ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 861-1 คนเคยรักเจ้าก็จะไม่มีทางโดดเดี่ยว
ตอนที่ 861-1 คนเคยรักเจ้าก็จะไม่มีทางโดดเดี่ยว
หยางหมิงหย่วนบอกว่า
“พี่ พี่สะใภ้ไม่รู้ ข้าเองก็ไม่สะดวกบอกนาง…
…ข้าเล่าให้พี่ฟังแล้วกัน…
…ข้ารู้ว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงได้ร้อนใจขนาดนี้…
…แต่ในความเป็นจริง ต่อให้ข้าไม่ไปขอลูกสาวของอาซ่งก็ไม่มีทางเอาน้องสาวของพระสนมกุ้ยเฟย”
เล่นเอาพี่สะใภ้ที่อยู่ด้านนอกร้อนใจขึ้นมาทันที ทำไมล่ะ
นางว่าใต้เท้าซ่งเสียๆ หายๆ ไปขนาดนั้นแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้องสามีรีบๆ ลืมครอบครัวซ่งไป แล้วรีบนับน้ำใจของทางน้องสาวพระสนมกุ้ยเฟย
ปรากฏว่าหมิงหย่วนก็ยังคงไม่เอา
หยางหมิงหย่วนที่อยู่ในห้องอธิบายให้พี่ชายฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้ารู้ว่าชาวบ้านธรรมดาใช้ชีวิต คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยดูหรอกว่ารักใคร่ชอบพอกันหรือเปล่า แค่ดูว่าเหมาะสมที่จะอยู่ด้วยกันหรือไม่…
…ยังไม่พูดเรื่องที่ว่าข้าเหมาะสมกับน้องสาวของพระสนมกุ้ยเฟยหรือไม่…
…เอาแค่ว่า พี่ ข้าไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย…
…นี่เป็นเหตุผลส่วนตัวของข้า ข้าไม่รู้ว่าพี่เข้าใจข้าหรือไม่”
คำพูดนี้เล่นเอาพี่ใหญ่ถึงกับนิ่งไป
เขาไม่เข้าใจ
“หมายความว่าอย่างไร หมิงหย่วน วันหน้าเจอคนอื่น เจ้าก็จะไม่เอาเหมือนกันเหรอ”
หยางหมิงหย่วนคิดแล้วก็หาคำตอบที่ตรงที่สุด “ตราบใดที่ข้าไม่ชอบ ข้าก็ไม่เอา ไม่ว่านางจะเป็นใครก็ตาม”
พี่สะใภ้ที่อยู่ข้างนอกคิดในใจ แย่ละ คราวนี้จบเห่แล้วจริงๆ
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ หมิงหย่วนอายุมากขึ้น ไม่ดูดีแบบตอนนี้แล้ว อย่าว่าแต่ครอบครัวพระสนมกุ้ยเฟยเลย ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่จวนอื่นก็ไม่เอาคนอายุมากเหมือนกัน
เดี๋ยวพอมีจอหงวนคนใหม่ คนก็แห่ไปหาจอหงวนใหม่แล้ว จอหงวนใหม่ย่อมดีกว่าเห็นๆ ไม่เหมือนหมิงหย่วนที่ไม่สดใหม่แล้ว ของแบบนี้ก็เหมือนผักกุยช่าย ขึ้นใหม่มาแทนที่ได้ ทั่วทั้งแผ่นดินไม่ได้จะมีหมิงหย่วนเป็นจอหงวนอยู่แค่คนเดียว
อีกอย่าง ฟังหมิงหย่วนพูดนะ ต้องเป็นคนที่เขาชอบเท่านั้นถึงจะได้
เกิดวันไหนหมิงหย่วนมีคนที่ชอบขึ้นมาจริง เป็นลูกชาวสวน ลูกชาวนา ลูกสาวบ้านขายเต้าหู้ แบบนั้นจะทำอย่างไร ครอบครัวแบบนั้นไม่มีดีอะไรเลย แถมยังจะมาเกาะบารมีสกุลหยางของนาง กลายเป็นตัวถ่วง
ถึงได้บอกไงว่าสมองของคนอย่างสะใภ้ใหญ่นี่นะ
พูดอะไรกับนางไปก็เสียเปล่า ถ้าอธิบายไม่ละเอียดหน่อยนางก็ตีความไปไกลแล้ว
หยางหมิงหย่วนก็บอกอยู่ชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่เขาชอบเท่านั้น
สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ลองคิดดูบ้างว่า ถ้าเป็นลูกสาวชาวสวนชนชั้นระดับล่างแบบนาง ไม่มีความรู้ ไม่สนเรื่องมารยาทอะไรทั้งนั้น จะถูกโละทิ้งแล้วก็ยังไม่ร้อนใจ มัวมาแอบฟังอยู่ตรงนี้ คิดเหรอว่าหมิงหย่วนจะชอบแบบนั้น นั่งด้วยกันก็ไม่มีอะไรให้คุย
อีกอย่าง นางก็ไม่ลองตรึกตรองหน่อยว่าหมิงหย่วนอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน
เข้าออกสำนักฮั่นหลิน ออกจากที่ทำงานก็ขึ้นรถม้าหรือไม่ก็ขี่ม้า ต่อให้ออกไปข้างนอกก็มีแต่ร้านหนังสือ หอน้ำชา ม้าพันลี้ ร้านขายของดีท้องถิ่น มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น
อยากให้เขาเจอลูกสาวร้านขายเต้าหู้มันไม่ง่ายหรอกนะ เพราะเขาแทบไม่เคยซื้อเต้าหู้เลย
เจ้าบอกว่าเขาอาจไปหลงรักลูกสาวชาวสวน ไม่สู้พูดว่าเขาหลงรักคณิกาที่ขายเสียงร้องยังจะมีโอกาสมากกว่า
อย่างไรเสีย ถ้าหยางหมิงหย่วนไม่เลือกใคร ชีวิตในวันข้างหน้า หลายปีนานวันเข้า รวมกันอย่างน้อยเขาก็ต้องมีเลี้ยงสังสรรค์เก้าครั้งสิบครั้ง
เพราะแบบนี้ คนที่มีสมองคือพี่ใหญ่
เขาเข้าใจคำพูดของน้องชายแล้ว ขณะเดียวกันก็แอบคิดในใจ
แบบนั้นยิ่งน่าร้อนใจเข้าไปใหญ่ ดูตารางชีวิตของน้องชายเขาสิ
ไม่ออกไปสังสรรค์ ต่อให้น้องชายเขามีเลี้ยงสังสรรค์ก็ไม่ได้เจอคุณหนูตระกูลใหญ่ เว้นเสียแต่อีกฝ่ายจะถูกใจน้องชายเขา เป็นฝ่ายเอ่ยความต้องการขึ้นมาก่อน
แต่วกกลับมาเข้าประเด็น มันก็ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ดี ถ้าน้องชายเขาไม่ไปเจอ ตอบปฏิเสธไป แล้วจะเจอคนที่ชอบได้อย่างไร
ผู้หญิงธรรมดายิ่งหมดโอกาสเข้าไปใหญ่
น้องชายของเขาเป็นขุนนาง ออกไปข้างนอก นั่งรถม้าไม่ก็ขี่ม้า ใครเล่าจะกล้ามาขวางรถม้าของน้องชายเขา
“เดี๋ยวนะ หมิงหย่วน เจ้าไม่ได้กำลังหลอกพี่ใช่ไหม เจ้าคิดจะปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ”
พี่ใหญ่ร้อนใจจนแทบอยากหาคนมาช่วย
ใครก็ได้ช่วยบอกเขาทีว่า ตอนนี้ยังพอมีหนทางช่วยไหม ท่านอ๋องอาจเปลี่ยนคู่ครองได้ แต่น้องชายเขาไม่ยอมเปลี่ยนคน รักอยู่แค่คนเดียว
เขายังอยากให้ลูกสาวของใต้เท้าซ่งมาเป็นน้องสะใภ้ จะเงื่อนไขอะไรก็ยอม
หยางหมิงหย่วนไม่ยอมรับว่าตัวเองเตรียมเป็นโสดตลอดชีวิต ก็แค่มีเงื่อนไขของตัวเองแบบนี้ ถ้าไม่เจอคนที่ชอบก็จะไม่ขอหาคนมาแก้ขัด
“พี่ ไว้ค่อยพูดเรื่องของข้า…
…คำพูดบางอย่างข้าไม่สะดวกพูดกับพี่สะใภ้ แต่ข้าอยากบอกพี่ให้รู้เรื่องไว้…
…ข้าไม่ได้แก้ตัวแทนอาซ่ง แต่ครอบครัวซ่งไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่ารังเกียจคนจน ชอบแต่คนรวย…
…พูดตามตรง บางเรื่องข้าก็เพิ่งคิดได้”
หยางหมิงหย่วนคิดได้แล้วว่าลู่พั่นชนะที่ตรงไหน เขาเข้าใจตั้งแต่ตอนยืนอยู่หน้ากระดานประกาศแล้ว
อันที่จริงตั้งแต่ต้นจนจบ มันก็พอมีเค้าลางอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้สาเหตุที่เขาไม่ได้คิดไปทางนั้น ใช้คำพูดที่หมิงหย่วนบอกพี่ชายก็คือ เขาซื่อเกินไป
