ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 855-2 วัตถุดิบชั้นยอดมักปรากฏตอนเย็น
ตอนที่ 855-2 วัตถุดิบชั้นยอดมักปรากฏตอนเย็น
ทหารคุ้มกันพอมาถึงจุดพักของลู่พั่นก็แยกกันไปตรวจตราตามความเคยชิน
กลับมากระซิบข้างหูซุ่นจื่อ ถือว่าปลอดภัย ไม่ไกลออกไปมีลำธารด้วย
ซุ่นจื่อเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ เหลือบมองคุณชาย หันไปเสนอซ่งฝูเซิงว่ามีลำธารพอดี ทำกับข้าวกินกันดีไหม
เรื่องที่คุณชายกลัวหิว ซุ่นจื่อที่เป็นคนละเอียดอ่อนรู้นานแล้ว เขาไม่มีทางบอกความลับนี้ไปตลอดชีวิต
เรื่องบางอย่าง แค่รู้ใจกันก็พอ ไม่ต้องถามกันตรงๆ ให้อับอาย
ซ่งฝูหลิงส่ายหน้าปฏิเสธก่อน นางไม่หิว “ไม่อย่างนั้นพวกเราพักสักเดี๋ยว อดทนเดินขึ้นไปอีกหน่อยแล้วค่อยกินข้าว”
ลู่พั่นหันมามองนาง
คนเป็นผู้นำทหาร พอหิวก็ใจสั่น นี่คือจุดอ่อน ถึงขั้นที่จะบอกว่าเป็นความลับทางการทหารก็ยังไม่เกินไป
แต่ในวันธรรมดาที่ใช้ชีวิตตามปกติที่สุดแบบนี้ ลู่พั่นกลับทำปากใส่ฝูหลิงในการออกมาเที่ยวด้วยกันครั้งแรก
หืม?
ฝูหลิงสังเกตปากของลู่พั่น พอเข้าใจก็เปลี่ยนคำพูดทันที “ท่านพ่อ ท่านย่า ข้าหิวแล้ว”
ลูกบังเกิดเกล้าหิวแล้ว ซ่งฝูเซิงหันไปมองลูกสาว “เช่นนั้นก็…กินข้าวเถอะ”
ออกเดินทางครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องพกหม้อ
เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตหม้อหิน ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนซื้อหม้อเหล็กไม่ไหว ตอนนี้เลยซื้อหม้อหินใช้กัน แค่คิดดูก็รู้ว่าหินแถวนี้ดีขนาดไหน
ซ่งฝูเซิงพับขากางเกงขึ้น เหงื่อไหลเป็นแม่น้ำ
เขาสั่งให้ต้าหลัง หูจือ กับพวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเก็บก้อนหินแผ่นหินจากในลำธารขึ้นมา เอาที่บางกับเรียบหน่อย
ใช้น้ำในลำธารล้างพวกขี้ดินให้เกลี้ยง
ส่วนลู่พั่นก็พาซุ่นจื่อ พวกหมี่โซ่ว เอ้อร์หลัง ไปหวดเคียวเก็บฟืนบริเวณรอบๆ
ฝูหลิงนั่งขัดสมาธิบนเสื่อผ้าใบที่ย่าปูให้ มองตามหลังลู่พั่น ท่าหวดเคียวนั้นทรงพลังและงดงาม นางโยนพุทราเข้าปาก ถามเฉียนเพ่ยอิง “ท่านแม่ดูสิ ลู่หมินหรุ่ยหล่อไหม”
เฉียนเพ่ยอิงคุกเข่าบนเสื่อผ้าใบแล้วล้วงพวกเครื่องปรุงออกมาจากกระเป๋า พอได้ยินแบบนั้นก็ตอบโดยไม่เงยหน้า “หล่อ หล่อระเบิดระเบ้อเลย”
ฝูหลิงหันไปถามย่าหม่า “ท่านย่าว่าลู่หมินหรุ่ย…”
ไม่นานกองฟืนหลายกองก็ติดไฟ แผ่นหินน้อยใหญ่ขนาดไม่เท่ากันถูกวางไว้ด้านบน
คนเยอะต้องแยกกันกิน
“หมินหรุ่ย”
“อื้อ!”
