อีกสองวันจะมาถึง ท่านย่าหม่าก็เหมาขนมที่ทำในสองวันนี้ของร้านขนมทั้งหมด ทำได้เท่าไรก็เอาหมด เอามาเป็นขนมมงคล
ต้องพูดเลยว่าท่านย่าหม่าก็มีบารมีอยู่ไม่น้อย
เถ้าแก่ของร้านขนมดั้งเดิมเหล่านี้คิดจะให้ขนมทั้งหมดในวันนี้โดยไม่คิดเงิน ไม่ใช่แค่เพราะเห็นแก่หน้าของใต้เท้าผู้ว่าฯ กับท่านอ๋อง
อีกครึ่งหนึ่งเป็นเพราะเห็นแก่ท่านย่าหม่า รู้สึกนับถือท่านย่าหม่าจากใจ
สาเหตุเป็นเพราะท่านย่าหม่า ไท่กงเหริน มารดาของผู้ว่าฯ เขตหวงหลง ถ้านางคิดอยากจะแข่งขันก็เล่นสกปรกได้ง่ายๆ
แต่ในขณะที่พวกเขากล้าๆ กลัวๆ เตรียมจะหลีกทางในพื้นที่หวงหลงให้ท่านย่าหม่า แล้วย้ายร้านขนมไปเปิดที่อื่น แต่ท่านย่าหม่ากลับแสดงท่าทีในงานประชุมผู้ค้าขนมและอาหารตอนที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก
“ทุกท่านอย่าคิดมาก ไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ…
…พวกเรามีความสัมพันธ์กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย…
…หากไม่มีขนมโบราณของพวกท่าน ขนมเค้กของข้าก็จะดูไม่แปลกตา…
…ถ้าไม่มีขนมที่แปลกตาของข้า ชาวบ้านก็จะไม่มีทางคิดถึงขนมเก่าแก่ของพวกท่าน พอถึงตอนนั้นก็ต้องยอมรับว่า มีคนส่วนใหญ่ที่ชอบกินขนมของพวกท่านมากกว่า…
…ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือ รักใคร่สามัคคีเอาผู้ว่าฯ ซ่งเป็นศูนย์กลาง เขาพัฒนาที่นี่ในทุกด้าน ดึงดูดขบวนพ่อค้าจากถิ่นอื่นมาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ ขบวนพ่อค้าเดินทางกลับระหว่างทางกินอะไร ใช่ไหมล่ะ ก็ต้องเป็นขนม…
…ชีวิตของชาวบ้านจะดีขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านก็จะยอมเสียเงินซื้อได้ ขนมของข้าแพง ซื้อขนมของพวกท่านให้เด็กๆ กินแก้อยากได้ นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ การค้าของพวกเราก็จะดีขึ้น…
…อีกทั้งขนมของข้ามีข้อเสีย ไม่เหมาะขนส่งทางไกล ขนมเก็บไว้นานจะเสีย…
…ข้าขอแนะนำให้พวกท่านคิดค้นขนมโบราณแบบใหม่ๆ เอาอย่างร้านเก่าแก่ในเมืองหลวง ทำรสชาติเฉพาะของหวงหลง พูดกันไปปากต่อปาก เอาให้ขนมของหวงหลงก็โด่งดังไปทั่วแผ่นดินเหมือนกัน…
…ต้องเชื่อนะว่า ไม่ได้มีแค่ในเมืองที่ฮ่องเต้ประทับเท่านั้นที่ขายแต่ของดี”
