ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 866
ตอนที่ 866 ไม่มีเส้นทางว่าลำบากแล้ว การเบิกทางลำบากยิ่งกว่า คนรุ่นหลังชื่นชมเจ้า
ขนมปังดำก้อนละแปดเหวิน ราคากดจนถึงต่ำสุด ตอนนั้นที่ทำให้กรมคลังของราชสำนักก็ราคานี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงใจสูงสุด
หนึ่งแสนชิ้น ก็เท่ากับได้เงินแปดร้อยตำลึง
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของขนมปังดำแต่ละชิ้น หักต้นทุนการผลิต หักค่าขนส่ง
ค่าขนส่งต้องหัก แถมยังเป็นเงินเยอะด้วย
กิจการของครอบครัวซ่งแยกกันเป็นสัดส่วน
ค่ากินของล่อตลอดทาง ค่าที่พักที่กินของคนงานระหว่างเดินทาง ค่าแรง เมื่อไรที่ออกเดินทางก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น
สรุปว่าท่านย่าหม่าเป็นไท่กงเหริน เป็นแม่ของซ่งฝูเซิงก็ไม่มีประโยชน์ ต้องจ่ายเงินเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นฝูกุ้ยไม่ไปส่งของให้นาง
หักค่าธรรมเนียมในการเอาตั๋วเงินไปขึ้นที่ร้านรับฝากเงิน หักค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าถ่าน ค่าใช้จ่ายที่ให้ชาวบ้านช่วยผ่าฟืนก็รวมอยู่ในนั้น ขนมปังดำหนึ่งแสนชิ้นของท่านย่าหม่า เงินที่ตกถึงมือนางกับหลานสาวคนเล็กเหลือแค่สองร้อยตำลึง
ไม่ได้น่าสนใจเท่าไรเลย นี่ก็คือความคิดในใจท่านย่าหม่า
สั่งน้อยเกินไป ขนมปังดำหนึ่งแสนชิ้นจะไปพอทำอะไรได้
อย่างไร เมืองของพวกเจ้ามีอยู่แค่หนึ่งแสนคนหรืออย่างไร สู้อำเภอใหญ่ของฮุ่ยหนิงไม่ได้อย่างนั้นเหรอ
อีกทั้งหากเกิดอะไรขึ้น จะแจกให้แค่คนละชิ้นวันเดียวรึ
ขุนนางพวกนี้ทำงานกันเป็นหรือเปล่า
ท่านย่าหม่าแอบดูถูกการค้าเล็กๆ แค่ขนมปังดำหนึ่งแสนชิ้น พูดปากเปียกปากแฉะกับพวกขุนนาง มาตั้งไกล อย่าสั่งให้มันน้อยเกินไป
ไอ๊หยา เช่นนั้นไม่ต้องให้พวกนางออกโรงแล้ว ฝากพวกม้าพันลี้ไปบอกพวกสะใภ้เก้าที่หมู่บ้านเหรินจยา ยอมเหนื่อยหลายวันหน่อยเพื่อทำออกมาจะได้ไม่ต้องขนไปไกล ต้นทุนค่าขนส่งจะได้ไม่สูง
พูดกันตามตรง กำไรสองร้อยตำลึง เอาไปให้หลานสาวของนางใช้เล่นๆ ก็ใช่ว่าจะสนใจแล้วตอนนี้
ดูเสี่ยวพั่นของเราแล้วกัน ทั้งเนื้อทั้งตัวควักออกมามีแต่ทอง แค่ดึงไข่มุกบนถุงหอมมาหนึ่งเม็ดก็ล้วนแต่เป็นของล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ แม้แต่เสื้อผ้าก็มีราคา
