ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 853-2 ดินบริสุทธิ์
ตอนที่ 853-2 ดินบริสุทธิ์
ซ่งฝูเซิงนั่งริมทะเลสาบ ถามคนดูแลที่นี่ “อีกไม่กี่วันจะมีงานแสดงสินค้าท้องถิ่น เตรียมตัวพร้อมหรือยัง”
เจ้าหน้าที่เจ็ดคนที่อยู่ในชุดขุนนางตอบผู้ว่าฯ ซ่งอย่างนอบน้อม “เรียนใต้เท้า เตรียมพร้อมแล้วขอรับ”
ซ่งฝูเซิงที่อยู่ในชุดธรรมดานั่งอยู่หน้าโต๊ะที่ตั้งริมทะเลสาบ พยักหน้าเบาๆ
ฟ้าสีคราม เมฆขาว คลื่นกระเพื่อมเหนือผิวน้ำเป็นระลอก
ในหม้อกำลังตุ๋นปลาที่เพิ่งจับขึ้นมาได้ ย่าหม่ากำลังโรยต้นหอมใส่
เฉียนเพ่ยอิงต้มน้ำแกงปลาอยู่อีกหม้อหนึ่ง
และยังมีปลาแซลมอนที่ถูกเก็บไว้นำมาแล่เป็นแผ่นบาง ด้านล่างวางน้ำแข็งบด ลู่พั่นกับหมี่โซ่วกำลังทำน้ำจิ้ม
มีทหารใกล้ชิดคนหนึ่งของลู่พั่นเป่าขลุ่ยอยู่บนหินก้อนใหญ่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป่าเพลงอะไร
ซุ่นจื่อใส่หมวกแบบเสี่ยวเอ้อร์ หักต้นหอมใหญ่พลางยืนกระซิบหัวเราะคิกคักกับทหารคนอื่นๆ บอกว่าเคยได้ยินเพลงนั้นจากหอนางโลมในเมืองหลวง
ซ่งฝูหลิงเหมือนกำลังมองฟ้า รอลู่พั่นที่ช่วยบังแดดอยู่ข้างหน้าเอาชามข้าวมาให้ แต่ในความเป็นจริงนางกำลังอยากเอาวาซาบิในพื้นที่พิเศษมาจิ้มกิน
ออกจากทะเลสาบฉากาน ทุกคนก็มุ่งหน้าไปที่อำเภอเลี้ยงกวาง
ซ่งฝูหลิงนั่งโงนเงนหลับในรถม้า หัวไปพาดบนตักท่านย่าหม่า
ท่านย่าหม่าปลุกหลานสาวคนเล็ก ยิ้มจนหน้ายับ ดูไม่น่ามองเท่าไหร่ “ถึงแล้ว”
แต่ในสายตาฝูหลิง ท่านย่าดูดีเสมอ
ลืมตาสะลึมสะลือ พลิกตัวขึ้นมา ผมเผ้ายุ่งเหยิง โอบเอวท่านย่าหม่าพลางพูดคำหวาน
“ในที่สุดก็ถึงแล้วเหรอ เดินทางมาตั้งไกล ท่านย่ารู้หรือเปล่าว่า เรื่องโชคดีที่สุดสามเรื่องในชีวิตคนเราคือ เจอกวางในป่าลึก เจอวาฬในทะเลลึก อีกเรื่องคืออะไร”
“อะไร”
“ตื่นมาแล้วเจอท่านย่า”
“ไอ๊หยา ฮ่าๆๆ”
ลู่พั่นที่อยู่นอกรถม้าได้ยินพอดี
แอบอิจฉาท่านย่าหม่า
อิจฉา เจ้าก็ต้องพยายามเข้า ดูสิ ขนาดท่านย่าหม่ายังรู้ว่าคำพูดหวานๆ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
ขณะลงจากรถม้า ท่านย่าหม่าให้หลานสาวหนุนตักจนปวดขา ขาเกือบไม่มีแรงลงไม่ไหว
แสดงให้เห็นว่าหลานสาวของนางหลับจริง นอนหนุนมาตลอดทาง นางกลัวหลานสาวตื่นก็เลยไม่กล้าขยับตัว
ที่คอกกวางแห่งนี้ พอเห็นอาณาเขตแล้ว แม้แต่ซ่งฝูเซิงก็ยิ้มออกมา เอ่ยชมพวกเจ้าหน้าที่ที่มาต้อนรับ
พอไล่พวกเจ้าหน้าที่ไปเสร็จ เขาก็หันไปพูดกับลูกเขย “ฝ่าบาททรงทราบ พระองค์ยังตรัสอีกว่าให้เลี้ยงให้ดี”
ความหมายก็คือ ฮ่องเต้จะเอาไว้เอง