นี่ต่างหากสิ่งที่ท่านย่าหม่าต้องการ เติบโตไปด้วยกัน มองไปให้ไกลหน่อย
พวกเราช่วยเติมเต็มกันและกัน อย่าทำตัวเป็นกบในกะลา มองเห็นแต่โลกในกะลาของตัวเอง
พวกเราต้องตามรอยเท้าของใต้เท้าผู้ว่าฯ มุ่งไปข้างหน้า และข้างหน้า
วันนั้น ขณะที่ท่านย่าหม่าแสดงความต้องการของตัวเอง ลำพังแค่คำพูดของนางก็ได้รับการนับถือจากใจของพวกพ่อค้าอยู่ไม่น้อย
ต่อมา ท่านย่าหม่าคิด น่าสนใจจริงๆ นางเหมือนคนขาดเงินเหรอ
นางขาด
นางขาดชื่อเสียงที่ดีของลูกชาย
คนตั้งแต่ระดับบนไล่ลงไปจนถึงระดับล่าง ตระกูลใหญ่ไม่ว่ามีงานเล็กงานใหญ่ มีใครบ้างไม่สั่งขนมของนางเอาไปเป็นเชิงสัญลักษณ์ มีใครบ้างไม่ภูมิใจที่สั่งขนมของจวนผู้ว่าฯ มาได้ นางรับยอดสั่งจองจนมือแทบหมดแรง
ต้องให้คนอื่นได้ลืมตาอ้าปากบ้างภายใต้สถานการณ์ที่นางเองก็ไม่เดือดร้อน ต้องสร้างบารมีให้ลูกชาย เรื่องเล็กน้อย
แน่นอนว่าขนมมงคลในวันนี้ ท่านย่าหม่าก็ไม่ได้คิดจะเอาฟรีๆ นางให้เงินไปแล้ว
มันคนละเรื่องกัน
พวกเจ้าไม่อยากเอาเงิน พวกเรายังจะคิดว่าไม่เป็นมงคล
พวกเจ้ารอวันแต่งงานค่อยให้เป็นของขวัญก็ได้ นางไม่เกรงใจแน่นอน
ภายในร้านอาหารหอหมานจิ่ง
แย่ละ เถ้าแก่กลุ้ม เจอกับสถานการณ์จุคนไม่พอ แปดสิบโต๊ะนั่งกันเต็มแล้ว
เล่นเอาเสมียนฉินร้อนใจหน้าซีดถลึงตาใส่เถ้าแก่
เจ้านายกับเถ้าแก่ร้านอาหารเหงื่อแตกเต็มศีรษะ นี่โทษพวกเขาไม่ได้นะ ขบวนขุนนางขนสินสอด ใต้เท้าฉินยังบอกว่าหกสิบโต๊ะก็เพียงพอแล้ว
“ตรงศาลาระเบียงยาวก็ใช้ได้ รีบไปกางโต๊ะเร็ว”
ยังไงเสียอากาศก็อบอุ่น คงต้องเอาแบบนี้แล้ว
เวลานี้ลู่พั่นเดินตามซ่งฝูเซิง ซ่งฝูเซิงยืนอยู่ท่ามกลางวงแขก ดื่มเหล้ากับคนนั้นทีคนนี้ที ซุ่นจื่อก็ถือกาเหล้าเดินตาม
ใบหน้าของซ่งฝูเซิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ยิ้มหน้าบาน ไม่เหมือนตอนอยู่ในบ้านที่ขัดใจลู่พั่น นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ดี อยู่ข้างนอกเขายิ้มเหมือนตัวเองได้แต่งลูกสะใภ้เข้าบ้าน
เขาแสดงความพึงพอใจในตัวลูกเขยจากใจ
“ท่านพ่อตา ดื่มน้อยหน่อย ข้าดื่มแทนเอง”
“ใช่ เจ้าดื่ม ฮ่าๆ ดูลูกเขยข้าสิ” ซ่งฝูเซิงยิ้มกว้างให้แขกที่นั่งกันเต็มโต๊ะ
ขุนนางหลายคน “…” เฮ้อ เหลือแค่ความอิจฉาแล้ว แถมยังต้องโค้งตัวเป็นฝ่ายพูดก่อนว่า ‘มิกล้า’