ช่วงที่หลานสาวอยู่ชายแดน หากต้องการซื้ออะไรกินแล้วเสี่ยวพั่นได้ยินเข้า แค่พูดพึมพำ ผู้ใหญ่อย่างพวกนางยังไม่ทันเข้าใจว่าเรื่องอะไร เสี่ยวพั่นก็ล้วงทองออกมาหนึ่งก้อนให้หลานสาวคนเล็กแล้ว
หลานสาวคนเล็กยังไม่รับน้ำใจด้วยซ้ำ ‘ลู่หมินหรุ่ย เจ้าจงใจใช่ไหม ข้าแค่อยากซื้อขนมก้อนเดียว เจ้าว่าพวกเขามีทอนไหมล่ะ’
สรุปว่า ดูเอาแล้วกัน หลานสาวของนางจะเป็นพระชายาอ๋องแล้ว เอาเงินมาล่อไม่ได้อีกต่อไป หลานเขยก็สูงส่งขนาดนั้น นางรับงานได้กำไรแค่สองร้อยตำลึงยังจะดีใจได้อีกเหรอ
ได้สิ
คนเราใช้ชีวิตก็แบบนี้ เก็บเล็กผสมน้อยเดี๋ยวก็เยอะเอง
นางเคยลำบาก ไม่มีทางลืมวันที่ประหยัดอดออมจนได้เงินสี่ตำลึง แม้จะเป็นตอนนี้ เมื่อไรก็ตามที่มีช่องทางได้เงินก็ไม่มีทางปล่อยไป อย่าเห็นว่านางแอบบ่นเยอะในใจ แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดีใจ
ท่านย่าหม่ายืนขึ้น เชิญเจ้าหน้าที่ที่คุยกับนางไปลงนามในสัญญา
ไม่ว่าจะเป็นการค้าใหญ่หรือเล็ก พวกเราก็ต้องตั้งใจทำ เกิดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ครั้งหน้าเกิดสั่งเยอะกว่าเดิมล่ะ ใครก็ไม่อาจรู้ได้
ตำแหน่งตรงกลางสุดของงานจัดแสดงสินค้ามีโต๊ะยาววางเรียงกัน เจ้าหน้าที่หวงหลงนั่งอยู่สิบสองคน
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเหล่านี้เป็นคนกลางของหวงหลงที่ช่วยดำเนินการให้ มีการจัดทำหนังสือสัญญา รวมถึงมีเถ้าแก่ร้านรับฝากเงินที่มารับแลกเงินในงานด้วย
เจ้าหน้าที่ที่สั่งสินค้ากับท่านย่าหม่า อ่านหนังสือสัญญาที่ถูกยื่นให้ ยืนยันความถูกต้องแล้วประทับตรา
ท่านย่าหม่าก็ล้วงตราประทับออกมาจากกระเป๋าเหมือนกัน มันคือตราประทับส่วนตัวของนางเอง
กุ้ยฮวา หม่ากุ้ยฮวา
อย่าหัวเราะ
ลูกชายคนสามของนางไปสั่งให้คนทำมาโดยเฉพาะเชียวนะ
จากนั้นก็ประทับรอยนิ้วมือ
ท่านย่าหม่าพูดขึ้นมาก่อน “มา ข้าจะคารวะแบบพวกท่านก็ไม่ได้ อายุมากแล้ว ไม่ต้องพิธีรีตองมากขนาดนั้น พวกเราจับมือกันเป็นไง”
มือขวาของท่านย่าหม่าจับมือซ้ายของอีกฝ่าย มืออีกข้างของทั้งสองคนยังได้จับผ้าทอสีแดงที่จับจีบเป็นดอกไม้
“ขอให้ราบรื่น”
“เหล่าฮูหยิน ขอให้ราบรื่น”