อย่างไรยังไงน่ะเหรอ รู้หรือเปล่าว่ากวางพวกนี้ทำเงินได้ขนาดไหน มีค่าทั้งตัว ลูกเขยของเขาเป็นอ๋องที่ได้ภาษีหนึ่งในสามของหวงหลง ถ้าไม่ต้องให้ฮ่องเต้ คอกกวางแห่งนี้จะทำเงินให้ลูกเขยของเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ลู่พั่นได้ฟังก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
แบบนี้ก็คือ ต้องกลายเป็นลูกเขยของครอบครัวซ่งเท่านั้น กลายเป็นคนในครอบครัว ถึงจะพบว่าอาซ่งปฏิบัติต่อเขาไม่เหมือนตอนที่เห็นเขาเป็นสหาย
ส่วนพวกซ่งฝูหลิงก็ไปสนุกกับกวางแล้ว วิ่งเล่นไปทั่ว
ก่อนหน้านี้พวกกวางลายดอกเหมยทำตัวบิดไปบิดมา เห็นคนก็วิ่งหนีด้วยความอาย แต่พอคุ้นเคยกันก็ลองเดินเข้าหาฝูหลิง
ฝูหลิงแบเมล็ดข้าวโพดในมือ
ลู่พั่นยืนขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่ไกลๆ ไม่สนว่าพ่อตาพูดกับเขาอยู่ รีบวิ่งไปหาฝูหลิงเพราะกลัวกวางลายดอกเหมยจะทำร้ายนาง
แต่วิ่งไปได้ครึ่งทางทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงัก
เพราะกวางตัวนั้นวนรอบตัวฝูหลิงสองสามรอบก็ก้มหน้ากินเมล็ดข้าวโพดในมือฝูหลิงอย่างว่าง่าย
ฝูหลิงยืนอยู่ใต้ฟ้าสีคราม ป้อนเมล็ดข้าวโพดให้กวางกิน มีความสุขเหมือนเด็กๆ หันมาโบกไม้โบกมือให้เขา
“หึหึ หึหึหึ” ลู่พั่นกำมือมาวางตรงริมฝีปาก ตอนแรกก็หัวเราะเบาๆ มองฝูหลิงที่อยู่ในชุดลายดอกไม้เล็กๆ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ หัวเราะออกมา
ในวันนี้พวกเขายังได้แข่งกวางกันด้วย กลุ่มของผู้ชายประกอบด้วยลู่พั่น ซ่งฝูเซิง พวกหมี่โซ่ว กลุ่มของผู้หญิงมีเฉียนเพ่ยอิง ฝูหลิง พวกท่านย่าหม่า
หมี่โซ่วตะโกนใส่กวางตัวผู้ “ไปเลยพวก!”
ฝูหลิงมองน้องชายแล้วตะโกนใส่กวางตัวเมีย “เร็วเข้าน้องหนู”
แค่อยากรู้ว่ากวางตัวผู้กับกวางตัวเมียใครวิ่งเร็วกว่ากัน ทีมไหนแพ้ต้องไปทำกับข้าว
ซ่งฝูเซิงดูแล้วก็ร้อนใจ ทำไมกวางตัวผู้ที่แขวนป้ายเบอร์หนึ่งไม่เอาไหนแบบนี้
ลู่พั่นก็ขมวดคิ้ว ตอนตกปลาที่ทะเลสาบฉากานเขาก็แพ้ฝูหลิงไปแล้วครั้งหนึ่ง ดูท่าทางจะแพ้อีกแล้ว
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างลืมสถานะของตัวเอง แค่อยากใช้ช่วงเวลานี้ แค่อยากสนุกด้วยกัน
…
หมู่บ้านภาพวาดเปลือกไม้ในอำเภอที่แกะสลักรากไม้
ทั้งครอบครัวต่างขมวดคิ้วพร้อมกัน
ใต้เท้าผู้ว่าฯ ถามด้วยความตกใจ “จิตรกรวาดเสร็จ เอาเปลือกไม้พวกนี้มาต่อกันก็จะได้ภาพครอบครัวข้าอย่างนั้นเหรอ”
ช่างฝีมือเก่าแก่ที่เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านอยากคุกเข่าตอบ แต่ถูกใต้เท้าซ่งประคองไว้ ใบหน้าแดงก่ำ อ้ำอึ้งอยู่สักพักถึงตอบว่า “ได้ขอรับ”
“ได้ เช่นนั้นก็วาดภาพครอบครัวให้ข้าหน่อย มา”
ท่านย่าหม่านั่งอยู่ตรงกลาง
ซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงขนาบข้าง จับแขนของท่านย่าหม่า
ลู่พั่นกับฝูหลิงยืนด้วยกันอยู่ด้านหลังพ่อแม่และย่า หมี่โซ่วนั่งอยู่ตรงขาท่านย่าหม่า
พวกพี่ๆ น้องๆ รวมถึงพี่สะใภ้เป่าจู ยายาซ่งเวินหน่วนของครอบครัวท่านลุงซ่งที่ตามออกมาเที่ยวด้วยครั้งนี้ต่างไม่มีใครเข้าไปร่วมวงด้วย กลัวว่ากว่าจิตรกรจะวาดเสร็จ ท่านอ๋องคงยิ้มค้างหน้าแข็งพอดี
ซ่งจินเป่าสั่งการอยู่ด้านหน้าสุด “หนึ่งสองสาม ตะโกนว่าสิบสี่”
จินเป่าไม่รู้ว่าทำไมต้องตะโกนว่าสิบสี่ ไม่ใช่ปวดฉี่ แต่เขาไม่ได้รู้สึกสนใจอยากวาดภาพเหมือน มีครั้งหนึ่งพี่พั่งยาอยากวาดพวกเขา อาสะใภ้สามถือตะกร้าผักเดินผ่าน ได้เตือนพวกเขาว่าต้องตะโกนสิบสี่ ตะโกนเสร็จแล้วปากห้ามขยับ
ลู่พั่นก็เชื่อฟัง พูดพร้อมฝูหลิง “สิบสี่”
ซุ่นจื่อที่อยู่หน้าประตูกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ทหารใกล้ชิดสี่นายก็รีบเดินออกไปไกลๆ กลัวหัวเราะทำท่านอ๋องโกรธ
พอออกจากที่นี่ก็มุ่งหน้าสู่แหล่งทำหินซงฮวา
อยู่ที่นี่เกาเถี่ยโถวต้องตะโกนคุย เพราะมีเสียงตอกเสียงกะเทาะทุกวัน
ซื่อจ้วงก็อยู่ที่นี่ด้วย
เป่าจูขออยู่ที่นี่ ไม่ตามไปขึ้นเขาด้วย
พอมาถึงที่นี่ซ่งฝูเซิงก็ตั้งใจค้างหนึ่งคืน เพราะของที่ผลิตจากที่นี่เป็นของมีราคา
ถือหินซงฮวาก้อนหนึ่งที่สวยที่สุดที่เถี่ยโถวกับซื่อจ้วงเก็บไว้ในห้องพักชั่วคราว “ลองเดาดูว่าก้อนนี้ตอนนี้ราคาเท่าไร”
“ไม่รู้ ข้ากลับมาครั้งนี้ได้ทราบว่าท่านปู่จ่ายเงินไปสองหมื่นตำลึงเพื่อซื้อหินขนาดใหญ่มาก้อนหนึ่ง”
ซ่งฝูเซิงหัวเราะ นึกไม่ถึงว่าจะต้มอัครเสนาบดีลู่ได้
หัวเราะเสร็จก็พูดกับลู่พั่น “นี่เป็นของดีที่ข้าให้พวกอาๆ กับพี่ๆ ของเจ้าแอบเก็บไว้ส่วนตัว ไว้เดี๋ยวพอขายพวกมันเสร็จ เงินที่ได้จะยกให้เจ้ากับฝูหลิงเอาไปใช้”
ลู่พั่น “?”
เขาดูเหมือนคนยากจนเหรอ
ที่หมู่บ้านหินซงฮวาแห่งนี้ ซ่งฝูเซิงยังได้เรียกหลี่เจิ้งมาคุยเป็นการเฉพาะ เพราะเขาถูกใจไม้ชนิดหนึ่งของที่นี่ อายุร่วมร้อยปี อยากเอาไปทำเครื่องเรือนให้ลูกสาว
ในที่สุดหนอในที่สุด อ้อมมาเสียไกล เกือบได้ไปหมู่บ้านเลี้ยงผึ้งแล้ว ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านที่อยู่ตีนเขาฉางไป๋
ท่านย่าหม่าเหนื่อยเหลือเกิน สภาพดูไม่ได้ ไม่ได้อาบน้ำตั้งหลายวัน
ไอ๊หยา
หลานสาวคนเล็กของนางยังร่ำๆ อยากออกไปเดินเล่น เห็นบอกว่าจะไปหาดินบริสุทธิ์
ถ้าให้นางบอกนะ ไม่ต้องไปหาไกลหรอก ออกมาเที่ยวแค่ไม่กี่วันก็มีแล้วดินบริสุทธิ์
อีกหลายวันจะยิ่งบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ดูนี่ แค่ถอดรองเท้าออก ข้างในมีแต่ดิน นี่ขนาดนั่งรถม้ามานะ