กล้าให้ท่านอ๋องดื่มเหรอ
ขณะที่ซ่งฝูเซิงดื่มจนหน้าแดงก่ำ เขายังได้หันไปเรียกหัวหน้าหลัว “เหล่าหลัว”
จากนั้นก็เอาคางชี้ลูกเขยตัวเอง ความหมายคือ เจ้าดูสิว่าลูกเขยข้าเป็นใคร ไม่มีทางหาคู่ครองดีๆ ได้งั้นเหรอ
หัวหน้าหลัวก็ดื่มไปไม่น้อย เล่นเอาเหล่าหลัวจนปัญญา คิดในใจ ใต้เท้า ท่านก็ใจแคบเกินไป เรื่องนั้นให้มันจบๆ ไปได้ไหม
ซ่งฝูเซิงหัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ
ทางด้านแขกผู้หญิงที่นั่งกันอยู่ข้างบน ย่าหม่าก็ตวัดไม้ตวัดมือที่สวมแหวนทอง ยิ้มหน้าบานจนเห็นรอยยับ พูดกับพวกยายๆ และเหล่าฮูหยินที่นั่งกันอยู่เต็มโต๊ะ “มีสุขร่วมกัน มีสุขร่วมกัน”
ทางด้านเฉียนเพ่ยอิงที่นั่งโต๊ะของฮูหยิน ฟังคนเหล่านั้นพูดด้วยความชื่นชมและอิจฉาจากใจ มีเสียงหัวเราะอย่างไม่ขาดสาย
อย่างไรเสียตรงนางยังมีเด็กสาวหลายคนที่เรียงแถวมาทำความเคารพนาง ถามเรื่องฝูหลิง อยากชวนฝูหลิง ฟังๆ ดูเหมือนยังอยากไปเล่นกับฝูหลิงที่บ้านนางด้วย
ทางซ่งฝูหลิงล่ะ
นางอยู่บ้าน นางมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ อย่างเอ้อร์ยาที่ยังไม่ได้แต่งงานคือไปร่วมได้ แต่นางกลับห้ามปรากฏตัว
แต่ลู่พั่นสั่งอาหารเอาไปส่งให้นางก่อนแล้ว
นางกำลังกินกับข้าวสิบหกอย่าง ค่อยๆ เคี้ยวลิ้มรส ระหว่างนั้นก็ชื่นชมสินสอดที่กองเต็มบนพื้น ข้างมือยังมีกระดุมเงินกระดุมทองอีกหลายเม็ด
สมัยโบราณแม้แต่กระดุมก็เอามาเป็นสินสอดได้ด้วยเหรอ
งานเลี้ยงฉลองงานหมั้น กินกันจนพระจันทร์ลอยสูงเด่น รถม้าถึงทยอยวิ่งออกไป
แต่ในช่วงท้ายได้เกิดเหตุการณ์แทรก
คนในครอบครัวกลับมากันหมดแล้ว แต่ซ่งฝูเซิงกับลู่พั่นกลับยังไม่กลับ
ฝูหลิงสงสัย “พ่อข้าล่ะ”
พ่อเจ้าน่ะเหรอ เขาดื่มไปเยอะ จะลากลู่พั่นไปริมแม่น้ำให้ได้ เห็นบอกว่าจะไปรับลมหน่อย
ปรากฏว่าเขาเดินไหวที่ไหนกัน ดื่มจนคอพับคออ่อนขนาดนั้น เดินห้าก้าวถอยหลังสามก้าว
เห็นเพียงตรงริมแม่น้ำซุ่นจื่อสั่งให้ทหารใกล้ชิดปิดล้อมพื้นที่ไว้
เพราะสองคนนี้มีสถานะที่พิเศษ คนหนึ่งอ๋อง อีกคนผู้ว่าการเขต เดี๋ยวจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารของชาวบ้าน
ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ริมแม่น้ำมีเพียงเงาของคนสองคน
ลู่พั่นเดินเล่นเป็นเพื่อนพ่อตา