ท่านย่าหม่ารับงานจากทางนี้เสร็จ ชุยจิ้นซื่อก็เดินเข้ามา ทำการคารวะผู้อาวุโส
“ท่านป้า”
“ไอ๊หยา ไม่เจอกันนานมากจริงๆ”
เห็นแก่ซ่งฝูเซิง ทั้งสองคนจึงพูดคุยเรื่องเก่าๆ กันอยู่สักพัก แต่นายอำเภอชุยก็ไม่กล้าเสียเวลาอีก มีขุนนางหลายคนเดินผ่านไปผ่านมาหลายรอบแล้ว น่าจะต้องการเข้ามาพูดคุย
เขาถึงได้เข้าเรื่อง สั่งจองขนมปังดำหกแสนชิ้น
คราวนี้กลายเป็นท่านย่าหม่าที่ห้าม
“นี่เป็นเสบียงทหารก็จริง เก็บไว้ได้นานกว่าเสบียงแบบอื่น แต่อย่างไรเสียมันก็เป็นของกิน ต่อให้เป็นการตุนเสบียง แต่ถ้าเก็บมันไว้นานเข้าก็ขึ้นราได้ ชื้นได้ เก็บรักษายากอยู่ ไม่จำเป็นต้องสั่งรวดเดียวมากขนาดนี้ พวกเราทำครั้งนี้ให้สำเร็จก่อน ครั้งหน้าพวกเจ้าก็ไม่ต้องมาแล้ว แค่สั่งมาทางข้าก็จะจัดการเอาไปส่งให้”
นายอำเภอชุยอธิบาย ไม่ใช่ว่าจะสั่งรวดเดียวเอาไปเก็บเป็นเสบียงฉุกเฉิน
แต่เป็นเพราะเมืองฉินของพวกเขาติดทะเล คนท้องถิ่นออกทะเลไปทำงานค่อนข้างมาก ทหารแรงงานก็เยอะ นักโทษจากทางเมืองหลวงก็ถูกคุมตัวมาไว้ที่นั่น สรุปว่า ตัดสินใจแล้ว ต่อไปอาหารที่จะแจกจ่ายให้คนที่ทำงานให้ทางการก็จะเป็นสิ่งนี้ เรื่องนี้คุยกับผู้ว่าการเขตไว้เรียบร้อยแล้วก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้อีกหน่อยจะสั่งระยะยาวด้วย
ท่านย่าหม่าไปลงนามในสัญญากับชุยจิ้นซื่ออีกรอบ
นางประทับตรา ได้กำไรที่หักทุกอย่างแล้วมาอีกหนึ่งพันสองร้อยตำลึง
อีกทั้งนี่ยังไม่ไหนถึงไหน เพิ่งคุยแค่สองเมือง
ท่านย่าหม่ายังต้องงานยุ่งไปอีกนานเพราะสัญญาที่ลงนามเป็นปึกในวันนี้
แต่ก็ยังคงคำพูดเดิมที่นางเคยพูดไว้เมื่อหลายปีก่อน มีปัญหาก็คิดหาทาง ค่อยๆ แก้ไปทีละเปลาะ ยังไงก็ต้องคิดหาทางได้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่กลัวงานยุ่งหรอก
กลัวแค่ว่าจะหาเงินไม่ได้ แบบนั้นต่างหากที่จนปัญญาที่สุด
แล้วมาดูตอนนี้ที่ชีวิตดีขนาดไหน นั่งอยู่ที่หวงหลง เฝ้าบ้านเฝ้าที่ ไม่ต้องเข็นรถฝ่าลมฝ่าหิมะออกไปแบบเมื่อก่อน ขอร้องคนนั้นทีคนนี้ที ช่วยซื้อหน่อยสิ ลองชิมหน่อย นี่นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีเงินหลายพันตำลึงเข้าบัญชีแล้ว
วันนี้ไม่ใช่แค่ท่านย่าหม่าที่ค้าขายดี ซ่งฝูไฉลูกชายคนโตของเขาก็กอบโกยจนหน้าแดงก่ำแล้ว สะใภ้ใหญ่เหอซื่อรีบไปเรียกน้องสะใภ้สามมาให้ช่วยทำบัญชีหน่อย คำนวณไม่ถูกแล้ว
