ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 853-1 ดินบริสุทธิ์
ตอนที่ 853-1 ดินบริสุทธิ์
จุดหมายแรกก็คืออำเภอฮุ่ยหนิง
คนของซ่งเก้าสกุลที่ก่อนหน้านี้อยู่เฝ้าที่ฮุ่ยหนิง เมื่อสองวันก่อนได้ไปร่วมพิธีประกาศราชโองการพระราชทานงานอภิเษกที่หวงหลงโดยเฉพาะ จึงตามกลับมาด้วยกัน
เขตที่พักหลังที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหนิงคึกคักขึ้นมาทันที
ฆ่าหมูฆ่าไก่ ฆ่าเป็ดฆ่าห่าน
นอกจากให้ทุกคนกินในช่วงสองวันนี้แล้ว ยังเหลือไว้ให้พวกซ่งฝูเซิงเอาติดไประหว่างเดินทางด้วย
แบบนี้ก็ไม่ต้องซื้อเนื้อหมูเนื้อวัวแล้ว
ไม่เหมือนอยู่ในตัวเมืองหวงหลง ถ้าต้องการปริมาณมาก ท่านลุงซ่งยังต้องออกไปซื้อตรงประตูข้างพร้อมพวกบ่าวรับใช้
แต่ถ้าต้องการจำนวนเยอะ ครอบครัวผู้ว่าฯ ซ่งไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อ
เพราะโรงเลี้ยงหมูที่เกาถูฮูกับพวกลูกชายยกเว้นเกาเถี่ยโถวดูแลก็อยู่ที่ฮุ่ยหนิง
ลูกชายคนโตสกุลเกาจะเก็บเนื้ออย่างดีไว้ให้คนในครอบครัว จากนั้นก็ให้พ่อเอาไปส่งที่ตัวเมืองหวงหลง ไปกลับระหว่างสองที่นี้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเกาถูฮูถึงปรากฏตัวที่บ้านในตัวเมืองหวงหลงบ่อย
โรงเลี้ยงหมูแห่งนี้ หลักๆ คืออาศัยการทำยัดไส้หมูขาย ทำไส้กรอก ของดีจากบ้านสกุลเกา ของดีจากฮุ่ยหนิง ขายไปให้ตัวเมืองหวงหลงและภัตตาคารต่างๆ ในอำเภอใหญ่
ในขณะที่พอซ่งฝูเซิงมาถึงก็เรียกประชุมในอำเภอ ท่านย่าหม่าตรวจดูบัญชีของร้านขนม เฉียนหมี่โซ่วไปหาเพื่อนข้างนอก ซ่งฝูหลิงก็พาลู่พั่นรวมถึงแม่ ตามพี่เถี่ยโถวไปยังโรงเลี้ยงหมูในฮุ่ยหนิง
ในสายตาของลู่พั่น ดูเหมือนพวกผู้ชายสกุลเกาฆ่าหมูจะไม่เหมือนบ้านอื่น
แม้เขาก็ไม่รู้หรอกว่าบ้านอื่นฆ่ากันอย่างไร แต่ก็รู้ว่าดูเหมือนจะผิดแผกจากปกติ
ซุ่นจื่อกระซิบข้างหูคุณชาย
“คุณชาย พูดให้ถูกคือ ซ่งเก้าสกุลทุกคนคงฆ่าหมูแบบนี้กันหมดแหละ…
…ต่อให้พ่อตาคุณชายมาฆ่าหมูก็คงแบบนี้…
…อย่าลืมนะว่า ตอนนั้นที่พวกเขาเตรียมไปส่งเสบียงให้ทหารตระกูลลู่ กลัวจะเอาชีวิตไปทิ้งระหว่างทาง อยากฝึกฝีมือต่อสู้ ไม่มีคนให้ฆ่าก็จับหมูเนี่ยแหละมาฝึก”
“อืม”
ส่วนฝูหลิงเวลานี้กำลังจับตามองพี่ใหญ่สกุลเกา นางอยากกินเนื้อวัวสันใน
พี่ใหญ่สกุลเการู้ว่าน้องพั่งยาชอบกินส่วนนี้ที่สุด
เมื่อก่อนเขาก็มักแอบเก็บเอาเนื้อส่วนต่างๆ ของวัวไว้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสันใน เนื้อส่วนบน เนื้อส่วนไหล่ เนื้อส่วนสะโพก เอาไปส่งที่หวงหลง ให้พวกปู่ทวดกับอาสามได้กินเนื้อวัว
แต่ตอนนี้ท่านอ๋องมองอยู่ตรงนั้น ฆ่าวัวดีมันผิดกฎหมายนะน้องพั่งยา พวกวัวที่พวกเรารับมา แค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่วัวป่วย