“มานี่ หัดดูไว้หน่อย”
ซ่งฝูเซิงเรียกลู่พั่น เรียกทุกวัน เก่งนักเรื่องทรมานลูกเขย
ซ่งฝูเซิงเทน้ำมันลงบนแผ่นหินนิดหน่อยก่อน จากนั้นก็เอาเนื้อวัวที่หมักไว้วางลงไป เสียงดังฉ่า เริ่มการทอด โรยพริกป่น โรยงา
กระทะนี้ก็ไม่ต้องสนแล้ว เดี๋ยวพอย่างได้ที่พลิกอีกทีก็เสร็จ
ลู่พั่นมองสเต็กเนื้อวัว แอบขยับไม่ไหว กลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ไป ตามมานี่”
คราวนี้คนที่ตามหลังซ่งฝูเซิงไม่ได้มีแค่ลู่พั่น
พวกซุ่นจื่อกับพวกหมี่โซ่วก็พากันตามหลังไปเรียนรู้ด้วย
อีกเดี๋ยวต้องทำกันเอง
ซ่งฝูเซิงไปที่กองไฟอีกกองหนึ่ง ขอผักกาดขาวมาจากแม่ก่อน วางผักกาดขาวหลายใบลงบนแผ่นหินให้อ่อนลง จากนั้นถึงเอาเนื้อแพะย่างด้านบน
“หลักๆ คือน้ำราด เห็นไหม”
ซ่งฝูเซิงผสมน้ำราด มีกระเทียมสับ ซีอิ๊ว พริกหั่นแว่น เกลือ ทั้งยังเหยาะน้ำซอสอีกนิดหน่อย เทน้ำราดลงบนเนื้อแพะ จากนั้นก็เอาตะเกียบคีบขึ้นมาวางในใบผักกาดขาวแล้วม้วน
กลิ่นหอมโชยมาเตะจมูก พวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่ตามมาน้ำลายสอจนอยากร้องไห้
แต่เล็กจนโตไม่เคยกินของดีแบบนี้มาก่อน ต้องวิ่งไปยืนไกลๆ น้ำลายถึงจะไม่ไหล ไม่กล้าแม้แต่จะมอง
ซ่งฝูเซิงเอาผักกาดขาวมาห่อเนื้อแพะ
ลู่พั่นกำลังจะใช้สองมือรับ คิดว่าพ่อตาทำให้เขา
ซ่งฝูเซิงกลับเดินถือไป “ลูกพ่อ ลองกินดูสิ”
“ว้าว ท่านพ่อ อร่อยมากเลย หอมมาก”
ส่วนเฉียนเพ่ยอิงที่อยู่หน้ากองไฟกองอื่นพอเห็นแบบนี้ส่ายหน้าพลางหลุดหัวเราะ จนใจกับเหล่าซ่งจริงๆ
นางกับท่านย่าหม่ากำลังทำข้าวยัดกระบอกไม้ไผ่
ล้างข้าวสารแล้วยัดใส่กระบอกไม้ไผ่ ด้านบนใส่ไส้กรอกกับเนื้อตากแห้งที่หั่นเป็นลูกเต๋า ตามด้วยหัวหอมเล็กน้อย หั่นพริกใส่หน่อย เติมน้ำแล้วเอาไปนึ่งบนไฟ
กลุ่มคนที่อยู่ในป่ากินกันอย่างเอร็ดอร่อย
แม้แต่ผักป่าที่ท่านย่าหม่าเด็ดติดมือมาก็ยังอร่อย
ไม่อร่อยได้เหรอ
เทน้ำมันลงบนแผ่นหิน ผักป่ากับผอผอติงล้างให้สะอาด โยนขึ้นไปบนแผ่นหินร้อนๆ มีน้ำออกมาพร้อมกับเสียงฉ่า ย่างจนหมดเสียงแล้วเอามาจิ้มน้ำจิ้มกิน แค่กินข้าวก็กินไปได้สองกระบอกไม้ไผ่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีเนื้อวัวมีสเต็กเนื้ออีก
เอามีดหั่นเนื้อวัวเป็นลูกเต๋าหนาหน่อย แบ่งกันคนละชิ้น เพียงชั่วพริบตาก็หมดแล้ว
ก่อนซ่งฝูหลิงกินข้าวกระบอกไม้ไผ่ นางรู้ว่าลู่พั่นกินจุ จึงพูดกับลู่พั่นว่า “ข้าจะกินครึ่งนึง อีกครึ่งไว้ให้เจ้ากิน”
ดวงตาสีดำของลู่พั่นเปล่งประกาย คล้ายสะท้อนใบหน้าของฝูหลิงได้ เขาพูด “ได้”