เมื่อก่อนหมิงหย่วนคิดว่า
ถ้าอย่างเขาคิดจะเกี่ยวดองกับครอบครัวซ่งคือการอาจเอื้อม
แบบนั้นครอบครัวซ่งกับตระกูลลู่ก็ยังห่างชั้นกันอยู่มากในสายตาของเขา
ต่อให้ตอนนั้นลู่พั่นไม่ได้เป็นอ๋อง ไม่ใช่แม่ทัพใหญ่ที่นำทัพทหารนับหมื่นมีชื่อเสียงเกริกก้อง เป็นเพียงบุตรชายคนเดียวของจวนผู้สำเร็จราชการ นั่นก็ยังห่างชั้นกันเยอะอยู่ดี
ถูกความซื่อบดบังสายตา คิดว่าลู่พั่นกับฝูหลิงเป็นไปไม่ได้
ก็แค่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้น เลยไม่ได้คิดไปทางนั้น
แต่หลังจากที่รู้ว่าคู่ครองอภิเษกของลู่พั่นคือฝูหลิง พอนึกย้อนไปสารพัดเรื่องราว เขาก็พบความจริงที่ว่า หึหึ เขามันซื่อเหลือเกิน
อีกทั้งเมื่อเทียบความพยายาม คุณชายลู่พยายามมานานแล้ว
อาจพยายามมาตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวซ่งลำบากที่สุด
เช่น จำได้ว่าอาซ่งเคยเผลอพูดขึ้นมาว่า ตอนนั้นที่เฟิ่งเทียนเกิดอุทกภัย บ้านใหม่ในหมู่บ้านเหรินจยาไม่เป็นอะไร เพราะคุณชายลู่ส่งคนเอากระสอบทรายไปล้อมไว้
เขาจึงไปสืบค้นดูด้วยความสงสัย ใช่ นี่แหละนิสัยของหยางหมิงหย่วน เขาก็จนปัญญากับตัวเองเหมือนกัน เรื่องไหนก็ตามที่ติดอยู่ในใจ แม้แต่เบาะแสเพียงเล็กน้อยแบบนี้ก็ไปสืบดู
เขาสืบได้ว่าตอนนั้นตัวคุณชายลู่ไม่ได้อยู่ในเมืองเฟิ่งเทียน แต่กลับยังมีใจคิดเรื่องส่งคนไปดูแลความปลอดภัยของครอบครัวอาซ่ง คิดดูก็รู้ว่าเอาใจใส่ขนาดไหน
ยังมีอีก เช่น สอบซิ่วไฉครั้งนั้น สภาพอากาศเลวร้ายมีฝนตกกระหน่ำ
ตอนนั้นคุณชายลู่ก็เป็นผู้เข้าสอบเหมือนกัน ทั้งยังอยู่คนละสนามสอบกับอาซ่ง
เขากับอาซ่งออกมาเร็ว แต่คุณชายลู่กลับมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน
ลองคำนวณดู ตัดเวลาที่คุณชายลู่รีบเร่งเดินทางจากอีกสนามสอบเพื่อมาหาอาซ่ง ก็น่าจะออกมาตอนฝนเพิ่งเริ่มตกแล้วตรงมาที่พวกเขา
ไหนจะตอนที่พวกเขาไปสอบจิ้นซื่อ เพิ่งไปถึงชานเมืองของเมืองหลวง บ่าวรับใช้ของตระกูลลู่ที่ถือธงอยู่ตรงประตูเมืองก็ปรากฏตัว
พอเข้าไปพักในเรือนรับรองของตระกูลลู่ พ่อบ้านของที่นั่นก็ดูแลอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เป็นต้น
มากมายหลายเรื่อง มีทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
เอาแค่นี้ นี่ยังไม่รวมอีกหลายเรื่องที่ครอบครัวซ่งกับคุณชายลู่ไม่มีทางบอกคนนอก เขาก็ไม่อาจรู้ได้
ดังนั้นตอนที่เขาอยู่หน้ากระดานประกาศ เขารู้สึกเสียใจที่นับจากนี้หมดวาสนากับฝูหลิงแล้ว แต่ขณะเดียวกันเขาก็อวยพร
ฝูหลิง ผู้หญิงที่ข้าหยางหมิงหย่วนชอบมากเหลือเกิน ความเอาใจใส่ของท่านอ๋องลู่ที่มีมาตลอดจะทำให้เจ้ามีความสุข
และก็ขอบคุณในความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ที่ทำให้เขารู้สึกดีใจว่าตัวเองไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับคนที่ไม่ได้ทำอะไรแล้วมาชุบมือเปิบ