เพิ่งจะหมั้นหมาย รักษาภาพลักษณ์ไว้หน่อยดีไหม
ไม่เดี๋เช่นนั้นยวคืนนี้เขาจะทำให้วัวขาหัก หักกระดูกพวกมัน พอพรุ่งนี้ก็พูดต่อหน้าท่านอ๋องว่า นี่คือวัวที่สะดุดล้ม จากนั้นพวกเราค่อยฆ่า
ครอบครัวซ่งเก้าสกุลของเขาเรื่องอื่นน่ะไม่เท่าไร แต่ชอบเสี่ยงเพื่อของกิน เรื่องที่แอบลักลอบทำแบบนี้อย่าเผยให้ท่านอ๋องรู้จะดีกว่า
สุดท้ายก็รู้จนได้
ลู่พั่นให้ซุ่นจื่อไปตามทหารใกล้ชิดมาฆ่าวัว
เฉียนเพ่ยอิงพูดอย่างกระอักกระอ่วน “หมินหรุ่ย มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า”
พาลูกเขยมาที่นี่ก็เพื่อต้องการให้ลู่พั่นดูว่า ครอบครัวเราแต่ละบ้านทำกิจการไปได้สวย เลี้ยงดูตัวเองได้
แค่จะพามาชมเป็นจุดท่องเที่ยว ปรากฏว่ายังไม่พ้นวันลูกเขยก็สังเกตเห็นแล้วว่าครอบครัวเราตะกละกันขนาดไหน
ลู่พั่นยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาเข้าใจแล้ว
มาเป็นลูกเขยครอบครัวซ่งแล้วถึงได้รู้ ครอบครัวพ่อตาแตกต่างจากที่จินตนาการไว้ก่อนหน้านี้นิดหน่อย
เมื่อก่อนแค่ฟังจาก ‘สหาย’ ของพ่อตา ยังไม่สังเกตเห็นอะไร
หลังจากฆ่าวัวในโรงเลี้ยงหมูเสร็จ ลู่พั่นก็ตามแม่ยายกับคู่หมั้นไปที่จุดรับซื้อของป่าในฮุ่ยหนิง
นับตั้งแต่เฉียนเพ่ยอิงย้ายตามซ่งฝูเซิงไป บัญชีรับซื้อของป่าของที่นี่ก็ให้ต้าเต๋อจื่อทำ
ต้าเต๋อจื่อกับเมียยืนต้อนรับอยู่หน้าประตู
เมื่อเจอกับคุณชายอดีตเจ้านาย อวี้ชินอ๋องในตอนนี้ จากกันหลายปีปลอดภัยกลับมา ต้าเต๋อจื่อก็ยังคงตื้นตันใจมาก
เขาไม่ได้ไปร่วมงานหมั้น
ข้อแรกเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนในครอบครัวซ่งเก้าสกุล
ข้อสองเป็นเพราะเห็ดภูเขาลงมาส่งอีกรอบแล้ว ที่นี่งานยิบย่อยเยอะมาก เขาไปไหนไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ยังต้องดูแลกิจการอื่นๆ ของครอบครัวซ่งที่อยู่ในอำเภอ
คนอื่นไปร่วมรับราชโองการกันหมด เขาก็ต้องเฝ้าอยู่ที่นี่
เฉียนเพ่ยอิงบอกลูกเขยว่า เมื่อก่อนนางเคยรับซื้อสินค้าอยู่ตรงไหน ตรงไหนเป็นคลังเก็บของ ตากของไว้ที่ลาน เวลาหมู่บ้านต่างๆ เอาของมาส่งก็ต้องสั่นกระดิ่งที่ประตู
เล่าให้ลูกเขยฟังอย่างตั้งใจว่าตอนที่เพิ่งมาถึงฮุ่ยหนิงก็เริ่มทำจากทีละนิด
เดินนำลูกเขย ต้าเต๋อจื่อตามอยู่ด้านหลังลู่พั่น เดินดูรอบๆ หนึ่งรอบ
ส่วนฝูหลิงกับเป่าจูพี่สะใภ้กำลังยืนกระซิบคุยกับเมียของต้าเต๋อจื่อที่ด้านข้าง เป่าจูเอาผ้าเนื้อดีมาให้พี่สะใภ้ของนางอยู่ไม่น้อย
เมียต้าเต๋อจื่อเกรงใจที่จะรับต่อหน้าฝูหลิง อย่างไรเสียฝูหลิงก็เป็นน้องสามีของเป่าจู คนครอบครัวซ่งมองอยู่แบบนี้จะดูไม่ดี