อดกลั้นอยู่สักพัก สุดท้ายก็พูดกับฝูหลิงด้วยน้ำเสียงมีความสุข “นี่เป็นมื้อที่ดีที่สุดที่ข้ากินในป่า”
ซ่งฝูหลิงเอามือบังรอยยิ้ม ดวงตาโค้งมน “อยู่กับเจ๊ เจ้าจะได้กินดีกว่านี้”
“เจ๊เหรอ”
“ไม่สิ พี่ต่างหาก เจ้าโตกว่าข้า เจ้าเป็นพี่ทหารของข้า ฮ่าๆๆ” ฝูหลิงหัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อนความอาย เพียงแต่หัวเราะไปหัวเราะมานางก็สำลัก
ยังต้องวุ่นวายไปถึงหมี่โซ่วที่นั่งอยู่ไกลๆ ตะโกนบอกลู่พั่น “พี่เขย ตบหลังพี่สาวข้า”
หมี่โซ่วชินแล้ว
เมื่อก่อนเขาเป็นคนทำหน้าที่นี้
คราวนี้ดีเลย ไม่ต้องวางตะเกียบไปตบหลังให้พี่สาวแล้ว ให้พี่เขยทำ
ส่วนท่านย่าหม่านั่งอยู่อีกด้านของผ้าใบ
นางกินเสร็จนานแล้ว ระหว่างทางกินลูกอมไปเยอะ ไม่หิวเท่าไร
ตอนนี้ท้องไม่รู้สึกอดอยาก ครอบครัวเราฐานะดีแล้ว ได้กินเนื้อบ่อย ไม่เสียดายของแค่นี้หรอก นางกำลังนั่งขัดสมาธิแคะเท้านวดเท้า
ท่านย่าหม่าคอยแอบสังเกตสองคนนั้นที่เพิ่งหมั้นหมาย นางยิ้ม
แอบคุยกัน
กระเง้ากระงอด
อืม มันต้องแบบนั้นแหละ
คุ้มค่าแล้วที่มา
“ท่านย่า พ่อตา แม่ยาย ดื่มชาสักหน่อย”
ต้มน้ำ ลู่พั่นต้มเป็น
พอกินเสร็จเขาก็ไม่อยู่ว่าง วิ่งไปต้มน้ำพลางล้างกระบอกไม้ไผ่กับตะเกียบที่เขากับฝูหลิงใช้
ยังมีมีดพกของเขาที่เมื่อครู่เอาออกมาหั่นเนื้อวัว
ทันใดนั้นฝูหลิงก็ถามลู่พั่น “มีดของเจ้าไม่เคยเอาฆ่าคนใช่ไหม”
ลู่พั่นที่นั่งยองหน้ากองไฟถึงกับชะงัก
ฝูหลิงสังเกตเห็น “…”
ซ่งฝูเซิงรับน้ำชามา ทั้งยังให้ซุ่นจื่อกับพวกต้าหลังใช้ใบชาที่เหลือต่อ ต้มน้ำเติมใส่ลงไป
พวกคนหนุ่มในหมู่บ้านที่ตามมาก็ได้ดื่มด้วย
พวกคนหนุ่มในหมู่บ้านรู้สึกว่าวันนี้คุ้มเหลือเกิน นี่คือน้ำชาที่เล่าลือกันหรือเปล่า
ดื่มหนึ่งจิบ ไอ๊หยา ไม่เห็นจะอร่อย ขมด้วย
ในขณะที่พวกคนหนุ่ม ‘จิบชา’ กัน ลู่พั่นก็หายไปอีกแล้ว
สักพักเขาก็กลับมากระซิบกับฝูหลิง เจ้ายังไม่ได้ปลดทุกข์หนักใช่ไหม
พอฝูหลิงพาแม่กับย่ามาถึงห้องส้วมชั่วคราวที่ลู่พั่นทำให้ นางก็อวดด้วยความดีใจ
“ท่านแม่ ดูสิ ลู่หมินหรุ่ยสร้างห้องส้วมให้ลูกด้วยล่ะ”
“ท่านย่าดูสิ รีบมาดู แค่แปบเดียวเขาก็ทำขึ้นมาได้แล้ว กลัวข้าจะต้องอั้น”
ท่านย่าหม่ามีอารมณ์ร่วม นั่นสินะ เอาใจใส่ดีจริงๆ
หมินหรุ่ยไม่พัก นางยังคิดอยู่ว่าวิ่งไปไหน สงสัยจะไปหาที่ปลดทุกข์หรือเปล่า นึกไม่ถึงว่าจะมาสร้างส้วมให้หลานสาวของนาง
เฉียนเพ่ยอิงกลั้นขำไม่อยู่ ไม่เคยคิดว่าจะมีคนได้ส้วมเป็นของขวัญ แถมของขวัญชิ้นแรกที่ลูกสาวนางอวดว่าแฟนให้มาจะเป็นส้วม