อย่างไรเสีย ขายพริกแกงกับพริกป่นก็ไม่ได้ลงนามในสัญญารายปีแบบท่านย่าหม่า ของนางขายตามจำนวนที่สั่งเป็นรอบๆ ให้พ่อค้ารายใหญ่ของแต่ละท้องที่ พ่อค้ารายใหญ่ค่อยไปขายราคาส่งให้ภัตตาคารท้องถิ่น หรือแบ่งขายตามร้านค้าหรือแผงลอย
ส่วนร้านอื่นๆ ยิ่งให้ความสำคัญกับโอกาสนี้
แม้แต่ร้านขายปลาของทางการ แค่ยอดสั่งจองปลาที่จับในฤดูหนาวก็มียอดสั่งจองมากมาย
สินค้าต่างๆ ที่เป็นของทางการ เช่น ปลา กบป่า หินซงฮวาที่มีค่ามาก เป็นต้น หวงหลงเก็บส่วยได้เป็นกอบเป็นกำ
เนื่องจากการค้าบางอย่างอยู่ในมือซ่งฝูเซิงตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ทางการแค่ใช้วิธีจ่ายค่าแรงให้ชาวบ้านท้องถิ่น พวกชาวบ้านก็จะจัดการดูแลให้
กำไรที่ได้ก็ไม่เกี่ยวกับคนเหล่านี้ เข้าที่ว่าการเขตหวงหลงหมด
สรุปได้ว่า ครั้งนี้ยิ่งขายได้มาก กำไรของที่ว่าการเขตหวงหลงก็จะมากตามไปด้วย หักค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล หักค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายสร้างสถานที่ต่างๆ ให้คนท้องถิ่น เงินที่เหลือก็ส่งให้ราชสำนักได้
นอกจากนี้ งานจัดแสดงสินค้าครั้งนี้ ท้องถิ่นของเราก็ได้สั่งของของคนอื่นอีกจำนวนมาก โดยทั่วไปให้ขบวนของฝูกุ้ยออกไปส่งของจะไม่มีทางตีเกวียนเปล่ากลับมา
ไม่ต้องพูดเรื่องสั่งดอกฝ้ายที่ต้องสั่งอยู่แล้ว ยังมีสั่งอาหารทะเลแห้ง ลูกท้อ แอปเปิ้ล หน้าหนาวพวกเจ้ามีแอปเปิ้ลแช่แข็ง สาลี่แช่แข็ง ลูกท้อผ่าซีกแช่แข็ง ส่งมาให้พวกเรา ปริมาณเยอะราคาถูก ชาวบ้านของพวกเราก็จะได้กินอาหารที่หลากหลายขึ้นด้วย
เอาเป็นว่า อะไรก็แล้วแต่ที่ทางเรานึกออก หรืออีกฝ่ายให้ราคาต่ำสุดได้ พ่อค้าของหวงหลงก็ไม่มีปล่อยไป
นี่เป็นจิตวิญญาณที่บรรพบุรุษให้มา ขอแค่มีโอกาสก็กล้าทำ
อย่างไรเสียบรรพบุรุษของเราก็ฝ่าความลำบากมาด้วยความอดทนกันทั้งนั้น
ยอดรวมการค้าในวันนั้น ท่านอ๋องลู่ช่วยคิดเสร็จก็ตกใจมาก
เดิมทีงานนี้ซ่งฝูเซิงมอบให้ซ่งฝูหลิงทำ แต่ซ่งฝูหลิงกลับโยนให้ลู่พั่น
นางกำลังกินแผ่นนมที่วันๆ หนึ่งใช้นมแปดจินเคี่ยวเป็นเวลาแปดชั่วโมงทำออกมา นางกินอย่างเอร็ดอร่อยพลางพูด “เท่าไหร่นะ ทำไมเจ้าไม่พูดล่ะ”