ฝูหลิงเอาแต่ยิ้ม นางไม่เรื่องเยอะหรอก
แม่เคยบอกว่า คนที่ยุ่งเรื่องญาติของพี่สะใภ้น้องสะใภ้เป็นอะไรที่น่ารังเกียจมาก
ฝูหลิงมองเมียต้าเต๋อจื่อ พบว่าแต่งตัวดีพอสมควร แสดงว่าชีวิตไม่ได้แย่ ต้าเต๋อจื่อใจกว้าง
นางรู้ว่าก่อนหน้านี้ต้าเต๋อจื่อชอบพี่เอ้อร์ยาของนาง พี่สะใภ้เป่าจูเคยบอก
เพียงแต่พ่อของนางเลื่อนตำแหน่งเร็วมากเกินไป ต้าเต๋อจื่อก็เลยต้องเจียมตัว
คิดๆ ดู ในใจของต้าเต๋อจื่อก็คงไม่อยากให้น้องสาวลำบากใจหรือถูกด่า
ฝูหลิงเดาถูก
ต้าเต๋อจื่อคิดแบบนั้นจริงๆ
ศักดิ์ศรีค้ำคอ กลัวว่าเปิดเผยความคิดออกไป ต่อให้ไม่มีใครด่าน้องสาวเขาว่าไม่รู้จักดูสภาพตัวเอง แต่เขาก็คงไม่พอใจอยู่ดี
ถึงขั้นที่ ดีไม่ดีแม่ของเอ้อร์ยาคงได้มาตบตีเขา น้องสาวก็จะถูกดึงมาโดนด่าไปด้วย แล้ววันหน้าน้องสาวของเขาจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร
เอาใจเขามาใส่ใจเรา เขาเข้าใจ
ถ้าเป็นเขา เขาก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน
หลานสาวแท้ๆ ของผู้ว่าการเขต ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางแต่งงานกับคนขาเป๋ที่เคยเป็นบ่าวรับใช้ในบ้านตระกูลลู่ แถมยังไม่มีพ่อแม่
คนอื่นมีแต่จะให้ลูกสาวแต่งกับคนที่ฐานะสูงกว่า ลูกชายแต่งกับคนที่ฐานะต่ำกว่า
ไม่เคยเห็นคนที่ให้ลูกสาวลดตัวแต่งงานกับผู้ชายที่ด้อยกว่า
เมื่อครึ่งปีก่อน เป่าจูมาเยี่ยมซื่อจ้วงที่นี่ ก็เลยไหว้วานแม่สื่อให้หาเมียให้พี่ชาย ต้าเต๋อจื่อก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ครอบครัวของผู้หญิงเปิดร้านขายเต้าหู้อยู่ในอำเภอ ฐานะเมื่อเทียบกับเขาในตอนนี้ก็ย่อมด้อยกว่า
แต่โชคดีที่เมียของเขาเป็นคนเก่ง ทำบัญชีเป็น รู้หนังสืออยู่บ้าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
แสดงให้เห็นว่าเรื่องเอ้อร์ยากับต้าเต๋อจื่อ ไม่มี ‘ต้องเป็นเจ้าเท่านั้น’ ไม่มี ‘ไม่มีวันลืมเลือน’ ไม่มี ‘ยึดมั่นในรักเดียว’
บางทีการจะยึดติดกับเรื่องพวกนี้ก็ต้องดูฐานะและความเหมาะสมด้วย
คนทั่วไปก็แค่ใช้ชีวิตทำมาหากิน หาเมียมาใช้ชีวิตไปด้วยกันก็ย่อมแทนคนที่เคยอยู่ในใจได้
…
พอออกจากจุดรับซื้อสินค้า อาศัยจังหวะที่เรือนหลังยังทำอาหารไม่เสร็จ เฉียนเพ่ยอิงก็พาลูกสาวลูกเขยไปเดินเที่ยวในตลาด
เนื่องจากพอออกจากฮุ่ยหนิงไปแล้ว เหล่าซ่งกับลู่พั่นเคยบอกไว้ว่า วันหลังอยาก ‘แต่งตัวธรรมดาออกสำรวจ’
นางเลยต้องซื้อชุดชาวบ้านธรรมดาให้ลูกเขย
ซื้อเสร็จค่อยไปรับท่านย่าหม่ากลับบ้านไปกินข้าวด้วยกัน ร้านขนมอยู่ที่ถนนเส้นนี้พอดี
ลู่พั่นยืนอยู่ที่หัวถนนใจกลางอำเภอฮุ่ยหนิง เท้าที่ใส่รองเท้าบู๊ทลองย่ำๆ พื้น
เอ้อร์หลังที่อายุยังไม่มากอธิบายให้ท่านอ๋องน้องเขยฟังว่า “ถนนเส้นนี้เป็นจุดท่องเที่ยวของฮุ่ยหนิง อาสามสั่งให้คนเอาหินภูเขาไฟมาปู หินพวกนั้นมีเฉพาะแค่ที่นี่” พูดจบเขาก็หน้าแดงก่ำ
เอ้อร์หลังเทียบกับหมี่โซ่วไม่ได้ นิสัยก็ไม่เหมือนซ่งจินเป่า เป็นประเภทที่ต้องค่อยๆ คลุกคลีกับลู่พั่นถึงจะกล้าพูดคุยกับลู่พั่น
ภายในร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป
เฉียนเพ่ยอิงเลือกเสื้อผ้าเสร็จก็ยื่นให้ซุ่นจื่อ รวมถึงชุดของทหารใกล้ชิดสี่คนที่ลู่พั่นจะให้ติดตามในวันต่อๆ ไปด้วย
หลังจากคนเหล่านี้เปลี่ยนไปใส่ชุดเสี่ยวเอ้อร์เสร็จก็มายืนยิ้มบื้อ พลางเกาหัวแกรกๆ ต่อหน้าคุณชายของพวกเขา
“หมินหรุ่ย แม่ฝีมือเย็บผ้าไม่ดีเลยซื้อแบบสำเร็จให้ดีกว่า ลองดูนะว่าชุดพวกนี้พอไหวไหม”
ดูท่าฝูหลิงจะได้แม่ เย็บพวกชุดไม่ค่อยเป็น
ลู่พั่นรับชุดที่เฉียนเพ่ยอิงยื่นให้ ในนั้นมีสองชุดที่เมื่อครู่ฝูหลิงเลือกให้เขา เขาต้องชอบอยู่แล้ว
พยักหน้าให้แม่ยายอย่างสุภาพ
“ข้าก็จะไปลองใส่ดู”
“หา? เจ้าลองใส่ที่นี่ได้เหรอ”
ลู่พั่นเดินเข้าไปห้องด้านในร้านไม่ตอบอะไร
ไม่มีอะไรไม่ได้ พ่อตาจะได้ไม่หาว่าเขาวางตัวเป็นอ๋องเรื่องมาก
ตลอดทางที่มานี้เขาก็เตรียมจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะการกินการอยู่
ลู่พั่นเดินออกมาจากห้องในร้าน ใส่ชุดชาวบ้านธรรมดา ซ่งฝูหลิงไม่สนใจว่ามีใครอยู่ตรงนั้นบ้าง นางปรบมือพลางพูด “ดูดี”
ลู่พั่นหูแดง รีบหันมองสีหน้าแม่ยาย กลัวแม่ยายจะดุฝูหลิง ไม่พอใจที่พวกเขาสองคนทำประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนอื่นข้างนอก
แต่กลับเห็นว่าเฉียนเพ่ยอิงหันไปทางอื่นก่อนแล้ว แสร้งทำเป็นเลือกเสื้อผ้า เพียงแต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าแม่ยายก็หน้าแดงเหมือนกัน
“ฮูหยิน เลือกอีกสักหน่อย อย่าเพิ่งรีบไป ท่านกับใต้เท้ากลับมาทั้งที ข้าขอเสียมารยาทสักหน่อย ข้าไม่คิดเงินข้าวของพวกนี้ ช่วยให้ข้าสมความตั้งใจด้วยเถิด”
เฉียนเพ่ยอิงขมวดคิ้ว ถามเจ้าของร้าน “ดูท่าท่านจะจำข้าได้”
พอเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ลู่พั่นก็สัมผัสได้อย่างใกล้ชิดว่า พ่อตาของเขาเป็นที่นับหน้าถือตาของคนท้องถิ่นจริงๆ
ไม่ใช่แค่ให้ความเคารพธรรมดา แต่เห็นพ่อตาของเขาเป็นคนกันเองด้วย
ประมาณว่าไม่ว่าวันหน้าพ่อตาของเขาจะย้ายไปทำงานที่ไหน ก็ยังจะเป็นนายอำเภอฮุ่ยหนิง มาจากฮุ่ยหนิง คนไม่รู้คงคิดว่าพ่อตาของเขามีภูมิลำเนาอยู่ฮุ่ยหนิง
พักอยู่ที่ฮุ่ยหนิงสองวันหนึ่งคืน ซ่งฝูเซิงจัดการเรื่องที่นี่เสร็จก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง
ดูปลาเงินแหวกว่ายที่ทะเลสาบฉากาน